ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 627 การสนทนากับราชินี
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงมนุษย์มัจฉาก็เผยสีหน้าประหลาดใจ ริมฝีปากของนางเผยอเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเพราะมีคนทายใจถูก ใบหน้าของนางจึงแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความอาย แต่ในที่สุดนางก็รวบรวมความกล้าพยักหน้า
“เจ้าไม่เหมือนกับพวกเขา”
ครั้งนี้เสียงของหญิงมนุษย์มัจฉาดังขึ้นกว่าเดิมมาก ได้ยินชัดเจนแล้ว หลี่เต้าก็อดหันมองไม่ได้
ความรู้สึกแรกคือความชื่นชมจากใจจริงว่าเสียงนี้ช่างไพเราะเหลือเกิน ราวกับมีพลังดึงดูดที่มองไม่เห็น นางเป็นมนุษย์มัจฉาหรือปีศาจทะเลกันแน่?
จากนั้นหลี่เต้าก็ได้สติกลับมา ก่อนเขาจะถามอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ว่า “ต่างจากพวกเขาตรงไหนหรือ?”
หญิงมนุษย์มัจฉาค่อยๆ เอ่ยปากว่า “พวกเขาเจ้าเล่ห์กลอุบายจัด ชั่วร้าย”
“แต่จากตัวเจ้า ข้าไม่ได้รู้สึกถึงสิ่งเหล่านั้นเลย ดังนั้นเจ้าจึงไม่เหมือนกับพวกเขา”
“ต้องขออภัยด้วย ก่อนหน้านี้ข้าเข้าใจเจ้าผิดไป”
เมื่อได้ยินคำพูดของมนุษย์มัจฉา หลี่เต้าก็พลันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาว่า “เจ้าคงไม่ค่อยได้ติดต่อกับพวกมนุษย์อย่างพวกเราสินะ”
หญิงมนุษย์มัจฉาชะงัก ถามว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
หลี่เต้าเอ่ยเสียงเบา “ข้าไม่ปฏิเสธที่เจ้าว่าพวกคนแคระพวกนี้เจ้าเล่ห์และชั่วร้าย แต่ข้าอยากเตือนเจ้าว่ามนุษย์นั้นเสแสร้งเก่ง บางครั้งสิ่งที่แสดงออกมาก็เป็นเพียงสิ่งที่พวกเขาต้องการให้เจ้าเห็นเท่านั้น ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา”
“อย่างเช่น…”
แค่ความคิดเดียว กลิ่นอายสังหารที่เขาเก็บซ่อนไว้ก็แผ่ซ่านออกมา
หญิงมนุษย์มัจฉามีความรู้สึกไวต่อสิ่งเหล่านี้ กลิ่นอายสังหารนั้นทำให้นางตกใจกลัวในทันที ทั้งร่างขดตัวเป็นก้อนกลม นางหดตัวอยู่ที่มุมอ่างน้ำ
ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เขาเพียงแค่ต้องการขู่หญิงมนุษย์มัจฉาเล่นเท่านั้น แต่ไม่คิดว่านางจะขวัญอ่อนถึงเพียงนี้ หากว่าเขาปล่อยพลังออกมาเต็มที่คงจะทำให้นางตกใจตายได้เป็นแน่ ดังนั้นหลี่เต้าจึงเก็บกลิ่นอายบนร่างกลับไป แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “เอาละ ข้าแค่ล้อเจ้าเล่น ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้าย”
หญิงมนุษย์มัจฉาไม่ยอมขยับเขยื้อน นางยังคงขดตัวสั่นระริกอยู่ในอ่างน้ำ
ทันใดนั้น หลี่เต้าก็พลันส่ายหน้า ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินมาที่ลูกกรงห้องขัง ขณะนั้นมนุษย์มัจฉาที่กำลังหมอบอยู่ตรงมุมอ่างน้ำ ค่อยๆ ชำเลืองมองมาทางหลี่เต้าอย่างระแวดระวัง แล้วนางก็เห็น…
