ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 406 พลังปราณโลหิตหลอมอาวุธ
เมื่อพลังบนร่างของอวินอ๋องค่อยๆ สงบลง รูปลักษณ์ทั้งหมดของเขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขามีเกล็ดเนื้อสีทองปกคลุมทั่วร่างกาย เส้นผมและร่างกายงอกขนสีขาวออกมา ใบหน้าเปลี่ยนเป็นดูร้าย ลมหายใจสีขาวพ่นออกมาจากปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวอันแหลมคมตามจังหวะการหายใจ ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายแห่งความเหี้ยมโหดออกมา เมื่อรวมกับเมฆที่ม้วนตัวและอสนีบาตบนท้องฟ้าแล้ว ความกดดันในขณะนี้จึงพุ่งสูงถึงขีดสุด
“โฮก!” ทันใดนั้นเสียงคำรามก็ดังออกมาจากปากของอวินอ๋อง
ตึง!
เท้าที่เหยียบพื้นดินพลันสั่นสะเทือน พื้นที่ทั้งหมดรอบอวินอ๋องในรัศมีร้อยจั้งทรุดตัวลง ไม่ไกลกันนัก แค่เพียงรับรู้ถึงกลิ่นอายบนร่างของอวินอ๋องในตอนนี้ หลีเต้าก็รู้สึกถึงแรงกดดันแล้ว ก่อนหน้านี้อวินอ๋องสามารถต่อสู้กับเขาได้อย่างสูสี แต่ทว่าตอนนี้พลังกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลีเต้าพอจะสามารถคาดเดาระดับพลังของอวินอ๋องได้ในใจ จึงอดคิดไม่ได้ว่ายุ่งยากแล้ว
และความยุ่งยากที่กล่าวถึงตรงนี้ไม่ได้หมายถึงความยุ่งยากในด้านพลังของอวินอ๋อง อันที่จริงแล้วตราบใดที่ไม่ใช่คนที่มีพลังเหนือกว่าเขา หลีเต้าก็จะไม่รู้สึกกดดันมากนัก แต่อวินอ๋องนั้นแตกต่างออกไป เมื่อดูจากสถานการณ์ปัจจุบันของฝ่ายตรงข้ามแล้ว นี่คือคู่ต่อสู้ที่มีวิธีการคล้ายคลึงกับเขามาก และด้วยความคล้ายคลึงกันนี้ เขาจึงเข้าใจดีว่าคู่ต่อสู้เช่นนี้ยากเย็นแค่ไหน แต่ถึงจะยากเย็นอย่างไรก็ต้องลองดู
หลังจากการแปลงร่างสิ้นสุดลง อวินอ๋องก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจับจ้องตรงไปที่ร่างของหลีเต้า
“โฮก!” ก่อนการแปลงร่าง เจตจำนงของอวินอ๋องเป็นผู้ควบคุมร่างกาย แต่หลังการแปลงร่าง เจตจำนงของเขาก็ค่อยๆ ถูกร่างกายทำลายไป หลังจากเสียงคำรามดังขึ้น ร่างของอวินอ๋องก็พลันหายไปจากที่เดิม
ในขณะเดียวกัน หลีเต้าที่ยังยืนอยู่ที่เดิมก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่พุ่งเข้ามาหาเขา เขาไม่แม้แต่จะลังเล ถึงสายตาของหลีเต้าจะยังไม่ทันจับภาพคู่ต่อสู้ แต่มือที่ถือง่าวมังกรทมิฬก็ได้ฟาดออกไปโดยสัญชาตญาณแล้ว
เคร้ง!
