ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 408 มังกรสลายทัณฑ์สวรรค์
เมื่อเห็นหลี่เตายังคงดื้อดึงเช่นนี้ หัวใจของอวิ๋นอ๋องก็จมดิ่งลงสู่ก้นเหว ผิดพลาดเพียงก้าวเดียว ทั้งเส้นทางล้วนผิดพลาดตาม
ภายใต้การกดดันอย่างต่อเนื่องของหลี่เตา อวิ๋นอ๋องไม่มีโอกาสโต้กลับอีกแล้ว ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายกำลังแข่งขันว่าใครจะทนไม่ไหวก่อนกัน หากไม่มีภัยคุกคามจากทัณฑ์สวรรค์ อวิ๋นอ๋องก็มั่นใจว่าตนเองจะสามารถยืนหยัดได้จนถึงที่สุด แต่ทว่าทัณฑ์สวรรค์กำลังแขวนอยู่เหนือศีรษะของเขา และพร้อมจะตกลงมาได้ทุกเมื่อ
อีกด้านหนึ่ง
หลี่เตาเองก็ไม่ได้สบายนัก หลังจากการระเบิดพลังอย่างต่อเนื่อง พลังปราณโลหิตในร่างกายของเขาก็กำลังถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว ความเร็วในการฟื้นฟูตัวเองของร่างกายก็ช้าลงด้วย แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อไม่ให้อวิ๋นอ๋องมีโอกาสได้โต้กลับ
เวลาหนึ่งก้านธูปผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลี่เตาและอวิ๋นอ๋องยังคงยืนหยัดต่อไป
เมื่อมองดูหลี่เตาที่เต็มไปด้วยบาดแผล อวิ๋นอ๋องก็หวังอยู่ในใจว่าให้อีกฝ่ายทนไม่ไหวไปเสียที แต่ทันใดนั้น เสียงคำรามอย่างอ่อนแรงของมังกรพลันทำให้หัวใจอวิ๋นอ๋องจมดิ่ง เช่นเดียวกันหลี่เตาเองก็สามารถสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในชั่วขณะนั้น
สายตาของทั้งสองคนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกัน เห็นเพียงเงาของมังกรวารีที่ปกคลุมเหนือศีรษะของอวิ๋นอ๋องค่อยๆ จางลง นี่แสดงให้เห็นว่าพลังมังกรกำลังเริ่มสลายตัว
และเมื่อพลังมังกรค่อยๆ สลายไป การลงทัณฑ์จากสวรรค์ก็เริ่มเร่งตัวขึ้น ในที่สุดหลังจากผ่านไปสิบกว่าลมหายใจ พร้อมกับเสียงครวญครางอันเศร้าโศก เงามังกรวารีก็สลายไปอย่างสิ้นเชิง
และเมื่อเงามังกรวารีได้สลายไปแล้ว กลิ่นอายของอวิ๋นอ๋องก็ถูกเปิดเผยอย่างหมดเปลือกต่อทัณฑ์สวรรค์
โครมครืน!
เสียงฟ้าคำรามดังมาจากเมฆดำ ราวกับกำลังคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวต่อการที่อวิ๋นอ๋องพยายามซ่อนตัวเอง
สีหน้าของอวิ๋นอ๋องในตอนนี้หมองหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาทั้งคู่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ในสถานการณ์ที่ไม่มีการแทรกแซงจากหลี่เตา โอกาสที่เขาจะผ่านการลงทัณฑ์จากสวรรค์ระดับเทพมนุษย์นี้ไปได้มีเพียงแค่หนึ่งส่วนเท่านั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสภาพของเขาในตอนนี้ เว้นแต่ว่าผู้คนทั้งเมืองเทียนหนานจะฆ่าตัวตายต่อหน้าเขาเพื่อทำพิธีบูช่ายัญด้วยเลือด มิฉะนั้นเขาก็แทบจะไม่มีโอกาสเลย แต่นั่นจะเป็นไปได้หรือ? และเพราะมันเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าเขาเดินมาถึงทางตันอย่างสมบูรณ์แล้ว
“โฮกกก!”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ อวิ๋นอ๋องก็ร้องคำรามออกมาอย่างอดไม่ได้ แผนการร้อยปีพังพินาศในชั่วพริบตา แม้แต่ผู้ที่มีจิตใจแข็งแกร่งเพียงใดก็ทนต่อการโจมตีเช่นนี้ไม่ได้
อีกด้านหนึ่ง หลังจากพลังมังกรสลายไป หลี่เตาก็สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายน่าขนลุกของทัณฑ์สวรรค์ในทันที สุดท้ายแล้วอวิ๋นอ๋องก็เป็นคนแรกที่ทนไม่ไหว และเมื่อการลงทัณฑ์จากสวรรค์ได้เริ่มขึ้นแล้ว ต่อจากนี้ก็คงไม่มีเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขาอีก
แต่ในขณะที่หลี่เตากำลังจะจากไป จู่ๆ ก็มีกรงเล็บคู่หนึ่งจับข้อเท้าของเขาไว้แน่น เมื่อหันกลับไปมอง คนที่จับเขาไว้ก็คืออวิ๋นอ๋องนั่นเอง
“เจ้าหนุ่ม เจ้าทำลายแผนการใหญ่ของข้า ก็จงรับการลงทัณฑ์จากสวรรค์พร้อมข้าเถิด!”
