ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 644 อมนุษย์มัจฉาชราคน
“โฮ้ง!”
ขณะที่หลี่เต้ากำลังลังเลอยู่นั้น ก็มีเสียงหมาป่าหอนสองเสียงดังมาจากที่ไม่ไกล เสี่ยวเฮย เสี่ยวไป๋?
ในตอนนั้นเอง หลี่เต้าจึงนึกขึ้นได้ว่าตนเองดูเหมือนจะลืมอะไรบางอย่างไป พอเขามองไปตามทิศทางที่เสียงดังมา ก็เห็นเสี่ยวเฮย เสี่ยวไป๋ที่ไม่สนใจหินหนืดเดือดใต้เท้า เหยียบย่ำวัตถุสีดำที่เกิดจากหินหนืดวิ่งตรงมา
สาเหตุที่เสี่ยวเฮย เสี่ยวไป๋ไม่สนใจสิ่งที่อยู่ใต้เท้านั้น ก็เป็นเพราะรอบกายของพวกมันมีม่านน้ำห่อหุ้มอยู่ ซึ่งช่วยกันความร้อนจากรอบข้างเอาไว้ และที่ด้านหลังของเสี่ยวเฮย เสี่ยวไป๋ ชาวมนุษย์มัจฉาที่เขาเคยช่วยไว้ก็ได้ปรากฏตัวขึ้น เช่นเดียวกับเสี่ยวเฮย เสี่ยวไป๋ ชาวมนุษย์มัจฉาเองก็ไม่สนใจน้ำทะเลเดือดและหินหนืด พวกเขาห่อหุ้มตัวด้วยม่านน้ำแล้วเคลื่อนที่เข้ามาหา “ท่านผู้มีพระคุณ…” หลังจากมาถึงเบื้องหน้าหลี่เต้าแล้ว อวี้หลิงก็ออกมา ยืนอยู่ข้างหน้าทันที
“เหตุใดพวกเจ้าจึงวิ่งกลับมา?”
“ท่านผู้มีพระคุณเคยช่วยข้าไว้ พวกข้าจึงมาช่วยพวกท่าน”
เมื่อพูดจบ อวี้หลิงก็พยักหน้าให้แม่ทัพมนุษย์มัจฉา แม่ทัพมนุษย์มัจฉาจึงโบกมือให้เหล่ามนุษย์มัจฉาที่อยู่เบื้องหลัง ทันใดนั้นก็เห็นเพียงเหล่าสตรีมนุษย์มัจฉาอ้าปากพ่นลมหายใจออกมา พวกนางพ่นม่านน้ำใสออกมา จากนั้นม่านน้ำก็ได้ล่องลอยไปคลุมร่างของทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูคนหนึ่ง ทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูผู้นั้นไม่ได้ขัดขืน เมื่อม่านน้ำสัมผัสกับร่างเรียบร้อยแล้ว ในชั่วขณะนั้นม่านน้ำก็ทำการ
ห่อหุ้มร่างทั้งหมดเอาไว้
“อ๊ะ! ไม่ร้อนแล้ว?”
ด้วยฤทธิ์ของม่านน้ำ ไอน้ำที่กำลังเดือดพล่านอยู่รอบๆ ก็ได้ถูกสกัดเอาไว้ แม้ว่าสตรีมนุษย์มัจฉาจะมีจำนวนไม่มาก แต่พวกนางก็ยังใช้ม่านน้ำปกป้องกองทัพหมาป่าผู่ถูทั้งหมดได้ ก่อนที่หินหนืดจะไหลมาถึง สุดท้ายก็เหลือเพียงหลี่เต้าเท่านั้น เหล่าสตรีมนุษย์มัจฉาไม่ได้ทำอะไรต่อ แต่กลับหันไปมองราชินีของตนแทน
ใบหน้าของอวี้หลิงพลันแดงระเรื่อ จากนั้นนางก็เดินมาตรงหน้าหลี่เต้า แล้วค่อยๆ ยื่นมือไปจับมือใหญ่ของเขาอย่างระมัดระวัง แล้วม่านน้ำบนร่างของนางก็แผ่ขยายออก ห่อหุ้มหลี่เต้าเข้าไปด้วย เมื่อเห็นหลี่เต้าไม่ได้ขัดขืน อวี้หลิงก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นนางก็ออกคำสั่งว่า “ลงทะเลกันเถอะ”
เมื่อพูดจบนางก็จูงมือหลี่เต้าเตรียมจะเคลื่อนที่ หลี่เต้าเองก็มิได้ขัดขืนแต่อย่างใด เขาออกคำสั่งว่า
“ตามมา”
เมื่อทุกคนมาถึงริมทะเล น้ำทะเลในยามนี้ได้เริ่มเดือดพล่านเพราะอิทธิพลของหินหนืดใต้ทะเล
ทว่าชาวมนุษย์มัจฉาไม่สนใจน้ำทะเลที่กำลังเดือดพล่าน พวกนางพากันดำดิ่งลงไปในทะเลทันที เมื่อเหล่าทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูเห็นเช่นนั้น พวกเขาก็สบตากัน จางเมิ่งรวบรวมความกล้าเดินมาที่ริมทะเล
“ข้าจะลงไปก่อน”
