ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 539 เคลื่อนพลสู่แดนหมื่นวิญญาณ
ครั้งนี้อันหลินทั้งระเบิดร่างทั้งอัดโอสถ คิดว่าคงต้องพักหลายวันกว่าพลังจะสมบูรณ์พร้อม
แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจก็คือ เวลาผ่านไปแค่ครึ่งวันเขาก็ทุเลาลงแล้วอย่างสิ้นเชิง
ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะความยืดหยุ่นและพลังฟื้นฟูของกายแห่งเทพสงคราม
อันหลินถึงขั้นรู้สึกว่าหากระยะเวลาที่ใช้พลังปราณอนธการนั้นสั้นอย่างยิ่ง อาจจะหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ใช้พลังปราณไม่ได้ อาการหมดแรงทั้งตัวได้
“นายท่าน ตอนนี้ท่านไม่เป็นไรแล้วหรือ” โคโค่สตีฟยอมรับข้อกำหนดที่อันหลินต้องพักสักระยะหนึ่งเมื่อใช้พลังที่แท้จริงได้อย่างรวดเร็ว
เพราะเขตโบราณบรรพกาลไม่อนุญาตให้ผู้ยิ่งใหญ่ระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นปลาย รวมถึงระดับที่สูงกว่าเข้า หากว่าปรากฏตัวจะถูกพลังแห่งกฎธรรมชาติเล่นงาน ในสายตาของนาง อันหลินฝืน สำแดงความสามารถจึงถูกพลังแห่งกฎเล่นงานเข้าแล้ว
อืม ข้อสันนิษฐานนี้สมเหตุผลอย่างมาก ไม่มีปัญหา!
“ข้าไม่เป็นไรแล้ว ออกเดินทางค้นหาผลึกต้นกำเนิดสีทองกันต่อได้เลย!”
อันหลินสูดหายใจเข้าลึกแล้วกินยาบำรุงเลือดไปอีกเม็ด ก่อนจะขี่ก้อนอิฐลอยขึ้น
“นายท่าน หากว่าท่านคิดว่าขี่อิฐไม่สะดวก ข้าน้อยอุ้มท่านเหินเวหาได้นะ ทั้งอบอุ่นทั้งนุ่มเลยนะ” โคโค่สตีฟยิ้มเย้ายวน มาอยู่ตรงหน้าอันหลินแล้วยืดอกอันน่าภาคภูมิใจ เอ่ยอย ย่างนุ่มนวล
“นายท่าน ข้าก็อุ้มท่านได้เหมือนกัน!” ไมรอนเห็นดังนั้นก็รีบเอาอกเอาใจเช่นกัน
ใบหน้าของอันหลินกระตุกยิกๆ ส่ายหน้าพูดว่า “ไม่ดีกว่า ข้าอุ้มเสี่ยวเทียนก็พอแล้ว”
พูดจบเขาก็กอดเสวี่ยจ่านเทียนแน่น ทั้งอุ่นทั้งนุ่ม สัมผัสไม่เลวทีเดียว
เสวี่ยจ่านเทียน “…”
ทุกคนค้นหาจุดเชื่อมต่อของเทือกเขาในละแวกเขาหยกขาวต่อ ดูว่ามีจุดที่วิเศษเหมือนก่อนหน้านี้หรือไม่