หลี่เตาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ก้มลงมองข้อเท้าที่ถูกจับเอาไว้ ทันใดนั้นในใจก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา บิดข้อเท้าให้หักแล้วยกเท้าทั้งสองข้างให้อีกฝ่ายไป
แต่ดูเหมือนอวิ๋นอ๋องจะเดาได้ว่าหลี่เตามีวิธีสลัดหนี จึงรีบพูดต่อว่า
“ถ้าเจ้าหนีไป ข้าก็จะลากคนที่เหลือทั้งหมดในเมืองเทียนหนานและคนใต้บังคับบัญชาของเจ้าให้ตายไปพร้อมกับข้า แม้เจ้าจะมีวิธีหนี แต่คนใต้บังคับบัญชาของเจ้าและชาวเมืองเทียนหนานไม่มีทางหนีพ้นได้หรอก”
คำพูดนี้ถือว่าแทงใจดำของหลี่เตาเข้าพอดี อันที่จริงแล้วสำหรับชาวบ้านธรรมดาในเมืองเทียนหนาน หลี่เตาไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันมากนัก หากอวิ๋นอ๋องใช้แค่ชาวบ้านเหล่านี้มาข่มขู่เขา เขาก็น่าจะเลือกสละพวกเขาไป แต่ในเมืองเทียนหนานยังมีคนจากจวนผู้ว่าการรวมถึงกองทัพหมาป่าผู่ถูที่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากอีกด้วย
ราวกับมั่นใจแล้วว่าหลี่เตาจะไม่จากไป อวิ๋นอ๋องจึงปล่อยมือจากข้อเท้าของหลี่เตาทันที
เมื่อเห็นหลี่เตาไม่มีการเคลื่อนไหว ในใจอวิ๋นอ๋องก็พลันรู้สึกโล่งอก เขาเดิมพันถูกแล้ว หากหลี่เตาเดินจากไปโดยไม่ลังเลเลยจริงๆ เขาคงโกรธจนกระอักเลือด
ทันใดนั้นบนท้องฟ้าก็มีเสียงอสนีบาตดังสนั่นอีกครั้ง ร่างของอวิ๋นอ๋องสั่นสะท้าน เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เห็นเพียงเมฆดำบนท้องฟ้ากำลังกดทับอยู่เหนือศีรษะเขา ดูเหมือนพร้อมจะตกลงมาได้ทุกเมื่อ
อวิ๋นอ๋องไม่ลังเลอีกต่อไป เขาปรับสภาพร่างกายอย่างเด็ดเดี่ยว เตรียมพร้อมรับมือกับการลงทัณฑ์จากสวรรค์อย่างเต็มที่ แม้ว่าดูจากสภาพปัจจุบันของเขาแล้ว มันจะผ่านการลงทัณฑ์จากสวรรค์ไปได้ยาก แต่ตราบใดที่ยังมีโอกาสรอดอยู่ เขาก็จจะไม่ยอมแพ้
ในขณะเดียวกันอวิ๋นอ๋องยังเอ่ยข่มขู่ว่า
“เจ้าหนุ่ม หากเจ้ากล้าออกห่างจากข้าเกินสามวา แม้ข้าต้องตายขาก็จะนำทัณฑ์สวรรค์ไปหาคนของเจ้าเหล่านั้น”
หลี่เตาไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงเดินตรงไปยังจุดที่ห่างจากอวิ๋นอ๋องสามวาพอดี ก่อนจะปักง้าวมังกรทมิฬลงบนพื้นแล้วนั่งขัดสมาธิ
อวิ๋นอ๋อง “…”
หลังจากได้สติกลับมา เมื่อเห็นว่าหลี่เตาไม่มีท่าทีจะจากไปจริงๆ อวิ๋นอ๋องจึงเริ่มเบนความสนใจไปที่ท้องฟ้า ในชั่วขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นนั้น พลันมีเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น ในชั่วขณะถัดมาก็เห็นเพียงแสงฟ้าแลบวาบขึ้น ท่ามกลางเมฆดำทะมึนที่กำลังกดทับเมืองอยู่ สายฟ้าอันแข็งแกร่งฟาดลงมาจากเบื้องบนสู่พื้นดินในชั่วพริบตา
และเมื่อสายฟ้าฟาดลงมา อวิ๋นอ๋องและหลี่เตาที่อยู่ไม่ไกลกัน ต่างก็ถูกการลงทัณฑ์จากสวรรค์กลืนกินเข้าไป
“อ้ากกก!”
