ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 517 ได้พบกับซ่างกวนอี้อีกครา
อย่าถือโทษโกธรเคืองลู่เวยเลยที่นางคิดเช่นนี้ สาวหิมะกับมนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่เป็นศัตรูกัน
ถึงแม้จะไม่ใช่คู่ศัตรูที่ต้องห้ำหันกันในตายกันไปข้างหนึ่งขนาดนั้น ไม่ถึงขั้นที่จะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกทำลายล้างเผาพัธุ์ให้ดับสิ้นเพื่อสังเวยความแค้นอันใหญ่หลวง
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองเผ่าพันธุ์ก็ไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก่อนเลย นับตั้งแต่เรื่องเจ้าสำนักเซียนหมื่นชีวิตกับสำนักนักวิหคชาดลุกลามบานปลาย ทั้งสองเผ่าพันธุ์ก็เกิด ดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง เมื่อเผชิญหน้ากันก็ปะทะกันทุกครั้งไป
ในเวลานี้จู่ๆ ก็มีมนุษย์ที่มีฝีมือแข็งแกร่งมากโผล่มาช่วยนาง ถ้านางไม่รู้สึกสับสนมึนงงก็คงแปลก
“ขอบคุณ…” หลังจากที่ลู่เวยใจลอยไปชั่วขณะหนึ่ง นางก็กล่าวขอบคุณอย่างช้าๆ
ชายผู้นั้นชำเลืองมองลู่เวยจากด้านข้างเล็กน้อย นัยน์ตาดำขลับแสนเย็นชาถึงขั้นที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก
เขาละสายจากนางแล้วมองไปยังผลึกน้ำแข็งขนาดยักษ์ใจกลางยอดเขาสูง สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยน
“ที่แท้คือศิษย์พี่…ศิษย์พี่ซ่างกวนอี้”
ชายผู้ที่มาช่วยชีวิตสาวหิมะคืออันหลิน เขามองสตรีที่นั่งสมาธิอยู่ในผลึกน้ำแข็ง สีหน้าของเขาฉายความรู้สึกค่อนข้างคิดถึงกับมีความสุขออกมา
สตรีที่นั่งสมาธิอยู่ในผลึกน้ำแข็งนัยน์ตาทั้งสองข้างปิดลง เครื่องแต่งกายสีฟ้าปกคลุมผิวที่ขาวยิ่งกว่าหิมะ เส้นผมดำขลับที่ยาวถึงเอวกลายเป็นเส้นผมสีเงินแบบเดียวกับสาวหิมะไป ปแล้ว ตัวอักษรรูนสีดำวูบวาบเล็กน้อยอยู่กลางหว่างคิ้ว ดูดซับพลังจากรอยแยกไม่หยุด
“ศิษย์พี่ซ่างกวนอี้ ข้าอันหลิน!” อันหลินตะโกนเรียกอยู่ด้านนอก
ขนตาของซ่างกวนอี้สั่นระริกเล็กน้อย ยังคงหลับตาดังเดิม
“อันหลินหรือเนี่ย…คิดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นอันหลินผู้นั้น?” ลู่เวยมองชายที่ยืนห่างออกไปไม่ไกล สีหน้าของนางแสดงออกถึงความประหลาดใจ นางกล่าวพึมพำ
เรื่องราวของอันหลินเรื่องลือไปทั่วดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหมันต์ เขาเป็นชายที่ถูกกล่าวถึงเพื่อเป็นสีสันในตำนานเล่าขาน
สาวหิมะผู้ทรงพลังหลายนางต่างคิดว่าสาเหตุส่วนใหญ่ที่พวกนางยึดอัคคีศักสิทธิ์ที่สำนักวิหคชาดไม่สำเร็จก็เป็นเพราะชายผู้นี้
ในตอนนี้อันหลินปรากฏกายอย่างกะทันหัน อีกทั้งยื่นมือเข้าช่วยชีวิตพวกนางไว้ ขัดขวางการต่อสู้ระหว่างสาวหิมะและมังกรโกโมโด
“อันหลิน?!” เจ้าแห่งวังฉีมองอันหลินที่ยืนอยู่ข้างผลึกน้ำแข็งด้วยความกระวนกระวายใจ
“คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะกล้าฆ่าน้องชายข้า เจ้าตายซะเถอะ!”
