ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 530 สลัดขนมตังเมทิ้ง
อันหลินขี่ก้อนอิฐเหาะไปทางเขาหยกขาว
แม้เขาหยกขาวจะเต็มไปด้วยอันตราย แต่อัตราการปรากฏของผลึกต้นกำเนิดดินแดนสูงมาก ดังนั้นอันหลินจึงไปอย่างไม่ลังเล ขันทีหมื่นปีไม่ใช่เรื่องตลกเลย เขายอมแพ้ไม่ได้
ตอนนี้เขากำลังนั่งหน้ามุ่ยอยู่บนก้อนอิฐและเหาะไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุที่กลัดกลุ้มไม่ใช่เพราะวิกฤตขันที แต่เป็นเพราะผีดูดเลือดสาวที่ทำตัวสนิทสนมนั่งอยู่บนก้อนอิฐด้วยเช่นกันคนนั้นต่างหาก
“เจ้ายอมรับข้าแล้วหรือ ไม่ต้องห่วง ขอเพียงเจ้าให้ข้าดื่มเลือด ไม่ว่าข้อเสนออะไรก็ตกลง!” ผีดูดเลือดสาวหน้าชื่นตาบาน ตบหน้าอกขนาดใหญ่แล้วรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ
อันหลินมองหน้าอกของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความตะลึง นางสวมชุดคลุมสีดำหลวมโพรก อันหลินจึงไม่ได้สังเกตว่าหน้าอกของนางใหญ่ขนาดไหน เมื่อพินิจดูตอนนี้ โอ้โฮ! 36 คัพดีเป็นอย่างต่ ำ!
สารอาหารของผีดูดเลือดดีขนาดนี้เลยเหรอ
ดูดเลือดมากๆ ช่วยทำให้หน้าอกอิ่มเอิบได้ใช่หรือเปล่า
อันหลินเห็นผีดูดเลือดสาวมานักต่อนัก ไม่เคยเห็นอกแบนเลย!
เหมือนผีดูดเลือดสาวจะสังเกตเห็นสายตาของอันหลิน ใบหน้าขาวซีดพลันขึ้นสี ร่างอรชรบิดไปบิดมา กระซิบว่า “เรื่องแบบนี้…ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ แต่ข้าเป็นครั้งแรก เลือดที่จ่ายจะต้องเ เยอะหน่อย…”
อันหลินได้ฟังหน้าอกก็อัดแน่นไปด้วยเลือดอีกครั้ง เลือดของตนกลายเป็นของแลกเปลี่ยนตั้งแต่เมื่อไร!
ไม่สิ! ประเด็นสำคัญอยู่ที่เราเป็นคนตื้นเขินขนาดนั้นเลยหรือไง!
อันหลินกระแอมเบาๆ แล้วพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “เจ้าอย่าคิดมากไปเลย ที่ข้าให้เจ้าขึ้นมานั่งบนก้อนอิฐไม่ใช่เพราะยอมรับเจ้า แต่เพราะอยากเจรจากับเจ้าต่างหาก”
มีผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าติดสอยห้อยตามตลอดเวลามันเป็นปัญหาอย่างใหญ่หลวงอย่างแท้จริง
ใครจะรู้ว่าสรรพคุณ ‘ไม่มีทางโจมตีทำร้ายอันหลินได้’ ที่หญิงสาวคนนั้นว่าจะเป็นโมฆะกะทันหันหรือเปล่า
เกิดผีดูดเลือดสาวหายจากอาการบาดเจ็บแล้วคลุ้มคลั่งฆ่าคนขึ้นมา ถ้าอย่างนั้นอันหลินคงไม่มีที่ให้ร้องไห้เลยด้วยซ้ำ
อันหลินก็มีตัวเลือกอีกทางเหมือนกันนั่นก็คือ ระเบิดพลังทั้งหมดแล้วสังหารหญิงสาวที่ติดตามเขาเสียตอนนี้เลย
แต่ทำแบบนี้ไม่ดีเลยสักนิด เท่ากับว่าสองฝ่ายแตกคอกันอย่างแท้จริง จะกลายเป็นเจ้าตายข้าอยู่ของจริง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอาจจะร้ายแรงยิ่งกว่า
เขารู้สึกว่าอาการบาดเจ็บของผีดูดเลือดดีขึ้นไม่น้อย เขาอาจจะสู้ไม่ได้ มีอีกประการหนึ่ง ต่อให้หญิงสาวอาจจะไม่ทำร้ายอันหลินเพราะการขัดเกลาก่อนหน้านี้ แต่นางหนีได้นี่นา!
