ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 635 ความโกรธของโอดะ
ระยะทางสิบกว่าหลี่สำหรับกองทัพหมาป่าผู่ถูแล้วเป็นเพียงชั่วพริบตา ในไม่ช้ากองทัพหมาป่าผู่ถูสามพันนายก็ควบผ่านคลื่นทะเลพุ่งขึ้นมาบนฝั่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้ทหารของพวกคนแคระตกใจไม่น้อย พวกเขาไม่สนใจที่จะต่อสู้กับเสี่ยวเฮย เสี่ยวไป๋ และพวกมนุษย์มัจฉาอีกต่อไป แต่เลือกที่จะถอยกลับไปรอรับคำสั่ง เมื่อกองทัพหมาป่าผู่ถูสามพันนายปรากฏตัวขึ้น ชาวมนุษย์มัจฉาก็ตกใจเช่นกัน
หากเผชิญหน้ากับทหารร่างเตี้ยพวกนางยังพอมีความกล้าที่จะต่อต้าน แต่เมื่อเห็นกองทัพหมาป่าผู่ถูที่เดินมาจากด้านหลังแล้ว พวกนางกลับไม่มีความคิดที่จะต่อต้านแม้แต่น้อย เพราะทหารทุกนายและหมาป่าทุกตัวในกองทัพหมาป่าผู่ถูล้วนทำให้พวกนางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของภัยคุกคาม ราวกับว่าหากขยับตัวเพียงนิดก็จะถูกฉีกร่างเป็นชิ้นๆ ในพริบตา มนุษย์มัจฉา?
จางเมิ่งและคนอื่นๆ สังเกตเห็นพวกมนุษย์มัจฉา พวกเขาจึงมองด้วยความสนใจ
แต่แล้วพวกเขาก็รีบเบนความสนใจไปยังกลุ่มคนแคระที่อยู่ไม่ไกลนัก พวกเขาไม่ได้ลืมจุดประสงค์ที่ติดตามหัวหน้าของตนมายังแคว้นหมู่เกาะ
“แม่ทัพใหญ่ ขึ้นอยู่กับท่านแล้ว”
จางเมิ่งเอียงศีรษะมองไปทางสวี่เหอที่กำลังขี่เจ้าเสืออยู่ แม้ว่าปกติแล้วสวี่เหอจะไม่ค่อยพูดคุยกับผู้ใด แต่ทุกคนในกองทัพหมาป่าผู่ถูต่างเคารพนับถือสวี่เหอ และยอมรับในตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพหมาป่าผู่ถูของเขา เมื่อได้ยินดังนั้น สวี่เหอก็เงยหน้าขึ้นมองพวกคนแคระตรงหน้าเพียงแวบเดียว
เขายกง้าวสั้นในมือขึ้น ก่อนจะเอ่ยออกมาหนึ่งคำ
เพียงคำสั่งเดียว ท่าทีของกองทัพหมาป่าผู่ถูก็เปลี่ยนไปในทันที กองทัพวิญญาณรวมตัว!
เกียรติภูมิกองทัพพร้อมด้วยกองทัพวิญญาณแผ่ปกคลุมทั่วทั้งสนามรบในพริบตา
ทุกคนในกองทัพหมาป่าผู่ถูตะโกนพร้อมกัน ทหารสามพันนายพุ่งเข้าใส่ทหารของคนแคระทันที
เมื่อเหล่าทหารร่างเตี้ยเห็นกองทัพหมาป่าผู่ถูบุกเข้ามาประชิดตัว ดวงตาของพวกเขาหดเล็กลงด้วยความหวาดกลัว ความคิดแรกของพวกเขาคือการหนี ภายใต้แรงกดดันจากกองทัพวิญญาณและเกียรติภูมิกองทัพ พวกเขาไม่มีความคิดที่จะต่อกรกับกองทัพหมาป่าผู่ถูเลยแม้แต่น้อย ในเวลาเดียวกัน โอดะ ชินกะ ที่อยู่บนแท่นสูงก็เบิกตากว้าง เมื่อเห็นกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากกองทัพหมาป่าผู่ถู ในความรู้ของเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีผู้ใดสามารถฝึกฝนทหารจนถึงระดับนี้ได้
แต่ด้วยความที่สามารถไต่เต้าจากทาสขึ้นมาจนถึงตำแหน่งในปัจจุบันได้ โอดะ ชินกะ จึงไม่ใช่ที่จะยอมแพ้ง่ายๆ เขาเหลือบมองไปทางหลี่เต้าก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นว่า
“คนของเจ้าแข็งแกร่ง แต่กองทัพนินจาของข้าก็ไม่อ่อนแอเช่นกัน”
จากนั้นโอดะ ชินกะ ก็ออกคำสั่งว่า “นินจาทั้งหมด ออกปฏิบัติการ”
เมื่อเสียงนั้นสิ้นสุดลง ร่างในชุดดำที่สวมหน้ากากจำนวนมากก็พลันปรากฏตัวขึ้นใต้แท่นสูงในทันที พวกเขาล้อมรอบแท่นสูงอย่างรวดเร็ว
“บุก!”
