ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 74 ทำให้หมอทหารผู้เฒ่าตะลึง
บทที่ 74 ทำให้หมอทหารผู้เฒ่าตะลึง
ตลอดห้าสิบกว่าปีที่เป็นหมอทหารในค่าย คนที่ผ่านมือเขาไม่ต่ำกว่าแปดหมื่นคน เขาเคยพบผู้มีพรสวรรค์พิเศษมามากมาย แต่ไม่มีใครเทียบคนตรงหน้าได้เลย หรือพูดได้ว่าไม่อาจเทียบกันได้เลยทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อนิ้วของเขากดลงบนเส้นชีพจรของอีกฝ่าย กลับมีอาการจับไม่มั่นเกิดขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการเต้นของเส้นชีพจรอีกฝ่ายแข็งแรงเกินไป จนไม่อาจกดได้ง่าย ๆ
ในช่วงเวลานั้น ผู้คนจำนวนมากยืนรอดูเงียบ ๆ อยู่ด้านข้าง พวกเขาล้วนรอคอยให้ท่านเจิ้งเอ่ยคำพูดที่น่าตกใจออกมา เพื่อจะได้ยืนดูความสนุกในเหตุการณ์นี้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะรอนานแค่ไหน ก็แทบไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เกิดขึ้นเลย
“หรือว่าคนผู้นี้จะอ่อนแอจนทำให้ท่านเจิ้งถึงกับพูดไม่ออกเลยหรือ?” มีคนคาดเดาในใจอย่างชั่วร้าย
ในที่สุด เวลาก็ผ่านไปสักพัก ท่านเจิ้งจึงปล่อยมือออกอย่างเสียดาย ชีพจรแบบนี้เขาจับกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ ช่างน่าเสียดายจริงๆ เห็นท่านเจิ้งยังไม่เอ่ยปาก มีคนที่อยู่ด้านข้างทนรอไม่ไหวจึงเอ่ยถามว่า “ท่านเจิ้ง ท่านไม่มีอะไรจะพูดบ้างหรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ท่านเจิ้งมองไปรอบ ๆ กลุ่มคนที่ยืนรายล้อมอยู่รอบตัวเขา มีชีวิตอยู่ยาวนานมาถึงเพียงนี้ เขาจะไม่รู้หรือว่าพวกชายหนุ่มเหล่านี้กำลังคิดอะไรอยู่ ดังนั้น ชายชราจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “ร่างกายของหนุ่มน้อยผู้นี้แข็งแรงดีมาก เขาคือคนที่มีพรสวรรค์”
ทุกคน “???” พวกเขาไม่ได้ต้องการฟังเรื่องนี้ เหตุใดท่านถึงไม่พูดถึงไต ตับ ปอด และอื่น ๆ ที่อยู่ในปากของท่านออกมาเล่า? แต่ท่านเจิ้งได้นั่งลงวินิจฉัยแล้ว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพวกเขาอีกต่อไป จึงไม่สนใจผู้คนรอบข้างเลย
ในตอนนั้น มีคนหนึ่งอดไม่ไหวพึมพำเบา ๆ “เจ้าหนุ่มหน้าขาวคนนี้ จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่อ่อนแอ ชายชราผู้นี้คงไม่ได้กำลังหลอกพวกเราใช่หรือไม่?”
นายทหารเดินเข้ามาเตะก้นคนที่พูดโดยไม่รู้ตัว “แค่เจ้าหนูเช่นเจ้า กล้าสงสัยท่านเจิ้งอย่างนั้นหรือ?” พูดจบก็มองไปยังคนที่เหลือ “เสร็จแล้วก็ออกไปกันได้แล้ว”
นายทหารค้อมกายคำนับท่านเจิ้ง “ท่านเจิ้ง พวกข้าขอตัวก่อน”
“อืม” ท่านเจิ้งตอบรับเบา ๆ โดยไม่เงยหน้า แต่ทันใดนั้นก็นึกถึงชายหนุ่มเมื่อครู่ขึ้นมา จึงเงยหน้าขึ้นกล่าว “เจ้าจงระวังชายหนุ่มคนสุดท้ายเมื่อครู่ไว้”
นายทหารทำหน้างุนงง “เขามีปัญหาอะไรหรือ?”