พอหนีแล้วค่อยสะกดรอยตามช้าๆ แถมทั้งสองคนยังแตกคอกัน สถานการณ์มันจะเลวร้ายยิ่งกว่าเดิมไม่ใช่เหรอ
หลังฟังคำพูดของอันหลินแล้ว ผีดูดเลือดสาวก็พยักหน้า “ได้ เจ้าว่ามาเถอะจะเจรจาอะไร”
อันหลินครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เจ้าเอาเลือดข้าน่ะได้ ข้าให้เจ้าได้นิดหน่อย”
ผีดูดเลือดสาวได้ฟังดวงตาก็เปล่งประกายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน “ได้! เจ้าเสนอเงื่อนไขมาเลย!”
“ทำพันธะสัญญาทาสกับข้า ฉะนั้นข้าถึงจะวางใจให้เจ้าอยู่ข้างกายข้า” อันหลินพูดด้วยรอยยิ้ม
ผีดูดเลือดสาวชะงักงันราวกับตกอยู่ในความสับสนอย่างใหญ่หลวง สุดท้ายก็ก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าพูดว่า “ไม่…ข้าทำไม่ได้…เจ้าเป็นมนุษย์ ข้าเป็นผีดูดเลือด…”
อันหลินนวดหว่างคิ้ว สุดท้ายก็ทำได้เพียงยอมจำนน “งั้นข้าจะให้เลือดเจ้าหยดหนึ่งแล้วเจ้าอย่าตามข้าอีก”
สำหรับเขาเลือดหยดเดียวน่ะไม่เท่าไร เขาแค่ไม่อยากให้ผีดูดเลือดสาวคนนี้ได้คืบเอาศอก ตอนนี้ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้ว เขาทำได้แค่ใช้เลือดหนึ่งหยดไล่หญิงสาวไปให้ไว
มือของผีดูดเลือดสาวกำชายเสื้อสีดำแน่น เงียบอยู่นานกว่าจะพยักหน้าอย่างยากลำบาก “ได้…ข้ารับปากเจ้า!”
อันหลินกรีดปลายนิ้วแล้วปล่อยเลือดหยดหนึ่งให้หญิงสาว
ผีดูดเลือดสาวกลืนเลือดลงท้องอย่างอดรนทนไม่ไหว ดวงตาหลับพริ้ม หายใจอย่างผ่อนคลายลืมเลือนทุกสิ่ง
อันหลินแปลกใจว่าเลือดของเขาอร่อยขนาดนี้เลยเหรอ
เขาขบคิดครู่หนึ่งแล้วหลั่งเลือดให้ตัวเองหยดหนึ่ง จากนั้นก็กลืนลงท้อง…
ปรากฏว่า…นอกจากความคาวแล้ว ไม่มีรสชาติอะไรเลย!
“กินเสร็จแล้วรีบไสหัวไปให้พ้น!” อันหลินพูดอย่างเหลืออด
ผีดูดเลือดสาวมองอันหลินอย่างอาลัยอาวรณ์ เลียริมฝีปากแดงฉ่ำคล้ายว่ายังอยากดื่มอีก...
“ไปให้พ้น! เจ้ารีบไปให้พ้นเลย!” อันหลินชี้ท้องฟ้าด้านหลังแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
ดวงตาของผีดูดเลือดสาวรื้นน้ำตา มองอันหลินอย่างน่าสงสาร วิงวอนร้องขอเสียงเล็กเสียงน้อยว่า “อย่าไล่ข้าไปเลย ได้หรือไม่…”
“เจ้ารับปากข้าแล้ว ทำไม จะคืนคำหรือ” อันหลินแสยะยิ้ม
“ข้าไปจากเจ้าไม่ได้…” ผีดูดเลือดสาวนัยน์ตาแดงก่ำ เม้มปากริมฝีปากสีแดงแน่น
คนที่ไม่รู้คงคิดว่าเป็นเหตุการณ์ที่คนรักแยกทางกัน
แต่ความจริงกลับเป็นหญิงสาวคนนี้เล่นลูกไม้ไม่ยอมไปเพียงเพราะชื่นชอบการดื่มเลือดของอันหลิน…
อันหลินโมโหจนหลุดขำ “ข้าไม่เคยเห็นคนที่หน้าด้านไร้ยางอายของเจ้ามาก่อนเลย!”