เพราะต้องตรวจสอบไปตลอดทาง พวกเขาจึงไม่ได้ใช้พลังมิติเร่งเดินทาง แต่ค้นหาด้วยการเหาะเหินเหนือนภาไม่หยุด ระหว่างนี้ยังพบเจออสูรหยกอีกหลายตน มีทั้งอสูรหยกร่างพยัคฆ์ อสูรหย ยกร่างอสรพิษ กับอสูรร่างอินทรีอีกด้วย ที่น่าเสียดายคือในร่างกายของพวกมันบ้างก็ไม่มีผลึกต้นกำเนิดดินแดน บ้างก็มีผลึกต้นกำเนิดเป็นสีขาวไม่ก็สีเขียว
ค้นหาที่นี่ทั้งวันก็ยังไม่ได้อะไรเลย
“หรือพวกเราควรจะเปลี่ยนที่ เทือกเขาแห่งนี้เราค้นหาคร่าวๆ แทบจะหมดแล้ว” ไมรอนพูดอย่างอ่อนใจ
อันหลินถอนหายใจ “เจ้ารู้ว่าที่ไหนที่อัตราการปรากฏของผลึกต้นกำเนิดดินแดนค่อนข้างสูงอีกไหม”
“มีอยู่ที่หนึ่ง โคโค่สตีฟก็น่าจะรู้เหมือนกัน ที่นั่นมักมีผลึกต้นกำเนิดดินแดนโผล่มาบ่อยๆ แต่มันอันตรายสำหรับมนุษย์อย่างมาก เพราะมันเป็นสถานที่ที่เผ่าจิตวิญญาณชอบไป…” ไมรอ อนพูดด้วยความลังเล
“กลัวอะไร ความสามารถของนายท่านเจ้ายังไม่รู้อีกหรือ” โคโค่สตีฟพูดอย่างไม่ยี่หระ
ความสามารถของข้าเจ้าไม่รู้หรอก! อันหลินเริ่มลนลานแล้ว
เผ่าจิตวิญญาณเป็นเผ่าพันธุ์ที่พิลึกที่สุดในแผ่นดินบรรพกาล คำสาป อาคมจิตนานาชนิดมีไม่จบไม่สิ้น บางครั้งการสังหารคนคนหนึ่งสามารถใช้วิธีนับหมื่นที่คนคนนั้นคาดไม่ถึงเลยด้วยซ้ ำ
“ความสัมพันธ์ของเผ่าจิตวิญญาณกับพวกเจ้าเป็นอย่างไร” อันหลินอดถามไม่ได้
“ไม่ใช่ศัตรูแต่ก็ไม่ใช่มิตร พบหน้าไม่ต่อสู้ พบศัตรูไม่ช่วยเหลือ แต่พวกมันก็ได้ทีขี่แพะไล่ได้เหมือนกัน” โคโค่สตีฟอธิบาย
อันหลินพยักหน้า “งั้นก็ไปเถอะ ตอนนี้สถานะของข้าคือคลังเลือดเคลื่อนที่ของพวกเจ้า เชื่อว่าพวกมันคงไม่เป็นฝ่ายหาเรื่องพวกเจ้า ไม่ลงมือกับคลังเลือดของพวกเจ้าหรอก”
ไมรอนได้ยินประโยคนี้ก็พลันแน่นหน้าอก มีความเศร้าแปลกๆ ผุดขึ้นในใจ…
หลังหารือกันง่ายๆ แล้ว ไมรอนกับโคโค่สตีฟก็แหวนมิติแล้วพาอันหลินกับเสวี่ยจ่านเทียนก้าวเข้าไปในรอยแยกของมิติพร้อมกัน
จุดมุ่งหมายของพวกเขาคือแดนหมื่นวิญญาณ แผ่นดินผืนกลางของเก้าผืนแผ่นดินใหญ่แห่งเขตดารามายา!