ลูกกรงเหล็กที่ทำจากเหล็กกล้าชั้นดีได้ถูกหลี่เต้าง้างออกอย่างง่ายดาย โลหะที่บิดเบี้ยวส่งเสียงดังขึ้นมา
จากนั้นหลี่เต้าก็เดินตรงออกมาจากช่องตรงกลาง ก่อนจะเดินมาที่ห้องขังของมนุษย์มัจฉาและทำแบบเดียวกันอีกครั้ง ก๊อกๆ หลี่เต้าเดินมาที่อ่างน้ำแล้วเคาะเบาๆ มนุษย์มัจฉาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของอ่างน้ำจึงสะดุ้งเฮือก ความกลัวในแววตาของนางยิ่งชัดเจนขึ้น หลี่เต้าเอ่ยเสียงเบาว่า “ข้ามาเพื่อขอโทษ เจ้าไม่ต้องกังวลว่าข้าจะทำอะไรเจ้า เจ้าก็คงเห็นแล้วว่าหากข้าต้องการทำร้ายเจ้า เจ้าก็ไม่มีกำลังต่อต้านข้าได้”
หลังจากได้ฟังคำอธิบายของหลี่เต้า หญิงมนุษย์มัจฉายังคงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายนางก็ตัดสินใจกัดฟัน
เชื่อใจมนุษย์ตรงหน้าอีกครั้ง หาก… หากเขายังทำให้นางตกใจอีก…
นางจะไม่สนใจเขาอีกเลย
“เจ้า… เจ้าทำได้อย่างไร”
หญิงมนุษย์มัจฉารวบรวมความกล้าว่ายน้ำเข้ามาใกล้และเอ่ยถาม เมื่อได้มองในระยะใกล้ หลี่เต้าก็เห็นรูปโฉมของหญิงมนุษย์มัจฉาตรงหน้าได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น รูปโฉมของนางงดงามตรึงตายิ่งนัก
ทว่าสิ่งที่ดึงดูดเขามากที่สุดไม่ใช่ใบหน้าของนาง แต่น่าจะเป็นความไร้เดียงสาในดวงตาคู่นั้น ความไร้เดียงสานั้นราวกับแผ่นกระดาษขาวบริสุทธิ์ เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นต่อทุกสิ่ง อีกทั้งเขายังเห็นการแต่งกายของนางได้อย่างชัดเจน แต่จะเรียกว่าการแต่งกายก็ไม่ถูกนัก เพราะมันเป็นส่วนที่งอกออกมาตามธรรมชาติตั้งแต่สะดือลงไปเป็นหางปลา เกล็ดสะท้อนแสงเปล่งประกายระยิบระยับ ที่หน้าอกเองก็มีเกล็ดปกคลุมส่วนที่นูนขึ้นดูคล้ายกับสวมผ้าเอ็ดอก
เมื่อเผชิญกับคำถามของหญิงมนุษย์มัจฉา หลี่เต้าก็พลันยิ้มบางแล้วกล่าวว่า “พละกำลังของข้ามากกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย ก็เลยทำได้”
“แค่แข็งแรงกว่าเล็กน้อยก็ทำได้แล้วหรือ?”
หญิงมนุษย์มัจฉาไม่เข้าใจคำล้อเล่นนั้น จึงถามต่อว่า “เจ้าดูจะเก่งกว่าพวกเขา ทำไมถึงไม่หนีออกไปเล่า”
หลี่เต้ายิ้มถาม “เจ้าคิดว่าข้าถูกพวกเขาจับตัวมาหรือ?”
หญิงมนุษย์มัจฉาเอียงศีรษะ “แล้วไม่ใช่หรือ?”
“ข้าสมัครใจมาเอง”
เมื่อเผชิญหน้ากับหญิงมนุษย์มัจฉาที่ไร้เดียงสาราวกับกระดาษขาว หลี่เต้าก็ไม่ได้เลือกที่จะปิดบัง
หรืออีกนัยหนึ่งคือตอนนี้ปิดบังหรือไม่ก็ไม่มีความหมายอีกแล้ว
“สมัครใจมาเอง? เพราะเหตุใด?”
“เพื่อกำจัดพวกเจ้าเล่ห์ชั่วร้ายที่เจ้าว่านั่นแหละ”
“หืม?” หญิงมนุษย์มัจฉาประหลาดใจมาก “ในหมู่พวกเขามีคนที่เก่งกาจมากนะ ข้าเองก็ถูกเขาจับตัวมาเหมือนกัน”
“เก่งกาจนัก? เก่งกาจถึงเพียงใด?”
“เขาสามารถเหาะเหินได้”
เหาะเหิน?
