ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 519 ฟ้าถล่มแล้ว
ซ่างกวนอี้เหยียบกระบี่เหาะขึ้นฟ้า สาวหิมะทั้งสามนางบินเคียงข้างนางไป
ภารกิจของพวกนางเสร็จสิ้นแล้ว ในเวลานี้แค่จำเป็นต้องปกป้องคุ้มครองซ่างกวนอี้ จากนั้นก็รอการหวนคืนอย่างเงียบๆ
อันหลินส่งซ่างกวนอี้ด้วยสายตา หวนนึกขึ้นได้ว่าสตรีนางนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์โศกนาฏกรรม แล้วเขาก็อดถอนหายใจออกมาหนึ่งทีด้วยความเศร้าโศกไม่ได้
เขาเชื่อมั่นมาตั้งแต่ต้นว่าซ่างกวนอี้ไม่สมัครใจอยู่ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหมันต์ แต่เขาจะทำอะไรเพื่อซ่างกวนอี้ได้บ้าง…
ท้องนภาที่ห่างไกลออกไป ลำแสงสีชมพูกำลังบินใกล้เข้ามามากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
หลิวฉู่ฉู่ทนรอที่จะแบ่งสิ่งของที่ชิงมาได้แทบไม่ไหวแล้ว
อันหลินเอาแหวนมิติทั้งหกวงออกมาวางเรียง สามวงเป็นของเผ่าพันธุ์มังกร อีกสามวงเป็นของสาวหิมะ
เนื่องจากการแบ่งสรรปันส่วนในครั้งวนมาถึงตาที่อันหลินกับทีน่าเป็นฝ่ายเลือกก่อน ดังนั้นเขาจึงเลือกแหวนมิติมังกรโกโมโดสองวง แหวนมิติสาวหิมะหนึ่งวง หลิวฉู่ฉู่ได้แหวนมิติของเผ่าพันธุ์มังกรหนึ่งวง หลิงอิ่งกับหงโต้วได้แหวนมิติของสาวหิมะคนละวง
เดิมทีหลิวฉู่ฉู่เลือกแหวนมิติของสาวหิมะ แต่นางจากประสบการณ์ในการสังหารเพื่อชิงของล้ำค่าหลายต่อหลายครั้ง นางได้รู้ว่าสาวหิมะโดยทั่วไปแล้วยากจนมาก แต่เผ่าพันธุ์มังกรโดยทั่วไปล้วนร่ำรวย ดังนั้นนางจึงเลือกแหวนมิติมังกรโกโมโด
อันหลินชื่นชมการตัดสินใจของหลิวฉู่ฉู่ยิ่งนัก เรื่องเกี่ยวกับแหวนมิติของสาวหิมะ เขามีอำนาจในการออกความคิดเห็นมากที่สุดแล้ว เพราะถึงอย่างไรเสียเขาก็เคยได้แหวนมิติห้าวงของผู้ชายของสาวหิมะระดับหวนคืนสู่ความว่างเปล่ามาก่อน
ทว่าทุกคนยังไม่ทันได้เปิดดูของล้ำค่าในแหวนมิติ แรงสะเทือนที่รุนแรงก็เริ่มบังเกิดขึ้น
ไม่เพียงแต่ผืนแผ่นดินที่สั่นสะเทือน ทว่าชั้นอากาศก็สั่นสั่นสะเทือนด้วยเช่นกัน!
“เอ๊ะ? นี่มันอะไรกัน?” อันหลินสีหน้าพลันเปลี่ยน กวาดสายตามองไปทั่วทั้งสี่ทิศด้วยความตื่นตัวพิเศษ
“ยักษ์อันหลิน รีบดูข้างบนหัวพวกเราเร็วเข้า!” ทีน่ากรีดร้องเสียงแหลม ดึงผมอันหลินพร้อมพูดอย่างร้อนรน
ทุกคนแหงนหน้ามองท้องฟ้า แล้วทันทีหลังจากนั้นพวกเขาต่างก็ถึงกับอ้าปากค้าง
รอยแตกสีดำทมิฬกลางท้องฟ้าแตกแยกอย่างรุนแรงราวกับโดนฉีกกระชากด้วยพลังมหาศาล ช่องโหว่ขยายกว้างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับอสูรร้ายกำลังอ้าปากขนาดยักษ์ที่ลึกลงไปเหมือนเหวลึก
“หนี!” อันหลินตะโกนเสียงดังลั่น ไม่ลังเลใจเลยสักนิดที่จะหนีไปให้ไกลจากรัศมีของรอยแตกนี้!
