ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 265 ต้นไม้วิเศษโลหิตมังกร!
นี่คือต้นไม้ประหลาดที่มีความสูงถึงหกจั้ง (ราวๆ 18 เมตร) ลำต้นหนาเท่าโอ่งน้ำ รากไม้คดเคี้ยวสลับซับซ้อน ลำต้นมีสีแดงคล้ำหม่นหมอง แฝงไว้ด้วยประกายความแข็งแกร่งดุจโลหะ ราวกับถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากทองแดงชาดและทองคำเพลิง ที่น่าแปลกประหลาดที่สุดก็คือ เปลือกของต้นไม้ต้นนี้มีลักษณะคล้ายกับเกล็ดมังกร เต็มไปด้วยรอยนูนขรุขระอัดแน่นไปหมด
กิ่งก้านสาขาคดงอทว่าดูทรงพลัง ใบไม้แต่ละใบมีสีเขียวมรกต ขนาดใหญ่เท่าพัดสาน ราวกับถูกสลักเสลาขึ้นมาจากหยกชั้นดี
โดยเฉพาะตามง่ามไม้ ยังมีผลไม้รูปร่างประหลาดสีแดงสดห้อยระย้าอยู่นับสิบผล
ผลไม้เหล่านี้แต่ละผลมีขนาดใหญ่เท่าลูกบาสเกตบอล รูปทรงคล้ายไข่ไก่ พื้นผิวเต็มไปด้วยลวดลายเกล็ดเล็กๆ สีแดงฉานราวกับหยาดเลือด ดูเผินๆ คล้ายกับไข่ยักษ์รูปร่างประหลาดก็มิปาน
เห็นได้ชัดว่า ต้นไม้ต้นนี้คือพฤกษาวิญญาณที่หาได้ยากยิ่ง!
และร้อยทั้งแปดสิบต้องเป็นพฤกษาวิญญาณที่ล้ำค่าสุดขีด ผลไม้ที่อยู่บนต้นก็ต้องมีสรรพคุณวิเศษบางอย่างซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
ทว่ากู้หย่วนกลับไม่ได้มีท่าทีดีใจเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เขาหยุดชะงักฝีเท้าลงด้วยความระแวดระวังขั้นสูงสุด
หลังจากยืนสังเกตการณ์อย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พบความผิดปกติ
ยิ่งส่งสัมผัสเทวะเข้าไปใกล้ต้นไม้ประหลาดต้นนั้นมากเท่าไร อุณหภูมิก็ยิ่งลดต่ำลง บริเวณรอบๆ ต้นไม้ประหลาดถึงกับมีไอกระแสความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมา
นี่ไม่ใช่เพราะต้นไม้ประหลาดต้นนี้มีคุณสมบัติธาตุความเย็นแต่อย่างใด ทว่าแท้จริงแล้ว เป็นเพราะความร้อนในรัศมีหลายสิบลี้รอบๆ ถูกมันสูบกลืนเข้าไปอย่างไม่หยุดหย่อนต่างหาก
เมื่อความร้อนหายไป อุณหภูมิย่อมลดต่ำลงเป็นธรรมดา
แต่พฤกษาวิญญาณชนิดใดกันเล่า ที่สามารถสูบกลืนพลังอัคคีในรัศมีหลายสิบลี้ได้? ถึงขนาดทำให้ลาวาที่ร้อนระอุต้องดับมอดและแข็งตัวกลายเป็นหิน เพราะพลังอัคคีถูกสูดกลืนไปจนหมด
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ต้นไม้ประหลาดต้นนี้ ย่อมต้องมีที่มาที่ไปที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
“เดี๋ยวก่อนนะ…”
กู้หย่วนขมวดคิ้วมุ่น คล้ายกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เขาจำได้ว่า ในตำราโบราณที่หาอ่านได้ยากเล่มหนึ่ง เคยมีบันทึกเอาไว้