“ชื่อของเจ้าล่ะ บอกชื่อของเจ้ามาแล้วข้าจะไปทันที”
ผีดูดเลือดสาวกลั้นน้ำตา จดจ้องอันหลิน
อันหลินพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ข้าชื่ออันรื่อเทียน!”
“อันรื่อเทียนหรือ…” ผีดูดเลือดสาวพึมพำกับตัวเอง “นำความสงบมาสู่ใต้หล้า โดดเด่นประหนึ่งดวงตะวัน กว้างขวางประหนึ่งนภาลัย…เป็นชื่อที่ดี!”
อันหลินตัวเซ
ให้ตายสิ! อันรื่อเทียนตีความแบบนี้หรือไง!
“ข้าชื่อโคโค่สตีฟ” ผีดูดเลือดสาวพูดยิ้มๆ “อันรื่อเทียนแล้วพบกันใหม่!”
อันหลินกลอกตา ใครจะไปสนใจล่ะว่าผู้หญิงคนนี้ชื่ออะไร ยังจะมาโคโค่สตีฟอีก แค่ระดับความหน้าด้านนี้แม้แต่นักแสดงมือหนึ่งยังแสดงสู้นางไม่ได้เลย!
เห็นอันหลินเงียบ แถมยังทำหน้าเหลืออด ใบหน้าของโคโค่สตีฟก็หม่นหมองลง แต่ก็ยังฝืนหัวเราะออกมาก่อนจะโบกมืออำลา
ไม่ง่ายเลย ในที่สุดผู้ยิ่งใหญ่ตนนี้ก็ไปได้สักที
เมื่อเห็นโคโค่สตีฟเหาะไปไกลแล้ว เสวี่ยจ่านเทียนก็พุ่งใส่อันหลินอย่างตื่นเต้น “นายท่าน ท่านเปลี่ยนชื่อแล้วหรือ ต้องบอกว่าชื่อของท่านมีวิสัยทัศน์อย่างยิ่ง! เราเป็นคนประเ เภทเดียวกันจริงๆ ด้วย!”
อันหลินหัวเราะหึๆ “ใครเป็นคนประเภทเดียวกับเจ้ากัน เจ้าเป็นสัตว์ ไม่ใช่มนุษย์!”
เสวี่ยจ่านเทียนกะพริบดวงตากลมโตอย่างงุนงง “นี่เป็นประเด็นสำคัญหรือ”
อันหลินชี้แจงว่า “ข้าแค่คร้านจะบอกชื่อจริงกับผีดูดเลือดสาวตนนั้นก็เท่านั้น เกิดวันไหนนางอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาจะได้ไม่ใช้อาคมสาปแช่งข้า รสนิยมการตั้งชื่อของเจ้าข้าชื่นชมไม่ลง ”
พุดจบเขาก็นำโลงหยกสีเลือดออกมาแล้วเริ่มใช้วิชาญาณทิพย์
‘โลงหยกโลหิตวิญญาณ อาวุธเซียนขั้นกลาง มีสรรพคุณชะลอการตายของผู้ที่เข้าใกล้ความตาย รักษากายเนื้อ สั่งสมพลังจิตป้องกันไม่ให้พลังจิตหายไป และมีคุณสมบัติดูดพลังชีวิตรอบข้างเพื่ อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บอีกด้วย’
อันหลินกระหยิ่มยิ้มย่อง ลำพังแค่อาวุธเซียนชิ้นนี้เขาก็ได้กำไรแล้ว!
ไม่สิ! ได้กำไรล้นหลามเลยละ!
เขาเปิดแหวนมิติของโคโค่สตีฟต่อแล้วใช้พลังจิตตรวจสอบของที่อยู่ข้างใน
จากนั้นเขาก็ชะงักงัน จากนั้นก็กลายเป็นความลิงโลดใจอย่างปิดไม่มิด!