เมื่อมังกรอัคนีหนึ่งในมังกรยักษ์เห็นว่ามังกรอัสนีถูกสังหารจนสิ้นชีพ มันโกรธเกรี้ยวเป็นฟื้นเป็นไฟจนระงับโทสะไว้ไม่อยู่ มันบีดรัดสาวหิมะตรงหน้าที่บาดเจ็บสาหัสจนตาย อ้าป ปากพ่นไฟร้อนแรงสีแดงอำหิตทรงพลังมหาศาลไม่หยุดจนกลายเป็นคลื่นเปลวเพลิงลูกยักษ์ที่พุ่งเป้าไปที่อันหลินอย่างดุดัน
เรือนรางเล็กๆ พุ่งทะยานแหวกอากาศ พุ่งตัวเข้ามาอยู่ตรงหน้าอันหลินได้ทันเวลา กระบี่ยาวสีขาวกวัดแกว่งอยู่กลางอากาศ บงกชผลึกน้ำแข็งสีน้ำเงินก่อตัวขึ้นในบัดดล ปกคลุมตัวนางกับ อันหลินเอาไว้
ครืน!
คลื่นเพลิงไฟสีแดงอำหิตแผดเผากลืนกินยอดเขาสูงจนไม่เหลือ ยอดเขาสูงกลายเป็นทะเลเพลิงที่กว้างใหญ่ไพศาล
บงกชผลึกน้ำแข็งสีน้ำเงินสั่นไหวอยู่กลางทะเลเพลิง มันไม่ถูกความร้อนของทะเลเพลิงหลอมละลาย แต่กลับเพิ่มความประกายแวววาวงดงามจับตา
“ทีน่า เจ้าไม่ต้องสนใจข้า รีบจัดการมังกรโกโมโดตัวที่เหลือเถิด” อันหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ได้!” ฟึ่บ ร่างกายของทีน่าหายวับไป นางพุ่งปราดผ่านทะเลเพลิงมุ่งตรงไปยังเปลวเพลิงขนาดยักษ์
“ไม่รู้จักประมาณตน” เมื่อมังกรอัคนีเห็นร่างเล็กจิ๋วที่พุ่งตรงเข้ามามันก็หัวเราะเย้ยหยันพร้อมกล่าวเหยียดหยาม พลังปราณของมันพลุกพล่านเพิ่มทวีไปไกลเป็นกิโลเมตร เพลิงไฟอันน่าสะ ะพรึงกลัวกำลังผนึกกำลังเข้าด้วยกัน
ทว่าในเวลานี้มีวิญญาณสัตว์เหมันต์สองพุ่งเข้าหามังกรอัคนีดั่งดาวตก พลังความหนาวเหน็บอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วทั้งดินแดน ทำให้การเคลื่อนไหวมังกรอัคนีถึงกับหยุดชะงัก
“หึ เจ้าตัวจ้อย…”
มังกรอัคนียังไม่ทันพูดจบ ลำแสงสายฟ้าสีขาวของหนวดแมงพรุนนับไม่ถ้วนก็แหวกอากาศพุ่งจู่โจมโอบรัดลำตัวที่ร้อนแรงแผดเผาของมันไว้อย่างฉับไว
มนุษย์หินผู้มีเปลวไฟลุกโชน ดิ่งพสุธาลงมาจากเบื้องบน หมัดที่หนักเป็นหมื่นชั่งเหวี่ยงทุ่มเข้าใส่ศีรษะมังกรอัคนี
เปรี้ยง! การโจมตีด้วยพลังมหาศาลก่อเกิดแรงสั่นสะเทือนเป็นเกลียวคลื่นที่กวาดตลบทุกสรรพสิ่งทั่วสารทิศ
มังกรอัคนีรู้สึกว่าศีรษะของมันสั่นไหว ความเจ็บปวดเกินเปรียบเปรยบังเกิดขึ้น ทั้งยังโดนขัดจังช่วงเวลาแสดงพลังอำนาจอีก
เวลาเดียวกันนี้ วิญญาณสัตว์เหมันต์ทั้งสองตัวพุ่งมาอยู่ข้างกายมังกรอัคนีแล้ว พวกมันใช้พุงน้อยๆ ของมันพุ่งชนมังกรนิล