ฟ้าดินยังคงสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง กำลังมหาศาลที่ไร้รูปกระแทกโจมตีร่างกายของทุกคนอย่างดุเดือด นั่นเป็นพลังแห่งกฎทำลายล้างรูปแบบหนึ่ง ต่อให้ทุกคนใช้เวทมนตร์ต้านทาน ก็ไม่อาจเกิดผล เพราะพลังแห่งกฎนั้นทรงพลังมากพอที่จะทะลุทะลวงทุกสรรพสิ่งบนโลกได้ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อร่างกายสิ่งมีชีวิตโดยตรงอีกด้วย!
สิ่งเดียวที่อันหลินทำได้ก็คือหนีไปให้ไกลจากรัศมีของรอยแตกนี้ให้ไกลที่สุด
แต่รอยแตกขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วมากจนน่าหวาดกลัว ราวกับลูกบอลสีดำที่ถูกบีบอัดให้เล็กลงถึงขีดสุด แล้วจู่ๆ ก็เกิดสูญเสียกำลังบีบอัดอย่างเฉียบพลัน ลูกบอลจึงเริ่มขยายอย่างรวดเร็วและระเบิดในทันใด
รอยแตกขยายากว้างอย่างไร้ขอบเขต เพียงชั่วพริบตาก็มีเส้นผ่าศูนย์กลางนับหมื่นลี้ ลำแสงสีม่วงกับลำแสงสีน้ำเงินบนท้องฟ้าหลั่งไหลมารวมกัน ท้องฟ้าเริ่มแตกร้าวเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากนั้นก็ถล่มลงมาสู้พื้นดิน หลงเหลือไว้เพียงแต่ความมืดมิดกับความว่างเปล่า
พลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้เริ่มแผ่กระจายจากบนท้องฟ้า ฉีกกระชากความว่างเปล่า ทำลายล้างแผ่นดิน...
อันหลินกับพวกได้รับผลกระทบจากพลังนี้ ร่างกายเลือดเนื้อและอวัยวะภายใจล้วนได้รับผลกระทบจากพลังแห่งกฏการทำลายล้าง ร่างกายเริ่มแหลกลาญ
อันหลินรู้สึกเย็นวาบในหัวใจ ความสิ้นหวังที่ยากจะปกปิดปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ความเร็วในการบินของพวกเขาช้ากว่ารอยแตกที่ขยายกว้างอย่างรวดเร็วมาก ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเขาต้องตามแน่
อันหลินพอจะคาดเดาได้แล้วว่าพวกเขากำลังเผชิญกับสถานการณ์อะไรอยู่กันแน่ นี่คือการล่มสลายพังทลายของแผ่นดินใหญ่…
แดนโบราณบรรพกาลเริ่มเกิดการล่มสลายพังทลายมาตั้งอดีตจวบจนปัจจุบันซึ่งมีพื้นไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ และทุกวันนี้ยังล่มสลายพังทลายอย่างต่อเนื่อง แล้วพวกเขาก็โชคดีมากที่ได้เผชิญกาเรื่องราวเช่นนี้
โชคดีอะไรอย่างนี้เนี่ย?
