ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 545 ไม่รู้จักแพ้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำให้คนทั้งสามที่เหลือและพวกจ้าวเชียวที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลถึงกับตะลึง เนื่องจากวรยุทธไม่เพียงพอ พวกเขาจึงไม่สามารถรับรู้ถึงพลังจิตวิญญาณของหลี่เต้าได้ พวกเขาคิดว่านี่เป็นเพียงความสามารถพิเศษที่เถียซานเหนียงแสดงออกมา เมื่อพ่อบ้านที่อยู่ข้างกายจ้าวเชียวเห็นภาพตรงหน้า เขาก็ขมวดคิ้ว แม้ว่าเขาจะไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่เสี่ยงอันตรายของจ้าวเชียว แต่เมื่อมาถึงจุดนี้ก็ไม่มีทางถอยหลังกลับแล้ว
เขาจึงเอ่ยปากเตือนว่า “พวกเจ้าระวังไว้ วิชาที่นางใช้เมื่อครู่มีข้อจำกัด อย่างมากก็ใช้ได้อีกสองครั้ง ระวังให้ดี อย่าให้นางหนีไปได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งสามคนที่เหลือมองหน้ากัน ในใจรู้สึกโล่งขึ้นเล็กน้อย หากวิชานั้นสามารถใช้ได้ตลอดพวกเขาก็คงไม่กล้าเข้าใกล้อีก แต่ถ้าแค่สองครั้ง… หากระวังสักหน่อยก็คงไม่มีปัญหา
“โจมตีพร้อมกัน!” หนึ่งในนั้นพลันตะโกนขึ้น จากนั้นทั้งสามคนก็พุ่งเข้าโจมตีเถียซานเหนียงพร้อมกัน
“พี่หลี่!”
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถิด”
แม้การโจมตีของทั้งสามคนจะประสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ในสายตาของหลี่เต้าที่มองเห็นทุกอย่างราวกับเป็นเทพเบื้องบนแล้ว เขาก็ยังคงมองเห็นช่องโหว่ได้อย่างชัดเจน พลังปราณโลหิตสองสายรวมตัวกันที่มือทั้งสองข้างของเถียซานเหนียง เมื่อถึงจังหวะอันเหมาะสม หลี่เต้าก็ควบคุมพลังปราณโลหิตนั้นให้พุ่งออกไปอย่างเด็ดขาด
หนึ่งในพลังปราณโลหิตนั้นจู่ ๆ ก็พุ่งออกมาอย่างไม่คาดคิด เช่นเดียวกับที่เคยจัดการคนแรก ทะลวงร่างอีกฝ่ายทะลุได้ในทันที เนื่องจากอีกฝ่ายตั้งใจป้องกันศีรษะ การโจมตีครั้งนี้จึงทะลวงหัวใจของเขาแทน แล้วพลังปราณโลหิตสายสุดท้ายที่เหลืออยู่ก็พุ่งเข้าสังหารคนที่สาม เช่นเดียวกับการโจมตีก่อนหน้า คนที่สามก็ไม่อาจต้านทานเอาไว้ได้
ปรมาจารย์คนที่สี่ที่ร่วมโจมตีด้วยนั้น เริ่มรู้สึกตกใจกลัวเมื่อเห็นชะตากรรมของเพื่อนร่วมทาง แต่แล้วก็กลับรู้สึกดีใจ เพราะอีกฝ่ายใช้พลังไปแล้วสองครั้ง กลิ่นอายสีเลือดลึกลับที่ห่อหุ้มร่างอีกฝ่ายก็ได้สลายไปจนหมด นั่นหมายความว่าเขาปลอดภัยแล้ว
“นางหนู รอดูว่าข้าจะทรมานเจ้าอย่างไร” คนที่สี่เผยสีหน้าเจ้าเล่ห์ออกมา เขายกมือขึ้นหมายจะจับตัวเถียซานเหนียงเอาไว้ แต่ในตอนที่มือของเขากำลังจะแตะตัวของเถียซานเหนียง ทันใดนั้นก็มีลำแสงสีแดงพุ่งทะลุผ่านหัวใจและกลางหน้าผากของเขา ทันทีชั่วขณะการเคลื่อนไหวของเขาก็พลันหยุดชะงัก
“เหตุใดถึง…” คนที่สี่เบิกตากว้าง ก่อนสิ้นใจก็ยังคิดไม่ถึงว่าเป็นเช่นนี้ การโจมตีที่ถูกยิงออกไปกลับสามารถย้อนกลับมาสังหารเขาได้
แต่ก็เพียงเท่านี้ การโจมตีสองครั้งสุดท้ายได้ใช้พลังปราณโลหิตในหยกโลหิตจนหมดสิ้นแล้ว ด้วยเป็นพลังปราณโลหิตที่หลี่เต้าหลอมรวมไว้ตั้งแต่ช่วงแรก มันจึงมีปริมาณจำกัด และเมื่อไร้ซึ่งพลังปราณโลหิต เถียซานเหนียงก็รู้สึกสูญเสียความรู้สึกปลอดภัยไป