ให้สามคำ ‘รวยเละแล้ว!’
ไม่ผิดจากที่เขาคาดเดาไว้ก่อนหน้านี้ โคโค่สตีฟเคยต่อสู้กับผู้ยิ่งใหญ่มาก่อนหน้านี้
ไม่เพียงเท่านี้ โคโค่สตีฟยังสังหารผู้ยิ่งใหญ่ตนนั้นไปด้วย!
หลักฐานก็คือสิ่งของภายในแหวนมิติ มีของมากมายที่มาจากสถานที่ที่แตกต่างกันออกไป
มีจำพวกเปลือกหอยลำแสง คทาเทพทะเล ไข่มุกมายา…ของทะเลต่างๆ นานากับยาวิเศษธาตุน้ำ…
อันหลินตรวจดูทีละอย่างแล้วพบว่าผู้ยิ่งใหญ่ตนนั้นน่าจะเป็นมารโบราณจากทะเลตะวันตก
เขานับสมบัติทั้งหมดในแหวนมิติของโคโค่สตีฟดูแล้ว
มีทั้งสิ้นหนึ่งร้อยหกสิบสองหินปราณ อาวุธวิเศษสิบห้าชิ้น ยาวิเศษสี่สิบเอ็ดเม็ด ผลวิเศษยี่สิบห้าลูก ของทะเลอีกเป็นกอง มีทั้งของกิน ของใช้ รวมถึงแร่หลอมศาสตรานานาชนิด
แม้จะไม่มีอาวุธเซียนเพิ่มมา แต่กลับมียาเซียนถึงสี่เม็ด
ยาเซียนขั้นแปดสามเม็ด ยาอสูรโลหิตล้นฟ้า ยาเทวะขั้นสุดยอดที่สามารถฟื้นฟูเลือดลมและอาการบาดเจ็บระหว่างการรบได้อย่างรวดเร็ว
ยาเซียนขั้นหกหนึ่งเม็ด ยาวิญญาณวารินคราม สามารถเพิ่มพลังสฤษฏ์ธาตุน้ำให้กับผู้ใช้ ทั้งยังเพิ่มพลังหยั่งรู้วิชาธาตุน้ำให้กับผู้ใช้ได้อีกด้วย
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ข้างในมีผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองถึงห้าก้อน!
พออันหลินเห็นผลึกต้นกำเนิดสีทองทั้งห้าก้อนก็ตื้นตันจนแทบร้องไห้ สวรรค์ยุติธรรม!
ขาดผลึกต้นกำเนิดสีทองอีกเก้าสิบห้าก้อนกว่าจะคลี่คลายวิกฤตช้างน้อย…
นอกจากนี้ในแหวนมิติยังมีผลึกต้นกำเนิดสีแดงสิบสองก้อน สีขาวสามสิบเอ็ดก้อน
อันหลินนับของในแหวนมิติของตัวเองแล้วพบว่ามูลค่าทรัพย์สินของตัวเองทะลุยี่สิบล้านหินวิญญาณแล้ว มันทำให้เขาอิ่มเอมในหัวใจ เงินเยอะแล้วไม่กดดันนี่นา
เขาเพิ่งนับสมบัติไปได้ไม่นาน จู่ๆ มิติตรงเบื้องหน้าก็แยกออก
อันหลินรีบหยุดก้อนอิฐเอี๊ยด หัวใจแทบจะหลุดออกมา
พลังมิติแบบนี้ ผู้ยิ่งใหญ่ระดับหวนสู่ความว่างเปล่าเหรอ ศัตรูบุกเหรอ
จากนั้นหญิงสาวที่สวมชุดคลุมสีดำหลวมโพรก รูปโฉมงดงามก็ก้าวออกจากรอยแยกของมิติ
มือสองข้างของนางวางอยู่ตรงท้องน้อย มือจับกันแน่ ดวงตาสุกใสมีน้ำตากระเพื่อม มองอันหลินอย่างน่าสงสารราวกับว่าคับข้องใจอย่างใหญ่หลวง
นางสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับว่าตัดสินใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะพูดด้วยเสียงที่สั่นเทาว่า
“อันรื่อเทียน…ข้า…ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะทำพันธะทาสกับเจ้า!”
อันหลิน “…”