“ฮือๆๆ…ยักษ์อันหลิน ดินแดนภายนอกน่ากลัวจังเลย ดินแดนแห่งนี้พินาศแล้ว….” ทีน่าดึงเส้นผมอันหลิน เมื่อเห็นท้องฟ้าถล่มลงมา ก็ตกใจกลัวจนเรือนร่างเพรียวบางสั่นระริก
“ไม่ต้องกลัว พวกเราหนีออกไปได้” อันหลินกล่าวปลอบใจ
“ฮือๆๆๆ…” ทีน่ายังสะอึกสะอื้รอยู่ แล้วจู่นางก็อ้าปากเล็กของนาง เอื้อก
ทีน่ากระอักเลือด เลือดหยดลงบนบ่าของอันหลิน
อันหลิน “…”
เสวี่ยจ่านทียนบินอยู่ข้างๆ อันหลิน เห็นได้ชัดว่าตื่นเต้นมาก “คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ข้าเสวี่ยจ่านเทียนยังไม่ได้พังทลายท้องฟ้า ท้องฟ้าก็ถล่มลงมาเองแล้ว…เฮ้อ…คิดไม่ถึงเลยว่าท้องฟ้าจะเปราะบางขนาดนี้ น่าเศร้าใจยิ่งนัก! สูญเสียเป้าหมายที่น่าตื่นเต้นไปในชั่วพริบตา วันข้างหน้าข้าจะพังทลายอะไรดี”
พอพูดจบ จู่เสวี่ยจ่านเทียนก็หันควับมามองอันหลิน แสงประหลาดสว่างวาบในแววตา “เจ้านาย ข้ารู้สึกว่าเจ้านายแข็งแกร่งทรงพลังมาก! เอื้อก...”
เสวี่ยจ่านเทียนเพิ่งจะพูดออกไปก็กระอักเลือดกองใหญ่ออกมา เห็นได้ชัดว่าโดนพลังแห่งกฎนี้ทำร้ายหนักหน่วงไม่เบา
อันหลิน “…”
การพังทลายของท้องฟ้า ห้วงความว่างเปล่าที่แตกสลาย สายลมหมุนที่กวาดล้างทุกสิ่ง แผ่นดินใหญ่พังทะลายสิ้น ความพินาศและความพังทลายที่ปรากฏเข้ามาในสายตา ทำให้มองไม่เห็นซึ่งความหวังใดๆ
รอยแตกสีดำที่กลายเป็นหลุมดำมืดมิดขนาดใหญ่ที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง พลังแห่งกฎการทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวกัดกร่อนกัดกร่อนร่างกายของทุกคน ทำให้ทุกคนเข้าใกล้ความตายมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ!
อะไรที่เรียกว่าความสิ้นหวัง ความสิ้นหวังก็การที่ฟ้าดินกำลังล่มสลายพังทลาย แล้วพวกเขาดันติดอยู่ในเหตุการณ์ฟ้าดินพินาศล่มสลายครั้งนี้ และไม่ว่าจะหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น!
การล่มสลายพัทลายยังดำเนินต่อไป ถึงแม้ว่าทุกคนจะมองไม่เห็นท้องฟ้าที่ไม่สึกหรอว่าอยู่ที่ไหน แต่ยังคงบินหนีไปอย่างสุดพลัง ช่วงชิงโอกาสอันเลือนรางที่จะรอดชีวิต
ทันใดนั้นอันหลินเห็นแสงระยิบระยับเปล่งประกายใจกลางความมืดมิดที่อยู่ไกลออกไปจากหางตา แสงสว่างที่เปรียบเสมือนแสงแห่งความหวังที่บังเกิดขึ้น แสงสว่างที่ทำให้เนื้อตัวของเขาสั่นเทิ้ม
“บินไปทางนั้น!” อันหลินแผดเสียงตะโกนลั่น เริ่มเปลี่ยนที่ทิศทาง บินตรงไปยังแสงระยิบระยับเปล่งประกายนั่น
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ตามอันหลินไป บินตรงไปยังบริเวณที่มีแสงระยิบระยับเปล่งประกายรางๆ
ยิ่งเข้าใกล้ตำแน่งนั้นมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ พวกเขาก็เห็นชัดแล้วแสงนั้นมาจากไหน
มาจากภูเขาลูกหนึ่ง!
ภูเขาลูกยักษ์ห้อยกลับหัวท่ามกลางความมืดมิดอันไร้ขอบเขต!