จากนั้นเขาก็ขี่หมาป่ากระโจนลงทะเลไปทันที
ความร้อนแผดเผาอย่างที่คิดไว้กลับไม่เกิดขึ้น ด้วยผลของม่านน้ำ ทำให้น้ำทะเลถูกกั้นไว้ด้านนอกทั้งหมด
ทันใดนั้นจางเมิ่งก็โผล่ศีรษะขึ้นมาเหนือผิวน้ำ แล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ไม่เป็นไรทุกคน ลงมาได้”
เมื่อเห็นจางเมิ่งไม่เป็นอันตราย เหล่าทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูทั้งหมดก็พากันกระโดดลงทะเล ในไม่ช้าริมฝั่งเกาะสีทะเลก็เหลือเพียงแค่หลี่เต้าและอวี้หลิง อวี้หลิงกล่าวเสียงเบาว่า “ท่านผู้มีพระคุณ พวกเราลงไปกันเถิด ภูเขาไฟที่นี่กำลังจะปะทุแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เต้าก็หันไปมองดูเกาะสีทะเลที่กำลังจมดิ่งอีกครั้ง
“ไปดูบนท้องฟ้ากับข้าสักหน่อยเถอะ”
ก่อนที่อวี้หลิงจะทันได้คิดอะไรมาก หลี่เต้าก็พานางบินขึ้นสู่ท้องฟ้าเสียแล้ว เมื่อยืนอยู่บนท้องฟ้าแล้วมองลงไปยังเกาะสีทะเล ภาพที่เห็นตรงหน้านี้ก็ยิ่งดูน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น หลี่เต้ามองผ่านควันดำและควันขาวที่ปกคลุมทั่วเกาะ
สีทะเลด้วยดวงตาที่ผ่านการแปรสภาพมา เขาเห็นพวกคนแคระที่กำลังวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง อีกทั้งยังเห็นตามชายฝั่งอื่นๆ ของเกาะสีทะเลมีคนแคระจำนวนมากพยายามนั่งเรือหนีออกจากเกาะสีทะเล
“ข้าจะช่วยเพิ่มแรงให้พวกเจ้าอีกหน่อย”
หลังพูดจบ หลี่เต้าก็ยกมือขวาชูง้าวมังกรทมิฬชี้ขึ้น
ในชั่วขณะถัดมา ง้าวมังกรทมิฬก็หมุนด้วยความเร็วสูงอยู่เหนือศีรษะของเขา และตามการหมุนของง้าวมังกรทมิฬนั้น พลังปราณโลหิตจำนวนมากก็ได้มารวมตัวกันบนง้าวมังกรทมิฬที่กำลังหมุน ในไม่ช้าบนง้าวมังกรทมิฬก็พลันปรากฏลูกกลมสีเลือดขึ้น และมันก็กำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตามการหมุนของง้าวมังกรทมิฬ สุดท้ายลูกพลังปราณโลหิตขนาดมหึมาเส้นผ่านศูนย์กลางสามจั้งก็ถูกสร้างจนเสร็จสมบูรณ์
หลี่เต้าจ้องมองไปยังจุดที่เดือดพล่านที่สุดตรงกลางเกาะสีทะเล จากนั้นง้าวมังกรทมิฬในมือของเขาก็พลันหยุดนิ่งอย่างกะทันหัน
“ไป!”
ทันใดนั้นง้าวมังกรทมิฬก็พุ่งทะยานออกไปข้างหน้า แล้วลูกพลังปราณโลหิตขนาดมหึมาก็พุ่งออกไปพร้อมกัน มุ่งตรงไปยังจุดที่หลี่เต้าจ้องมองเอาไว้ เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้น หลี่เต้าก็หันไปมองอวี้หลิงที่ยืนอึ้งงันแล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “ลงไปได้แล้ว”
ขณะที่ทั้งสองกลับลงมาถึงพื้น ในจังหวะที่กำลังจะก้าวลงสู่ผืนน้ำ
ทันใดนั้นเกาะสีทะเลใต้เท้าของพวกเขาก็พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จากนั้นเสียงสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากใต้เกาะสีทะเล การระเบิดอย่างรุนแรงนี้ทำให้ทั้งเกาะสีทะเลสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว ในชั่วขณะนั้นหินหนืดใต้ผืนน้ำก็ยิ่งปั่นป่วนรุนแรงขึ้น โครม!
