ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 407 การกดข่ม
การที่ปล่อยให้อวิ๋นอ๋องหลบหนีไปได้นั้นเป็นการพิสูจน์ว่าการโจมตีของเขายังไม่หนาแน่นพอ และในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ต้องเพิ่มกำลังการโจมตี
ดังนั้นอาวุธที่สร้างจากพลังปราณโลหิตจึงปรากฏรอบตัวหลี่เตามากขึ้น เมื่อยิงออกไปหนึ่งร้อยชิ้น ก็จะมีสองร้อยชิ้นก่อตัวขึ้นใหม่รอบกายเขา สิ่งที่เน้นก็คือการโจมตีแบบต่อเนื่อง
ในขณะที่อวิ๋นอ๋องกำลังหลบหนีไปทางหนึ่ง การโจมตีของหลี่เตาก็จะพุ่งตรงเข้ามาปกคลุมจากทุกทิศทาง
ด้วยเหตุนี้จากเดิมที่อวิ๋นอ๋องเป็นฝ่ายไล่โจมตีหลี่เตา ตอนนี้สถานการณ์กลับพลิกผันกลายเป็นหลี่เตาไล่โจมตีอวิ๋นอ๋องแทน
แน่นอนว่าการทำได้ถึงขั้นนี้ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย นั่นก็คือการสิ้นเปลืองพลังปราณโลหิตอย่างมาก
แต่สำหรับหลี่เตาแล้วเรื่องนี้ไม่สำคัญอีกต่อไป ประการแรกความสามารถในการฟื้นฟูของเขาแข็งแกร่งมาก พลังปราณโลหิตในร่างเพียงพอให้เขาใช้ได้สักระยะหนึ่ง
ประการที่สองแม้ว่าอวิ๋นอ๋องจะต้องการหลบหนี แต่สถานการณ์ก็อาจไม่ได้ดีไปกว่าเขาสักเท่าไร ท้ายที่สุดแล้วทัณฑ์สวรรค์นั้นยังคงแขวนอยู่เหนือศีรษะ พร้อมจะตกลงมาได้ทุกเมื่อ
เมื่อเทียบกับเขาแล้วคนที่ควรจะร้อนใจมากกว่าคงเป็นอวิ๋นอ๋อง หลี่เตาไม่จำเป็นต้องเอาชนะอวิ๋นอ๋อง เขาเพียงแค่ต้องถ่วงเวลาจนกว่าทัณฑ์สวรรค์จะตกลงมาก็พอ
อีกด้านหนึ่ง
“สารเลว!”
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีอย่างบ้าคลั่งของหลี่เตาในตอนนี้ อวิ๋นอ๋องจึงรู้สึกอัดอั้นจนอยากจะกระอักเลือด เขาไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะถูกบีบคั้นถึงเพียงนี้
หากไม่มีภัยคุกคามจากทัณฑ์สวรรค์ เขาก็คงไม่กลัวการโจมตีเหล่านี้ของอีกฝ่ายเลย เพราะด้วยความแข็งแกร่งของร่างผีดิบเกราะทอง เขาสามารถรับมือกับมันได้ แต่อีกฝ่ายกลับจับจุดนี้ได้พอดี
ขณะเดียวกันสิ่งที่ทำให้อวิ๋นอ๋องโกรธยิ่งกว่าคือ ข้อจำกัดของผีดิบเกราะทองที่มีต่อเขา