แดนหมื่นวิญญาณเป็นชื่อเรียกของดินแดนผืนนี้อันเป็นที่ยอมรับของผู้คนในปัจจุบัน
ดินแดนผืนนี้มีสถานะสำคัญอย่างยิ่งในแดนโบราณบรรพกาล จากการสำรวจของผู้ยิ่งใหญ่ของแต่ละกลุ่มอิทธิพล จากข้อมูลที่รวบรวมได้ต่างก็คิดว่าสถานที่แห่งนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็น ศูนย์กลางของแดนโบราณบรรพกาล
ความรุ่งเรืองอันยิ่งยวด บัดนี้กลายเป็นธุลีดิน
มีเพียงวิญญาณภูตผีนับไม่ถ้วนที่สิงสถิต ลอยล่องอยู่ในแดนนั้นไม่หยุด
บ้างก็โหดร้ายทารุณ บ้างก็ไร้ความปรารถนา บ้างก็โศกเศร้าเสียใจ…
ที่นั่นเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่คึกคักที่สุดในแดนโบราณบรรพกาล เต็มไปด้วยเสียงของวิญญาณทั้งหลาย บางตนถึงขั้นสนทนาสื่อสารได้เหมือนกับสิ่งมีชีวิตไม่มีผิด
เผ่าจิตวิญญาณแห่งดินวิญญาณโปรดปรานที่นี่ยิ่งนัก เพราะที่นี่มีวิญญาณเลิศรสมากมาย แม้ใช่ว่าวิญญาณทุกตนจะกินได้ แต่หากว่าพบวิญญาณที่กินได้ พวกมันจะดีใจไปค่อนวัน
ที่นี่เป็นสิ่งก่อสร้างสีเหลืองอ่อนในเมืองโบราณแห่งหนึ่ง
บ้านเรือนมากมายเสื่อมโทรมแตกร้าว บ้างก็ต้านทานการกัดกร่อนของกาลเวลาไม่ไหว กลายเป็นธุลีบนพสุธาไปนานนมแล้ว
หอสูงสีดำตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองโบราณ ไม่รู้ว่าสร้างจากวัสดุอะไร ผ่านการล้างผลาญเป็นเวลายาวนานเช่นนี้แต่ก็ยังไม่ทรุดโทรม กลับส่องแสงพร่างพรายประหนึ่งแสงหิ่งห้อยภายใต้ดวงดา ารา
รอยแยกสีดำแหวกออกกลางอากาศ
หญิงชุดดำที่รูปร่างอ้อนแอ้นเย้ายวนนางหนึ่งลากชายหนุ่มกับลูกกลมๆ สีขาวมายังดินแดนผืนนี้
ด้านหลังของนางมีชายหนุ่มผมสั้นสีทอง รูปร่างค่อนข้างผอมบางตามมาด้วย
“ที่นี่แหละแดนหมื่นวิญญาณ คำนวณตามตำแหน่งของมิติแล้ว พวกเราน่าจะอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแดนหมื่นวิญญาณ” หญิงสาวกล่าว
อันหลินมองเมืองโบราณที่ทรุดโทรมเบื้องล่างแวบหนึ่ง ตึกรามบ้านช่างนานาชนิดแน่นขนัด ทอดยาวไม่ขาดสาย มองไม่เห็นปลายทาง แค่มองจากจุดนี้ก็สามารถจินตนาการถึงความรุ่งเรืองเมื่อครั้ งเก่าได้
“เมื่ออยู่ที่นี่ พวกเราไม่เพียงแต่ต้องระวังเผ่าจิตวิญญาณเท่านั้น ยังต้องระวังจะเข้าไปในห้วงมายาด้วย ห้วงมายาของที่ร้ายกาจนัก เมื่อสองพันปีก่อนมีผีดูดเลือดอาวุโสสองตนสติ ฟั่นเฟือนไปเพราะห้วงมิติของที่นี่” ไมรอนเอ่ยปากเตือน
อันหลินได้ฟังก็ตกใจ ปกติผู้แข็งแกร่งที่อยู่ในระดับหวนสู่ความว่างเปล่าจะมีจิตใจที่หนักแน่นยิ่งนัก ถึงขั้นนี้แล้วยังเสียสติเพราะห้วงมายาได้อีกงั้นเหรอ ห้วงมายานั่นน่ากลัวข ขนาดไหนกันนะ!
