ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 126 น้ำเต้าหยกม่วงเขียว!
“น้ำเต้าหยกนี่… แท้จริงแล้วมันคือของวิเศษอันใดกันแน่?”
กู้หย่วนทั้งตกตะลึงและสงสัย
ก่อนหน้านี้เขาก็เคยสงสัยอยู่เหมือนกันว่าของชิ้นนี้น่าจะมีที่มาไม่ธรรมดา เพราะตอนที่เพิ่งได้มันมาใหม่ๆ บนของชิ้นนี้มีแต้มเต๋าติดอยู่ถึงห้าร้อยกว่าแต้ม
ข้าวของทั่วไป ไม่มีทางมีแต้มเต๋ามากมายขนาดนี้แน่นอน
เพียงแต่ตอนหลังกู้หย่วนลองใช้วิชาค้นสมบัติตรวจสอบดูแล้ว ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ เขาจึงไม่ได้ใส่ใจมันอีก
แต่ดูจากตอนนี้แล้ว จี้หยกชิ้นนี้ไม่ธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด ภายในต้องมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เมื่อก่อนของชิ้นนี้ไม่เคยมีความผิดปกติใดๆ แต่ตอนนี้ ในยามที่กู้หย่วนกำลังผลัดเปลี่ยนกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็น พรสวรรค์กำลังถูกยกระดับ น้ำเต้าหยกใบนี้กลับเกิดความผิดปกติขึ้นมาพอดิบพอดี
สาเหตุเบื้องหลังเรื่องนี้ ช่างน่าคิดนัก
กู้หย่วนถือขวดน้ำเต้าหยกสีเขียวใบเล็กไว้ในมือ ลองใช้พลังจิตสัมผัสตรวจสอบดู แต่ก็ไม่พบสิ่งใด
เมื่อพลังจิตของเขาสัมผัสกับของชิ้นนี้ กลับไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปภายในได้เลย
“หืม? แปลกแฮะ!”
ทันใดนั้น สายตาของกู้หย่วนก็หดเกร็ง สังเกตเห็นความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ของน้ำเต้าใบนี้
เขาพบว่า ขอเพียงเขาถือน้ำเต้าใบนี้แล้วหันไปทิศทางอื่น แสงที่กะพริบอยู่บนผิวน้ำเต้าก็จะอ่อนแสงลง แต่พอเปลี่ยนไปอีกทิศทางหนึ่ง แสงนั้นก็จะสว่างวาบขึ้นมา
“ไม่สิ ไม่ใช่!”
หลังจากที่กู้หย่วนลองเปลี่ยนทิศทางดูหลายๆ ครั้ง ก็พบว่ามีเพียงทิศทางเดียวเท่านั้น ที่เมื่อเดินมุ่งหน้าไป แสงบนผิวน้ำเต้าหยกถึงจะสว่างขึ้นเรื่อยๆ
เขาตระหนักได้ในทันที
“ไม่ใช่ปัญหาที่ตัวน้ำเต้า แต่น้ำเต้าใบนี้กำลังชี้ทางให้ข้า! หรือว่ามันกำลังนำทางให้ข้าไปหาสิ่งใด หรือไปหาใคร?”
กู้หย่วนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพกกระบี่ชิวฉุ่ยติดตัว กำชับเหยาต้าอีกสองสามประโยค แล้วกระโดดข้ามกำแพงออกจากบ้านไป
เขากำน้ำเต้าหยกสีเขียวใบเล็กไว้ในมือข้างหนึ่ง พลางสังเกตทิศทาง แล้วมุ่งหน้าไปยังทิศที่น้ำเต้าชี้บอก
ลัดเลาะผ่านถนนใหญ่ตรอกซอกซอยต่างๆ โดยไม่หยุดพัก
เดินไปเดินมา กู้หย่วนก็มาหยุดอยู่หน้าบ้านพักหลังหนึ่ง
“หืม นี่มัน…”
เขาชะงักฝีเท้า เงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ แล้วก็ต้องยืนอึ้งอยู่กับที่
เพราะบ้านพักตรงหน้า เห็นได้ชัดว่าเป็นบ้านของบัณฑิตหลินโจว คนรู้จักของเขานั่นเอง!
“ถึงกับพาข้ามาที่นี่เชียวรึ…”
กู้หย่วนเก็บความสงสัยไว้ในใจ ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว แล้วเคาะประตูบ้าน
ไม่นานนัก ประตูบ้านก็ถูกเปิดออก ผู้ที่มาเปิดประตูคือสตรีร่างอวบอัดนางหนึ่ง
เมื่อเห็นกู้หย่วน นางก็ดูประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ยังคงย่อตัวคารวะอย่างอ่อนช้อย
“ที่แท้ก็ท่านกู้ ท่านกู้มาหาพี่หลินหรือเจ้าคะ?”