แม้จะมีพลังโจมตีและป้องกันสูง แต่แขนกลับสั้น ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากใช้วิธีโจมตีระยะไกลเหมือนกับหลี่เตา แต่เป็นเพราะเขาใช้มันออกมาไม่ได้เลย หากไม่ถึงระดับเทพมนุษย์ อาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผีดิบก็คือตัวของมันเอง แต่จุดนี้กลับถูกอีกฝ่ายจำกัดเอาไว้แล้ว
ยังมีอีกประเด็นหนึ่งคือ ถ้าหลี่เตาเป็นเพียงผู้บำเพ็ญระดับมหาราชาปรมาจารย์ธรรมดาๆ หากเสี่ยงชีวิตเข้าโจมตีอีกฝ่ายสักครั้ง ด้วยการโจมตีของผีดิบเกราะทองก็เพียงพอที่จะเอาชีวิตได้แล้ว แต่ประเด็นสำคัญคือความแข็งแกร่งของกายภาพหลี่เตานั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถสังหารได้ในคราวเดียว
สรุปก็คือแม้ผีดิบเกราะทองจะสามารถสยบหลี่เตาได้ แต่ในทางกลับกันหลี่เตาเองก็สามารถสยบการดำรงอยู่ของผีดิบเกราะทองได้เช่นกัน
และเนื่องจากในปัจจุบันหลี่เตามีวิธีการสร้างอาวุธจากพลังปราณโลหิตเพิ่มขึ้นมา นี่จึงทำให้เขาสามารถกดดันอวิ๋นอ๋องได้เหนือกว่าในช่วงสั้นๆ แต่หากพิจารณาจากพลังที่แท้จริง อวิ๋นอ๋องที่อยู่ในระดับกึ่งเทพมนุษย์ยังคงแข็งแกร่งกว่าหลี่เตา แต่ข้อจำกัดของเขาดันมีมากเกินไป
เวลาหนึ่งก้านธูปผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลาหนึ่งก้านธูปนี้ อวิ๋นอ๋องถูกโจมตีจนต้องถอยหนีแล้วก็ถูกโจมตีอีก ไม่ว่าอย่างไรเขาก็หาโอกาสโจมตีหลี่เตาไม่ได้เลย
หากหลี่เตาอยู่บนพื้นดิน เขายังสามารถอาศัยความเร็วที่ระเบิดออกมากดดันหลี่เตาได้ในระดับหนึ่ง แต่พออยู่กลางอากาศแล้ว เนื่องจากอวิ๋นอ๋องอยู่ในระดับกึ่งเทพมนุษย์ แม้จะสามารถบินได้แต่ความเร็วก็ไม่มากนัก และด้วยเหตุนี้เขาจึงขาดความคล่องตัว เมื่อใดที่หลี่เตาฉวยโอกาสได้ สิ่งที่รอเขาอยู่ก็คือการโจมตีอย่างรุนแรง
ตูม!
ทันใดนั้นอวิ๋นอ๋องก็ลอยกระเด็นออกมาจากพลังปราณโลหิตอีกครั้ง ในขณะนี้เขาไม่มีท่าทางดุดันเหมือนอย่างตอนแรกเลย
ภายใต้การโจมตีไม่หยุดของหลี่เตา บาดแผลบนร่างของเขาก็ยิ่งมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันขนสีขาวบนร่างของเขาแทบจะหายไปหมดแล้ว เกล็ดเนื้อสีทองก็มีหลายแห่งที่ถูกตีจนเกือบจะหลุดออกมา
‘ไม่ได้! ข้าไม่สามารถปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปได้’
