ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 540 ความในใจของเถียซานเหนียง
เถียซานเหนียงเงยหน้ามองหลี่ชิงเอ๋อร์แวบหนึ่งแล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “ไม่คิดว่าท่านจะมีน้องสาวแท้ ๆ ด้วย ช่างน่าประหลาดใจจริงๆ”
ในขณะนั้นหลี่ชิงเอ๋อร์ยืนกอดอกด้วยสีหน้าอมยิ้ม ใช้กระแสเสียงเย้าหยอกเอ่ยขึ้น “ซานเหนียง เจ้าจำข้าไม่ได้จริงๆ สินะ”
คำพูดของหลี่ชิงเอ๋อร์ทำให้เถียซานเหนียงที่กำลังเขินอายชะงักไป นางถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจว่า “พวกเราเคยพบกันมาก่อนหรือ?”
แม้จะรู้ว่าตนเองออกจากบ้านมาตั้งแต่เด็กและเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่หลี่ชิงเอ๋อร์ก็อดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ แต่ด้วยนิสัยร่าเริงของนาง อารมณ์จึงกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว นางเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า “น่าเสียดายที่ข้าคิดมาตลอดว่าเจ้าเป็นสหายรักของข้า แต่ดูท่าความเป็นสหายนี่คงไม่มีอีกต่อไปแล้ว”
สหายรัก?
เถียซานเหนียงพินิจมองใบหน้าของหลี่ชิงเอ๋อร์อย่างจริงจัง ทันใดนั้นใบหน้าหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในความทรงจำ
จากนั้นนางก็ทำหน้าประหลาดใจอย่างยิ่งพลางเอ่ยถามว่า “เจ้าคือชิงเอ๋อร์หรือ?”
“จำข้าได้แล้วสินะ”
“แต่ว่า…”
ทันใดนั้นเถียซานเหนียงก็พลันเหลือบมองไปทางหลี่เต้าแล้วเอ่ยออกมาโดยไม่รู้ตัว “เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้”
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้เล่า ข้าจำได้ว่าเคยเล่าเรื่องพี่ชายของข้าให้พวกเจ้าฟังมาก่อน”
ว่าแล้วหลี่ชิงเอ๋อร์ก็โอบแขนหลี่เต้าเอาไว้ ในขณะนี้ความคิดเถียซานเหนียงสับสนวุ่นวายยิ่งนัก เพราะสถานการณ์ตรงหน้าทำให้นางรู้สึกซับซ้อนอย่างมาก แม้ว่าการได้พบกับสหายรักอีกครั้งหลังจากผ่านไปหลายปีจะทำให้นางดีใจ แต่หากสหายรักของนางกับบุรุษที่นางชื่นชอบกลายเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิตกัน มันก็ทำให้นางรู้สึกไม่ค่อยดีนัก หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเถียซานเหนียงที่ปรับอารมณ์ได้แล้วก็เงยหน้าขึ้นมองหลี่ชิงเอ๋อร์ก่อนจะเอ่ยถามว่า “ชิงเอ๋อร์ พี่ชายของเจ้าไม่ใช่…”
“จนถึงตอนนี้เจ้ายังไม่เชื่ออีกหรือ? หรือเจ้าคิดว่าข้าจะจำพี่ชายตัวเองผิด”
เมื่อเห็นสีหน้าของเถียซานเหนียง หลี่ชิงเอ๋อร์ก็รู้สึกสนุกสนานและพอใจยิ่งนัก เพราะก่อนหน้านี้หลังจากที่พี่ชายของนางเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง นางเองก็ยังไม่กล้าเชื่ออยู่เป็นเวลานาน ตอนนี้นางชอบที่จะได้เห็นสีหน้าตกตะลึงและประหลาดใจของผู้อื่นอย่างมาก เถียซานเหนียงส่ายหน้า “เป็นไปไม่ได้”
จากนั้นนางก็เงยหน้าขึ้นมองไปทางหลี่เต้าแล้วถาม “พี่ เรื่องนี้คงไม่เป็นความจริงกระมัง”
หลี่เต้าพยักหน้ารับเบา ๆ “เป็นความจริง เป็นอย่างที่เจ้าคิดไว้”