โอดะ ชินกะ ออกคำสั่ง จากนั้น เหล่านินจาเงาดำก็ก้าวเท้าอย่างว่องไว บุกเข้าโจมตีกองทัพหมาป่าผู่ถูทันที ฝั่งตรงข้าม เมื่อพวกจางเมิ่งเห็นว่ายังมีคนกล้าปะทะกับพวกเขาซึ่งๆ หน้าอยู่อีก ก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา แต่เหยื่อที่ส่งมาถึงปากเช่นนี้จะไม่กินได้อย่างไร
“อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!”
ในไม่ช้า กองทัพหมาป่าผู่ถูและเหล่านินจาเงาดำก็เข้าสู่ระยะโจมตี และแล้ว…
เห็นเพียงพวกนินจาเงาดำพร้อมใจกันล้วงดาวกระจายนับไม่ถ้วนออกมาจากอกเสื้อ แล้วขว้างใส่กองทัพหมาป่าผู่ถูอย่างรวดเร็ว เมื่อเผชิญกับการโจมตีระดับนี้ กองทัพหมาป่าผู่ถูไม่ได้หลบหลีกเลยแม้แต่น้อย จากนั้นดาวกระจายที่ถูกขว้างมากระทบกับเกราะหนาของกองทัพหมาป่าผู่ถูก็พลันเกิดประกายไฟ แต่ไม่ทำให้กองทัพหมาป่าผู่ถูบาดเจ็บแม้แต่น้อย พอเห็นดังนั้น เหล่านินจาเงาดำก็เปลี่ยนท่าทีในทันที พวกเขาพร้อมใจกันผนึกท่า จากนั้นนินจาเงาดำทั้งหมดก็ถอดหน้ากากออก แล้วพ่นเปลวไฟลูกใหญ่ออกมาจากปาก จนกลายเป็นทะเลเพลิงถาโถมเข้าใส่กองทัพหมาป่าผู่ถู ท่วมทับพวกเขาในพริบตา
เมื่อเห็นภาพนั้น โอดะ ชินกะ ก็กล่าวอย่างมั่นใจว่า “เป็นแค่ทหารต้าเฉียนธรรมดา จะเป็นคู่ต่อสู้ของกองทัพนินจาข้าได้อย่างไร”
ในเวลาเดียวกันนั้น เหล่าขุนนางที่อยู่รายล้อมโอดะ ชินกะ ก็ต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะเห็นกองทัพหมาป่าผู่ถูบุกเข้ามาอย่างดุดัน พวกเขาก็เลยรู้สึกหวาดกลัวมาก หลี่เต้ามองลงไปด้านล่าง คิ้วไม่ขยับแม้แต่น้อย ทำเพียงแค่จ้องมองอย่างเงียบๆ เท่านั้น แต่แล้วภาพเหตุการณ์ต่อมาก็ทำให้โอดะ ชินกะ และคณะที่กำลังดีใจอยู่นั้น หัวเราะไม่ออกในทันที
เพราะท่ามกลางทะเลเพลิงนั้น เหล่าทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูได้ฝ่าเปลวไฟพุ่งออกมา เว่ยอวิ๋นออกคำสั่งว่า “เตรียมหอก!”
เมื่อได้ยินคำสั่งนั้น เหล่าทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูก็ต่างพร้อมใจกันยกหอกยาวขึ้น
“ขว้าง!”
จากนั้นทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูก็เริ่มขว้างพร้อมกัน แล้วหอกยาวสีดำมากมายก็พุ่งเข้าใส่เหล่านินจาเงาดำ เมื่อเห็นดังนั้น นินจาเงาดำก็พยายามจะหลบหนี แต่หอกเหล่านั้นเคลื่อนที่เร็วเกินกว่าจะหลบพ้นไปได้
โครม!