‘อย่าเพิ่งไปพูดถึงว่าพลังมังกรจะต้านทานได้อีกนานแค่ไหน แคสภาพของเขาตอนนี้หากไม่ทำพิธีบูชายัญด้วยเลือดให้เสร็จสิ้น เมื่อการลงทัณฑ์จากสวรรค์มาถึง เขาต้องตายอย่างแน่นอน’
หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในสมองของอวิ๋นอ๋อง เขาเบนสายตาไปยังทิศทางของเมืองเทียนหนาน
“เจ้าอยากจะถ่วงเวลาข้านักก็มาเถอะ”
เมื่อทิ้งประโยคนี้ไว้แล้ว อวิ๋นอ๋องก็พลันหันหลังกลับแล้ววิ่งอย่างบ้าคลั่งไปยังทิศทางของเมืองเทียนหนาน
หลี่เตาเข้าใจความคิดของอวิ๋นอ๋องในทันที นั่นคืออีกฝ่ายหลบการโจมตีของเขาไม่ได้ จึงคิดจะเตรียมใช้ชาวบ้านในเมืองเทียนหนานมาเป็นโล่
ทันใดนั้นอาวุธปราณโลหิตทั้งหมดที่อยู่รอบร่างของหลี่เตาก็พุ่งออกไปเพื่อขัดขวางฝีเท้าของอวิ๋นอ๋อง ทว่าในตอนนี้อวิ๋นอ๋องมุ่งมั่นเพียงอย่างเดียว เขาไม่สนใจการโจมตีเหล่านี้เลย เอาแต่พุ่งตรงไปยังเมืองเทียนหนานอย่างไม่ลังเล
อีกด้านหนึ่ง
เฉินโหยวและคนอื่นๆ ที่คอยจับตาดูสถานการณ์ในสนามรบก็สังเกตเห็นเหตุการณ์นี้เช่นกัน เฉินโหยวเองก็เข้าใจความตั้งใจของอวิ๋นอ๋องจึงออกคำสั่งทันที
“ทุกคนเข้าเมืองไปอพยพชาวบ้าน!”
เมื่อมีคำสั่งมากองทัพหมาป่าผู่ถูก็พุ่งเข้าไปในเมืองทันที และเริ่มอพยพประชาชนออกจากเมือง
ภายใต้การขัดขวางของหลี่เตา แม้ความเร็วของอวิ๋นอ๋องจะถูกลดทอนลง แต่ในที่สุดเขาก็มาถึงหน้าเมืองเทียนหนานจนได้ อวิ๋นอ๋องหันไปมองหลี่เตาหนึ่งครั้ง จากนั้นก็พุ่งฝ่าประตูเมืองเทียนหนานเข้าไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ในขณะนั้น อาวุธปราณโลหิตที่รวมตัวอยู่รอบกายของหลี่เตาก็ไม่ได้ทำการโจมตีอวิ๋นอ๋องอีกต่อไป เพราะหากยังคงโจมตีอวิ๋นอ๋องอยู่ อีกทั้งยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้ลงมือ ตัวเขาเองก็คงจะไถเมืองเทียนหนานจนราบเรียบเสียก่อน
หลังจากเข้าสู่เมืองเทียนหนาน อวิ๋นอ๋องพลันสูดลมหายใจลึกๆ แล้วเขาก็พบตำแหน่งที่มีคนมีชีวิตอยู่ในเมืองเทียนหนานอย่างรวดเร็วตามกลิ่นอายที่ได้รับ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ลงมือ เงาร่างหนึ่งก็ตกลงมาเบื้องหน้าเขา
“ยอมลงมาเสียทีหรือ?”
เมื่อเห็นเงาร่างของหลี่เตา อวิ๋นอ๋องก็เผยสายตาสมดังใจหวังออกมา แต่สิ่งที่ต้อนรับเขากลับเป็นคมของง้าวมังกรทมิฬ
ตึง!
