ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 296 ทวนมังกรดำ!
เคร้ง!!!
ประกายกระบี่และลำแสงสีดำที่ทวนวงเดือนแปลงกายมา ปะทะกันอย่างจัง ก่อเกิดเสียงโลหะกระทบกันดังกัมปนาทสะท้านฟ้า!
เสียงนั้นดังกึกก้องจนแสบแก้วหู ดังกังวานสะท้อนไปทั่วทั้งตำหนักใหญ่
ผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยถึงกับร้องโหยหวน เอามือกุมหู ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น กระทั่งมีเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาตามง่ามนิ้ว
ร่างของกู้หย่วนลอยละลิ่วกระเด็นถอยหลังไป ในระหว่างที่กระเด็นไปนั้น เขายังชนเข้ากับเตาหลอมอาวุธเตาหนึ่งด้วย
ทว่าบนเตาหลอมอาวุธนั้นมีค่ายกลป้องกันประทับอยู่ ซึ่งเชื่อมต่อกับค่ายกลหลักของตำหนักใหญ่ ดังนั้นเตาหลอมอาวุธจึงไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ส่วนกู้หย่วนกลับถูกกระแทกกระเด็นไปตกอยู่อีกด้านหนึ่งแทน
สภาพของเขาในตอนนี้ดูสะบักสะบอมไม่น้อย เสื้อผ้าขาดวิ่น กระทั่งที่มุมปากก็ยังมีเลือดไหลซึมออกมา
แขนข้างที่ถือกระบี่สั่นระริก แทบจะหักสะบั้น กู้หย่วนเพ่งมองเข้าไปภายในร่างกาย ก็พบว่ากระดูกแขนที่เคยขาวเนียนดุจหยกและมีประกายสีทองเจือปน บัดนี้กลับปรากฏรอยร้าวเล็กๆ ขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าได้รับความเสียหายไม่เบา
ส่วนกระบี่อิ๋นเจียวในมือของเขา แสงวิญญาณก็ดูหมองหม่นลง แม้คมกระบี่จะยังไม่บิ่นหัก แต่ในตอนนี้มันก็ส่งเสียงครางเครือแผ่วเบาออกมา
โชคดีที่เขาใช้โล่วิญญาณเจี่ยหมู่ และไพ่ตายอื่นๆ ช่วยลดทอนอานุภาพของทวนวงเดือนลงไปได้บ้าง
ส่วนทวนวงเดือนนั้น ก็หยุดนิ่งอยู่กับที่ แสงสว่างรอบตัวค่อยๆ หรี่ลง
เพียงกู้หย่วนกวักมือเรียก ทวนวงเดือนก็ลอยละลิ่วมาตกอยู่ในมือของเขาทันที
กู้หย่วนรู้สึกได้ถึงน้ำหนักอันมหาศาลที่กดทับลงมาบนฝ่ามือ น้ำหนักของทวนวงเดือนเล่มนี้ เกรงว่าจะหนักถึงแสนกว่าจินเลยทีเดียว!
ต่อให้ตอนนี้ร่างกายของเขาจะแข็งแกร่งถึงขีดสุด แต่เมื่อถือมันไว้ในมือ ก็ยังรู้สึกถึงความหนักอึ้งจนไม่ค่อยถนัดมือนัก
กู้หย่วนพินิจพิจารณาดูคร่าวๆ ทวนวงเดือนเล่มนี้มีความยาวประมาณหนึ่งจั้งกว่า ขนาดความหนาเท่าไข่ไก่ นอกจากบริเวณคมมีดรูปจันทร์เสี้ยวที่สว่างวาบและสาดประกายเย็นเยียบแล้ว ส่วนอื่นๆ ล้วนเป็นสีดำทะมึน เต็มไปด้วยลวดลายโบราณอันลี้ลับ ซึ่งประกอบกันเป็นรูปลักษณ์ของมังกรมารอันน่าเกรงขามและดุร้าย
“ไอ้หมอนี่ทำสำเร็จจริงๆ ด้วย!”