เมื่อฝนหอกยาวตกลงมา เหล่านินจาเงาดำจำนวนมากก็ถูกแทงทะลุร่างตรึงกับพื้น เหลือรอดเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ในเวลานั้นเอง กองทัพหมาป่าผู่ถูก็ได้บุกเข้ามาประชิดตัวพวกเขาแล้ว พอปะทะกับกองทัพหมาป่าผู่ถูซึ่งๆ หน้า ทุกคนถึงได้รู้ว่าอะไรคือการทำลายล้างอย่างราบคาบ เหล่านินจาเงาดำที่เดิมทีดูเหมือนจะมีพลังไม่ธรรมดา กลับถูกกลืนหายไปในกองทัพหมาป่าผู่ถู แม้แต่ระลอกคลื่นเล็กๆ ก็ไม่อาจสร้างได้ ส่วนบนแท่นสูง
หลี่เต้าได้เห็นคะแนนคุณสมบัติในระบบที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแบบไม่ได้เห็นมานานแล้ว เพียงไม่กี่ลมหายใจ คะแนนคุณสมบัติอย่างน้อยหมื่นคะแนนก็ตกเป็นของเขา
“นี่มันเป็นไปได้อย่างไร!”
พอโอดะ ชินกะ เห็นกองกำลังพิเศษที่ตนบ่มเพาะมาหลายปีต้องพินาศย่อยยับไปเช่นนี้ ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความไม่อยากจะเชื่อ คนพวกนี้คือกำลังที่เขาเตรียมไว้สำหรับการรุกรานและปล้นชิงดินแดนต้าเฉียน หากไร้ซึ่งความช่วยเหลือจากเหล่านินจาเงาดำ แผนการของเขาก็เรียกได้ว่าล้มเหลวกลางคัน
“ไปฆ่าพวกมันให้หมด! ฆ่าให้หมด!”
โอดะ ชินกะ ตะโกนออกมาด้วยความโกรธที่พลุ่งพล่านขึ้นในใจ แต่นินจาเงาดำทั้งหมดถูกทำลายจนสิ้นแล้ว เหลือเพียงแค่ทหารธรรมดาของเกาะเท่านั้น คนเหล่านี้แม้ว่าจะวิ่งหนีก็ยังไม่ทัน แล้วจะไปรนหาที่ตายได้อย่างไร
“ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า!”
โอดะ ชินกะ หันกลับมาจ้องหลี่เต้าอย่างเอาเป็นเอาตาย
คนพวกนี้ล้วนเป็นคนที่หลี่เต้าพามา ดังนั้นเขาคือต้นเหตุ
“ไปตายซะ!”
โอดะ ชินกะ ลงมือโจมตีทันที แม้เขาจะเป็นผู้ปกครองของแคว้นหมู่เกาะ แต่ความแข็งแกร่งของเขาเป็นรองเพียงราชครูเท่านั้น มีวรยุทธถึงระดับมหาราชาปรมาจารย์ โอดะ ชินกะ ชักดาบยาวที่เอวออกมาแล้วฟาดใส่หลี่เต้า
“นี่งดาบสังหารเทพ!”
เมื่อดาบถูกฟันลงมาก็เกิดเป็นประกายดาบสีเทาดำขนาดร้อยจั้งในอากาศ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนั้นแม้ว่าคมดาบจะยังไม่ทันฟันลงก็ทำให้แท่นสูงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงแล้ว ทุกคนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนั้น อวี้หลิงในอ่างน้ำข้างกายหลี่เต้าแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมา รู้สึกราวกับลมหายใจหยุดชะงัก ในชั่วขณะนั้นนางคล้ายเห็นเสด็จแม่กำลังโบกมือเรียก
เมื่อเห็นประกายดาบกำลังจะฟาดลงบนศีรษะของหลี่เต้า โอดะ ชินกะ ก็ตะโกนอยู่ในใจ ‘ตายซะ!’
แต่ทว่าภาพที่เกิดขึ้นต่อมากลับทำให้ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต้องเบิกตากว้าง เมื่อเห็นประกายดาบฟาดลงมา หลี่เต้าก็ยังคงมีสีหน้านิ่งสงบ เขายื่นสองนิ้วออกไปอย่างไม่รีบร้อน ในตอนที่ประกายดาบขนาดร้อยจั้งได้มาถึงตรงหน้า นิ้วทั้งสองของเขาก็หนีบเข้าหากันตามจังหวะ และแล้วประกายดาบก็หยุดนิ่ง หยุดอยู่ระหว่างนิ้วทั้งสองนั้น ในชั่วขณะนี้ ประกายดาบอันน่าสะพรึงกลัวนั้นกลับกลายเป็นเพียงเรื่องตลก
แม้แต่พลังที่จะส่งผ่านไปถึงแท่นสูงก็ยังไม่มีเหลือ ทั้งหมดถูกหลี่เต้าสลายจนหมดสิ้น