ท่านเจิ้งไม่ได้ตอบตรง ๆ เพียงแต่กล่าวอย่างมีนัยสำคัญ “เจ้าเพียงแค่ระวังไว้ก็พอ ไม่เสียหายอะไรกับเจ้าหรอก”
นายทหารเกาศีรษะอย่างครุ่นคิด รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อท่านเจิ้งได้กล่าวคำเช่นนั้นออกมา เขาก็พยายามตรึกตรองและจดจำสิ่งที่ท่านเจิ้งพูดไว้ในใจอย่างถี่ถ้วน เพราะไม่ว่าอย่างไร คำกล่าวของท่านเจิ้งก็ยังคงมีน้ำหนักและเป็นสิ่งที่เขาควรคำนึงถึง
… ด้านนอกกระโจม มีคนจำนวนมากยืนรวมตัวกัน แต่ท่ามกลางฝูงชนเหล่านั้น กลับมีเพียงคนเดียวที่ดูแตกต่างจากคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด นั่นก็คือหลี่เต้า
สาเหตุที่ทำให้เขาดูแตกต่างก็คือความแข็งแรงของไตที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งสิ่งนี้ทำให้คนอีกสี่สิบเก้าคนในกลุ่มเริ่มรู้สึกอึดอัดใจอย่างไม่รู้ตัว ทันใดนั้น นายทหารก้าวออกมาอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้ตัว สายตาของเขาก็ถูกดึงดูดไปที่หลี่เต้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขามองหลี่เต้าอย่างตั้งใจอยู่สักพัก ก่อนจะค่อย ๆ สังเกตเห็นว่านอกจากรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาจนสะดุดตาแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้เขาดูพิเศษไปกว่าคนอื่นเลย
เมื่อปรับอารมณ์แล้ว เขาหันกลับไปมองกองทหาร “พวกเจ้าต่อไปต้องระวังตัวให้ดี อย่าพูดจาส่งเดชต่อหน้าผู้ใด โชคดีที่ท่านเจิ้งไม่โกรธ ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าคงได้เจอดีแน่”
มีคนหนึ่งอดสงสัยไม่ได้จึงถาม “พี่ใหญ่ ท่านเจิ้งผู้นี้เป็นใครกันหรือ?”
“เป็นใครงั้นหรือ?” นายทหารหัวเราะเยาะ “เขาคือคนที่พวกเจ้าต้องร้องไห้อ้อนวอนเพื่อเอาใจ ไม่กล้าล่วงเกินเชียวละ พวกเจ้าจำไว้เพียงอย่างเดียว ในค่ายทหารแห่งแคว้นอวิ๋นนี้ แปดส่วนของหมอทหารล้วนเป็นศิษย์ของท่านผู้นี้ อีกทั้งผู้บัญชาการระดับสูงในค่ายทหารแคว้นอวิ๋นกว่าครึ่งล้วนเคยได้รับการช่วยชีวิตจากท่านเจิ้งมาทั้งนั้น รวมถึงแม่ทัพเจิ้นเป่ยโหวเสิ่นจ้งของพวกเราด้วย”
“ข้าจะบอกตามตรง พวกเจ้าจะไปสร้างศัตรูกับใครในค่ายทหารก็ได้ แม้แต่แม่ทัพบางคนก็ยังพอมีทางรอด แต่หากผู้ใดกล้าไปสร้างความไม่พอใจให้ท่านเจิ้ง ข้าขอบอกตรง ๆ เลยว่าเจ้าเตรียมตัวตายไว้ได้เลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนจึงเข้าใจว่าชายชราผู้นั้นทรงอิทธิพลเพียงใด ถึงจะเป็นแค่หมอธรรมดา ๆ ตำแหน่งก็ไม่ได้สูง แต่อำนาจที่แฝงอยู่นั้นช่างน่าเกรงขาม หลี่เต้ารำพึงในใจ ‘สมแล้วที่ว่าไม่ว่ายุคสมัยใด หมอก็ย่อมเป็นที่ต้องการเสมอ โดยเฉพาะหมอในกองทัพ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขามีใครหนุนหลังอยู่บ้าง’
