ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 518 เสวนากับสาวหิมะ
จัดการเรื่องสำคัญ?
สาวหิมะทั้งสามตื่นตระหนกอยู่ในใจ
เพื่อที่พวกนางจะรับมือกับการโจมตีของเผ่าพันธุ์มังกร พวกนางใช้พลังไปมากแล้ว ดูจากพลังการต่อสู้ที่อันหลินกับพวกแสดงให้เห็น หากว่าเกิดการต่อสู้ขึ้นมา พวกนางคงต้องพ่ายแพ้อ อย่างไม่ต้องสงสัย
“เจ้าคิดจะทำอะไร” เจ้าแห่งวังฉีผู้มีอำนาจสูงสุดเอ่ยถามเสียเย็นชา
ลู่เวยมองอันหลินด้วยสีหน้าวิตกกังวล มือเรียวเล็กของนางกำด้ามกระบี่ยาวเอาไว้แน่น ป้องกันอันหลินลงมือกะทันหัน
อันหลินยิ้มเล็กน้อย ส่ายหน้าพร้อมกล่าวว่า “ในเมื่อพวกเจ้ารู้จักตัวตนของข้าแล้ว พวกเจ้าเดาไม่ออกเลยหรือว่าเป้าหมายของข้าคืออะไร ถ้าไม่ใช่เพราะซ่างกวนอี้ ป่านนี้พวกเจ้าคงตาย ยไปนานแล้ว”
เขาประสานมือไว้ด้านหลัง กล่าวต่อ “ถ้าเช่นนั้น…ตอนนี้ข้าจะเริ่มถามคำถามกับพวกเจ้า คำถามแรก ทำไมตอนนี้ซ่างกวนอี้ถึงต้องอยู่ในผลึกน้ำแข็ง”
สาวหิมะทั้งสามเงียบขรึมไม่พูดจา มองอันหลินด้วยสายตาเย็นชา
อันหลิน “…ทำไมไม่เห็นแก่หน้ากันบ้าง”
“เรื่องนี้เกี่ยวโยงกับความลับสำคัญของเผ่าพันธุ์ข้า ข้าไม่อาจบอกให้เจ้ารู้ได้” เจ้าแห่งวังฉีกล่าวด้วยสีหน้าเด็ดขาด
“ต่อให้เจ้าต้องตายเจ้าก็จะไม่บอกอย่างนั้นหรือ” อันหลินถาม
“ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็ไม่บอกเจ้า” เจ้าแห่งวังฉีมองอันหลินด้วยสายตาแน่วแน่
นัยน์ตาทั้งสองข้างของอันหลินรี่แคบลง พลังพิฆาตแผ่ซ่านออกมาชนิดที่ไม่ยั้งไว้เลยสักนิด
ในเวลาเดียวกันนี้ แสงสีทองวาบผ่านในนัยน์ตาของเขา แสงสีทองเริ่มเคลื่อนไหวแผ่กระจายไปทั่วทั้งสี่ทิศ
ลู่เวยกับสาวหิมะนางอื่นๆ ต่างยืนตัวเกร็งในทันที สายตาที่มองอันหลินราวกับสายตาที่มองผู้สูงศักดิ์ที่ทรงอำนาจเหนือผู้ใด ชวนให้ผู้พบเจอพลันหวั่นเกรงจนตัวสั่นเทิ้ม
แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ พวกนางก็ยังกัดฟันแน่นไม่ยอมเปิดปากพูดสักคำเดียว
เสวี่ยจ่านเทียนสัมผัสได้ถึงพลังปราณนี้ เนื้อตัวของมันก็สั่นเทิ้มด้วยเช่นกัน
ออกมาแล้ว…อนุภาพมหาอำนาจอันสูงศักดิ์ที่ศัตรูไม่อาจต่อกรของเจ้านาย ติดตามเขา ข้าจะต้องแข็งแกร่งทะลุฟ้าแน่!
เมื่ออันหลินเห็นปฏิกิริยาของสาวหิมะ เขาก็แอบถอนหายใจอยู่ในใจ ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าถ้าสาวหิมะตายไปแล้ว ซ่างกวนอี้จะต้องถูกขังอยู่ในผลึกน้ำแข็งไปตลอดกาล เขาคงไม่สนใจว่าส สาวหิมะพวกนี้จะเป็นหรือตายตั้งแต่แรก
และด้วยเหตุนี้ ทั้งสองฝ่ายยืนอยู่กลางที่โล่งแจ้ง ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อต่อกัน
นัยน์ตาที่งดงามของลู่เวยจับจ้องอยู่ที่เสวี่ยจ่านเทียนกับเสวี่ยเหมิงเหมิงไม่ละสายตาไปไหน ในแววตาของนางฉายความร้อนรุ่มกับความเฝ้าปรารถนาออกมา
นั่นมันวิญญาณสัตว์เหมันต์….สัตว์อสูรที่นางใฝ่ฝันแม้แต่ในยามหลับ!