วิญญาณสัตว์เหมันต์ทำอะไรอย่างอื่นไม่เป็น แต่การพุ่งชนอย่างป่าเถื่อนนับเป็นพรสวรรค์ของพวกมัน การพุ่งชนรูปแบบนี้แฝงไว้ด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว มากพอที่จะทัดเทียมกับระดับพล ลังโจมดีของระดับแปลงจิตได้
เปรี้ยง! มังกรอัคนีโดนพุ่งชนอย่างดุเดือดรุนแรงจนช่วงเอวของมันกลายเป็นหลุมลึกลงไป ลมหายใจที่มันพ่นออกมากลายเป็นคลื่นอากาศที่ก่อตัวเป็นพายุเฮอริเคนที่พัดออกไปหลายลี้
นัยน์ตาของมังกรอัคนีถลึงโต กระอักเปลวไฟกองใหญ่กับเลือดออกมา
มังกรอัคนีเงยหน้าขึ้น เห็นแสงสุกสกาวแวววาวที่แฝงไว้ด้วยพลังเหมันต์ที่ทรงพลังไร้ขีดจำกัดของลำแสงสีน้ำเงินของกระบี่ที่พุ่งทะยานทะลุฟ้า
ในเวลานี้เรือนร่างเล็กจิ๋วนั่นสร้างความรู้สึกหวาดผวาถึงขีดสุดในกับมัน ในเวลานี้ความตายคืบคลานปกคลุมไปทั่วทั้งกายา
มังกรอัคนีสิ้นหวังแล้ว ภายใต้การผนึกกำลังกันของผู้แข็งแกร่งมากมายหลายคนขนาดนี้ แค่มันคิดจะโต้ตอบยังกลายเป็นเรื่องเพ้อฝัน มันโดนโจมตีอย่างต่อเนื่องจนสับสนมึนงง
ทันทีที่ลำแสงกระบี่สีน้ำเงินตกลงมาสู่พื้นดิน ร่างของมังกรอัคนี้โดนคมกระบี่สับขาดสะบั้น ลำแสงกระบี่สีน้ำเงินที่แฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บปลิดชีพมังกรอัคนี
กระบี่คู่สีทองในมือมังกรขาว กวัดแกว่งออกกระบวนท่าอย่างฉับไวดุจสายฟ้า สับร่างสาวหิมะขาดสะบั้นสิ้นชีพไปอีกหนึ่ง มังกรขาวสบตากับมังกรนิลที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล จากนั้นก็ตัด ดสินใจเผ่นหนีโดยไม่ได้นัดกัน
“อย่าคิดหนี!” เมื่อเจ้าแห่งวังฉีเห็นสถานการณ์เข้า นางก็รีบพุ่งตรงหามังนิลตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด
มังกรนิลแผดเสียงคำรามก้อง ความกดดันของลมพายุอันน่าสะพรึงกลัวสก่อกำเนิดระเบิดทำลายลายรูปทรงกลมที่กระจายออกไปทั่วทั้งสี่ทิศ พลังทำลายล้างอันแข็งแกร่งทรงพลานุภาพทำให้ภูเขาสั่น ไหวจนเกิดรอยแตกร้าว แม้แต่เจ้าแห่งวังฉีเองก็ยังสั่นสะเทือนจนก้าวถอย
“ฮ่าๆ หากเทียบกันเรื่องความเร็วแล้วไม่มีใครหน้าไหนทัดเทียมข้าได้”
ทั่วทั้งตัวของมังกรนิลปกคลุมไปด้วยกระแสลม มันส่งสายตามองมาที่เจ้าแห่งวังฉีด้วยสายเย้ยหยัน กางปีกใหญ่ยักษ์โผบินไกลออกไป
ลูกศรยาวสีชมพูพุ่งปราดแหวกอากาศ พร้อมด้วยลำสายฟ้าสีแดงที่พุ่งจู่โจมเป้าหมายอย่างฉับไวในชั่วพริบตา