อวิ๋นอ๋องยกมือขึ้นป้องกัน การโจมตีครั้งนี้แรงกระเพื่อมส่งผ่านลงสู่พื้นดิน ทำให้บ้านเรือนนับสิบหลังรอบตัวพวกเขาพังทลายลงทันที
เมื่อมองดูหลี่เตาที่อยู่ตรงหน้า อวิ๋นอ๋องก็กล่าวเยาะเย้ย
“ยังไม่…”
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ พลังปราณโลหิตอันมหาศาลก็ระเบิดออกมาจากร่างของหลี่เตา ในชั่วขณะถัดมาร่างของหลี่เตาพลันพองขยายขึ้น เสียงกระดูกและเส้นเอ็นทั่วร่างดังลั่นขึ้นมา เขายกง้าวขึ้นฟาดลงมา
เมื่อง้าวฟาดลงมา พลังงานอันน่าสะพรึงกลัวและรุนแรงก็ระเบิดออกมาระหว่างทั้งสองคน กลืนกินพวกเขาเข้าไปในชั่วพริบตา
แรงกระเพื่อมจากการโจมตีครั้งนี้ได้ทำลายบ้านเรือนนับร้อยหลังในบริเวณใกล้เคียง พื้นดินในรัศมีหลายร้อยวาขุดยุบตัวลง
แต่วันนี้ยังไม่จบ
ก่อนที่แรงระเบิดอันรุนแรงจะสลายไป การระเบิดก็เกิดขึ้นอีกครั้งตรงจุดที่หลี่เตาและอวิ๋นอ๋องเคยยืนอยู่ ระลอกแล้วระลอกเล่าไม่ขาดสาย
ในขณะนั้นอวิ๋นอ๋องที่อยู่ใจกลางการระเบิดได้มองดูพลังจากการฟาดง้าวของหลี่เตาที่กดดันเขาอยู่ด้วยความตกตะลึง
เขาเคยเห็นคนที่สู้สุดชีวิตมาแล้ว แต่ไม่เคยเห็นใครสู้สุดชีวิตขนาดนี้มากอน ในสายตาของเขาตอนนี้ เพียงเพื่อที่จะกดดันเขา หลี่เตาได้ใช้กลยุทธ์ฆ่าศัตรูพันคนแม้ต้องเสียหายแปดรอยคน [1]
ภายใต้พลังคลื่นกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เกล็ดเนื้อบนร่างของอวิ๋นอ๋องเริ่มฉีกขาดอย่างต่อเนื่อง ในทางกลับกัน แม้ว่าการโจมตีของหลี่เตาจะมาจากตัวเขาเอง แต่ภายใต้พลังอันรุนแรงนั้น ผิวหนังของเขาก็เริ่มแตกออกทีละน้อยจนกระทั่งกระดูกด้านลางโผล่ออกมา ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเขายังคงทำการโจมตีต่อไป อาการบาดเจ็บก็ยิ่งลุกลามมากขึ้น
“เจ้าไม่รักชีวิตแล้วหรือ!”
ในขณะที่หลี่เตากำลังโจมตีอย่างต่อเนื่อง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเขาอย่างกะทันหัน แม้จะไม่เข้าใจว่าเสียงนี้มาจากไหน แต่เขามั่นใจว่าเจ้าของเสียงไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นอวิ๋นอ๋องนั่นเอง
“แน่นอนว่าข้ารักชีวิต”
“แต่ข้ายิ่งอยากได้ชีวิตของเจ้ามากกว่า!”
ในสายตาของอวิ๋นอ๋อง หลี่เตากำลังสู้ตายกับเขา แต่ในสายตาของหลี่เตากลับไม่ใช่เช่นนั้น เขาเพียงแค่ไม่ต้องการให้การต่อสู้ของทั้งสองคนส่งผลกระทบต่อเมืองเทียนหนาน พร้อมกับถ่วงเวลาให้การลงทัณฑ์จากสวรรค์มาถึงอวิ๋นอ๋องเท่านั้น หากถึงจุดที่ทนไม่ไหวจริงๆ เขาก็จะไม่ยอมเอาชีวิตตัวเองไปแลกกับอวิ๋นอ๋องอย่างแน่นอน ท้ายที่สุดแล้วเรื่องของอวิ๋นอ๋องนี้ก็เป็นเรื่องภายในของราชวงศ์ตาเฉียน ไม่จำเป็นที่เขาต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงด้วย
[1] ฆ่าศัตรูพันคน เสียหายไปแปดร้อยคน : การแลกแบบไม่คุ้มค่า แม้จะทำร้ายศัตรูได้แต่ตนเองก็เสียหายไปด้วย