ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 78 วิชาค้นสมบัติ!
เมืองเป่ยเหลียงเป็นเพียงเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง แต่ไหนแต่ไรมา การมีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเซียนเทียนสักสองสามคนก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
แต่ตอนนี้ ไม่เพียงแต่มีเฒ่าประหลาดเสวียนโยว ยังมีตาเฒ่าคนฝึกลิง แถมยังมีผู้ฝึกยุทธ์และผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเซียนเทียนหน้าแปลกๆ ที่เพิ่งเดินสวนกันไปเมื่อครู่อีก!
ยอดฝีมือมากมายขนาดนี้ พากันแห่มาที่เมืองเป่ยเหลียงพร้อมๆ กัน มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ!
ไม่ว่าจะมองมุมไหน ผู้บำเพ็ญเพียรล้วนเป็นพวกที่มีอีโก้สูงส่ง ไม่ยอมตกอยู่ใต้อาณัติใคร และทำอะไรตามอำเภอใจทั้งสิ้น
ถ้าเกิดคนพวกนี้ลุกขึ้นมาก่อความวุ่นวาย อำเภอเป่ยเหลียงทั้งอำเภอคงถูกปั่นป่วนจนแทบพลิกแผ่นดินแน่!
ความหนาวเหน็บในใจของกู้หย่วนทวีความรุนแรงขึ้น ลางสังหรณ์ถึงความไม่ปลอดภัยเริ่มก่อตัว!
ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้คิดอะไรมากนัก
แต่ตอนนี้เขากล้าฟันธงเลยว่า การที่เฒ่าประหลาดเสวียนโยวมาปรากฏตัวที่เมืองเป่ยเหลียง จะต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงอย่างแน่นอน!
รวมไปถึงพวกคนฝึกลิง ตลอดจนผู้ฝึกยุทธ์และผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเซียนเทียนคนอื่นๆ ล้วนแต่ต้องเดินทางมาเพราะเรื่องบางอย่างทั้งสิ้น
ในเมืองเป่ยเหลียงหรือบริเวณรอบๆ อำเภอเป่ยเหลียง จะต้องมีเหตุการณ์สำคัญบางอย่างที่เขาไม่รู้เกิดขึ้นเป็นแน่!
กู้หย่วนปลีกตัวออกจากฝูงชน เดินออกจากเมือง มุ่งหน้าตรงไปยังเทือกเขาอวิ๋นเมิ่ง
เขากะว่าหลังจากให้อาหวงเลื่อนขั้นเสร็จแล้ว จะแวะไปที่หออวี้ติ่ง เพื่อลองสอบถามตาเฒ่าเฉินดูสักหน่อย
คาดว่าตาเฒ่านั่นน่าจะพอรู้ข่าวคราวอะไรบ้างล่ะน่า
…
เมื่อเข้าสู่เขตภูเขาและมาถึงหุบเขาที่ไร้ร่องรอยผู้คน กู้หย่วนก็หยุดเดิน
จี๊ดๆๆ! จี๊ดๆๆ!