บนใบหน้าของมังนิลยังหลงเหลือรอยยิ้มจางๆ จากนั้นก็ค่อยเหือดหายไป มันหันไปมองยังทิศทางหนึ่ง แล้วรูม่านตาของมันหดเล็กลงเล็กน้อย
ลำแสงสีชมพูเข้มพุ่งเข้ามาใกล้มันขึ้นเรื่อยๆ และเพียงชั่วพริบตาภาพตรงก็กลายเป็นสีเลือดสด สุดท้ายก็ดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความมืดมิด…
ลูกศรแทงทะลุศีรษะมังกรนิลตัวนั้น ทำให้ศีรษะขนาดยักษ์ของมันระเบิดเป็นชิ้นเล็กน้อย ร่วงหล่นสู่พื้นดิน
สาวหิมะที่เหลือต่างมองเหตุการณ์ตรงหน้านี้ด้วยจิตที่เหม่อลอย
เจ้าแห่งวังฉีมองทิศทางที่ลูกศรพุ่งมา เรือนร่างเพรียวบางของนางสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่อยู่ กล่าวด้วยน้ำเสียงตกตะลึง “ญาณหยั่งรู้ด้วยพลังจิตไม่อาจสัมผัสได้ถึงพลังปราณของฝ่ายตรงข ข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่นอกเหนือทัศนวิสัย…เป็นกลวิธีที่น่าสะพรึงกลัวมาก!”
เมื่อมังกรขาวกระบี่คู่เห็นฉากนี้เข้า มันก็ใช้เคล็ดวิชาเพลิงโลหิตอย่างไม่ลังเลใจเลยสักนิด เผ่นหนีไปอย่างรวดเร็ว…
หลิวฉู่ฉู่ที่อยู่ไกลออกไปยี่สิบกว่าลี้ วางคันธนูสีชมพูในมือลง ใบหน้าดูซีดขาวเล็กน้อย นางถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งใจ
“น่าเสียดาย ได้แหวนมิติน้อยลงหนึ่งวง…”นางทอดถอนใจด้วยความรู้สึกค่อนข้างเสียดาย
ลูกศรดอกนั้นที่ยิงออกไปนางใช้พลังจนถึงขีดจำกัดของนางแล้ว มังกรขาวบินหนีได้ไวมากจริงๆ ถ้าคิดจะสังหารมังกรขาว ก็เปลืองพลังของนางมากจนเกินไป ถ้าเป็นเช่นนั้นนางก็อาจจะบา าดเจ็บสาหัสได้ ซึ่งไม่คุ้มเลย
เรือนร่างเล็กจิ๋วเคลื่อนตัวไปมากลางอากาศ มุ่งตรงไปยังศพของสาวหิมะแต่ละนาง
อืม ทีน่าเป็นเชี่ยวชาญในการเก็บรวบรวมแหวนมิติไปแล้ว ใช้เวลาเพียงไม่นานก็เก็บแหวนมิติเผ่าพันธุ์มังกรสามวงกับแหวนมิติของสาวหิมะอีกสามวงมาได้ นางหัวเราะคิกคักระหว่างที่บ บินไปหาอันหลิน
เมื่อสาวหิมะทั้งสามนางผู้รอดชีวิตมาได้เห็นการกระทำของทีน่าที่ขโมยแหวนมิติไปจากศพ ใบหน้าของพวกนางกระตุกเล็กน้อย แต่กลับไม่กล้าทักท้วง ทำได้เพียงยืนรวมตัวกันไว้อย่างเงียบๆ ๆ ใช้สายตายระแวดระวังมองอันหลินกับพวก
อันหลินเก็บแหวนมิติหกวงอย่างคล่องแคล่วเป็นพิเศษ คิดไว้ว่าหลังจากการเรื่องนี้จบแล้วค่อยแบ่งสรรปันส่วนของที่ขโมยมา
เขาทอดสายตามองไปยังสาวหิมะสามนางที่อยู่ตรงหน้า ยิ้มจางๆ พร้อมกล่าวว่า “ตอนนี้ ได้เวลาจัดการเรื่องสำคัญแล้ว”