ว่ากันว่า บนโลกใบนี้มีพฤกษาวิญญาณชนิดหนึ่งนามว่า ต้นไม้วิเศษโลหิตมังกร มันจะงอกเงยขึ้นในบริเวณที่หยดเลือดของมังกรตกลงมา เปลือกของมันมีลักษณะคล้ายเกล็ดมังกร ลำต้นใหญ่โตและแข็งแกร่งเทียบเท่ากับโลหะวิญญาณเหล็กเทวะชั้นยอด นับเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศในการนำไปหลอมสร้างอาวุธวิเศษหรือแม้กระทั่งของวิเศษ
ทั้งเปลือกไม้และใบไม้ล้วนมีสรรพคุณที่แตกต่างกันไป
โดยเฉพาะ ผลโลหิตมังกร ที่งอกเงยอยู่บนต้น ภายในอัดแน่นไปด้วยแก่นแท้แห่งโลหะมังกร มีสรรพคุณในการชำระล้างร่างกาย บำรุงเลือดเนื้อ เสริมสร้างรากฐานกระดูก นับว่ามีประโยชน์อย่างมหาศาล
เรียกได้ว่ามีค่าทุกสัดส่วน และไม่ใช่ของล้ำค่าธรรมดาๆ เสียด้วย
โดยทั่วไปแล้ว ต้นไม้วิเศษโลหิตมังกร หากเติบโตมาได้สักหลายพันปี มีความสูงสักหนึ่งจั้ง (ราวๆ 3 เมตร) ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
ทว่าต้นไม้วิเศษโลหิตมังกรที่อยู่ตรงหน้ากู้หย่วนนี้ กลับมีความสูงถึงหกจั้ง ไม่รู้ว่ามันเติบโตมานานกี่ปีแล้ว
แม้มังกรเจียวบนโลกใบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์เทวะธาตุน้ำ ทว่าก็ยังมีมังกรส่วนน้อยที่ถูกแบ่งแยกออกเป็นมังกรไฟหรือมังกรทอง ซึ่งมีคุณสมบัติธาตุที่แตกต่างกันออกไป
ดูจากลักษณะแล้ว ต้นไม้ที่อยู่ตรงหน้านี้ น่าจะงอกเงยขึ้นมาจากหยดเลือดของมังกรไฟอย่างแน่นอน
“ต้นไม้วิเศษโลหิตมังกรต้นนี้ ไม่รู้ว่าเติบโตมานานกี่หมื่นปีแล้ว ผลโลหิตมังกรพวกนี้ย่อมต้องมีฤทธิ์ยาที่น่าสะพรึงกลัว อัดแน่นสะสมจนถึงระดับที่ยากจะจินตนาการได้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นโอสถวิญญาณระดับหนึ่งหรือระดับสองอย่างแน่นอน”
ในแววตาของกู้หย่วนฉายประกายความเร่าร้อน
“หากสามารถเด็ดมาได้สักผล แค่ผลเดียวเท่านั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้คนๆ หนึ่งผลัดเปลี่ยนกระดูกใหม่ได้เลย!”
ในตอนนี้ กู้หย่วนได้รับพรสวรรค์จากสัตว์วิญญาณมาแล้วหลายครั้ง ทำให้ร่างกายของเขาได้รับการผลัดเปลี่ยนกระดูกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จนมีพรสวรรค์ที่น่าทึ่งในปัจจุบัน
ไม่ว่าจะเป็นธาตุน้ำ ธาตุทอง วิถีกระบี่ ธาตุอัสนี หรือแม้วิถีโอสถ เขาก็ล้วนมีพรสวรรค์ที่โดดเด่นเหนือใคร
หากเขาได้ผลโลหิตมังกรมาสักผล รับรองว่ามันจะทำให้เขาเกิดการลอกคราบครั้งใหญ่อีกครั้งอย่างแน่นอน!
