ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 616 มาถึงอี้โจว
“ไม่เต็มใจงั้นหรือ?”
เมื่อเห็นหัวหน้าคณะทูตส่ายหน้า หลี่เต้าก็ลูบคางพลางกล่าวว่า “ข้าก็ไม่ใช่คนไร้น้ำใจถึงเพียงนั้น หากไม่เต็มใจงั้นก็ช่างเถอะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวหน้าคณะทูตก็พลันชะงักไป
พูดจาด้วยง่ายดายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
แต่แล้วในชั่วขณะถัดมา หลี่เต้าก็ได้โบกมือ จากนั้นทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูสองนายก็เดินยิ้มออกมา แล้วมาหยุดยืนอยู่ข้างกายหัวหน้าคณะทูต
หลี่เต้ากล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “หากเจ้าไม่เต็มใจ งั้นก็เดินทางไปสู่ปรโลกเถอะ”
สีหน้าของหัวหน้าคณะทูตพลันแข็งค้างไปทันที ที่แท้ก็จะสังหารเขาไปเลย ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ควรจะต่อรองกันสักหน่อยหรือ ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้แน่วแน่อะไรขนาดนั้น ทว่าน่าเสียดาย หลี่เต้าไม่ให้โอกาสเขาอีกแล้ว ทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูสองนายที่มายืนอยู่ข้างกายเขาได้ชักดาบยาวที่เหน็บตรงเอวออกมาแล้ว
ในยามคับขัน หัวหน้าคณะทูตได้ตัดสินใจที่จะหลบหนีทันที แม้จะมองไม่ออกถึงพลังของคนพวกนี้ แต่เขารู้ดีว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้อย่างแน่นอน หนทางเดียวที่มีคือการหนีไปเท่านั้น โชคดีที่เขาได้รับการฝึกฝนพิเศษมาตั้งแต่เด็ก เชี่ยวชาญในวิชาการหลบหนีเป็นพิเศษ
“หายตัว!”
พร้อมกับที่เสียงนั้นสิ้นสุดลง ควันหนาทึบก็พลันปรากฏขึ้นรอบกายหัวหน้าคณะทูตทันที ก่อนที่เขาจะหายวับไปจากสายตาของผู้คน
เมื่อเห็นภาพนั้น หลี่เต้าก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่พอได้สติแล้ว ใบหน้าก็เผยแววขบขันออกมา กลิ่นอายที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“ตัดสินใจเถอะ”
แม้หัวหน้าคณะทูตจะหายตัวไป แต่หลี่เต้าก็มิได้ขยับเขยื้อน เขาทันเพียงแค่เอ่ยเสียงเบาเท่านั้น ในเวลาเดียวกัน ในหมูกองทัพหมาป่าผู่ถู จู่ๆ ทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูทั้งหมดก็เคลื่อนไหวพร้อมกัน สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ทหารหมาป่าผู่ถูผู้หนึ่ง
เมื่อเห็นทหารหมาป่าผู่ถูที่ถูกแยกออกมาผู้นั้น เหล่าทหารหมาป่าผู่ถูรอบข้างก็ต่างพากันมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน หลี่เต้ามองไปที่ทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูคนนั้นก่อนจะกล่าวว่า “เจ้าคิดว่าจมูกของพวกทหารหมาป่าเหล่านี้เป็นแค่ของประดับหรือไร”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น สีหน้าของทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูนายนั้นก็พลันมีเหงื่อเย็นผุดออกมาทันที ตูม!
ควันระเบิดออกมาเหมือนครั้งก่อน ทันใดนั้นร่างที่สวมปีกเทียมก็พุ่งออกมาจากกลุ่มควัน แล้วทะยานหนีขึ้นสู่ท้องฟ้า
ขณะที่หัวหน้าคณะทูตพยายามจะใช้ปีกเทียมเหาะหนีไปนั้น ก็ได้มีแขนขนาดมหึมายื่นมาอย่างฉับพลัน แล้วคว้าเอวของหัวหน้าคณะทูตเอาไว้ ใช่แล้ว กำเอวของเขาไว้ทั้งหมด
พอหัวหน้าคณะทูตก้มลงมอง ม่านตาของเขาก็หดเล็กลงทันที เกือบจะตกใจจนตาย เมื่อเทียบกับความสูงเกือบสองจั้งของซื่อหู่ ร่างของเขาก็ดูเล็กราวกับเป็นเด็กน้อย โดยเฉพาะมือใหญ่ที่กำเอวเขาไว้ ทำให้เขาไม่กล้าคิดขัดขืนแม้แต่น้อย ทันใดนั้นสีหน้าของหัวหน้าคณะทูตก็เปลี่ยนไป
“อย่า… ได้โปรดละเว้นข้าด้วย”
พร้อมกับเสียงกระดูกดังลั่นนั้น เอวของหัวหน้าคณะทูตก็ได้ถูกซื่อหู่บีบจนผิดรูป ร่างแหลกละเอียดไป ตลบ!
