ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 295 การโจมตีอันน่าสะพรึงกลัว!
ของสิ่งอื่นยังพอว่า แต่ทวนวงเดือนเล่มนี้ เขาสนใจมันมากจริงๆ
ทว่าของสิ่งนี้คืออาวุธเทวะระดับของวิเศษ ซ้ำยังเป็นอาวุธสังหารอันดุร้ายที่เน้นการเข่นฆ่าเป็นหลัก พลังโจมตีของมันเกรงว่าจะต้องน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
แม้พละกำลังของเขาจะได้รับการยกระดับขึ้นแล้ว แต่เขาจะต้านทานมันไหวหรือไม่ กู้หย่วนเองก็ไม่กล้ารับประกัน
แต่จะทำอย่างไรได้ โอกาสดีๆ แบบนี้หาได้ยากยิ่ง หากปล่อยให้มันหลุดมือไปโดยไม่แม้แต่จะลองดู นั่นสิถึงจะน่าเสียดาย!
หากพลาดแล้ว ก็คือพลาดตลอดกาล!
กู้หย่วนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตรงไปที่เตาหลอมอาวุธขนาดเท่าบ้านหลังนั้นอย่างเด็ดขาด
จี้เยวี่ยเฟยและเหยียนเสี่ยวหลิงกำลังปรึกษากันอยู่ว่าจะเอาปิ่นหยกวิเศษหลิงหลงมาได้อย่างไร ทว่าไม่นานทั้งสองก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของกู้หย่วน
เมื่อเห็นกู้หย่วนกำลังพิจารณาทวนวงเดือนสีดำขลับในเตาหลอมอาวุธ สองสาวก็ถึงกับสะดุ้งตกใจ
“ศิษย์พี่กู้ หรือว่าท่านตั้งใจจะเอาอาวุธเทวะชิ้นนี้?”
จี้เยวี่ยเฟยอึกอักคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือนออกมา
“ข้าขอเตือนให้ท่านระวังตัวหน่อยจะดีกว่า ทวนวงเดือนเล่มนี้ไม่ใช่ของธรรมดาทั่วไป แต่มันคืออาวุธเทวะที่เทียบเท่ากับของวิเศษ ของชิ้นนี้ดีก็จริง แต่หากคิดจะครอบครอง ความเสี่ยงก็ยิ่งสูงตามไปด้วย!”
“สู้เลือกอาวุธเทวะหรืออาวุธเวทที่คุณภาพด้อยลงมาหน่อย แบบนั้นความเสี่ยงก็จะน้อยลงด้วย”
เหยียนเสี่ยวหลิงก็เอ่ยเตือนด้วยความหวังดีเช่นกัน
“ใช่แล้วศิษย์พี่กู้ ด้วยตบะบารมีและพละกำลังของท่าน อนาคตย่อมมีศักยภาพไร้ขีดจำกัด อนาคตสดใสไกลโหย่ง ของวิเศษแบบไหนที่ท่านจะหาไม่ได้กัน อย่าปล่อยให้ของพวกนี้มาบดบังสายตาสิ อาวุธเทวะแม้จะดี แต่ชีวิตของตัวเองสำคัญกว่านะ!”
กู้หย่วนย่อมแยกแยะดีชั่วออก รู้ว่าสองสาวจงใจเตือนสติ เขาพยักหน้าพลางตอบ
“ศิษย์น้องทั้งสองโปรดวางใจ ข้ารู้ลิมิตของตัวเองดี”
เมื่อเห็นกู้หย่วนกล่าวเช่นนี้ สองสาวก็ไม่พูดอะไรอีก แม้ตอนนี้พวกเขาทั้งสามจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันและสนิทสนมกันพอสมควร แต่พวกนางก็ไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายการตัดสินใจของกู้หย่วน
เตือนแค่ครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว หากยังดึงดันจะเกลี้ยกล่อมต่อไป แม้จะรู้ว่าพวกนางเตือนด้วยความหวังดี ก็อาจจะทำให้รู้สึกรำคาญใจได้
กู้หย่วนก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปหา ยื่นนิ้วออกไปแตะเตาหลอมอาวุธตรงหน้าเบาๆ
จากนั้นในวินาทีต่อมา
หึ่ง หึ่ง หึ่ง…
บนพื้นผิวของเตาหลอมอาวุธมีแสงวิญญาณสว่างวาบขึ้น ทวนวงเดือนสีดำขลับทั้งด้ามที่อยู่ด้านใน ใบมีดสีขาวโพลนสาดประกายเย็นเยียบ กลับสั่นไหวเบาๆ ทั้งที่ไม่มีลมพัด ก่อให้เกิดเสียงสั่นพ้องอันพิลึกพิลั่น
กลิ่นอายอันหนักแน่นและดุดัน แฝงไว้ด้วยความเย็นเยียบและแหลมคมแผ่ซ่านออกไป ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกอึดอัดที่หน้าอก แรงกดดันเพิ่มสูงขึ้นทวีคูณ จนหน้าถอดสีไปตามๆ กัน!