หลังจากมีเสียงกังวานดังขึ้น ตรงหน้าของหลีเต้าก็มีประกายไฟระเบิดออกทันที เป็นประกายไฟที่เกิดจากการเสียดสีกันระหว่างง่าวมังกรทมิฬกับกรงเล็บแหลมคมคู่หนึ่ง หลังจากประกายไฟระเบิดออก หลีเต้าก็สัมผัสได้ถึงพลังที่เข้ามากระทบกับร่างกาย จากนั้นทั้งร่างก็ถูกผลักให้ถอยหลังไถลไปตามพื้นไกลถึงหลายร้อยจั้ง แต่ทุกอย่างยังไม่จบ เพียงชั่วขณะที่ชะงักไปเล็กน้อย อวินอ๋องก็อันตรธานหายตัวไปจากที่เดิม หลีเต้าทำการโต้กลับทันที ด้วยเหตุนี้ภายใต้สถานการณ์ที่ทุกคนไม่สามารถมองเห็นเงาของอวินอ๋องได้ จึงเห็นเพียงแค่ประกายไฟจากการเสียดสีที่ปรากฏรอบตัวหลีเต้าไม่หยุด
และทุกครั้งที่ประกายไฟปรากฏขึ้น ร่างของหลีเต้าก็จะถอยหลังจากแรงปะทะครั้งแล้วครั้งเล่า ตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบจากการถูกโจมตีฝ่ายเดียว หลังจากผ่านไปไม่รู้กี่กระบวนท่า หลีเต้าก็ขมวดคิ้ว ในการโจมตีครั้งถัดมา เขาเลือกที่จะไม่ป้องกันร่างกายอีกต่อไป แต่หลบไปด้านข้างแทน และหลังจากหลบพ้นแล้ว เขาก็ก้มลงมอง จึงได้พบว่าบนหน้าอกของตัวเองมีรอยแผลเลือดเพิ่มขึ้นมาสามรอย
หากเป็นเมื่อก่อน บาดแผลเช่นนี้คงจะหายภายในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ แต่ครั้งนี้กลับแตกต่างออกไป บริเวณบาดแผลกลายเป็นสีดำ และเขายังสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่กำลังกัดกร่อนบาดแผล ยับยั้งความเร็วในการฟื้นฟู
“พิษศพหรือ?” เมื่อเห็นว่าอวินอ๋องกำลังจะโจมตีเข้ามาอีกครั้ง หลีเต้าก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาสลัดง่าวมังกรทมิฬทิ้ง ใช้มือเปล่าจิกเนื้อส่วนที่บาดเจ็บออกมาทันที แต่หลังจากที่เนื้อชิ้นนั้นตกลงบนพื้น ในพริบตามันก็กลายเป็นเนื้อเน่าสีดำและยังกำลังบิดเบี้ยวไปมา เมื่อเห็นดังนั้น หลีเต้าก็ตระหนักได้ว่าการป้องกันเพียงอย่างเดียวไม่เหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้
โครม! พื้นดินสั่นสะเทือน เมื่อการโจมตีของอวินอ๋องตกลงสู่พื้น มันได้ก่อให้เกิดฝุ่นควันมากมาย ในขณะที่อวินอ๋องพบว่าการโจมตีของตนพลาดเป้า กำลังเตรียมจะลงมืออีกครั้งนั้น เมื่อเขาลืมตามองไปรอบๆ กลับพบว่าร่างของหลีเต้าได้หายไปแล้ว
ทันใดนั้นดูเหมือนอวินอ๋องจะรู้สึกถึงบางสิ่ง เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว และพบว่าหลีเต้ากำลังยืนอยู่บนกลางอากาศเหนือจากพื้นรอยจั้ง
“ไร้ประโยชน์ เจ้าหนีไม่พ้นหรอก!” เสียงแหบแห้งน่ารำคาญดังออกมาจากปากของอวินอ๋อง
ในขณะที่อวินอ๋องกำลังเตรียมจะลงมืออีกครั้ง หลีเต้าก็เริ่มเคลื่อนไหวเช่นกัน ทันใดนั้นเขาก็ปลดปล่อยพลังปราณโลหิตจำนวนมากออกมาปกคลุมพื้นที่รัศมีร้อยจั้งรอบตัว แต่นั่นยังไม่จบ หลังจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นแล้วเอ่ยว่า “หลอมรวม!”
พร้อมกับเสียงที่ดังขึ้น ในชั่วขณะถัดมา พลังปราณโลหิตรอบตัวเขาก็เริ่มรวมตัวกันทีละน้อย ในไม่ช้า อาวุธสีเลือดที่ทำจากพลังปราณโลหิตจำนวนสิบชิ้นซึ่งมีรูปร่างแตกต่างกันก็รายล้อมอยู่รอบตัวเขา
ตึง!
ในตอนนั้นเอง อวินอ๋องก็เริ่มลงมือ กระทืบเท้าพุ่งทะยานเข้าไปหาหลีเต้า เมื่อเห็นดังนั้น หลีเต้าก็ยกมือขึ้นแล้วโบกไปมา ในชั่วขณะถัดมา อาวุธสีเลือดสิบเลมพลันพุ่งเข้าโจมตีอวินอ๋องทันที
“หวนคืน!” เมื่ออาวุธสีเลือดทั้งสิบเล่มมาถึงตรงหน้าอวินอ๋อง เสียงของหลีเต้าก็ดังขึ้นในอากาศ พร้อมกับเสียงที่ดังขึ้น อาวุธสีเลือดทั้งสิบเล่มก็ราวกับถูกกระตุ้นด้วยบางอย่างและเริ่มสั่นอย่างรุนแรง
ตูม!