ยิ่งไปกว่านั้น ผลไม้วิเศษชนิดนี้ยังสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย ดีไม่ดีอาจจะทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งจนอาวุธวิเศษทั่วไปฟันแทงไม่เข้าเลยก็เป็นได้
“หากเสิ่นอวี้หมิงมาอยู่ที่นี่ แล้วได้เห็นต้นไม้วิเศษโลหิตมังกรต้นนี้เข้าล่ะก็ เกรงว่าเขาคงตื่นเต้นจนแทบคลุ้มคลั่งแน่ๆ”
กู้หย่วนลอบคิดในใจ
เสิ่นอวี้หมิงผู้นั้นมาจากถ้ำมังกรพิษ เป็นศิษย์ของมหาอำนาจระดับหยางเสิน นามว่า ตู้หลงจุนเจ่อ (ปรมาจารย์มังกรพิษ)
ว่ากันว่าคนผู้นี้ครอบครองสายเลือดมังกรแท้ และพรสวรรค์อันน่าทึ่งของเขาก็มีต้นกำเนิดมาจากสิ่งนี้
หากคนผู้นี้ได้ผลโลหิตมังกรไปครอบครอง ย่อมสามารถขุดค้นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสายเลือดมังกรแท้ของตนเองได้ ประโยชน์ที่จะได้รับนั้นมีมากมายจนสุดจะพรรณนา
“การที่ต้นไม้วิเศษโลหิตมังกรต้นนี้สามารถเจริญงอกงามอยู่ที่นี่มาได้ยาวนานนับปี แถมยังปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน สมบูรณ์แบบทุกประการ ย่อมต้องมีเหตุผลซ่อนอยู่อย่างแน่นอน!”
กู้หย่วนครุ่นคิดพิจารณา ในใจพอจะคาดเดาอะไรได้บ้าง
“สถานที่ที่มีของวิเศษจากฟ้าดินถือกำเนิดขึ้น ย่อมต้องมีสัตว์วิญญาณคอยพิทักษ์รักษา”
“ขนาดของวิเศษทั่วไปยังเป็นเช่นนั้น แล้วนับประสาอะไรกับต้นไม้วิเศษโลหิตมังกรต้นนี้เล่า”
นัยน์ตาอันสุกสกาวของเขากวาดมองไปรอบๆ
“บริเวณนี้ จะต้องมีสัตว์วิญญาณที่น่าสะพรึงกลัว หรือมีอันตรายบางอย่างซ่อนอยู่อย่างแน่นอน...”
หลังจากกวาดสายตาสำรวจจนทั่ว กู้หย่วนกลับไม่พบความผิดปกติใดๆ
เขาก็ไม่ได้แปลกใจนัก เพราะหากที่นี่มีสัตว์วิญญาณคอยพิทักษ์อยู่จริงๆ มันย่อมต้องไม่ธรรมดา การที่เขาจะไม่พบร่องรอยของมันก็ถือเป็นเรื่องปกติ
“ช่างเถอะ แม้ต้นไม้วิเศษโลหิตมังกรจะล้ำค่าเพียงใด แต่ชีวิตน้อยๆ ของข้าก็สำคัญกว่า”
กู้หย่วนถอนหายใจเบาๆ ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด:
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ให้ร่างจริงของข้าออกไปจากที่นี่ก่อนดีกว่า รอให้อยู่ห่างออกไปไกลๆ แล้ว ค่อยใช้ร่างจำแลงกลับมาลองหยั่งเชิงดู”
“ถึงตอนนั้นหากทำสำเร็จก็ดีไป ต่อให้ไม่สำเร็จ ข้าก็ไม่ได้สูญเสียอะไรอยู่ดี อีกอย่าง เป้าหมายของข้าก็ไม่ใช่ต้นไม้วิเศษโลหิตมังกรทั้งต้น แต่เป็นแค่ผลไม้ที่ห้อยอยู่บนนั้น ไม่ต้องเอาเยอะหรอก แค่ผลสองผลก็พอ แบบนี้น่าจะช่วยลดความเสี่ยงลงมาได้บ้างกระมัง?”
