ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 646 ความตายของโอดะ ชินกะ
บนผืนทะเลแห่งหนึ่งที่ห่างจากเกาะสีทะเลไปไม่ไกลนัก เรือลำใหญ่หลายลำกำลังเร่งออกห่างจากเกาะสีทะเล ผู้ที่บัญชาการเรือเหล่านี้ไม่ใช่ผู้ใด แต่เป็นโอดะ ชินกะ ที่เลือกหนีหลังจากปะทะกับกองทัพหมาป่าผู่ถู
“องค์ราชา พวกเราจะทำอย่างไรต่อ จะไปที่ใดดีพะยะค่ะ”
ผู้ใต้บังคับบัญชาร่างเตี้ยคนหนึ่งที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนเข้ามาถามข้างโอดะ ชินกะ
“จะทำอย่างไรกันงั้นหรือ?”
โอดะ ชินกะ เหลียวกลับไปมองเกาะสีทะเลที่บัดนี้มันกลายเป็นทะเลเพลิงไปแล้ว ในดวงตาฉายแววสับสนขึ้นมา พูดตามตรงแม้แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อ เขาคิดไม่ออกทั้งที่เมื่อไม่นานมานี้ทุกอย่างยังดีอยู่ เหตุใดจึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้ หากเขาเดาไม่ผิด ทางฝั่งท่านราชครูคงเกิดปัญหาแน่ ไม่อย่างนั้นเกาะสีทะเลก็มีแรงกายแรงใจของเขาอยู่ด้วย คงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยังไม่ปรากฏตัวจนถึงตอนนี้ โอดะ ชินกะ พลันนึกถึงกองทัพที่เขาเผชิญหน้าด้วยก่อนจะค่อยๆ ได้สติขึ้นมา
จากนั้นเขาก็เอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “ไปแจ้งผู้คนบนเกาะอื่นๆ ให้พวกเขาอพยพหนีไปกับพวกเราก่อน”
หากการคาดเดาของเขาไม่ผิด กองทัพที่มีพลังน่าสะพรึงกลัวนั้นคงไม่ปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ เช่นนี้ เกรงว่าเมื่อฝ่ายตรงข้ามรู้ตัวก็คงจะโจมตีพวกเขาอีก ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้คือต้องรีบออกจากน่านน้ำแห่งนี้โดยเร็ว
“อพยพหนีหรือ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าคนแคระบนเรือก็ต่างมีสีหน้างุนงง พวกเขาอาศัยอยู่ในน่านน้ำแห่งนี้มาหลายชั่วอายุคน
หากจะให้อพยพไปแล้วจะไปอยู่ที่ใดกัน โอดะ ชินกะ เห็นความลังเลคนใต้บังคับบัญชา เขาจึงเอ่ยปากปลอบใจว่า “เพียงแค่ฟังคำสั่งของข้าก็พอ การอพยพครั้งนี้เป็นเพียงชั่วคราว สักวันพวกเราต้องได้กลับมาแน่”
“เมื่อถึงตอนนั้น…”
โอดะ ชินกะ เหลือบมองไปที่เกาะสีทะเลด้วยสายตาเย็นชา พลางเอ่ยพึมพำว่า “สักวันพวกเราจะต้องกลับมาแก้แค้นให้ได้!”
“แก้แค้นหรือ? เกรงว่าพวกเจ้าคงไม่มีวันได้เห็นวันนั้นแล้ว”
ทันทีที่โอดะ ชินกะ พูดจบ ก็มีเสียงหนึ่งดังเข้ามาในโสตประสาทของเขา ชั่วขณะนั้น สีหน้าของโอดะ ชินกะ และคนอื่นๆ ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทุกคนมองไปตามทิศทางที่เสียงดังมา พวกเขาถึงได้พบว่ามีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นบนเรือโดยไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อใด
“เป็นเจ้า!”
หลังจากเห็นใบหน้าของหลี่เต้าได้ชัดเจน หัวใจของโอดะ ชินกะ ก็ดิ่งวูบลงเหวในทันที
“พบกันอีกแล้ว”
หลี่เต้าเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้ม โอดะ ชินกะไม่ได้ตอบกลับ แต่กลับกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้น หลี่เต้าก็เตือนว่า “ไม่ต้องมองหาหรอก ราชครูของเจ้ายังคงติดอยู่ที่เกาะสีทะเล”
เกาะสีทะเล!