น่ารักน่าชังมากจริงๆ เลย อยากสัมผัสลูบไล้จัง!
น่าเสียดายที่ภารกิจในครั้งนี้จะเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนไม่ได้ ไม่เช่นนั้นนางจะต้องลองจับตัววิญญาณสัตว์เหมันต์กลับไปด้วยแน่
“อันหลิน อันดับต่อไปพวกเราจะทำอย่างไรต่อ” หลิงอิ่งถามอันหลิน
อันหลินค่อนข้างรู้สึกปวดหัว ดูจากที่สาวหิมะเหล่านี้เลือกที่จะต่อสู้กับเผ่าพันธุ์มังแทนที่วิ่งหนี ก็รู้ได้ว่าความแข็งแกร่งของวรยุทธ์ไม่อาจใช้ต่อกรกับพวกนางได้
“หรือว่าเราจะทุบผนึกน้ำแข็งให้แตกดี” หงโต้วเสนอวิธี
มุมปากของอันหลินกระตุกเล็กน้อย ชำเลืองมองหงโต้วทีหนึ่ง แล้วไม่พูดอะไรอีก
ถ้าให้มนุษย์หินอย่างหงโต้วรับผิดชอบเรื่องช่วยชีวิตซ่างกวนอี้ หงโต้วจะต้องพาซ่างกวนอี้เดินทางไปสู่หายนะแน่
“งั้นข้าจะถามเจ้าอีกคำถามหนึ่ง ซ่างกวนอี้อยู่กับพวกเจ้าในฐานะอะไร” อันหลินถามขึ้นอีกครั้ง
เมื่อลู่เวยได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะพร้อมกล่าวขึ้นว่า “เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป ตอนนี้นางเป็นเมิ่งจือ…”
เพี๊ยะ!
ลู่เวยโดนเจ้าแห่งวังฉีฟาดที่หลังมือของนางอย่างโหดเหี้ยมหนึ่งที อีกทั้งยังถลึงตาจ้องนางด้วยสายตาโกธรเกรี้ยว
นางดูห่อเหี่ยวในทันใดราวกับลูกบอลที่ถูกปล่อยลม ก้มศีรษะ นิ่งเงียบไม่พูดจา
เมื่ออันหลินเห็นเช่นนั้นก็กลอกตามองบน เขาไม่ถอดใจ ถามขึ้นอีกครั้งว่า “ซ่างกวนอี้ต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ แล้วนานแค่ไหนถึงจะได้ออกมาจากผลึกน้ำแข็ง”
สาวหิมะทั้งสามนางนิ่งเงียบไม่พูดจา
อันหลินกล่าวขึ้นว่า “อืม…งั้นเราทำความรู้จักกันสักหน่อยแล้วกัน พวกเจ้าชื่ออะไร”
สาวหิมะทั้งสาม “…”
เจ้าแห่งวังฉีครุ่นคิดแล้วจึงตอบไปว่า “ข้าชื่อฉีอีเหยา ถ้าเจ้าคิดจะพาตัวซ่างกวนอี้ไป ข้าข้อแนะนำว่าเจ้าอย่าเปลืองแรงเปล่าเลย ตอนนี้นางเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหมันต์อย่างเป ป็นทางการแล้ว บำเพ็ญฌานเฉกเช่นเดียวกับเหล่าสาวหิมะ ว่ากันตารากฐานแล้ว นางจัดว่าเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันกับสาวหิมะอย่างพวกเรา”
อันหลินปล่อยมือ กล่าวขึ้นว่า “เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องห่วง เรื่องบางเรื่องข้าถามนางด้วยตัวเองได้”
ดูเหมือนว่าเพื่อที่จะขานรับอันหลิน ในเวลานี้เสียงคล้ายเสียงแก้วแตกเริ่มดังขึ้น
แกร๊ก...