อีกด้านหนึ่ง ภาพสุดท้ายทำให้จ้าวเชียวและพ่อบ้าน รวมถึงคนอื่น ๆ ต้องตกตะลึง พวกเขาไม่คิดเลยว่าเพื่อจับตัวเถียซานเหนียงแล้ว จะต้องสูญเสียยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ถึงสี่คนไป เรื่องนี้ทำให้จ้าวเชียวรู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่ง แม้ว่าคนใต้บังคับบัญชาของเขาจะมีกำลังมากมาย แต่การสูญเสียผู้แข็งแกร่งระดับปรมาจารย์ถึงสี่คนในคราวเดียวเช่นนี้ ก็ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่
ราวกับคาดเดาความคิดของจ้าวเชียวได้ พ่อบ้านที่อยู่ด้านข้างจึงปลอบใจว่า “องค์ชายไม่ต้องกังวลไป พวกเขาล้วนเป็นผู้ที่นายท่านจัดสรรมาให้ท่านโดยเฉพาะ ตายไปแล้วก็แค่ตายไป”
สีหน้าของจ้าวเชียวยังคงไม่สู้ดีนัก “นั่นมันปรมาจารย์ถึงสี่คนเชียวนะ”
พ่อบ้านกล่าวว่า “องค์ชายอาจไม่ทราบ แม้พวกเขาจะเป็นปรมาจารย์ แต่ล้วนถูกสร้างขึ้นด้วยวิธีพิเศษ ถึงจะมีพลังระดับปรมาจารย์แต่อายุขัยกลับสั้นกว่าคนธรรมดาเสียอีก ต่อให้ไม่มีเหตุการณ์วันนี้ อีกไม่กี่ปีพวกเขาก็จะถูกคัดทิ้งอยู่ดี”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวเชียวก็ถึงได้รู้สึกสบายใจขึ้นมาก จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองเถียซานเหนียงพลางกัดฟันกล่าวว่า “พ่อบ้าน ตอนนี้นางคงไม่มีอันตรายอะไรแล้วกระมัง”
พ่อบ้านเอ่ยว่า “คงไม่มีแล้ว วิธีการเช่นนั้นจะใช้บ่อย ๆ ได้อย่างไร ตระกูลเถียไม่มีพลังมากมายถึงเพียงนั้น ต่อจากนี้องค์ชายเพียงดูข้าจับตัวนางก็พอ”
ว่าแล้วพ่อบ้านก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเถียซานเหนียง เมื่อเห็นภาพนั้น เถียซานเหนียงก็พลันกล่าวขึ้นด้วยความกังวล “พี่หลี่ ตอนนี้จะทำอย่างไรดี”
“วางใจเถิด ข้ามาถึงแล้ว”
แม้เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่หลี่เต้าก็เคลื่อนที่ได้รวดเร็วเช่นกัน ในขณะที่ใช้พลังจิตช่วยเหลือเถียซานเหนียง เขาก็รีบมุ่งหน้ามายังที่แห่งนี้ไปพร้อมกันด้วย
เมื่อได้ยินว่าหลี่เต้ามาถึงแล้ว ความรู้สึกปลอดภัยในใจของเถียซานเหนียงก็เพิ่มพูนขึ้นถึงขีดสุด สีหน้าจากเดิมทีมีแต่ความตื่นตระหนกก็กลับมาสงบลงในทันที พ่อบ้านที่เดินเข้ามาไม่ได้รับรู้ถึงการติดต่อระหว่างเถียซานเหนียงและหลี่เต้าเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งเขาก็ไม่มีคุณสมบัติพอด้วย เขาคิดเพียงว่าเถียซานเหนียงหมดหวังจนไม่กล้าต่อต้านอะไรอีก ถึงจะต่อต้านเขาก็ไม่กลัว เพราะเขาไม่ใช่ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ธรรมดา
แต่เป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ขั้นปลาย แม้แต่ในเมืองหลวงนี้ก็นับว่าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่ง หลังจากที่จ้าวเชียวสูญเสียองครักษ์ไปสองนายนอกจวนอูอันกงคราวก่อน เขาก็ถูกส่งมาทำหน้าที่คุ้มครองจ้าวเชียวโดยเฉพาะ แม้การโจมตีเมื่อครู่นี้จะรุนแรง แต่ก็ใช้ได้ผลแคกับระดับปรมาจารย์ทั่วไปเท่านั้น หากเอามาใช้กับเขามันก็ไม่มีประโยชน์อะไร ดังนั้นพ่อบ้านจึงรู้สึกมั่นใจอย่างเต็มที่ ไม่นานนักพ่อบ้านก็มาถึงตรงหน้าเถียซานเหนียง เมื่อมองดูเถียซานเหนียงผู้งดงามตรงหน้านี้ ในใจพ่อบ้านก็รู้สึกเสียดายจึงกล่าวว่า “ขออภัยด้วยหญิงเหล็ก”
พูดจบเขาก็ลงมือจับตัวตามที่จ้าวเชียวได้สั่งไว้ เถียซานเหนียงมองไปยังพ่อบ้านของจ้าวเชียวที่อยู่ตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง ในตอนที่มือของพ่อบ้านกำลังจะแตะตัวเถียซานเหนียง ทันใดนั้นก็มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้น ในชั่วขณะถัดมา เงาดำสายหนึ่งได้ลงมาจากท้องฟ้า โครม!