ทันใดนั้น สีหน้าของโอดะ ชินกะ ก็ยิ่งดูย่ำแย่ลงไปอีก สภาพของเกาะสีทะเลเป็นอย่างไรก็ยังคงอยู่ที่นั้น
ประโยคนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อีกฝ่ายกำลังบอกว่าการต่อสู้ก่อนหน้านี้ราชครูเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
หลี่เต้ามองดูเหล่าคนแคระที่มีสีหน้าตื่นตระหนกรอบข้าง ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาว่า “ไม่พูดอะไรอีกแล้ว ถึงเวลาส่งพวกเจ้าไปเสียที”
“วางใจเถิด ข้าจะลงมือโดยเร็ว เจ้าไม่ต้องทนทุกข์ทรมานมากนัก”
เมื่อกล่าวจบ หลี่เต้าก็พลันยกมือขึ้น กลิ่นอายสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างทำให้ผู้คนบนเรือไม่กล้าขยับตัว ตึง!
ในตอนนั้นเอง เสียงกระแทกก็ได้ดังขึ้นบนดาดฟ้าเรือ เมื่อหลี่เต้าเงยหน้ามอง สีหน้าของเขาก็พลันชะงักไปทันที
เพราะโอดะ ชินกะ คุกเข่าลงบนดาดฟ้าเรือเสียอย่างนั้น
“ขอความกรุณาท่านละเว้นชีวิตพวกเราด้วย!”
ในขณะนี้โอดะ ชินกะ ไม่หลงเหลือบารมีของผู้ยิ่งใหญ่อีกต่อไป ดูจากท่าทางที่คุกเข่าก้มหน้าจรดพื้นแล้วเขากำลังวิงวอนขอชีวิตอย่างจริงจัง เมื่อเห็นท่าทางของโอดะ ชินกะ หลี่เต้าก็เหลือบมองไปยังพวกคนแคระที่เหลือโดยไม่รู้ตัว เดิมทีคิดว่าเมื่อเห็นองค์ราชาของตนเป็นเช่นนี้ พวกเขาคงรู้สึกว่าศักดิ์ศรีถูกทำลาย อย่างไรเสียในยุคโบราณมีคำกล่าวที่ว่า เมื่อเจ้านายอับอาย ขุนนางต้องยอมตาย
แต่ผลลัพธ์กลับ…
ชั่วขณะนั้นได้มีเสียงคุกเข่าดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่นานผู้คนบนเรือลำนี้และเรือลำอื่นๆ รอบข้างก็พากันคุกเข่าก้มหน้าจรดพื้นเช่นเดียวกัน กลุ่มคนเริ่มวิงวอนขอความเมตตาอย่างพร้อมเพรียงกันโดยทันที เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเหล่านี้เห็นด้วยกับการกระทำของโอดะ ชินกะ อย่างยิ่ง
“เฮ้อ”
หลี่เต้าถอนหายใจยาว ดูเหมือนก่อนหน้านี้เขาจะประเมินพวกคนแคระเหล่านี้สูงเกินไป
พวกคนแคระเหล่านี้ต่ำต้อยยิ่งกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก หรืออีกแง่หนึ่งคือพวกคนแคระเหล่านี้ไม่มีใครมีศักดิ์ศรีเลยแม้แต่คนเดียว เมื่อมองดูพวกคนแคระที่กำลังหมอบราบกับพื้นด้วยใบหน้าแสดงความจริงใจในการวิงวอนขอชีวิต หากเป็นคนทั่วไปก็อาจเลือกที่จะปล่อยพวกเขาไป หรือไม่ก็ไม่อยากให้มือแปดเปื้อนเพราะคนเหล่านี้ แต่หลี่เต้านั้นต่างออกไป ยิ่งพวกเขาแสดงสันดานอันต่ำช้าออกมามากเท่าไร จิตสังหารของเขาก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นเท่านั้น
ประสบการณ์จากชาติที่แล้วก็พิสูจน์ให้เห็นว่า บางคนนั้นต้องกำจัดทิ้งให้สิ้นซากจึงจะเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง ทันใดนั้นโอดะ ชินกะ ก็เอ่ยปากขึ้นมา “ท่านผู้สูงศักดิ์แห่งต้าเฉียน พวกเราจากแคว้นหมู่เกาะยินดีที่จะยอมสวามิภักดิ์ต่อต้าเฉียนโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น หวังว่าท่านจะละเว้นชีวิตพวกเราด้วย”