เถียซานเหนียงถาม “ท่านคือหลี่เต้า หลี่เต้าจากจวนอันหยวนป๋องั้นหรือ”
“เป็นท่านที่ทำให้หมิงเยว่ต้องเสียความบริสุทธิ์หรือ”
“มันเป็นอุบัติเหตุ”
“แล้วตอนนั้นท่านรอดชีวิตมาได้อย่างไร”
เมื่อเปิดเผยตัวตนแล้ว หลี่เต้าก็ไม่ได้ปิดบังอะไรอีกต่อไป เขาเล่าเรื่องราวที่ตนเองประสบพบเจอในตอนนั้นให้นางฟังทั้งหมด หลังจากฟังเรื่องราวเหล่านั้นจบ เถียซานเหนียงก็ทำสีหน้าเหมือนเพิ่งเข้าใจ หากทุกอย่างเป็นเช่นนี้ ก็สามารถอธิบายความรู้สึกแปลก ๆ ในตอนที่พบกับหลี่เต้าครั้งแรกได้แล้ว
“หากซานเหนียงยอมรับไม่ได้เช่นนั้น…”
หลี่เต้าเพิ่งจะอ้าปากพูด ชั่วพริบตาถัดมาร่างอ่อนนุ่มหอมกรุ่นก็โผตัวเข้าสู่อ้อมกอดของเขาทันที
“ท่านดูถูกซานเหนียงเกินไปแล้ว”
เถียซานเหนียงเงยหน้าขึ้นกล่าว “เรื่องที่ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าย่อมไม่มีวันเปลี่ยนใจ”
“ไม่ว่าฐานะในอดีตของท่านจะน่าอับอายเพียงใดก็ตาม”
จากนั้นหลี่เต้าก็รู้สึกได้ถึงแรงกัดเบา ๆ ที่หน้าอกของตน เขาพบว่าเถียซานเหนียงได้ใช้ฟันกัดหน้าอกเขาเบา ๆ
“แม้ข้าจะตัดสินใจเลือกท่านแล้ว แต่เรื่องที่ท่านทำลายความบริสุทธิ์ของหมิงเยว่ ข้าเองก็ทนไม่ได้”
ในยามนี้ความรู้สึกของเถียซานเหนียงสับสนซับซ้อนยิ่งนัก นางไม่เข้าใจว่าตนเองรู้สึกละอายใจหรือริษยาหมิงเยว่กันแน่ และนางก็รู้ดีว่าเป็นเพราะเรื่องนี้ ชายที่นางชอบกับสหายรักของนางคงจะต้องมาพัวพันกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้วปัญหาบางอย่างถ้าไม่เผชิญหน้าในตอนนี้ ก็ต้องเผชิญหน้าในภายภาคหน้าอยู่ดี
ทันใดนั้นเสียงหยอกล้อของหลี่ชิงเอ๋อร์ก็ดังขึ้นมาจากทางด้านข้าง
“ซานเหนียง หากข้าจำไม่ผิด ตอนเด็ก ๆ ข้าเคยเสนอจะแนะนำพี่ชายข้าให้เจ้ากับหมิงเยว่รู้จัก แต่ตอนนั้นพวกเจ้ากลับรังเกียจนักหนา แล้วเหตุใดตอนนี้จึงชอบเขาถึงเพียงนี้เล่า”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ใบหน้าของเถียซานเหนียงก็พลันแดงระเรื่อ เรื่องของหมิงเยว่ทำให้นางรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ และเรื่องของหลี่ชิงเอ๋อร์ก็เช่นเดียวกัน ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งบุรุษที่ตนเองชื่นชอบจะเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของสหายสนิท อีกทั้งในวัยเด็กยังเคยรังเกียจเขาอีก ตอนนี้มันกลายเป็นประวัติศาสตร์อันมืดมิดไปเสียแล้ว
เมื่อเห็นเถียซานเหนียงถูกน้องสาวตนรังแก หลี่เต้าจึงก้าวออกมาพูดว่า “พอได้แล้ว หากพูดอีกระวังข้าจะตีเจ้า”
พี่ชายรักน้องสาวเป็นหน้าที่ของพี่ชาย แต่ก็เช่นเดียวกัน การสั่งสอนน้องสาวก็เป็นหน้าที่ของพี่ชายด้วย เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่ชิงเอ๋อร์จึงหดคอลง นางแลบลิ้น
“มีภรรยาแล้วก็ล้มน้องสาว พี่ชายใจร้าย”
เมื่อเห็นหลี่เต้าทำท่าจะยกมือขึ้น หลี่ชิงเอ๋อร์ก็รีบวิ่งไปหลบหลังเถียซานเหนียงทันที
“พี่สะใภ้ เจ้าต้องปกปองขานะ”
“เจ้านี่มัน…”