กระทั่งตัวกู้หย่วนเองก็ยังมีสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ ปราณแท้ภายในร่างเริ่มโคจรด้วยตัวเอง เพื่อต่อต้านแรงกดดันนี้
หึ่ง หึ่ง หึ่ง!!! หึ่ง หึ่ง หึ่ง!!!
และในวินาทีถัดมา ทวนวงเดือนก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พุ่งพรวดพราดออกจากเตาหลอมอาวุธ ก่อนจะกลายสภาพเป็นลำแสงสีดำกลางอากาศ แล้วฟันผ่าลงมาตรงๆ
ตูม!!!
ความว่างเปล่าดูเหมือนจะถูกการโจมตีครั้งนี้ฉีกกระชากจนขาดวิ่น ทุกที่ที่ลำแสงสีดำพาดผ่าน ได้ทิ้งร่องรอยสีดำจางๆ เอาไว้
เมื่อเห็นเช่นนั้น รูม่านตาของกู้หย่วนก็หดเล็กลง หนังหัวชาหนึบ รู้สึกเพียงว่าอากาศรอบตัวแข็งตัวราวกับแผ่นเหล็ก
แม้จะด้วยพละกำลังและตบะของเขา ก็ยากที่จะดิ้นรนให้หลุดพ้น ราวกับแมลงที่ถูกขังอยู่ในอำพัน
ในเวลาเดียวกัน เขาก็สัมผัสได้ว่าตัวเองถูกมันล็อกเป้าหมายไว้อย่างแน่นหนา ต่อให้หนีไปที่ไหน ก็ดูเหมือนจะไม่อาจหลุดพ้นจากการล็อกเป้าหมายนี้ได้
ภัยคุกคามจากการโจมตีครั้งนี้ที่มีต่อกู้หย่วน น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าภัยคุกคามจากมารเฒ่าซานซือเมื่อครู่นี้เสียอีก
จู่ๆ กู้หย่วนก็เกิดความรู้สึกขึ้นมาว่า หากเขาไม่ได้หลอมกลั่นพญามารกระดูกขาวจอมพลังตนนั้น รวมไปถึงผลโลหิตมังกรด้วยละก็ เขาต้องตายแน่ๆ!
โชคดีที่เขาเตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว เมื่อสองลมหายใจก่อนหน้านี้ มีโล่สีเขียวมรกตบานหนึ่งมาขวางอยู่เหนือหัวของเขา
โล่สีเขียวมรกตบานนี้ดูเหมือนทำจากไม้ บนพื้นผิวราวกับมีเถาวัลย์หลายเส้นถักทอและพันเกี่ยวเข้าด้วยกัน แผ่ซ่านพลังชีวิตของพืชพรรณออกมาอย่างรุนแรง
นี่ก็คืออาวุธเวทประจำกายของนักพรตชิงมู่ โล่วิญญาณเจี่ยหมู่นั่นเอง ในเวลานี้ เมื่อกู้หย่วนกระตุ้นพลัง บนพื้นผิวของมันก็มีเถาวัลย์อันเหนียวแน่นและแข็งแกร่งงอกเงยออกมา พวกมันขยายขนาดจนใหญ่เท่าโอ่งน้ำ เต็มไปด้วยหนามแหลมคมสีเขียวอมดำ พุ่งเข้าพันธนาการทวนวงเดือนเอาไว้
โล่ไม้ระดับสุดยอดบานนี้ ถูกกู้หย่วนกระตุ้นอานุภาพออกมาใช้จนเกือบหมด นอกจากโล่วิญญาณเจี่ยหมู่แล้ว กู้หย่วนยังใช้วารีแท้ไท่หยวนสร้างเกราะป้องกันขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง
เกราะป้องกันชั้นนี้ดูเหมือนแสงน้ำบางๆ และดูคล้ายผิวน้ำในบ่อน้ำโบราณ ภายในมีแสงสว่างวาบอยู่ลางๆ
แม้จะดูบางเฉียบ แต่กู้หย่วนรู้ดีอยู่แก่ใจว่า เกราะป้องกันชั้นนี้คือหนึ่งในไพ่ตายก้นหีบของเขา มันทั้งอ่อนนุ่มทว่าทรงพลังและยาวนาน สามารถสลายการโจมตีได้มากมาย
ผู้ฝึกตนในระดับเดียวกัน หากคิดจะทำลายแสงน้ำชั้นนี้ คาดว่าคงต้องลงแรงสักหน่อย
นอกจากนี้ เขายังใช้มหาฤทธาวิชากลืนนภากลืนปฐพีสร้างเกราะป้องกันสีดำมืดมิดขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง
เกราะป้องกันชั้นนี้อาจจะไม่มีพลังป้องกันอะไรมากมาย แต่กลับสามารถกลืนกินการโจมตีของศัตรูได้ แน่นอนว่ามันย่อมมีขีดจำกัดอยู่เช่นกัน
หากเกินขีดจำกัดนี้ มันก็จะรับไม่ไหวและแตกสลายไป
แต่ถึงกระนั้น มันก็สามารถช่วยต้านทานอันตรายให้กู้หย่วนได้ในระดับหนึ่ง
ขณะเดียวกัน ในมือของกู้หย่วนก็กำกระบี่วิญญาณยาวเล่มหนึ่ง ทั่วทั้งด้ามเป็นสีเงินขาวสว่างไสว ด้ามกระบี่และตัวกระบี่หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน คมกระบี่ขาวโพลนแหลมคม
นี่ย่อมต้องเป็นกระบี่อิ๋นเจียวของเขา!