เมื่อคิดได้เช่นนั้น กู้หย่วนก็อ้อมพื้นที่บริเวณนี้ แล้วมุ่งหน้าเดินทางต่อไป
จนกระทั่งเขาบินห่างออกมาไกลกว่าพันกิโลเมตร เปลี่ยนทิศทางอีกหลายครั้งเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีใครสะกดรอยตาม และไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้ เขาจึงค่อยปลดปล่อยกลุ่มควันสีขาวสายหนึ่งออกมา
กลุ่มควันกระจายตัวออก และกลายร่างเป็นกู้หย่วนอีกคนในพริบตา
“…”
กู้หย่วนจ้องมองร่างจำแลงของตนเองอยู่ครู่หนึ่ง สบตากันเพียงแวบเดียว จากนั้นร่างจำแลงก็เรียกใช้ลำแสง กลายเป็นกลุ่มควันจางๆ บินย้อนกลับไปตามเส้นทางเดิม มุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของต้นไม้วิเศษโลหิตมังกร
ส่วนร่างจริงของกู้หย่วนนั้น แบ่งปันการมองเห็นร่วมกับร่างจำแลง ในขณะที่ควบคุมร่างจำแลง ร่างจริงก็ยังคงมุ่งหน้าบินห่างออกไปเรื่อยๆ
หลังจากที่ได้ฝึกฝนมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง วิชาเทวะจันทราสะท้อนวารี ของกู้หย่วนก็ยิ่งเชี่ยวชาญมากขึ้น ร่างจำแลงที่สร้างขึ้นมาก็ยิ่งดูสมจริงมากขึ้นเรื่อยๆ
ในเวลานี้ ร่างจำแลงได้ซ่อนเร้นรูปลักษณ์และกลิ่นอายของตนเองไว้อย่างมิดชิด ตราบใดที่ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเพียรหรือสัตว์ร้ายสัตว์วิญญาณที่ฝึกฝนวิชาเทวะสายตรวจจับโดยเฉพาะ ย่อมไม่มีทางค้นพบร่องรอยใดๆ ได้อย่างแน่นอน
ยิ่งเข้าใกล้เป้าหมายมากเท่าไร กู้หย่วนก็ยิ่งเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นเท่านั้น ในใจเริ่มสัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางอย่าง
แม้แต่ตอนที่เขาใช้ร่างจำแลงก็ยังรู้สึกเช่นนั้น
นี่ไม่ใช่เพราะเขารู้สึกหวาดหวั่นใจ ทว่าดูเหมือนจะมีแรงกดดันชนิดหนึ่งแผ่ซ่านอยู่รอบๆ ต้นไม้วิเศษโลหิตมังกรต่างหาก
แรงกดดันนั้นหนักอึ้งราวกับขุนเขา กดทับลงบนจิตใจของกู้หย่วน
“แรงกดดันแบบนี้ หรือว่า…”
ร่างจำแลงของกู้หย่วนครุ่นคิด และนึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งขึ้นมา เขาทอดสายตามองลงไปยังพื้นหินที่แห้งแข็งและเย็นเฉียบเบื้องล่างด้วยสีหน้าเคร่งขรึม สะกดกลั้นกลิ่นอายทั้งหมดรอบกายเอาไว้ ร่างทั้งร่างราวกับกลายเป็นเพียงก้อนหินหรือท่อนไม้ผุพัง ไร้ซึ่งกลิ่นอายใดๆ เล็ดลอดออกมา ลดการมีตัวตนลงจนถึงขีดสุด
สัตว์วิญญาณประเภทใดกันเล่า ที่จะสามารถแผ่ซ่านแรงกดดันอันรุนแรงเช่นนี้ออกมาได้ คำตอบนั้นเรียบง่ายมาก ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร โดยทั่วไปแล้ว มีเพียงสัตว์วิญญาณจำพวกมังกรเจียวเท่านั้น ที่มักจะมีพลังกดดันแห่งมังกรแผ่ซ่านออกมา!
มังกรนั้นมักมากในกามารมณ์ ทว่ามังกรก็คือสัตว์เทวะ ผู้สูงส่งและทรงอำนาจ สายเลือดเชื้อสายมังกร มักจะแผ่ซ่านพลังกดดันระดับหนึ่งออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ยิ่งไปกว่านั้น ต้นไม้วิเศษโลหิตมังกรต้นนี้ ก็มีประโยชน์สูงสุดต่อสายเลือดเผ่าพันธุ์มังกรโดยเฉพาะ
ดังนั้น กู้หย่วนจึงมีเหตุผลเพียงพอที่จะคาดเดาว่า ในสถานที่แห่งนี้ จะต้องมีมังกรเจียว หรือสายเลือดมังกรสายพันธุ์อื่นซ่อนตัวอยู่อย่างแน่นอน!
(จบตอน)