ภูเขาลูกนี้ส่องแสงระยิบระยับเปล่งประกาย ราวกับแสงดวงดาราที่ส่องพร่างพราวระยิบระยับกลางท้องฟ้าในยามค่ำคืน
เมื่อทุกคนเห็นภูเขาลูกนี้ ก็เกิดความรู้ราวกับคนที่กระหายน้ำใกล้ตายอยู่กลางทะเลทราย แล้วจู่ๆ ก็เจอกับโอเอซิส ความหวังเอ่อล้นท่วมท้นหัวใจ พวกเขาไม่ลังเลใจอะไรอีก ออกแรงทั้งหมดที่มีมุ่งตรงไปยังภูเขาลูกยักษ์ลูกนั้น
ภายใต้สภาพแวดล้อมที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ภูเขาลูกยักษ์ลูกนี้ไร้ซึ่งรอยขีดข่วน สิ่งนี้บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าภูเขาลูกนี้มีความพิเศษ พวกเขาจะทิ้งโอกาสหลบหนีภัยพิบัตินี้ไปได้อย่างไรกัน
ในเวลานี้จู่ๆ แสงเปล่งประกายระยิบระยับที่ส่องสว่างของภูเขาลูกยักษ์ลูกนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นบางครั้งก็สว่างวาบชัดเจน บางครั้งแสงสว่างก็ริบหรี่ลง ราวกับเป็นภาพมายา
เมื่อหลิวฉู่ฉู่เห็นเช่นนั้นหยาดน้ำตาก็ไหลรินออกมา
โธ่เอ้ย อุตส่าห์ใจอยู่ตั้งนานคิดว่าจะรอดแล้ว ผลคือแสงที่เห็นเป็นแค่ภาพลวงตา?! จิตหลอนกันไปเอง?!
อันหลินไม่ยอมถอดใจ มุ่งตรงไปยังภูเขาลูกยักษ์ที่บางครั้งก็สว่างวาบชัดเจน และบางครั้งแสงสว่างก็ริบหรี่ลงลูกนั้น
เมื่อเขาเห็นภูเขาสูงลูกยักษ์ที่กลับหัวอยู่กลางท้องฟ้า เป็นภูเขาสูงที่มีขนาดใหญ่มหึมาเกินหาสิ่งใดเปรียบ เขาก็พุ่งตรงเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ครืด!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมไปทั่วกาย เขาสัมผัสได้ถึงระลอกคลื่นในอากาศรอบตัวเขา และในทันทีหลังจากนั้นห้วงมิติที่น่าสะพรึงขั้นสุดกลัวก็ฉีกขาด ความเปลี่ยนแปลงบังเกิดขึ้น ตามมาติดๆ ด้วยความรู้สึกหน้ามืดตาลายเวียนศีรษะ
ทีน่ากับเสวี่ยจ่านเทียนจับอันหลินไว้แน่ กรีดร้องเสียงแหลมสูง จากนั้นก็หมดสติไป
เมื่อหลิวฉู่ฉู่ หงโต้ว หลิงอิง เสวี่ยเหมิงเหมิงเห็นเช่นนั้น ต่างก็มุ่งตรงไปยังภูเขาลูกยักษ์ลูกนั้น และทันใดนั้นก็เกิดระลอกคลื่นขึ้นกลางอากาศ รูปทรงของร่างกายสูญสลายไปท่ามกลางฟ้าดินที่พังพินาศ
ฟ้าดินยังคงล่มสลายพังพินาศอย่างต่อเนื่อง
ไม่นานห้วงแห่งความว่างเปล่าก็เริ่มแตกสลายในที่สุด ความโกลาหลแผ่กระจายไปทั่วสารทิศ อากาศธาตุที่กลืนกินทุกสรรพสิ่งที่พบเจอ แผ่นดินใหญ่หวนคืนสู่ความว่างเปล่า ทุกสสารทุกสิ่งมีชีวิตเริ่มดับสูญ แปรเปลี่ยนเป็นพลังที่แผ่ขยายออกไปอย่างไร้ขอบเขต ไร้รองรอย…