สตรีนางนี้ก็คือคนคุ้นหน้าที่กู้หย่วนเคยเจอมาแล้วหลายครั้ง หูซิ่วเหนียง ชู้รักของบัณฑิตหลินโจวนั่นเอง
“พี่หู”
กู้หย่วนคารวะตอบ ก่อนจะยิ้มแย้ม
“ข้าเดินเล่นเตร็ดเตร่ไปเรื่อยเปื่อย ไม่รู้ตัวเลยว่าเดินมาถึงที่นี่ รบกวนพวกท่านแล้ว”
“ท่านกู้เกรงใจไปแล้ว พี่หลินก็อยู่บ้านพอดี เชิญด้านในเจ้าค่ะ”
หูซิ่วเหนียงเบี่ยงตัวหลีกทางให้
“ขอบคุณ”
กู้หย่วนพยักหน้ารับ
เมื่อเห็นว่ายิ่งเข้าใกล้ตัวบ้าน แสงจากน้ำเต้าหยกสีเขียวใบเล็กในมือก็ยิ่งสว่างจ้า เขาก็เก็บมันซ่อนไว้อย่างแนบเนียน แล้วเดินเข้าไปในบ้าน
……
“น้องกู้ เดินทางปลอดภัยนะ ข้าคงไม่ไปส่ง”
กว่าครึ่งชั่วยามให้หลัง ที่หน้าประตูบ้าน หลินโจวและหูซิ่วเหนียงก็เดินออกมาส่งกู้หย่วนที่หน้าประตู
“พี่หลิน พี่หู เชิญรั้งอยู่เถิด”
กู้หย่วนคารวะอำลา แล้วเดินจากไป
เมื่อกลับถึงบ้าน ท้องฟ้าก็มืดค่ำแล้ว
มารดากู้ยกอาหารมาให้ กู้หย่วนกินแบบลวกๆ สองสามคำ ก็ทนรอไม่ไหว รีบหยิบน้ำเต้าหยกสีเขียวใบเล็กของตนออกมา
จากนั้นก็ยื่นมืออีกข้างออกไป พลิกฝ่ามือขึ้นมา บนฝ่ามือก็มีน้ำเต้าหยกสีม่วงใบเล็กปรากฏขึ้นอีกใบหนึ่ง
น้ำเต้าหยกสีม่วงใบเล็กกับน้ำเต้าหยกสีเขียวใบเล็กนี้ นอกจากสีที่ต่างกันแล้ว รูปลักษณ์ ลวดลาย และขนาด ล้วนเหมือนกันทุกประการ!
ใช่แล้ว น้ำเต้าหยกสีม่วงใบเล็กนี้ คือสิ่งที่น้ำเต้าหยกสีเขียวใบเล็กนำทางให้ไปหานั่นเอง
ของชิ้นนี้เป็นของหูซิ่วเหนียง นางเล่าว่าเป็นเครื่องประดับที่มารดาทิ้งไว้ให้ ซึ่งมารดาของนางเก็บได้โดยบังเอิญในภูเขา นางจึงเก็บรักษามันไว้ในกล่องเครื่องประดับมาโดยตลอด
เมื่อครู่นี้กู้หย่วนไม่ได้พูดพล่ามทำเพลงอะไรให้มากความ หลังจากทักทายปราศรัยกันพอเป็นพิธี ก็เอ่ยปากถามตรงๆ ว่าพวกเขาสองคนเคยเห็นน้ำเต้าหยกบ้างหรือไม่
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หูซิ่วเหนียงก็หยิบมันออกมา จากนั้นกู้หย่วนก็ใช้เงินซื้อมันมา
กู้หย่วนไม่แน่ใจว่าเรื่องที่มารดาของหูซิ่วเหนียงเก็บของชิ้นนี้ได้ในภูเขานั้นเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ แต่ในเวลานี้ ย่อมไม่ใช่เวลามามัวสนใจเรื่องพรรค์นั้น
เพราะในตอนนี้ น้ำเต้าหยกทั้งสองใบกำลังตอบสนองต่อกัน แสงสว่างวาบขึ้นและหรี่ลงเป็นจังหวะ ราวกับแม่เหล็กสองก้อน เริ่มดูดเข้าหากันทีละน้อย จากนั้นก็เปล่งประกายแสงวิญญาณสีม่วงเขียวอันเจิดจ้าและเข้มข้นออกมา
ท่ามกลางแสงสีม่วงเขียวที่สว่างวาบ กู้หย่วนหรี่ตาลงตามสัญชาตญาณ แต่ก็ยังพอมองเห็นเลือนรางว่าน้ำเต้าหยกทั้งสองใบกำลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน
ไม่นานนัก เมื่อแสงนั้นจางลง เบื้องหน้ากู้หย่วนก็เหลือเพียงน้ำเต้าเพียงใบเดียว
น้ำเต้าใบเล็กขนาดเท่าฝ่ามือ สีม่วงและสีเขียวเกลียวพันกัน!