พลันนั้นหลี่เต้าได้ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเถียซานเหนียง ระยะห่างระหว่างทั้งสองไม่เกินหนึ่งช่วงแขน
“ซานเหนียง ข้าไม่ได้มาสายใช่หรือไม่” หลี่เต้าเอ่ยเสียงเบาขณะมองเถียซานเหนียงที่ยืนตะลึงอยู่ตรงหน้า
“พี่หลี่… ข้างใต้เท้าของท่าน…” พอเถียซานเหนียงได้สติกลับมา นางก็มองไปที่ข้างใต้เท้าของหลี่เต้า เมื่อหลี่เต้าก้มหน้าขยับเท้าออก ก็เผยให้เห็นส่วนบนของศีรษะ ที่แท้ตอนที่เขาลงมาจากฟ้าเมื่อครู่นี้ พ่อบ้านของจ้าวเชียวก็ได้ถูกเขาเหยียบจมลงไปในพื้นดินเลยทีเดียว
“เจ้านี่นะหรือ? ตายไปแล้ว” แค่ปรมาจารย์ขั้นปลายตัวเล็ก ๆ จะมาต่อกรกับเขาได้อย่างไร เมื่อได้ยินคำตอบอันเรียบเฉยของหลี่เต้า แม้จะรู้อยู่แล้วว่าหลี่เต้ามีพลังแกร่งกล้า แต่ก็ทำให้นางรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก อีกทั้ง ณ ตอนนี้ความเข้าใจของเถียซานเหนียงเกี่ยวกับพลังของหลี่เต้ายังจำกัดอยู่แค่ระดับมหาราชาปรมาจารย์เท่านั้น ไม่นับรวมพ่อบ้านที่ถูกเหยียบตายไปแล้ว
เมื่อหลี่เต้าเห็นเถียซานเหนียงไม่เป็นอันใด เขาจึงค่อย ๆ หันกลับไปมองดูต้นเหตุของเรื่องราวครั้งนี้
“องค์ชายห้า ไม่ได้พบกันนาน” เนื่องจากการก่อนหน้านี้ได้ใช้พลังจิตวิญญาณมองดูเหตุการณ์มาก่อนแล้ว หลี่เต้าจึงไม่รู้สึกประหลาดใจอะไร เพียงแค่จ้องมองจ้าวเชียวด้วยสายตาเรียบเฉย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำให้จ้าวเชียวและคนอื่น ๆ ต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้าง จนกระทั่งหลี่เต้าเอ่ยปากขึ้นพวกเขาถึงได้สติกลับมา โดยเฉพาะเมื่อสังเกตเห็นว่าพ่อบ้านตายไปแล้ว ความกังวลในใจของจ้าวเชียวก็พุ่งสูงถึงขีดสุด ไม่รู้เพราะเหตุใดเมื่อเห็นสายตาอันเรียบนิ่งของหลี่เต้า จ้าวเชียวก็รู้สึกว่าตนเองอาจตายได้ทุกเมื่อ
แต่ด้วยความที่จ้าวเชียวเป็นถึงองค์ชาย อีกทั้งเขายังได้เตรียมแผนสู้เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นไม่นานนักเขาก็กลับมาสงบสติอารมณ์ได้อีกครั้ง จ้าวเชียวกัดฟันพูดว่า “อู่อันกง เจ้าจะขัดขวางข้าไปถึงเมื่อไร?”
“อีกทั้งยังเป็นเพราะสตรีนางหนึ่ง หากเจ้ายินดีช่วยข้า รอให้ข้าได้ขึ้นครองอำนาจ สตรีทั่วหล้าเจ้าจะเลือกสรรผู้ใดก็ได้ตามใจ”
หลี่เต้ามีสีหน้าเรียบเฉย เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ค่อย ๆ ยกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว ในชั่วพริบตาถัดมา แสงสีแดงก็ได้พุ่งออกมา ก่อนจะตกลงบนร่างของคนรับใช้ที่ยืนอยู่ข้างจ้าวเชียว
โครม!
ทันใดนั้น คนรับใช้ได้ระเบิดเป็นชิ้น ๆ เศษเนื้อและเลือดกระเด็นเข้าใส่หน้าจ้าวเชียว ทำให้ร่างของเขาสั่นสะท้าน ดวงตาเบิกค้างด้วยความตะลึง