ทันใดนั้น พลังสีเลือดอันรุนแรงระเบิดขึ้นรอบตัวของอวินอ๋อง ทำให้ความว่างเปล่าโดยรอบสั่นสะเทือนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ กระบวนท่านี้ไม่ใช่สิ่งอื่นใด มันคือพลังห้าอวัยวะภายในที่หลีเต้าได้รับหลังจากการแปรสภาพของอวัยวะภายในทั้งห้า พร้อมๆ กันนั้น ได้มีร่างหนึ่งลอยออกไปตามแรงระเบิด ก่อนจะตกลงบนพื้นอย่างรุนแรง
เมื่อคลื่นระเบิดสลายไป หลีเต้าก็มองไปยังจุดที่อวินอ๋องตกลงไป ในขณะนั้นอวินอ๋องได้ลุกขึ้นจากพื้นอีกครั้ง ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย แต่หลีเต้ากลับเห็นความเคลื่อนไหวของอารมณ์ในดวงตาอันดุร้ายของอวินอ๋อง เห็นได้ชัดว่าพลังห้าอวัยวะภายในก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว และหากมันใช้ได้ผล เรื่องก็จะง่ายขึ้นมาก
ดังนั้นในขณะที่อวินอ๋องกำลังจะลงมือต่อ เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง สีหน้าของเขาก็แข็งค้างไปทันใด เพราะเขาเห็นว่ามีพลังปราณโลหิตอันเข้มข้นหลายสายแผ่ออกมาจากร่างกายของหลีเต้าอย่างต่อเนื่อง และพลังปราณโลหิตพวกนั้นก็เริ่มรวมตัวกันในอากาศ กลายเป็นอาวุธนานาชนิด กลายเป็นดาบ กระบี่ หอก ง่าว และอื่นๆ อีกมากมาย เพียงไม่กี่ลมหายใจ อาวุธที่สร้างขึ้นจากพลังปราณโลหิตกว่าร้อยชิ้นก็ลอยอยู่รอบตัวของหลีเต้า
เมื่อมองดูอาวุธปราณโลหิตที่ปรากฏขึ้นรอบตัวอย่างต่อเนื่อง หลีเต้าก็เอ่ยพึมพำกับตัวเองว่า “สู้มือเปล่ามานานแล้ว ถึงเวลาจะได้เล่นกับอาวุธบ้าง”
“ไป!” เมื่อหลีเต้าตวัดชี้ง่าวมังกรทมิฬไปที่อวินอ๋อง พวกอาวุธปราณโลหิตเหล่านั้นก็พุ่งลงมายังอวินอ๋องที่อยู่บนพื้นราวกับฝนห่าใหญ่
เพียงชั่วพริบตา อวินอ๋องก็ถูกอาวุธปราณโลหิตเหล่านี้ท่วมทับ จากนั้นการระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวก็เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า พลังอันรุนแรงแผ่ปกคลุมไปทั่วสนามรบอย่างรวดเร็ว
หลังเกิดการระเบิดอย่างต่อเนื่องนับสิบลมหายใจ ก็มีเงาร่างหนึ่งดิ้นรนหนีออกมาจากจุดศูนย์กลางของการระเบิด ไม่ใชอวินอ๋องแล้วจะเป็นใครไปได้ แต่ในตอนนี้รูปลักษณ์ของอวินอ๋องแตกต่างไปจากเดิม แม้จะดูเหมือนไม่มีบาดแผลอย่างชัดเจน แต่เกล็ดเนื้อสีทองบนร่างของเขาเริ่มมีรอยสึกหรอบางส่วน ขนก็ร่วงหลุดไปเป็นหย่อมๆ ทั่วร่าง
“เจ้า…” อวินอ๋องเงยหน้าขึ้นหมายจะพูดอะไรบางอย่างด้วยเสียงแหบแห้ง แต่เพียงแคเงยหน้าขึ้น เขาก็เห็นอาวุธปราณโลหิตจำนวนมากกว่าเดิมพุ่งเข้าใส่ทันที ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ตอบสนองแม้แต่น้อย
คราวนี้อวินอ๋องไม่โง่พอจะรับมันตรงๆ แต่เลือกที่จะหลบหนี แต่ฝั่งหลีเต้าก็เตรียมรับมือไว้แล้ว