“มีอานุภาพระดับนี้ อาวุธเทวะชิ้นนี้จะต้องเป็นอาวุธเทวะระดับของวิเศษแน่นอน! ดีไม่ดีอาจจะทรงพลังกว่าของวิเศษทั่วไปเสียด้วยซ้ำ!”
“หึ เจ้านี่โชคดีชะมัด…”
เมื่อเห็นฉากนี้ ผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยก็มีแววตาละโมบ จ้องมองกู้หย่วนตาเป็นมัน พูดให้ถูกคือ พวกเขาจ้องมองทวนวงเดือนในมือของเขาพลางกระซิบกระซาบกัน
อาวุธเทวะประเภทนี้ แม้ผู้ฝึกตนทั่วไปจะไม่ได้ใช้ แต่มันก็มีมูลค่ามหาศาล เป็นสมบัติล้ำค่าที่ผู้ฝึกตนสายกายาใฝ่ฝันอยากได้มาครอบครอง!
ต่อให้พวกเขาได้มา แม้จะใช้เองไม่ได้ ก็ยังสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสมบัติล้ำค่าชิ้นอื่นๆ ที่มีมูลค่าทัดเทียมกันได้
หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น ผู้ฝึกตนเหล่านี้คงระงับความโลภในใจไว้ไม่อยู่ พุ่งเข้าไปรุมทึ้งแย่งชิงทวนวงเดือนเล่มนี้มาแล้ว
ทว่ากู้หย่วนนั้นต่างออกไป ตอนนี้เขามีชื่อเสียงฉาวโฉ่เลื่องลือไปทั่ว หนำซ้ำฉากการต่อสู้ระหว่างเขากับมารเฒ่าซานซือเมื่อครู่นี้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครเห็น
ใครก็ตามที่ไม่ได้โง่เขลาเบาปัญญา ย่อมไม่แกว่งเท้าหาเสี้ยน รนหาที่ตายเปล่าๆ แน่
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาโลภโมโทสันที่จ้องมองมาจากรอบทิศ กู้หย่วนไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาโคจรปราณแท้ ขับไล่หยดเลือดบริสุทธิ์สีแดงสดที่เปล่งประกายแสงวิญญาณงดงามออกมา
หยดเลือดบริสุทธิ์หยดนี้กลายสภาพเป็นลูกงูตัวเล็กๆ พุ่งเข้าใส่ทวนวงเดือน ทวนวงเดือนก็ดูดซับมันเข้าไปอย่างรวดเร็วราวกับฟองน้ำดูดน้ำ
พร้อมกับแสงสีเลือดที่สว่างวาบขึ้น ลวดลายอันซับซ้อนและรูปมังกรมารสีดำบนพื้นผิว ก็เปล่งประกายแสงสีแดงฉานออกมาบางๆ
เมื่อแสงสีเลือดถูกดูดกลืนกลับไปจนหมด กู้หย่วนก็รู้สึกได้ว่าตนเองมีความผูกพันอันลี้ลับกับทวนวงเดือนเล่มนี้เกิดขึ้นแล้ว
ในเวลาเดียวกัน ก็มีข้อมูลชุดหนึ่งหลั่งไหลเข้ามาในหัวของกู้หย่วน ทำให้เขาเข้าใจมันอย่างแจ่มแจ้ง
อาวุธเทวะชิ้นนี้ใช้อุกกาบาตบรรพกาลเป็นวัสดุหลักในการหลอมสร้าง ไม่มีค่ายกลหรือวิชาเทวะใดๆ ประทับอยู่ มีเพียงคุณสมบัติเด่นๆ ไม่กี่ประการเท่านั้น
ประการแรกคือความแข็งแกร่ง ต่อให้ต้องปะทะกับของวิเศษตรงๆ ก็ไม่สึกหรอแม้แต่น้อย ซ้ำยังอาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ
ประการที่สองคือความแหลมคม ในด้านนี้ มันไม่ด้อยไปกว่ากระบี่บินระดับของวิเศษในขั้นเดียวกันเลย
ประการที่สามคือสามารถควบคุมน้ำหนักได้
ในสถานการณ์ปกติ น้ำหนักของมันจะอยู่ที่หนึ่งแสนสามหมื่นหกพันแปดร้อยจิน
หากอัดฉีดปราณแท้เข้าไป ยิ่งอัดฉีดปราณแท้เข้าไปมากเท่าไหร่ น้ำหนักของมันก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น!