“ว่ากันว่าที่นี่จะมีเศษหัวใจแห่งดินแดนปรากฏให้เห็นด้วยนะ นายท่าน เศษหัวใจแห่งดินแดนหนึ่งชิ้นจะมอบเลือดให้เท่าใด” โคโค่สตีฟมองอันหลินด้วยความคาดหวังแล้วเอ่ยถาม
อันหลินทำหน้างุนงง เศษหัวใจแห่งดินแดนมันคืออะไรกัน
เขายังไม่ทันพูด ไมรอนก็หัวเราะเบาๆ “เจ้าคิดจะตามหาเศษหัวใจแห่งดินแดนด้วยงั้นหรือ ฝันกลางวันจริงๆ! ของสิ่งนั้นเกินอาจเอื้อม กลุ่มอิทธิพลบรรพกาลทั้งสิบหกเสาะหาทั่วแดนโบราณบ บรรพกาล ก็อาจจะไม่เจอเศษหัวใจแห่งดินแดนเลยแม้แต่ชิ้นเดียว!”
อันหลินได้ฟังก็รู้สึกว่าสุดยอดนัก จึงโพล่งออกมาทันทีว่า “เศษหัวใจแห่งดินแดนหนึ่งชิ้น มอบเลือดให้สิบมิลลิลิตร!”
โคโค่สตีฟกับไมรอนต่างก็มองอันหลินด้วยสีหน้าแปลกๆ ท่าทางกระอึกกระอัก
“นายท่าน...ท่านเข้าใจอะไรเกี่ยวกับหัวใจแห่งดินแดนไปหรือเปล่า” โคโค่สตีฟลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดออกมา
อันหลินกะพริบตาปริบๆ พูดอย่างไม่มั่นใจว่า “ทำไมหรือ…ราคาไม่สมเหตุหรือ”
ไมรอนกระจ่างใจ จึงรีบอธิบายทันทีว่า “การพังทลายของดินแดนหนึ่ง สสารของมันจะกลับสู่ต้นกำเนิด กลายเป็นผลึกต้นกำเนิดดินแดน มันก็เป็นวัสดุดั้งเดิมของการสร้างดินแดนอีกครั้งเหมือน นกัน”
“และกฎเกณฑ์ของดินแดนและมรรคาสรรพสิ่งแห่งนั้นจะก่อตัวเป็นหัวใจแห่งดินแดน เศษหัวใจแห่งดินแดนก็คือวัตถุที่แทรกซึมไปในกฎเกณฑ์และมรรคาของสรรพสิ่ง สามารถพูดได้ว่าเศษหัวใจแห่ง ดินแดนทุกชิ้นประเมินค่าไม่ได้ ไม่ว่าจะส่วนสำคัญในการสร้างดินแดน หรือหวนสู่ความว่างเปล่าบรรลุระดับรวมมรรคาก็ล้วนแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด…”
อันหลินได้ฟังก็รู้สึกว่าวิเศษไปเลย!
ของสิ่งนี้แค่ฟังก็คุ้มค่ามากแล้ว!
แต่ทำไมจักรพรรดิจื่อเวยไม่เอ่ยถึงเจ้านี่ล่ะ
อ้อ…จริงสิ มันจะมีเฉพาะเขตดารามายา เหล่าเซียนสวรรค์ระดับหวนสู่ความว่างเปล่าน่าจะรู้ นักพรตแปลงจิตรู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ เลยไม่ได้พูดล่ะมั้ง
อันหลินครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “เศษหัวใจแห่งดินแดนหนึ่งชิ้น มอบเลือดให้สามสิบหยด!”
โคโค่สตีฟกับไมรอนได้ฟังก็เผยอาการดีใจ
“นายท่าน เราไปกันเถอะ! ไปหาเศษหัวใจแห่งดินแดนกันเถอะ!” โคโค่สตีฟพูดอย่างฮึกเหิม
“ไม่! ภารกิจหลักคือผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทอง!” อันหลินพูดอย่างจริงจังมาก
“ก็จริง เศษหัวใจแห่งดินแดนเกินอาจเอื้อม พวกเราปล่อยไปตามยถากรรม นายท่านช่างมีสติเสียจริง” ไมรอนชมด้วยรอยยิ้ม
อันหลินถอนหายใจไม่หยุด ลูกรักสำคัญที่สุด เขาจำต้องมีสติ…