ท่าทางอันต่ำต้อยเช่นนี้เกือบจะถึงขั้นบอกว่าพวกเขายอมเป็นสุนัขรับใช้ต้าเฉียนอยู่แล้ว ไม่ถูกต้อง แม้แต่การเปรียบเทียบกับสุนัขก็ยังเป็นการดูหมิ่นสุนัข พวกมันคงมีความคิดที่จะเป็นเพียงปรสิตที่เกาะกินต้าเฉียน
วันหนึ่งเมื่อพวกมันดูดเลือดจนแข็งแกร่งแล้ว หรือเมื่อเจ้าของบ้านอ่อนแอลง พวกมันก็คงจะเป็นพวกแรกที่กระโดดออกมาหักหลังต้าเฉียน เมื่อโอดะ ชินกะ เห็นหลี่เต้าไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ก็คิดว่าการกระทำของพวกตนได้ผล เขาจึงถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ขอเพียงมีชีวิตรอดก็พอ แต่แล้วในชั่วขณะถัดมา คำพูดของหลี่เต้าก็ทำให้ร่างของเขาเย็นเฉียบไปทั้งตัว
“ใครกันที่ให้ความมั่นใจพวกเจ้า จนทำให้พวกเจ้าเข้าใจผิดว่าสามารถเข้าร่วมกับต้าเฉียนได้”
ทันใดนั้น โอดะ ชินกะ ก็พลันเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ทว่าในชั่วขณะถัดมา แสงสีแดงสายหนึ่งก็ได้ทะลุผ่านหว่างคิ้วของเขาไป ความเจ็บแปลบเล็กน้อยทำให้โอดะ ชินกะ ยกมือขึ้นลูบตรงนั้นโดยไม่รู้ตัว และเขาก็ได้ลูบคลำจนพบรูโหว่ที่หว่างคิ้วของตัวเอง
“หัว… หัวข้า…”
โอดะ ชินกะ พูดไม่ทันจบประโยค ร่างก็พลันทรุดลงบนแผ่นกระดานทันที [ฆ่าศัตรูหนึ่งคน ได้รับคุณสมบัติ : 18,315.28]
เมื่อพวกคนแคระที่เหลือเห็นสภาพของโอดะ ชินกะ ที่ตายตาไม่หลับ พวกเขาก็ต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แม้แต่องค์ราชาของพวกเขาอีกฝ่ายยังสามารถสังหารได้โดยไม่ลังเล แล้วพวกเขาจะเป็นเช่นไร ชั่วครู่ต่อมา บนเรือที่โอดะ ชินกะ นำออกมาจากเกาะสีทะเลก็ไม่เหลือผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว หลังจากกำจัดโอดะ ชินกะ แล้ว ต่อไปก็เพียงรอให้กองทัพหมาป่าผู่ถูกวาดล้างพวกคนแคระที่เหลือบนเกาะต่างๆ ของแคว้นหมู่เกาะให้หมดสิ้น การเดินทางมาอี้โจวครั้งนี้ก็จะสิ้นสุดลง
“ออกมานานเช่นนี้ ไม่รู้ว่าทางด้านเสี่ยวอวี้เอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง”
ในเวลาเดียวกัน ณ วังหลวงแห่งเมืองหลวงต้าเฉียน วังหลัง ตำหนักหมิงเยว่ แม้ว่าองค์หญิงหมิงเยว่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นว่าที่จักรพรรดินีแล้ว แต่นางก็ยังคงพำนักอยู่ในตําหนักหมิงเยว่ของตนเช่นเดิม
“ข้าสั่งให้พวกเจ้าเตรียมของต่างๆ เตรียมเสร็จแล้วหรือยัง”
องค์หญิงหมิงเยว่ถามนางกำนัลที่อยู่ข้างกาย เมื่อได้ยินคำถาม นางกำนัลผู้นั้นก็คำนับก่อนทูลตอบว่า
“ทูลองค์หญิง ของส่วนใหญ่ได้นำออกมาจากคลังหลวงแล้ว ส่วนที่เหลือก็ได้นำมาจากที่อื่นๆ สิ่งของทั้งหมดที่พระองค์ต้องการได้นำเข้าเก็บในคลังเรียบร้อยแล้ว องค์หญิงสามารถเบิกใช้ได้ทุกเมื่อเพคะ”
องค์หญิงหมิงเยว่พยักหน้า “อืม ดีแล้ว เรื่องนี้ทำได้ดี ไปรับรางวัลเถิด”
นางกำนัลจึงคำนับแล้วจากไป เหลือเพียงองค์หญิงหมิงเยว่เพียงลำพัง
องค์หญิงหมิงเยว่พึมพำกับตนเอง “เริ่มได้แล้วกระมัง”
จี้หมิงเยว่ตอบ “อืม ได้แล้ว ทางด้านเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ก็เตรียมพร้อมแล้วเช่นกัน”