ผลึกน้ำแข็งเริ่มเกิดแตกรอยร้าวกลายเป็นปากถ้ำที่มีลักษณะเป็นทรงกลม ระลอกคลื่นสีน้ำเงินแผ่กระจายไปทั่วทั้งสี่ทิศ ทำให้อุณหภูมิโดยรอบลดฮวบลงทันใด
อันหลินกับพวกและสาวหิมะต่างหันไปมองที่ผลึกนำแข็งโดยพร้อมเพรียง สีหน้าแสดงออกถึงความตื่นเต้น
ซ่างกวนอี้ก้าวออกมาจากปากถ้ำที่มีลักษณะเป็นทรงกลม นางยืนอยู่ยอดสูงสุดของภูเขาหิมะด้วยเครื่องแต่งกายสีฟ้าพริ้วไหวปะทะลมราวกับบงกชสีน้ำเงินที่ผลิบานสง่างาม
นางลืมตาขึ้นเผยให้เห็นม่านตาสีทอง ความยิ่งใหญ่ทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมาจากตัวนาง ราวกับเป็นราชินีผู้สู่งไม่ใครกล้ารุกราน
“ศิษย์น้องซ่างกวนอี้ ยินดีด้วยที่เจ้าฟื้นแล้ว” ฉีอีเหยาแสดงความยินดีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ศิษย์พี่ซ่างกวนอี้ ข้ามารับท่านกลับ!” อันหลินยิ้มแย้มใสเช่นกัน เขากวักมือเรียกนาง
ซ่างกวนอี้เงยหน้ามองอันหลินที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล สีหน้าเย็นชาเรียบเฉย ส่ายหน้าเล็กน้อย พร้อมกล่าวว่า “ขอบใจเจ้ามากอันหลินที่ยืนมื่อเข้ามาช่วย แต่ตอนนี้ข้าเป็นคนของดินแด ดนศักดิ์สิทธิ์เหมันต์แล้ว กลับไปกับเจ้าไม่ได้อีกแล้ว”
เมื่ออันหลินได้ฟังเช่นนั้นก็ถึงกับมึนงง “ศิษพี่เจอกับปัญหายุ่งยากที่จัดการไม่ได้หรือเปล่า หรือมีพลังใดกีดขวาง ไม่เป็นไรนะ ข้าจะช่วยศิษย์พี่เอง”
“ไม่ใช่เพราะสาเหตุนี้ เรื่องทั้งหมดข้าสมัครใจเอง เจ้าไม่ต้องถามแล้ว”
ซ่างกวนอี้ส่ายหน้า จากนั้นหันไปทางฉีอีเหยาเดินตรงไปหานาง สีหน้าของนางไร้ซึ่งความลังเล
อันหลินกัดฟันกรอดกล่าวขึ้นว่า “เจ้าเคยพูดไม่ใช่หรือว่าสำนักวิหคชาดคือบ้านของเจ้า คนที่ตั้งตารอคอยเจ้ากลับไปมีตั้งมากมายขนาดนั้น ทำไมเจ้าถึงไม่กลับ ทำไมเจ้าถึงเลือกที่จะอยู่ กับฝ่ายศัตรู!”
ฝีเท้าของซ่างกวนอี้หยุดชะงักทันใด ม่านตาสีทองมีหยาดตาเอ่อล้น นิ้วเรียวงามขาวดั่งหยกขาวริสุทธิ์สั่นเทิ้ม
“ฝ่ายศัตรูอย่างนั้นหรือ…”
“มนุษย์ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง จากมิตรกลายเป็นศัตรูก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้…”
นางหันมามองอันหลิน เผยรอยยิ้มออกมา กล่าวด้วยเสียยแผ่วเบา “ครั้งนี้ต้องขอบใจเจ้ามากจริงๆ วันข้างหน้าพวกเราแยกจุดยืนกันให้ชัดเจนกันเถิด พวกเจ้าเป็นมนุษย์ ส่วนพวกข้ามีสถานะ ะเป็นสาวหิมะ ดังนั้นเจอครั้งหน้า อย่าแสดงกิริยาเช่นนี้อีกเป็นอันขาด”
“เจ้าแห่งวังฉี พวกเราไปกันเถิด” หลังจากพูดจบ นางก็ไม่มองหน้าอันหลินอีก นางหันหลังแล้วเดินจากไป
สาวหิมะทั้งสามนางมองอันหลินกับพวกทีหนึ่ง แล้วก็รีบตามซ่างกวนอี้ไป
“ช้าก่อน!”
เสียงของอันหลินดังขึ้นอีกครั้ง
ซ่างกวนอี้กับสาวหิมะหันกลับมองเขาด็ยความข้องใจ ฉีอีเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชายิ่งขึ้น “ซ่างกวนอี้พูดกับเจ้าชัดเจนขนาดนั้นแล้ว เจ้ายังต้องการอะไรอีก!”