อาหวงดูเหมือนจะรับรู้ได้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น มันกระโดดโลดเต้นไปมาอย่างตื่นเต้นระคนกังวล วิ่งวนรอบตัวกู้หย่วนไม่หยุด
“ทำใจให้สบายเถอะ ไม่เป็นไรหรอกน่า”
กู้หย่วนลูบหัวปลอบใจอาหวงเบาๆ ก่อนจะนึกในใจ เพื่อเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมา:
【นายแห่งสัตว์เลี้ยง】: กู้หย่วน
【สถานะ】: ปกติ
【สัตว์เลี้ยง】:
หนูเขี้ยวเหล็ก (สามารถวิวัฒนาการเป็นหนูน้อยค้นสมบัติได้ ต้องใช้แต้มเต๋า 800 แต้ม)
ตะขาบหลังเหล็ก (สามารถวิวัฒนาการเป็นตะขาบสวรรค์หลังเงินได้ ต้องใช้แต้มเต๋า 5600 แต้ม)
งูปากกว้าง (สามารถวิวัฒนาการเป็นงูกลืนปราณได้ ต้องใช้แต้มเต๋า 1000 แต้ม)
ตะพาบยักษ์เกราะดำ (สามารถวิวัฒนาการเป็นตะพาบวิญญาณเกราะดำได้ ต้องใช้แต้มเต๋า 1200 แต้ม)
【โควตาสัตว์เลี้ยงที่สามารถฝึกให้เชื่องได้】: 1
【ระดับพลัง】: ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นโฮ่วเทียน (หลอมกระดูก)
【แต้มเต๋า】: 2680
เนื่องจากเขาบรรลุการหลอมกระดูกขั้นสมบูรณ์แบบ เลื่อนระดับเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับจุดสูงสุดแล้ว กู้หย่วนจึงได้รับโควตาในการฝึกสัตว์เลี้ยงวิญญาณเพิ่มมาอีกหนึ่งตัว
ส่วนแต้มเต๋า เขาก็สะสมไว้ได้ถึงสองพันหกร้อยกว่าแต้มแล้ว
【ใช้แต้มเต๋า 800 แต้ม เพื่อวิวัฒนาการหนูเขี้ยวเหล็กให้เป็นหนูน้อยค้นสมบัติ ยืนยัน/ปฏิเสธ?】
กู้หย่วนลูบหัวที่เรียบเนียนและอ่อนนุ่มของอาหวง ก่อนจะตัดสินใจในใจ
“ยืนยัน!”
วินาทีต่อมา บนหน้าต่างสถานะของเขา แต้มเต๋าจาก 2680 แต้ม ก็ลดเหลือ 1880 แต้มอย่างเงียบเชียบ
ในขณะเดียวกัน แสงสีขาวนวลตาก็เริ่มสว่างวาบขึ้นรอบๆ ตัวของอาหวง
แสงสีขาวนี้ทั้งอ่อนโยนและบริสุทธิ์ แผ่กลิ่นอายแห่งชีวิตอันเข้มข้น แฝงไว้ด้วยมนต์ขลังอันลึกล้ำ มันห่อหุ้มร่างของอาหวงเอาไว้จนมิด และค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่ร่างกายของมันอย่างต่อเนื่อง
ร่างกายของอาหวงเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เดิมที ขนาดตัวของมันใหญ่โตพอๆ กับสุนัขดุร้ายตัวย่อมๆ เลยทีเดียว
ทว่าภายใต้แสงสีขาวนี้ ร่างกายของมันกลับเริ่มหดเล็กลง ภายในร่างกายมีเสียงกระดูกลั่นดังเป๊าะแป๊ะราวกับถั่วคั่วอย่างต่อเนื่อง!
พร้อมกันนั้น ขนสีเทาดำที่เคยเป็นมันขลับก็หลุดร่วงลงมากองกับพื้นจนหมด
“จี๊ดๆๆ! จี๊ดๆๆ!”
อาหวงส่งเสียงร้องแหลมปรี๊ดด้วยความเจ็บปวด แต่ในน้ำเสียงนั้น ก็ยังแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นและดีใจอย่างปิดไม่มิด
เห็นได้ชัดว่ามันเองก็ตระหนักดีว่า ตัวเองกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการลอกคราบเกิดใหม่ ซึ่งการลอกคราบในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งประโยชน์อันมหาศาลต่อตัวมันเอง!
แกรก!