เมื่อมีกระบี่อยู่ในมือ บนร่างของกู้หย่วนก็แผ่ซ่านกลิ่นอายอันแหลมคมและเยือกเย็น พุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้นเมฆ!
กลิ่นอายบนร่างของเขาพัวพันและหลอมรวมเข้ากับกระบี่อิ๋นเจียวจนแยกไม่ออก
ในเวลานี้ ลำแสงสีดำที่ทวนวงเดือนแปลงกายมา ก็ได้ร่วงหล่นลงมาแล้ว
เปรี๊ยะ ปร๊ะ!
เถาวัลย์ขนาดใหญ่เท่าพญางูที่โล่วิญญาณเจี่ยหมู่แปลงกายมา พุ่งเข้าพันธนาการพวกมันเกี่ยวพันกันอย่างแน่นหนา ทว่าภายใต้ลำแสงสีดำนี้ พวกมันกลับถูกฟันขาดสะบั้นราวกับเต้าหู้ที่ถูกมีดคมกริบเฉือนลงไปอย่างง่ายดาย
เถาวัลย์ที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ แตกสลายและขาดวิ่น
แกรก!
จากนั้น ตัวโล่วิญญาณเจี่ยหมู่เองก็ถูกโจมตีเข้าอย่างจัง แตกสลายกระจายภายใต้ลำแสงสีดำ กลายเป็นเศษซากปลิวว่อนไปทั่ว
มุมปากของกู้หย่วนกระตุกวูบ ปวดใจอย่างหนัก
นี่คือหนึ่งในสองอาวุธเวทระดับสุดยอดของเขาเชียวนะ ตอนนี้กลับต้องมาถูกทำลายทิ้งที่นี่
ต่อให้ของสิ่งนี้เขาจะได้มาฟรีๆ แต่มันก็เจ็บปวดจนเลือดแทบกระอัก
เดิมทีนอกจากโล่วิญญาณเจี่ยหมู่จะมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งแล้ว ในฐานะอาวุธเวทธาตุไม้ มันยังมีระบบซ่อมแซมตัวเองอีกด้วย
เพียงแต่กู้หย่วนสัมผัสได้ว่า ภายในทวนวงเดือนดูเหมือนจะแฝงไว้ด้วยอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวบางอย่าง ซึ่งได้ทำลายค่ายกลภายในโล่วิญญาณเจี่ยหมู่ไปจนเกือบหมด ดังนั้นมันจึงไม่อาจซ่อมแซมตัวเองได้อีก
โชคดีที่โล่วิญญาณเจี่ยหมู่บานนี้ก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว อย่างน้อยลำแสงสีดำที่ทวนวงเดือนแปลงกายมาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง อานุภาพลดทอนลงไปไม่น้อย
เมื่อมันตกลงกระทบกับแสงวิญญาณที่วารีแท้ไท่หยวนสร้างขึ้น แสงวิญญาณก็แตกสลาย อานุภาพของลำแสงสีดำก็ถูกบั่นทอนลงไปอีกหลายส่วน
ต่อมา เมื่อมันตกลงกระทบกับเกราะป้องกันมหาฤทธาวิชากลืนนภากลืนปฐพี อานุภาพของทวนวงเดือนก็ถูกลดทอนลงไปอีกขั้น
หึ่ง หึ่ง…
และในตอนนั้นเอง กู้หย่วนก็ขยับตัว!
กระบี่อิ๋นเจียวในมือของเขาส่งเสียงร้องดังกังวาน ราวกับมังกรเจียวที่ดุร้าย กางกรงเล็บแยกเขี้ยว เตรียมพร้อมที่จะกลืนกินผู้คน
จากนั้น ภายใต้การกระตุ้นของกู้หย่วน มันก็แปรสภาพเป็นประกายกระบี่อันสว่างไสวเจิดจ้า ฟันสวนกลับเข้าใส่ลำแสงสีดำ
กระบี่นี้ของกู้หย่วนฟันออกไป แผ่ซ่านเจตจำนงกระบี่ที่แหลมคมไร้เทียมทานทะลุชั้นฟ้า ราวกับสามารถฟันทุกสรรพสิ่งทั้งที่มีรูปร่างและไร้รูปร่างให้ขาดสะบั้นลงได้