“วางแหวนมิติของพวกเจ้าไว้!” อันหลินกล่าวด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้ง
สาวหิมะทั้งสามนาง “???”
“อ้อ ของซ่างกวนอี้ไม่ต้อง” อันหลินกล่าวเสริมขึ้นอีกครั้ง
ซ่างกวนอี้ “…”
“เจ้า…เจ้าอยากได้แหวนมิติของพวกเราไม่ทำไมกัน” ฉีอีเหยาส่ายหน้า นางมองอันหลินด้วยสีหน้าแปลกใจ
“คำถามไร้สาระ ข้าช่วยเจ้าต่อสู้กับมังกร ข้าไม่ต้องได้ค่าตอบแทนหรือไง วางแหวนมิติไว้ มิฉะนั้นอย่าหาว่าพวกข้าใช้กำลัง” อันหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ขณะที่อันหลินพูด หลิงอิ่ง หงโต้ว ทีน่า วิญญาณสัตว์เหมันต์ทั้งสอง ต่างก็เริ่มไปวนไปทั่ว แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเตรียมพร้อมจะใช้กำลัง…
มุมปากของฉีอีเหยากระตุกเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่านางคาดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้ไปได้
สาวหิมะสองนางถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก มองอันหลินด้วยอาหการเหม่อลอย
ทุกคนพบปะกันแล้วก็แยกย้ายกันไปด้วยดีไม่ไดหรืออย่างไรกัน ทำไมจู่ๆ จะต้องเกิดเรื่องปล้นจี้กันด้วย!?
ซ่างกวนอี้ถอนหายใจออกมา กล่าวขึ้นว่า “ช่างเถิด เจ้าแห่งวังฉี กำลังคนของพวกเราอ่อแอเกินไป…”
ฉีอีเหยามองอันหลินด้วยสายเกลียดชัง ราวกับจดจำเขาให้ขึ้นใจ
“เอาไป!” นางปาแหวนมิติในมือใส่อันหลิน
ลู่เวยมองอันหลินด้วยสีหน้าที่เหมือนกำลังจะร้องไห้ออกมา ไม่ว่านางจะคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่ามนุษย์คนนี้จะชิงแม้แต่แหวนมิติของนาง ศีลธรรมเล่า ผู้แข็งแกร่งต้องวางตัวน่านับถือ อไม่ใช่หรือไง!
นางถอดแหวนมิติออกอย่างเงียบๆ ปล่อยให้แหวนมิติบินไปหาอันหลิน ภาพลักษณ์ของบุคคลที่นางวาดไว้ในใจกำลังพังทลาย
เมื่อสาวหิมะอีกนางเห็นสถานการณ์แล้ว นางก็ทำได้แค่ยื่นแหวนมิติให้อันหลิน นางโกรธจนเนื้อตัวสั่นไปหมด
“เอาละ เอาละ ลาก่อน!” อันหลินโบกมือลาด้วยสีหน้าพึงพอใจ แสดงท่าทีให้พวกนางรู้ว่าจะไปแล้ว
ความจริงแล้วที่เขาปล่อยซ่างกวนอี้ไปง่ายๆ เช่นได้มีเหตุผลเดียวคือถ้าซ่างกวนอี้ตามเขากลับไป ก็เท่ากับว่าซ่างกวนอี้ทรยศต่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหมันต์ ป้ายเคลื่อนย้ายมิติของซ่า างกวนอี้ส่งซ่างกวนอี้มาที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหมันต์ ถ้าซ่างกวนอี้ทรยศต่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหมันต์ ยามที่ต้องกลับมานางจะทำอย่างไร…
จะต้องเป็นผลมาจากยาลูกกลอนแน่!
ดันนั้นเรื่องนี้จะต้องค่อยๆ วางแผนอย่างเยือกเย็นสุขุม แค่ใช้วิธีการต่างจับสังเกตลักษณะท่าทางของสาวหิมะเหล่านั้นก็พอจะได้ความบ้างแล้ว
สาวหิมะทั้งสามนางจากไปด้วยสีหน้านิ่งขรึมราวกับกินยาขม
พวกนางลั่นสาบานในใจว่าวันข้างหน้าหากเจออันหลินอีก พวกนางจะต้องสังสารเข้าทิ้งแน่ แล้วจากนั้ค่อยขโมยแหวนมิติกลับคืนมา!