เถียซานเหนียงมองหลี่ชิงเอ๋อร์ด้วยความขบขัน แต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไร เพราะความรู้สึกคุ้นเคยเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกเพลิดเพลินเช่นกัน ในตอนที่ยังเด็กนั้น ความจริงแล้วเถียซาน หมิงเยว่ และหลี่ชิงเอ๋อร์ไม่ได้สนิทสนมกันเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างนางกับหมิงเยว่นั้น แม้จะมีอายุใกล้เคียงกันแต่ทั้งคู่ล้วนไม่ใช่คนที่จะเข้าหาผู้อื่นก่อน แต่ก็เพราะหลี่ชิงเอ๋อร์เป็นคนที่เข้ากับผู้อื่นได้ง่ายเช่นนี้ จึงทำให้พวกนางทั้งสามคนสนิทสนมกันในที่สุด
แม้ทั้งสามคนจะดูเหมือนสหายสนิท แต่เถียซานเหนียงและหมิงเยว่ที่เติบโตเร็วกว่า พวกนางมองหลี่ชิงเอ๋อร์เป็นน้องสาว คอยดูแลเอาใจใส่อย่างดี เมื่อนึกถึงตรงนี้สีหน้าของเถียซานเหนียงก็แดงก่ำขึ้นมา คราวนี่สหายของนางก็ได้กลายเป็นน้องสาวอย่างแท้จริงเสียแล้ว หลังจากนั้นเถียซานเหนียงก็นึกถึงหมิงเยว่ สีหน้าพลันฉายแววซับซ้อนขึ้นมา หากตอนนี้นางได้รับการยอมรับจากหลี่เต้าให้เป็นคนรักในนามของหลี่ชิงเอ๋อร์ เช่นนั้นหมิงเยว่ก็ได้รับการยอมรับในฐานะนี้มาตั้งแต่ห้าปีก่อนแล้ว
หลังจากช่วยหลี่ชิงเอ๋อร์ห้ามหลี่เต้า ทันใดนั้นเถียซานเหนียงก็เอ่ยปากขึ้นมา “ท่านเตรียมจะจัดการเรื่องระหว่างท่านกับหมิงเยว่อย่างไร”
“เรื่องนี้…”
ในขณะที่หลี่เต้ายังไม่รู้จะตอบอย่างไร เถียซานเหนียงก็พลันพูดต่อทันที “ข้ามีวิธีหนึ่ง ไม่ทราบว่าพี่หลี่ยินดีจะฟังหรือไม่”
“วิธีอะไรหรือ”
เถียซานเหนียงเงยหน้าขึ้นพลางกล่าวตอบว่า “ก็ทำตามที่หนังสือพิมพ์เมืองหลวงบอกไว้”
หนังสือพิมพ์… นั่นก็คือ…
หลี่ชิงเอ๋อร์เอ่ยอย่างประหลาดใจ “ซานเหนียง เจ้าคิดจะให้พี่ชายไปเกี้ยวหมิงเยว่หรือ?”
เถียซานเหนียงกล่าวอย่างใจเย็นว่า “ชิงเอ๋อร์ เจ้าจะทิ้งหมิงเยว่ให้อยู่เพียงลำพังหรือ?”
หลี่ชิงเอ๋อร์ส่ายหน้า “แต่ก่อนพวกเราสัญญากันว่าจะเป็นเพื่อนสนิทกันไปชั่วชีวิต แล้วจะให้ทิ้งนางได้อย่างไร”
“เช่นนั้นเจ้าคิดว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรากับพี่หลี่ หากไม่จัดการเรื่องระหว่างพวกเขาทั้งสองเสียก่อน ต่อไปพวกเราจะยังคงเป็นเพื่อนสนิทกันได้ดีหรือ?”
หลี่ชิงเอ๋อร์กล่าวด้วยสีหน้าตกใจ “ดังนั้นเจ้าถึงได้ใจกว้างยอมยกพี่ชายให้หรือ?”
เถียซานเหนียงกลอกตาใส่ “นี่ไม่ใช่การยกให้ ข้าเพียงแคิตนดูหมิงเยว่ทุกข์ใจไม่ได้”
“อีกอย่าง เจ้าคิดว่าถ้าข้าไม่เห็นด้วย แล้วข้างกายพี่หลี่จะไม่มีคนอื่นหรือ?”
เถียซานเหนียงมองคนได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นนางจึงสามารถมองคนรอบกายหลี่เต้าได้อย่างทะลุปรุโปร่ง หลี่ชิงเอ๋อร์เอ่ยปากขึ้นอย่างอดไม่ได้ “นี่คือความใจกว้างของภรรยาเอกหรือ?”
ภรรยาเอก? ใช่แล้ว ในเมื่อบางสิ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ก็ได้แต่ต้องหาหนทางให้ตนเองได้รับผลประโยชน์มากที่สุดเท่านั้น
ในฐานะคนคาวาณิช เถียซานเหนียงเข้าใจหลักการนี้เป็นอย่างดี ในปัจจุบันดูเหมือนว่าคนอื่น ๆ จะไม่ได้ทำให้นางรู้สึกกดดันแล้ว มีเพียงสหายรักในวังหลวงของนางเท่านั้นที่ทำให้นางรู้สึกร้อนรนอยู่บ้าง