ในเวลานี้ น้ำเต้าใบนี้กำลังเปล่งประกายแสงวิญญาณสีม่วงเขียวจางๆ ลอยคว้างอยู่เบื้องหน้ากู้หย่วนอย่างสงบนิ่ง
“นี่มัน…”
กู้หย่วนถึงกับอึ้งไป ทำอะไรไม่ถูก ไม่เข้าใจว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่
“เอ๊ะ?”
ทว่าในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจดังออกมาจากในน้ำเต้า
จากนั้น ก็มีกลุ่มควันสายหนึ่งพวยพุ่งออกมา ควันนั้นรวมตัวกันกลายเป็นเมฆหมอก ก่อตัวเป็นเงาร่างของมนุษย์ ปรากฏขึ้นเบื้องหน้ากู้หย่วน
เงาร่างนี้ค่อนข้างสูง สวมชุดนักพรตสีม่วงทอง สวมกวานหยกบนศีรษะ ที่เอวห้อยน้ำเต้าหนังสีเหลืองใบหนึ่ง
รูปร่างค่อนข้างท้วม ผิวขาวราวหิมะ ติ่งหูใหญ่โต ดูมีสง่าราศีแบบคนมีฐานะ
ดวงตาคู่นั้นจ้องมองกู้หย่วนเขม็ง
“ไอ้หนู ร่างกายของเจ้านี่… แปลกประหลาดดีแท้…”
“มีความคล้ายคลึงกับกายาวิญญาณธาตุน้ำถึงเจ็ดส่วน แม้ในบางจุดจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากายาวิญญาณธาตุน้ำเลย ซ้ำยังดูจะแข็งแกร่งกว่าอยู่หลายส่วน เห็นได้ชัดว่าเป็นกายาวิญญาณธาตุน้ำที่ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน...”
นักพรตลึกลับเดินวนรอบตัวกู้หย่วนหนึ่งรอบ ปากก็พูดไปพลางส่ายหน้าไปพลาง
“พิลึก! พิลึกจริงๆ ในโลกนี้ถึงกับมีกายาวิญญาณธาตุน้ำที่แม้แต่ข้าก็ยังไม่รู้จักอยู่อีกรึ! ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากเจ้าจะมีกายาวิญญาณแล้ว ถึงกับยังมีพรสวรรค์ใจกระบี่อีกต่างหาก นี่นับว่าหาได้ยากยิ่งนัก…”
“น่าเสียดาย ที่กายาวิญญาณของเจ้าแม้จะแข็งแกร่งกว่ากายาวิญญาณธาตุน้ำไปบ้าง แต่มันก็เป็นเพียงแค่กายาวิญญาณ ไม่ใช่กายาเต๋า…”
“ช่างเถอะๆ กายาวิญญาณก็กายาวิญญาณแล้วกัน อย่างไรเสียท่านปรมาจารย์ในปีนั้นก็… ยิ่งไปกว่านั้น…”
น้ำเสียงของมันโอหังยิ่งนัก ฟังจากคำพูด คล้ายกับทำตัวเป็นผู้รอบรู้เรื่องกายาวิญญาณธาตุน้ำทั้งหมดในโลกหล้า
ยิ่งพูดไป น้ำเสียงก็ยิ่งแฝงไปด้วยความเสียดายและเวทนา
ในช่วงท้าย คล้ายกับมีเรื่องที่ต้องระแวดระวัง จึงพูดจาอ้อมค้อม ไม่ยอมเอ่ยออกมาตรงๆ
ทว่าเมื่อถูกนักพรตผู้นี้จ้องมอง กู้หย่วนกลับรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เกิดความรู้สึกราวกับว่าทั่วทั้งร่างทั้งภายนอกและภายใน ถูกมองทะลุปรุโปร่งไปจนหมดสิ้น
นี่มันช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเกินไปแล้ว
ด้วยระดับการฝึกฝนของกู้หย่วนในปัจจุบัน ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธระดับเทียนเหริน หากใช้เพียงสายตามอง ก็คงไม่อาจทำให้เขารู้สึกเช่นนี้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายเพียงแค่ปรายตามอง ก็ดูออกแล้วว่าเขาครอบครองกายาวิญญาณธาตุน้ำ และพรสวรรค์ใจกระบี่ สายตาช่างแหลมคมน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
กู้หย่วนเกาหัวแกรกๆ คล้ายจะรู้สึกหนังหัวชาหนึบขึ้นมาบ้าง ภายในใจเต็มไปด้วยความระแวดระวัง แต่ภายนอกกลับทำทีเป็นสงบนิ่ง ประสานมือคารวะ
“ผู้น้อยกู้หย่วน ยังไม่ได้ขอทราบนามฉายาของผู้อาวุโส”
น้ำเต้าหยกสองใบหลอมรวมเป็นหนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็มีนักพรตโผล่พรวดออกมา ความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเขาจริงๆ
แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็มีสิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจได้ นั่นก็คือ นักพรตผู้นี้จะต้องมีที่มาที่ไปไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!