คิดมาถึงตรงนี้ เขาก็นึกถึงเหล่ากุ่ยขึ้นมา คนผู้นี้วิชาแพทย์ก็ล้ำลึกยิ่งนัก แต่ทำไมถึงชอบสร้างศัตรูนัก อีกอย่างผ่านมากว่าเดือนแล้ว ไม่รู้ว่าทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง แต่มีเหล่ากุ่ยคนเจ้าเล่ห์อยู่ คงไม่มีปัญหาอะไรกระมัง อย่างไรเสีย เหล่ากุ่ยชอบสร้างศัตรูขนาดนั้น แต่ก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ถึงร้อยกว่าปี เห็นได้ชัดว่าต้องมีวิธีรักษาชีวิตตนเองไม่น้อย
หลังจากนั้น ภายใต้การนำของนายทหาร กลุ่มคนก็เดินทางไปยังอีกที่หนึ่ง ลานกว้างใหญ่แห่งหนึ่ง ขณะนี้มีผู้คนมากมายมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ คนส่วนใหญ่แต่งกายเรียบง่ายเหมือนกับพวกเขา ซึ่งก็คือการแต่งกายแบบสามัญชน ไม่ผิดแน่ว่าพวกเขาล้วนมมาสมัครเป็นทหารและเข้าร่วมการทดสอบเช่นเดียวกัน
ตรงกลางลานมีแท่นยกพื้นหลายแท่น แต่ละแท่นมีนายทหารหลายนายคอยควบคุมดูแล ทุก ๆ ช่วงเวลาหนึ่ง จะมีผู้สมัครเป็นทหารขึ้นไปบนแท่น และคนที่อยู่บนแท่นก็จะลงมา นายทหารหยุดอยู่นอกลาน หันกลับมาพูดว่า “ต่อไปนี้คือการทดสอบขั้นสุดท้าย จะทดสอบสมรรถภาพร่างกายและความสามารถพิเศษของพวกเจ้า”
“หากต้องการเป็นทหารใต้บัญชาของท่านเจิ้นเป่ยโหวเสิ่นจ้ง ความธรรมดาเกินไปย่อมถูกคัดออกแน่นอน ต้องมีสมรรถภาพร่างกายที่ได้มาตรฐาน หรือไม่ก็ต้องมีความสามารถพิเศษที่เหมาะกับกองทัพ หากไม่มีทั้งสองอย่าง ตอนนี้กลับไปเสียก็ยังทัน จะได้ไม่ต้องมาขายหน้าและทำให้ข้าพลอยเสียหน้าไปด้วย”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ผู้คนที่อยู่ในที่นั้นต่างมองหน้ากัน แต่ไม่มีใครจากไปสักคนเดียว เห็นได้ชัดว่าผู้ที่มาสมัครเป็นทหารล้วนมีความมั่นใจในตัวเองพอสมควร ในจำนวนนั้นมีบางคนจ้องมองไปที่หลี่เต้า ในความคิดของพวกเขา หากจะมีใครในห้าสิบคนที่มีโอกาสถูกคัดออกมากที่สุด ก็คงเป็นคนที่แตกต่างจากคนอื่นในกลุ่มห้าสิบคนผู้นี้ รูปร่างหน้าตาดูเหมือนคนอ่อนแอ ร่างกายคงไม่สามารถทนทานได้ไหวอย่างแน่นอน พวกเขาไม่สนใจคำพูดของท่านเจิ้งแม้แต่น้อย จนถึงตอนนี้ยังมีคนจำนวนมากที่คิดว่าท่านเจิ้งสายตาฝ้าฟางจับชีพจรผิดพลาด
รออยู่ครู่หนึ่ง ไม่มีผู้ใดก้าวออกมา นายทหารจึงพยักหน้า แม้จะเห็นได้ว่าคนพวกนี้ค่อนข้างมั่นใจในตัวเอง แต่ทว่าจะมีมีความสามารถจริงหรือไม่ก็ต้องทดสอบดูก่อน นายทหารหันศีรษะมองไปรอบ ๆ สายตาหยุดอยู่ที่แท่นประลองแห่งหนึ่งซึ่งมีผู้คนอยู่น้อย
“เมื่อพวกเจ้าเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง ตอนนี้พวกเราจะเริ่มการทดสอบอย่างเป็นทางการ อันดับแรกพวกเราจะทดสอบด่านที่ทุกคนต้องผ่าน นั่นคือการตรวจสอบร่างกาย ในสนามรบ ไม่ว่าเจ้าจะมีความสามารถมากเพียงใด ร่างกายที่แข็งแกร่งคือสิ่งจำเป็นที่สุด ร่างกายที่แข็งแรงจะทำให้โอกาสรอดชีวิตจากสนามรบของเจ้าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ตอนนี้พวกเจ้าจงตามข้ามา”