ฟันหน้าสีเขียวคล้ำทั้งสองซี่ในปากของอาหวงหลุดร่วงลงมา กรงเล็บที่เคยแหลมคมก็หมองคล้ำและหลุดลอกตามลงมาตกอยู่บนพื้น
ในขณะเดียวกัน ภายใต้ผิวหนังสีชมพูเรื่อ ก็มีเส้นขนสีขาวดุจหยกที่ทั้งละเอียดและอ่อนนุ่ม งอกทะลุขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป แสงสีขาวรอบตัวอาหวงก็ถูกดูดซับไปจนหมดสิ้น และกระบวนการลอกคราบของมันก็สิ้นสุดลง
อาหวงในตอนนี้ กลายสภาพเป็นหนูตัวน้อยที่มีขนปุกปุยสีขาวดุจหยกไปเสียแล้ว
ขนาดตัวของมันเล็กกะทัดรัดพอๆ กับกำปั้น ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยขนปุกปุยน่าทะนุถนอม ดวงตากลมโตสองข้างใสแจ๋วเป็นประกาย แฝงไว้ด้วยความฉลาดแกมโกงและซุกซน ดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่สุด
จากนั้น ข้อมูลหลายบรรทัดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้ากู้หย่วน:
【วิวัฒนาการสำเร็จ ท่านได้รับสัตว์เลี้ยง หนูน้อยค้นสมบัติ!】
【หนูน้อยค้นสมบัติ (สีแดง)】
คำอธิบาย: หนูสายพันธุ์พิเศษที่มีสายเลือดของสัตว์อสูรบรรพกาลหนูค้นสมบัติไหลเวียนอยู่ มีความสามารถในการค้นหาสมบัติ ชื่นชอบการสะสมของล้ำค่า มีสัมผัสพิเศษในการรับรู้ถึงของวิเศษที่เหนือกว่าสัตว์ทั่วไป! ภายนอกดูตัวเล็กน่ารัก แต่แท้จริงแล้วมีสติปัญญาล้ำเลิศ เคลื่อนไหวไร้ร่องรอย แถมยังอันตรายอย่างยิ่ง สิ่งใดที่มันหมายตาไว้ ไม่ช้าก็เร็วจะต้องหายสาบสูญไปอย่างแน่นอน!
การวิวัฒนาการเป็น หนูค้นสมบัติ ต้องรอให้หนูน้อยค้นสมบัติเข้าสู่ช่วงวัยเจริญเติบโตเต็มที่ และใช้แต้มเต๋า 6800 แต้ม!
สถานะ: ปกติ
ระดับ: ช่วงวัยเจริญเติบโต (1%)
【ท่านได้รับการส่งเสริมทักษะเทวะ “วิชาค้นสมบัติ” จากหนูน้อยค้นสมบัติ!】
…
“วิชาค้นสมบัติ…”
กู้หย่วนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ภายในใจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกคาดหวังขึ้นมา: “ทักษะเทวะงั้นหรือ…”
ทักษะเทวะ เป็นสิ่งที่สงวนไว้สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรขั้นเทียนเหรินเท่านั้นถึงจะสามารถฝึกฝนได้ ในสถานการณ์ปกติ การที่ผู้ฝึกยุทธ์อย่างเขาจะฝึกทักษะเทวะได้สักวิชา อย่าว่าแต่คิดเลย มันเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!
ทว่าระบบสัตว์เลี้ยงวิญญาณ กลับเนรมิตสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นจริงขึ้นมาได้!
วินาทีต่อมา สีหน้าของกู้หย่วนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เพราะเขารู้สึกได้ว่า ดวงตาทั้งสองข้างของตนเริ่มร้อนผ่าวและปวดแสบปวดร้อนขึ้นมา
ราวกับกลายเป็นถ่านไฟแดงฉานสองก้อนที่กำลังลุกโชน แผดเผาจนปวดร้าวไปหมด
กู้หย่วนครางต่ำในลำคอ พร้อมกับหลับตาลง
ในขณะที่ตากำลังเจ็บปวด กู้หย่วนก็คล้ายกับสัมผัสได้ว่า ภายในห้วงความคิดของตนมีแสงสว่างเจิดจ้าสาดส่อง เมื่อแสงนั้นรวมตัวและหดเล็กลง ก็ก่อตัวกลายเป็นยันต์วิเศษอันลึกล้ำและพิสดาร
ยันต์แผ่นนี้มีสีขาวดุจหยก เปล่งประกายเจ็ดสีสว่างไสว ภายนอกดูลายเส้นเรียบง่าย แต่แท้จริงแล้วกลับแฝงไปด้วยร่องรอยแห่งมรรคาที่ก่อเกิดจากธรรมชาติ ราวกับเป็นการรวมตัวของลวดลายมรรคาอันลึกลับยากจะหยั่งถึงแห่งฟ้าดิน แผ่กลิ่นอายแห่งมรรคาอันยิ่งใหญ่แต่เรียบง่ายออกมา
ในความมืดมิด กู้หย่วนตระหนักรู้ได้ทันทีว่าสิ่งนี้คืออะไร
นี่คือยันต์ทักษะเทวะแห่งวิชาค้นสมบัติ และยังเป็นแก่นแท้ของทักษะเทวะนี้อีกด้วย!