เสียงดังมหึมาทำให้อวี้หลิงหันกลับไปมองโดยไม่รู้ตัว
ส่วนลึกของเกาะสีทะเล เสาหินหนืดได้พุ่งทะลุขึ้นสู่ท้องฟ้า ย้อมท้องนภาให้แดงฉานในพริบตา
ในเวลาเดียวกัน คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวก็กำลังกวาดไปทั่วบริเวณรอบเกาะสีทะเล
“รีบลงไปเร็ว!”
เมื่ออวี้หลิงเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น นางก็รีบดึงตัวหลี่เต้ากระโดดลงสู่ทะเล พอคลื่นกระแทกพัดผ่านมา ผืนน้ำทะเลก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ตามแนวชายฝั่งอื่นๆ ของเกาะสีทะเล เดิมทีพวกคนแคระบางคนยังมีโอกาสที่จะอพยพอย่างเป็นระเบียบ แต่แรงกระแทกที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ได้พลิกคว่ำเรือไปหลายลำ ทำให้พวกคนแคระจำนวนมากตกอยู่ในความ
สิ้นหวัง ส่วนทางด้านหลี่เต้าเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอย่างต่อเนื่องที่ข้างหู เขาก็พยักหน้ารับในใจอย่างเงียบๆ เป็นไปตามที่คาดไว้ พวกคนแคระที่ตายเพราะพลังที่เขากระตุ้นขึ้นมาก็นับเป็นผู้ที่ถูกเขาสังหาร อย่างน้อยก็ไม่ได้ปล่อยให้พวกคนแคระบนเกาะสีทะเลตายเปล่า เมื่อได้สติกลับมา หลี่เต้าก็มองไปรอบๆ ด้วยการปกป้องของม่านน้ำ ทำให้เขาไม่ต้องสัมผัสกับน้ำทะเลโดยตรง
เมื่อมองออกไปไกลสุดสายตา ทั่วทั้งทะเลกว้างใหญ่ก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า หลี่เต้ามองเห็นรอยแยกลึกใต้พื้นทะเลที่มีหินหนืดสีส้มแดงร้อนระอุพวยพุ่งออกมาจากรอยแยกนั้น ภายใต้การนำทางของอวี้หลิง พวกเขาได้ไล่ตามกองทัพหมาป่าผู่ถูทันอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูหรือหมาป่า พวกเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีดุร้ายเหมือนตอนอยู่บนเกาะอีกต่อไป ทุกคนต่างมองดูสภาพแวดลอมรอบตัวอย่างสนใจผ่านม่านน้ำ
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา พวกเขาไม่เคยเห็นภาพเช่นนี้
ส่วนเหล่ามนุษย์มัจฉาก็จ้องมองกองทัพหมาป่าผู่ถูอย่างสนใจเช่นกัน พวกนางเคยพบมนุษย์ที่เก่งกาจมาบ้าง แต่ไม่เคยเห็นกลุ่มมนุษย์ที่เก่งกาจพร้อมกันมากมายเช่นนี้มาก่อน ภายใต้การนำทางของชาวมนุษย์มัจฉา ทุกคนได้ว่ายน้ำออกไปไกลมาก จนกระทั่งอุณหภูมิของน้ำทะเลกลับสู่ภาวะปกติ พวกเขาจึงหยุดพัก ภายใต้การควบคุมของชาวมนุษย์มัจฉา ม่านน้ำได้ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ ทุกคนมองไปยังเกาะสีทะเลที่อยู่ห่างออกไป
การมองจากระยะใกล้นั้นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การมองจากระยะไกลนี้กลับน่าตื่นตะลึงยิ่งกว่า โดยเฉพาะหลังจากที่หลี่เต้าได้ ‘เพิ่มเติมบางอย่าง’ ลงไปในเกาะสีทะเล ในตอนนี้เกาะสีทะเลได้ให้ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ท้องฟ้าเปลี่ยนสีไปหมด หินหนืดที่เดือดพล่านพุ่งออกมาจากทุกที่บนเกาะสีทะเล สิ่งสำคัญก็คือการปะทุของภูเขาไฟครั้งนี้ดูเหมือนจะมีปฏิกิริยาลูกโซ่ตามมา มันค่อยๆ แผ่ขยายออกไปยังบริเวณโดยรอบ
เพียงแค่มองดูก็รู้ว่าจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าสภาพเช่นนี้จะคงอยู่ไปนานเท่าใด ในตอนนั้นเอง ได้มีผู้พบความผิดปกติของคลื่นในทะเล เมื่อหันกลับไปมอง พวกเขาก็เห็นวัตถุมหึมาที่ไม่รู้ว่าเข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อใด หลี่เต้ายังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็มีเสียงแผ่วเบาดังเข้ามาในหู
“แช่น้ำทะเลสบายดีหรือ? ถ้าไม่ไหวก็ขึ้นเรือมาพักผ่อนเถอะ”