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ซื่อหู่ก็โยนร่างหัวหน้าคณะทูตลงบนพื้น แม้ว่าเอวจะถูกบีบจนแหลกละเอียด แต่หัวหน้าคณะทูตก็ยังไม่ได้ตายในทันที แต่ตอนนี้สภาพของเขาช่างน่าอนาถยิ่งกว่าความตาย
เอวถูกบีบจนแหลก ร่างท่อนล่างไร้ความรู้สึก เหลือเพียงความเจ็บปวดทรมาน ภาพนี้ทำให้พวกทูตที่เหลือต่างรู้สึกขนลุกซู่ หลี่เต้ามองดูหัวหน้าคณะทูตที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นพลางส่ายหน้าพูดว่า “หากเจ้าต่อสู้ขัดขืน ก็อาจจะดิ้นรนได้อีกสักพัก เหตุใดจึงต้องเลือกหนี้ด้วยเล่า”
พละกำลังของระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุดนั้นไม่ใช่น้อยๆ อย่างน้อยก็ไม่นับว่าอ่อนแอ ในหมูกองทัพหมาป่าผู่ถูมีเพียงเว่ยอวิ๋นและเหล่าแม่ทัพที่อาศัยกองทัพวิญญาณเท่านั้นที่จะสามารถต้านทานได้ แต่ความผิดพลาดคือเขาเลือกที่จะหนี
“ข้า… แค่กๆ! ช่วยข้าด้วย… ข้ายินดีนำทาง”
หัวหน้าคณะทูตที่นอนอยู่บนพื้นกระอักเลือดพลางหายใจหอบ หลี่เต้าส่ายหน้า “สภาพดูไม่ได้เลย หากเจ้ายอมจบชีวิตอย่างองอาจ ข้าก็คงนับถือว่าเจ้าเป็นชายชาตรี”
คำว่าชายชาตรีอะไรนั้น ในแคว้นหมู่เกาะไม่มีคำนี้อยู่ รู้หรือไม่ ผู้คนในแคว้นหมู่เกาะนั้นส่วนใหญ่มักเป็นพวก ‘กาลเทศะคือผู้ชาญฉลาด’ เสียมากกว่า หัวหน้าคณะทูตในตอนนี้ เขาเพียงแค่ต้องการมีชีวิตรอดเท่านั้น
“ช่วยข้าด้วย…”
หลี่เต้าส่ายหน้า “ไม่จำเป็นต้องใช้เจ้าแล้ว ในเมื่อมีคนมากมายเช่นนี้ คนที่จะนำทางได้ก็ไม่ใช่เจ้าแค่คนเดียว”
ว่าแล้วเขาก็เหลือบมองไปยังคนที่เหลือในคณะทูต
“พวกเจ้าว่าจริงหรือไม่?”
เมื่อเห็นสายตาของหลี่เต้าที่มองมา เหล่าทูตทั้งหมดก็พากันสะดุ้งด้วยความหวาดกลัว หลังจากมองดูสภาพอันน่าเวทนาของหัวหน้าคณะทูตอีกครั้ง พวกเขาก็พยักหน้าหงึกๆ ติดกัน
เมื่อเห็นภาพนี้ ใบหน้าของหัวหน้าคณะทูตก็แสดงความไม่ยินยอมและความเจ็บปวดออกมา ไม่นานนัก…
สังหารศัตรูหนึ่งคน ได้รับคุณสมบัติ : 2217.56
การตายของหัวหน้าคณะทูตไม่ได้สร้างความยุ่งยากอะไรมากนัก หลี่เต้าเพียงแค่สนใจการแจ้งเตือนของระบบเล็กน้อย จากนั้นก็หันความสนใจไปที่สมาชิกที่เหลือของคณะทูต แล้วออกคำสั่งทันทีว่า “เหลือไว้สักไม่กี่คนก็พอ”
เมื่อคำพูดนั้นจบลง ทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูที่ล้อมอยู่รอบคณะทูตก็ชักดาบออกมาทันที
ดังนั้นคณะทูตจึงจมหายไปในเสียงร้องโหยหวนอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ไม่กี่อึดใจเท่านั้น สุดท้ายคณะทูตก็เหลือเพียงศพที่นอนเกลื่อนอยู่บนพื้น แล้วก็มีคนแคระสามคนที่กำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวเหลืออยู่ พวกเขาพากันขดตัวอยู่ในแอ่งเลือด หลี่เต้าเดินมาหยุดตรงหน้าทั้งสามคน ก่อนจะกล่าวเสียงเบาว่า “นำทางเป็นหรือไม่?”