ด้วยสิ่งนี้ เขาจึงสามารถใช้วิชาค้นสมบัติได้อย่างง่ายดาย
ครู่ต่อมา ความรู้สึกร้อนผ่าวและเจ็บปวดที่ดวงตาก็ค่อยๆ ทุเลาลง
กู้หย่วนกะพริบตาปริบๆ รู้สึกได้ลางๆ ว่าดวงตาทั้งสองข้างของตนเกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น
เขาเดินไปที่ริมลำธาร อาศัยเงาสะท้อนในน้ำสำรวจดู ก็พบว่าดวงตาดูเหมือนจะสุกใสและเป็นประกายมากขึ้น ตาดำและตาขาวแยกกันชัดเจน
เขาใช้ออกด้วยวิชาค้นสมบัติ ดวงตาทั้งสองข้างก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นมา
จากนั้น เขาก็สัมผัสได้ว่าโลกที่มองเห็นเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ในคลองจักษุของเขา ทิวทัศน์ภูเขาและทุ่งหญ้าเบื้องหน้า กลับมีจุดแสงระยิบระยับเพิ่มขึ้นมามากมาย
จุดแสงเหล่านี้มีทั้งสีฟ้า สีแดง และสีขาว ความสว่างก็แตกต่างกันไป โดยที่สีฟ้าอมเขียวมีจำนวนมากที่สุด รองลงมาคือสีขาว และสีแดงมีน้อยที่สุด
แม้กระทั่งกระบี่ชิวสุ่ยในมือของเขา ก็ยังมีแสงสีขาวเงินเปล่งประกายออกมาจางๆ
“ของวิเศษส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ ยิ่งล้ำค่ามากเท่าไหร่ ปราณวิญญาณก็ยิ่งหนาแน่น และแสงวิญญาณก็จะยิ่งเจิดจ้า”
“ว่ากันว่าในยุคโบราณกาล มีนายพรานคนหนึ่งเข้าไปล่าสัตว์ในป่า บังเอิญหลงทางและติดอยู่ในภูเขา กลางดึกขณะกำลังหลับสนิท จู่ๆ ก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงความเคลื่อนไหวบางอย่าง”
“พอลืมตาขึ้นมา ก็พบว่าไม่ไกลออกไปมีแสงวิญญาณห้าสีส่องประกาย ปราณสีม่วงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า สูงถึงสามจั้ง”
“นายพรานรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงขุดดินลงไปลึกหลายฉื่อ และพบกับคัมภีร์สวรรค์อักขระม่วงหนึ่งม้วน พร้อมกับโอสถเซียนหนึ่งเม็ด นายพรานจึงกลืนโอสถเซียนเม็ดนั้นลงไป แล้วตั้งหน้าตั้งตาบำเพ็ญเพียรอยู่ในภูเขาลึกเป็นเวลาร้อยปี เมื่อออกมาสู่โลกภายนอก ก็บรรลุมรรคาผลแห่งเซียนแท้อันเป็นอมตะแล้ว หลังจากสะสางบ่วงกรรมทางโลกจนหมดสิ้น เขาก็โบยบินขึ้นสู่สรวงสวรรค์ไป”
กู้หย่วนหวนนึกถึงนิทานปรัมปราเรื่องหนึ่ง ที่เขาเคยอ่านเจอในหนังสือรวมเรื่องเบ็ดเตล็ดก่อนหน้านี้
“หรือว่าจุดแสงพวกนี้ ก็คือแสงวิญญาณ หรือที่เรียกว่าประกายสมบัติที่แผ่ออกมากันนะ?”