“ช่างเป็นอาวุธเทวะชั้นยอดจริงๆ!”
กู้หย่วนเอ่ยชมเบาๆ รู้สึกพึงพอใจกับทวนวงเดือนที่ชื่อ “ทวนมังกรดำ” เล่มนี้เป็นอย่างมาก
เมื่อมีของสิ่งนี้อยู่ในมือ พละกำลังของเขาก็ถือว่าเพิ่มพูนขึ้นอย่างก้าวกระโดด ต่อให้มารเฒ่าซานซือมายืนอยู่ตรงหน้า เขาก็กล้าที่จะประลองต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัว
กู้หย่วนปรายตามองจี้เยวี่ยเฟยและเหยียนเสี่ยวหลิงที่อยู่ไม่ไกลนัก ทั้งสองสาวก็ตกตะลึงกับพละกำลังและผลประโยชน์ที่กู้หย่วนได้รับเช่นกัน ทว่าหลังจากหายตกตะลึง พวกนางก็หันไปวุ่นวายกับธุระของตัวเองต่อ
เมื่อเห็นว่าสองสาวไม่มีทีท่าว่าจะให้เขาช่วย กู้หย่วนก็ไม่แปลกใจ ในใจเริ่มครุ่นคิด
‘ตอนนี้ข้ามีอาวุธเทวะแล้ว แต่กระบี่บินของข้าเล่มนี้ ยังขาดวัสดุดีๆ ที่เหมาะสมอยู่ ไม่รู้ว่าที่นี่จะมีบ้างไหม…’
กู้หย่วนเป็นทั้งผู้ฝึกตนวิถีเซียนและสายกายา
ในด้านสายกายา ตอนนี้เขามีทวนมังกรดำแล้ว ซึ่งเพียงพอให้เขาใช้ไปได้อีกนาน กระทั่งอาจจะใช้เป็นอาวุธเทวะประจำกายได้เลยด้วยซ้ำ
ส่วนในด้านวิถีเซียนนั้น แม้เพลงกระบี่ของเขาจะยอดเยี่ยมล้ำลึก แต่คุณภาพของกระบี่อิ๋นเจียวกลับด้อยไปสักหน่อย สำหรับเขาในตอนนี้แม้มันจะยังพอใช้การได้ แต่มันก็ถึงเวลาที่ต้องนำมาหลอมกลั่นใหม่แล้ว
กู้หย่วนหิ้วทวนมังกรดำเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วตำหนักใหญ่ เดิมทีตั้งใจจะหาวัสดุวิญญาณคุณภาพดีสักชิ้นสองชิ้น แต่เดินหาตั้งนานก็ไม่เจอวัสดุอะไรเลย กลับเห็นกระบี่บินคุณภาพดีๆ วางอยู่เกลื่อนกลาดแทน
ทว่ากู้หย่วนกลับไม่ได้สนใจกระบี่บิน อาวุธเวท หรือกระทั่งของวิเศษที่คนอื่นเป็นคนหลอมขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย
“หืม? นี่มัน…”
ในระหว่างที่กำลังเดินผ่านเตาหลอมอาวุธเตาหนึ่ง จู่ๆ กู้หย่วนก็ชะงักฝีเท้า หยุดยืนอยู่กับที่
เตาหลอมอาวุธตรงหน้า… พูดให้ถูกคือ เตาไฟที่ไม่รู้ว่าเอาไว้ใช้หลอมโอสถหรือหลอมอาวุธเตานี้ ดูแปลกประหลาดอยู่บ้าง
เพราะด้านในไม่มีอาวุธเวทที่กำลังได้รับการหล่อเลี้ยงอยู่เลย มันว่างเปล่า เป็นเพียงเตาไฟธรรมดาๆ เท่านั้น
เตาไฟเตานี้มีสามขาสองหู ช่วงกลางป่องกลม ทั่วทั้งใบเป็นสีแดงคล้ำ พื้นผิวเต็มไปด้วยลวดลายลี้ลับ แผ่ซ่านกลิ่นอายอันบริสุทธิ์และร้อนระอุ ทว่ากลับถูกเก็บงำไว้อย่างมิดชิด
“นี่มันเตาหลอมอาวุธหรือเตาหลอมโอสถกันแน่?”