ทั้งสามคนนั้นสะดุ้งโหยง ก่อนจะพยักหน้ารัวๆ หลี่เต้าพยักหน้า “ดีแล้ว ขอเพียงพวกเจ้าว่าง่าย พวกเจ้าก็จะได้กลับไปพบหน้าครอบครัวอย่างสบายใจ”
เมื่อพูดถึงครอบครัว ทั้งสามคนก็ยิ่งพยักหน้าหนักกว่าเดิม พวกเขาที่ได้เข้าร่วมคณะทูตล้วนเป็นขุนนางจากแคว้นหมู่เกาะ ด้วยความที่มีทรัพย์สมบัติมากมาย ย่อมไม่อยากตายเป็นธรรมดา
“หัวหน้า สิ่งที่ท่านพูดถึงก่อนหน้านี้ คือของสิ่งนี้หรือไม่?”
ในตอนนั้นเอง เสวี่ยปิงก็ได้อุ้มหีบใบหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ เมื่อเปิดหีบออก แสงสีฟ้าคุ้นตาก็ปรากฏขึ้น ไข่มุกสีฟ้าทะเลใสกระจ่างเม็ดหนึ่งถูกวางอยู่ด้านใน
ไข่มุกมนุษย์มัจฉา หลี่เต้าพยักหน้าพลางกล่าว “เก็บไว้ก่อนเถอะ”
ต้องเก็บของสิ่งนี้เอาไว้ก่อนเผื่อหาเม็ดที่สองไม่ได้ หลังจากนั้นเมื่อจัดการศพบนพื้นเสร็จแล้ว หลี่เต้าก็สั่งให้คนพาตัวทูตทั้งสามคนเดินทางมุ่งหน้าไปยังอี้โจวต่อ ระหว่างที่เดินผ่านศพของหัวหน้าคณะทูต
“ไม่ประหารทูตที่มาเยือนงั้นหรือ?” หลี่เต้าพึมพำ “นั่นก็ต่อเมื่อสองแคว้นทำสงครามกันเท่านั้น”
“แคว้นหมู่เกาะเป็นดินแดนของต้าเฉียนมาตั้งแต่โบราณแล้ว จะมีเรื่องไม่ประหารทูตที่มาได้อย่างไร”
หลังจัดการคณะทูตเสร็จสิ้นและแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดจะแพร่ข่าวออกไปได้แล้ว เส้นทางต่อจากนี้ก็ง่ายดายขึ้นมาก เพียงมุ่งหน้าตรงไปยังอี้โจวเท่านั้น แม้ว่าอี้โจวจะเป็นมณฑลที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงมากที่สุด แต่ด้วยฝีเท้าของกองทัพหมาป่าผู่ถูแล้ว พวกเขาก็สามารถไปถึงที่นั่นได้ในเวลาอันสั้นที่สุด หากเป็นการขี่ม้าก็อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร แต่เนื่องจากเป็นกองทัพหมาป่า กองกำลังทั้งหมดจึงไม่จำเป็นต้องอ้อมเส้นทางเลย
เจอภูเขาก็ปีน เจอแม่น้ำก็ข้าม ความคล่องตัวของกองทัพหมาป่าผู่ถูได้แสดงออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ หลังจากเข้าสู่อี้โจว กองทัพหมาป่าผู่ถูก็ยังคงเดินทางต่อไปอย่างไม่หยุดพัก เนื่องจากอี้โจวมีรูปทรงคล้ายปีก ขณะนี้พวกเขาอยู่ที่ปีกซ้าย จำเป็นต้องมุ่งหน้าต่อไปยังชายฝั่งทะเลที่อยู่ริมปีกขวา สามวันต่อมา กองทัพหมาป่าผู่ถูที่นำโดยหลี่เต้าได้มาถึงตำแหน่งปีกขวาของอี้โจวแล้ว
พอมารอบถึงที่นี่ มันก็ไม่ไกลจากจุดหมายปลายทางแล้ว
“หยุดพักกันที่นี่”
กองทัพหมาป่าผู่ถูที่เดินทางมาจากดินแดนทางใต้ยังไม่ได้พักเลย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับศึกใหญ่ที่อาจจะมาถึง สมควรให้พวกเขาได้พักฟื้นสภาพร่างกายเสียที หลังจากกองทัพหยุดพัก หลี่เต้าก็ได้พบกับเสิ่นซาน