ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 520 ขุนเขาแสงดาว
อันหลินสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าถูกสิ่งของบางอย่างทับท้องไว้
เขายื่นมือไปดันของสิ่งนั้นออก กลับพบว่าเนื้อสัมผัสนุ่มนิ่มขนปุกปุยประหนึ่งปัดลูกบอลขนที่อุ่นร้อนลูกหนึ่งทิ้ง
“เจ้ามนุษย์ต่ำต้อยไม่เจียมตัว บังอาจโจมตีท่านจ่านเทียนด้วยการใช้ไข่กระทบหิน…” เสียงที่ไพเราะและพึมพำเล็กน้อยดังขึ้นคล้ายว่ายังอยู่ในห้วงความฝัน
อันหลิน “…”
อันหลินเตะเสวี่ยจ่านเทียนหลายทีอย่างเอือมระอา เตะมันจนตื่นขึ้นมา
“โอ้…ยักษ์อันหลิน นี่พวกเราอยู่ที่ไหนกัน” ทีน่าก็ค่อยๆ ได้สติกลับมา กวาดมองรอบข้างด้วยความงุนงง
สิ่งที่อยู่ในคลองจักษุเป็นขุนเขาสีดำที่สูงไม่รู้ตั้งเท่าใด
นางเงยหน้าขึ้นพบว่าขุนเขาสีดำไม่เห็นปลายทางราวว่าทะลุผืนนภา ผิวดำขลับมีแสงระยิบระยับ ดูแล้วงดงามชวนฝันอย่างยิ่ง
“งดงามนัก…นี่เขาดวงดาวหรือ”
ทีน่าทำหน้าเหมือนคนมีภูมิความรู้ มองขุนเขาที่โอฬารลูกนี้ด้วยความตะลึงพลางรำพันกับตัวเอง
อันหลินได้ฟังกลับสะดุ้งโหยง เขาดวงดาว…
หรือจะเป็นขุนเขาแสงดาวที่จักรพรรดิจื่อเวยพูดถึง…
เขาเบิกตากว้างมองภูเขาสูงที่มหึมาอย่างหาใดเปรียบ รูปร่างภายนอกสอดคล้องกับการบรรยายที่ได้ยินในความทรงจำ อารมณ์ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันใด
ขุนเขาที่ลึกลับ เลือนรางไร้ซึ่งร่องรอย บัดนี้ปรากฏให้เห็นตรงเบื้องหน้าเขาแล้วหรือ
ซ้ำยังกลายเป็นความหวังสุดท้ายของชีวิตเขาในช่วงเวลาที่สิ้นหวังภายใต้สถานการณ์ที่แผ่นดินพังทลายงั้นเหรอ
อันหลินคิดว่าควรต้องจัดการสถานการณ์นี้ เขากวาดสายตามองไปรอบกาย
นอกจากเสวี่ยจ่านเทียนกับทีน่าแล้ว หลิวฉู่ฉู่ หลิงอิ่ง หงโต้วกับเสวี่ยเหมิงเหมิงต่างก็หายสาบสูญกันหมด
หรือ…เป็นเพราะไม่ได้สัมผัสแขนขาของเขา ด้วยเหตุนี้จึงถูกมิติส่งไปยังสถานที่อื่น
เขาเอนเอียงไปทางทฤษฎีนี้ที่สุด เพราะคนที่เหลือต่างก็ตามอยู่ข้างหลังเขา ไม่มีเหตุผลจะถูกขุนเขาแสงดาวจะต่อต้าน ส่วนความเป็นไปได้ที่ว่าจะล้มหายตายจากตามการพังทลายของแผ่นดินนั้น น เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ…
อันหลินหันไปมองด้านหลัง สิ่งที่เข้าสู่คลองจักษุเป็นแนวเขาที่ทอดยาวไม่ขาดสาย สีของขุนเขาเหล่านี้ดำสนิท แม้จะสูงและใหญ่มาก แต่เมื่อเทียบกับขุนเขาแสงดาวแล้วมันก็ยังห่างไกล กันมากอยู่ดี
และท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยดวงดารา แสงดาวเจิดจ้ายิ่งแล้ว
เดี๋ยวนะ…เหมือนว่าจะมีบางอย่างผิดปกติ…
เขามองท้องนภาที่พร่างพรายผืนนี้ แสงดาวเหล่านั้นชัดเจนสมจริงเป็นอย่างยิ่งประหนึ่งว่าระหว่างทั้งสองไม่มีอุปสรรคใด พลังแห่งดาราเหล่านั้นสามารถส่งผ่านมายังดินแดนผืนนี้ได้โดยไม ม่มีสิ่งใดกีดขวาง
“ทำไมเป็นแบบนี้ ทำไมรู้สึกว่าท้องฟ้าที่นี่มันแปลกๆ…” อันหลินพึมพำ