กู้หย่วนเกิดความสนใจขึ้นมา จึงเริ่มพินิจพิจารณาอย่างละเอียด
หากเป็นเตาหลอมอาวุธก็ไม่แปลกอะไร ที่นี่มีเตาหลอมอาวุธตั้งเยอะแยะ ขาดไปเตาเดียวคงไม่เป็นไรหรอก
แต่ถ้าเป็นเตาหลอมโอสถ…
กู้หย่วนก็มีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวจริงๆ
ระดับวิชาหลอมโอสถของเขาถือว่าสูงพอตัว หากได้เตาหลอมโอสถคุณภาพดีๆ มาครอบครองสักใบ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อการหลอมโอสถในภายภาคหน้าอย่างมหาศาล
ทว่าหลังจากกู้หย่วนพินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เขากลับรู้สึกว่าเตาไฟเตานี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด
เตาไฟเตานี้ไม่ใช่แค่เตาหลอมโอสถหรือเตาหลอมอาวุธธรรมดาๆ แต่มันคือของวิเศษที่มีฟังก์ชันการใช้งานพิเศษเฉพาะตัวชิ้นหนึ่ง
ส่วนฟังก์ชันการใช้งานนั้นคืออะไร เขายังไม่รู้ แต่ดูเหมือนว่ามันจะสามารถใช้หลอมโอสถหรือหลอมอาวุธก็ได้ทั้งนั้น
กู้หย่วนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเอามันมาให้ได้
แม้จะได้ทวนมังกรดำมาแล้ว แต่ใครจะรังเกียจที่จะมีของวิเศษเพิ่มอีกล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้น กู้หย่วนไม่ได้โลภมากจนไม่รู้จักพอ ที่คิดว่าได้ทวนมังกรดำมาแล้วยังไม่พอใจ จะต้องดิ้นรนหาของวิเศษชิ้นอื่นๆ มาครอบครองให้ได้เสียหน่อย
ความจริงแล้วเขาคิดไว้แล้วว่า ขอเพียงได้เตาไฟของวิเศษเตานี้มา เขาก็จะไม่แตะต้องของชิ้นอื่นๆ ในที่นี้อีก
ท้ายที่สุดแล้ว กู้หย่วนรู้ดีว่า นักพรตมังกรชาดจะต้องวางกับดักอะไรไว้ที่นี่แน่ๆ
หากโลภมากจนเกินไป ก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไรนัก
ประโยชน์ของทวนมังกรดำที่มีต่อเขานั้นไม่ต้องพูดถึง เตาไฟของวิเศษเตานี้เองก็มีประโยชน์ต่อเขาไม่น้อยเช่นกัน ในภายภาคหน้าไม่ว่าจะเป็นการหลอมโอสถ หรือการหลอมกลั่นกระบี่บิน ก็ล้วนสามารถนำของสิ่งนี้มาใช้งานได้ทั้งสิ้น
ด้วยเหตุนี้ ความสำคัญของเตาไฟเตานี้จึงชัดเจนในตัวเอง
(จบตอน)