เมื่อทัณฑ์สวรรค์มาถึงร่าง พลังอันรุนแรงจากสายฟ้าก็แทรกเข้าสู่ร่างของอวิ๋นอ๋องในทันที กระแสอสนีบาตสายนั้นกดข่มพลังชั่วร้ายเอาไว้ ทำให้เกิดการผลักต่อต้านขึ้นในร่างกายของอวิ๋นอ๋องจนเขาเจ็บปวดแทบขาดใจ
ส่วนอีกด้านหนึ่ง หลังจากทัณฑ์สวรรค์ตกลงมา เนื่องจากหลี่เตาอยู่ใกล้เกินไป เขาจึงถูกลูกหลงไปด้วย ภายใต้สายฟ้าแห่งการลงทัณฑ์ ผิวของเขาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำไหม้ราวกับเกิดปรากฏการณ์กลายเป็นถ่าน ลำแสงสายฟ้าคงอยู่ต่อเนื่องอีกหลายลมหายใจ ก่อนจะค่อยๆ จางหายไปในอากาศ
อวิ๋นอ๋องหอบหายใจอย่างหนัก ทั่วร่างมีไอขาวลอยออกมาจากการถูกสายฟ้าเผา ส่วนเกล็ดเนื้อสีทองบนร่างก็ไม่ได้เปล่งประกายเหมือนกับก่อนหน้านี้แล้ว บางส่วนที่เคยถูกหลี่เตาทำร้ายไว้ก่อนหน้านี้ปรากฏเป็นสีดำไหม้ หลังจากนั้นอวิ๋นอ๋องก็หันกลับมามองหลี่เตา เมื่อเห็นว่าร่างทั้งร่างของหลี่เตาไหม้เกรียม ในดวงตาก็จรากฏแววพึงพอใจขึ้นมา
แกรก!
ทันใดนั้น ส่วนที่กลายเป็นถ่านบนร่างของหลี่เตาก็พลันมีเสียงแตกราว จากนั้นผิวที่ไหม้เกรียมก็หลุดออก เผยให้เห็นผิวหนังที่อยู่ด้านในซึ่งไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นภาพนี้ อวิ๋นอ๋องก็ถึงกับตะลึงงัน หลังจากได้สติในดวงตาก็ปรากฏแววอิจฉาขึ้นมา หากเขามีพลังฟื้นฟูที่แข็งแกร่งเช่นนี้ การลงทัณฑ์จากสวรรค์จะนับเป็นอะไร
แต่เมื่อเขารับรู้ได้ว่าพลังปราณบนร่างของหลี่เตาอ่อนแรงลงมากกว่าก่อนหน้านี้ อวิ๋นอ๋องก็รู้สึกสงบลง แบบนี้ก็ดี สิ่งที่เขากลัวที่สุดตอนนี้คือการที่หลี่เตาจะทนได้มากกว่าเขา หากเป็นเช่นนั้นเขาก็คงตายตาไม่หลับ
หลังจากผ่านทัณฑ์สวรรค์ครั้งแรกไปแล้ว เมฆดำบนท้องฟ้าก็เริ่มก่อตัวทำการลงทัณฑ์ครั้งที่สองอย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง!
หลังจากที่สะสมพลังจนเสร็จสิ้น การลงทัณฑ์จากสวรรค์ครั้งที่สองก็ตกลงมาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทัณฑ์สวรรค์ครั้งที่สองนี้รุนแรงกว่าครั้งแรกมาก ไม่นานก็เข้าท่วมทั้งสองคนอีกครั้ง คราวนี้อวิ๋นอ๋องร้องเสียงดังยิ่งกว่าเดิม
เมื่อทัณฑ์สวรรค์ครั้งที่สองสลายไป อวิ๋นอ๋องก็ยิ่งดูอเนจอนาถกว่าเดิม ส่วนพลังของหลี่เตานั้นก็ลดลงไปอีกมาก หลังจากการลงทัณฑ์ครั้งที่สองผ่านไป ก็ตามมาด้วยครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ จนกระทั่งการลงทัณฑ์ครั้งที่ห้าตกลงมา
พื้นที่บริเวณรอบๆ ในรัศมีหลายร้อยวาที่หลี่เตาและอวิ๋นอ๋องอยู่ก่อนหน้านี้ ก็ได้กลายเป็นพื้นที่ราบไปทั้งหมด เมื่อมองลงมาจากท้องฟ้าก็จะเห็นว่ามีหลุมยุบขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในเมืองเทียนหนาน
โชคดีที่ผู้คนเริ่มอพยพออกจากเมืองเทียนหนานตั้งแต่ทั้งสองคนเข้ามาในเมือง มิเช่นนั้นแค่พลังที่แผ่ออกมาก็คงทำให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว
หลังจากที่การลงทัณฑ์จากสวรรค์ครั้งที่ห้าได้ตกลงมา รูปลักษณ์ของอวิ๋นอ๋องนั้นน่าสยดสยองจนไม่อาจมองได้ ส่วนทางด้านหลี่เตา ลมหายใจของเขาก็เหลือน้อยเต็มที