อันหลินส่ายหน้า ไม่อยากคิดมากอีก ปลุกเสวี่ยจ่านเทียนที่นอนอยู่บนพื้นให้ตื่น จากนั้นนำผลเซียนทองคำกำเนิดสามลูกออกจากแหวนมิติแล้วแบ่งให้เสวี่ยจ่านเทียนกับทีน่าคนละลูก
เมื่อประสบกับดินแดนพังทลาย อันที่จริงร่างกายของพวกเขาต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ร่างกาย กระดูกและเส้นชีพจร แม้กระทั่งทะเลปราณก็ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง หากจะให้มันฟื้นฟูไ ได้ด้วยตัวเองอาจจะต้องใช้เวลาสิบกว่าวันถึงขนาดว่าเป็นเดือน
ในเวลานี้ผลเซียนขั้นแปดที่แฝงด้วยพลังชีวิตอันแข็งแกร่งยิ่งก็แลดูจะสำคัญยวดยิ่งขึ้นมา มันทำให้อาการบาดเจ็บแบบนี้ฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว
อันหลินมองเสวี่ยจ่านเทียนกับทีน่าเป็นคนกันเองไปนานแล้ว ในช่วงเวลาเช่นนี้ย่อมไม่ตระหนี่ ล้วงผลเซียนทองคำกำเนิดที่มีสรรพคุณรักษาซึ่งมีเพียงสามลูกออกมา
เสวี่ยจ่านเทียนกับทีน่าต่างก็ซาบซึ้งอย่างรุนแรง พากันกัดผลเซียนด้วยความตื่นตันใจ
อันหลินเห็นดังนั้นก็กินผลเซียนในมือเช่นกัน พลังชีวิตที่เข้มข้นแผ่ซ่านในร่างกาย รักษากายเนื้อที่บาดเจ็บสาหัสอย่างบ้าคลั่งภายใต้การกระตุ้นของวิชาพฤษธาตุอมตะ
หลังเสวี่ยจ่านเทียนเคี้ยวกร๊วบๆ จนหมดก็นอนแผ่บนพื้นด้วยความตื่นเต้น ร่างกายกลมมนแผ่ไอเย็นสีน้ำเงินที่ริบหรี่ราวกับกำลังปรับลมหายใจ
“ผลไม้นี่ช่างเป็นโอสถวิเศษเสียจริง กินเข้าไปแล้วร่างกายผ่อนคลาย รสชาติติดปากไม่สิ้นสุด นายท่านช่างดีเสียจริง ซื่อสัตย์จริงใจ ใจดีมีเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่…” เสวี่ยจ่านเทียน นชื่นชมไม่หยุด
อันหลิน “…”
ทีน่าตัวเล็ก จึงกินได้ช้า กัดคำเล็กคำน้อยอยู่ข้างๆ
โชคดีที่ระบบย่อยของนางไม่แย่ มิเช่นนั้นผลไม้ลูกใหญ่ปานนี้นางกินได้ทั้งวัน!
ทีน่ากินผลเซียนทองคำกำเนิดลูกนี้หมดก็ทำหน้าพึงพอใจเช่นกัน ลูบท้องเล็กๆ ของตน ใบหน้าเปื้อนยิ้มบางๆ
“เอ๊ะ ไม่สิ! ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายถูกพลังบางอย่างชักนำ!” ทีน่าเบิกตากว้างแล้วพูดด้วยความตกใจ
อันหลินกับเสวี่ยจ่านเทียนมองทีน่า พบว่าจู่ๆ ร่างของมันก็ส่องแสงทองสว่างไสวออกมา มันเป็นพลังที่บริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นล้นพ้น
“เสี่ยวน่า ตอนนี้เจ้ารู้สึกอย่างไร ทรมานหรือไม่” อันหลินรีบถามอย่างร้อนใจเมื่อเห็นดังนั้น
ทีน่าได้ฟังก็กะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง ส่ายหน้าพลางพูดว่า “ข้าไม่เป็นไร อีกอย่างก็รู้สึกว่าสบายไปทั้งกาย เหมือนพันธนาการบางอย่างถูกปลดเปลื้อง จวนจะตัวลอยขึ้นมาอย่างไรอย ย่างนั้น…”
ตัวจะลอยขึ้นงั้นเหรือ พออันหลินได้ฟังพลันก็รู้สึกเหลือเชื่อยิ่งขึ้นไปอีก
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ท้องนภาเหนือทีน่าก็เกิดเสียงตูมดังสนั่น จากนั้นก็เกิดกระแสวนสีขาวที่มีรัศมีหลายลี้ พลังปราณโหมซัดไปหลายสิบลี้ เสียงสะเทือนเลือนลั่น!