ทันใดนั้น หลี่เต้าก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา การเหาะเหินได้เป็นพลังของเทพมนุษย์ แต่ผู้ที่อยู่ในระดับกึ่งเทพมนุษย์ก็สามารถเหาะได้ในระยะใกล้ แน่นอนว่าอาจจะมีผู้ที่ใช้วิธีพิเศษบางอย่างก็สามารถเหาะเหินได้เช่นกัน แต่เขาคาดเดาน่าจะเป็นสองกรณีแรกมากกว่า
“น่าสนใจ”
เดิมทีหลี่เต้าคิดว่ารอให้กองทัพผู่ถูขึ้นเกาะแล้วบุกโจมตีไปเรื่อยๆ ก็พอแล้ว ไม่คิดว่าจะมีปลาตัวใหญ่ซ่อนอยู่ด้วย
หลี่เต้าหันไปมองหญิงมนุษย์มัจฉาก่อนจะถามว่า “ถึงเขาจะเหาะได้แล้วอย่างไร พวกเจ้าเป็นมนุษย์มัจฉาที่อาศัยอยู่ในทะเล หากพวกเจ้าหลบลงไปในน้ำลึกแล้วเขาจะจับพวกเจ้าได้อย่างไร”
ถึงคนผู้นั้นจะเป็นเทพมนุษย์ แต่พลังก็ย่อมมีขีดจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาลเช่นนี้ แม้แต่พลังที่เขาใช้ในทะเลก็ยังมีจำกัด เมื่อได้ยินดังนั้น หญิงมนุษย์มัจฉาก็พลันมีสีหน้าซีดเผือด นางเอ่ยเสียงเบาว่า “ทั้งหมดเป็นความผิดของข้า ข้าทนต่อการล่อลวงไม่ไหว จึงถูกพวกเขาล่อขึ้นมาบนผิวน้ำ”
หลี่เต้าเข้าใจได้ในทันที ที่แท้นางก็ถูกตกขึ้นมา
ต้องบอกว่าไม่เสียแรงที่เป็นชาวเกาะ ถึงกับจับมนุษย์มัจฉาได้ด้วยการตกเบ็ด ทันใดนั้นหญิงมนุษย์มัจฉาก็พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ นางจึงเอ่ยปากว่า “เอ่อ… เจ้าช่วยอะไรข้าสักอย่างได้หรือไม่”
“ช่วยอะไรหรือ”
“ช่วยข้าออกไป หรือไม่ก็ฆ่าข้าเสีย”
หลี่เต้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ข้อแรกนั้นเขาเข้าใจ แต่ข้อหลังหมายความว่าอย่างไร
จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงหญิงมนุษย์มัจฉาพูดต่อ
“ญาติพี่น้องของข้าต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยข้าแน่”
“แต่พวกเขาจะใช้พลังได้เต็มที่ก็ต่อเมื่ออยู่ในน้ำเท่านั้น พอขึ้นเกาะมาแล้วย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกคนชั่วพวกนั้น ข้าไม่อยากให้พวกเขาต้องเสียสละเพื่อข้า”
“หากข้าตาย พวกเขาก็จะไม่บุ่มบ่ามขึ้นมาช่วยข้าอีก”
หญิงมนุษย์มัจฉาเงยหน้ามองหลี่เต้า “ข้า… ข้าไม่ต้องการให้ท่านช่วยแล้ว ฆ่าข้าเสียจะง่ายกว่า ท่าน… ท่านช่วยฆ่าข้าเถิด”
“และอีกอย่าง… หากเป็นไปได้ ข้าขอร้องท่านได้หรือไม่ อย่าให้ข้าต้องทรมานมากนัก ข้ากลัวความเจ็บปวด”
หลังจากพูดจบนางก็หลับตาลง
หลี่เต้าเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เหตุใดเจ้าจึงไม่ฆ่าตัวตายเองเล่า?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มนุษย์มัจฉาก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง นางกล่าวด้วยเสียงอ่อนแรงว่า “ยอดฝีมือชั่วร้ายผู้นั้นได้สาปข้าเอาไว้ ทำให้ข้าไม่สามารถฆ่าตัวตายได้”
“ข้าเองก็ลองมาแล้ว แต่ไม่สามารถทำร้ายตัวเองได้”
“ดังนั้นได้โปรดช่วยข้าด้วยเถิด”
หลี่เต้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ
เขามองไปที่มนุษย์มัจฉาแล้วกล่าวว่า “เจ้าบอกว่าญาติพี่น้องของเจ้าจะมาช่วยเจ้าไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร เช่นนี้แล้ว เจ้าคงไม่ใช่คนธรรมดาสามัญกระมัง”
มนุษย์มัจฉาตอบเสียงเบา “ข้าคือราชินี”
ราชินีงั้นหรือ?
หลี่เต้าพลันชะงักงัน เขาคิดว่านางคงเป็นเพียงองค์หญิงหรือไม่ก็สตรีศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นราชินี เมื่อมองดูสีหน้าซื่อๆ ของนาง ชั่วขณะนั้นเขาพลันรู้สึกสงสารเผ่ามนุษย์มัจฉาที่เลือกราชินีเช่นนางขึ้นมาปกครอง