อันหลินกับเสวี่ยจ่านเทียนเห็นฉากนี้ก็เบิกตากว้าง ข้อสันนิษฐานบางอย่างผุดขึ้นในใจ
กริ๊ง…
เสียงที่กังวานสะท้อนก้องในมิติ ร่างมายาสีขาวสูงใหญ่ตระหง่านค่อยๆ เยื้องย่างออกจากกระแสวน ปรากฏกายกลางเวหา
เขามีผมสีทอง หูแหลม นัยน์ตามรกตดุจลูกแก้ว งดงามเหนือคำบรรยาย ประดุจใบหน้าและร่างกายที่สรรสร้างจากความดีงามทั้งปวงของโลก
“ท่านปราชญ์ภูต...” ทีน่ามองบุคคลที่อยู่บนท้องฟ้าด้วยดวงตาที่เลื่อนลอยแล้วพึมพำ
สิ่งที่ถูกขนานนามว่าท่านปราชญ์ภูตมองทีน่าแล้วชี้นิ้วมา ปากท่องภาษานิรนาม
แม้อันหลินจะไม่เข้าใจ แต่เสียงนั่นกลับเหมือนดนตรีที่ไพเราะที่สุดในดินแดน วนเวียนข้างหูชวนให้รู้สึกผ่อนคลายยิ่งแล้ว
และไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนที่ท่านปราชญ์ภูตเริ่มสลาย กระแสวนสีขาวก็ค่อยๆ หายไปเช่นกัน
อันหลินตื่นจากภวังค์ เมื่อเห็นว่าท่านปราชญ์ภูตหายไป ใบหน้าก็ฉายความเสียดาย
“เสี่ยวน่า ตอนนี้เจ้ารู้สึกดีขึ้น…”
อันหลินเบนสายตามองทีน่า ถ้อยคำยังไม่ทันเอ่ยจบก็จุกอยู่ในลำคอเสียแล้ว
เสวี่ยจ่านเทียนได้สติ เมื่อมองทีน่าก็สะดุ้งโหยงเช่นกัน “เหลือเชื่อ ช่างน่าเหลือเชื่อ!”
หนึ่งคนหนึ่งสัตว์เบิกตากว้างมองที่ที่ทีน่าอยู่แล้วกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
ตอนนี้ตำแหน่งที่ทีน่าอยู่ถูกแทนที่ด้วยวงกลมสีขาวแล้ว วงกลมนั่นคล้ายกับเกิดจากด้ายเงินบางอย่าง แถมยังส่องแสงจางๆ ด้วย
“ทีน่ากลับไปเป็นไข่อีกครั้งงั้นหรือ!” เสวี่ยจ่านเทียนตกตะลึง
มุมปากอันหลินกระตุกเล็กน้อยๆ “ภูตไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ออกลูกเป็นไข่!”
เขาหยิบวงกลมสีขาวขึ้นอย่างระมัดระวังแล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ และใช้อาคมห่อหุ้มให้แน่นหนา “แม้จะไม่รู้ว่าทำไมทีน่าถึงเป็นแบบนี้ไปได้ แต่คงจะเป็นเรื่องดี”
ช่วยไม่ได้ ท่านปราชญ์ภูตที่เพิ่งปรากฏตัวเมื่อครู่สมบูรณ์แบบเหลือเกิน…
ภูตที่งดงามขนาดนี้ไม่มีทางทำเรื่องชั่วหรอก!
อันหลินเป็นพวกคลั่งไคล้คนหน้าตาดี ก็วิเคราะห์ได้เท่านี้แหละ
ความจริงเขาปักใจเชื่อว่าทีน่าได้มรดกบางอย่าง หรือพลังยุทธ์เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ทีน่าอยู่ในระดับสุดยอดปราชญ์อยู่แล้ว อันที่จริงก็เทียบเท่าระดับสุดยอดแปลงจิตในแผ่นดินบรรพกาล
ภูตอ่อนไวต่อพลังธรรมชาติของชีวิตอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้นางกินยาวิเศษขั้นหนึ่งก็เคยพูดเรื่องที่พลังยุทธ์เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น และผลเซียนทองคำกำเนิดก็แฝงด้วยพลังชีวิตที่แข็ งแกร่งยิ่ง อาจจะช่วยผลักดันการยกระดับพลังยุทธ์ของทีน่าก็ได้
แต่การทะลวงขั้นเช่นนี้ต้องข้ามอสนีบาตกันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ กลายเป็นวงกลมสีเงินมันเรื่องอะไรกัน
อันหลินเริ่มไม่ค่อยแน่ใจแล้ว
จู่ๆ เขาก็พรูลมหายใจยาวเหยียด ส่ายหน้าไม่คิดมากอีก แต่เงยหน้าขึ้นมองขุนเขาใหญ่ที่มหึมาอย่างยิ่งตรงหน้าแล้วพูดว่า “ช่างเถอะ พวกเราลองค้นหาบนเขาลูกนี้ก่อนแล้วกัน”