ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 540 คนเฝ้าหอคอยที่พิสดาร
อันหลินเดินอยู่บนถนนเมืองโบราณสีเหลืองอ่อน อากาศธาตุบิดเบี้ยวสีดำกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าเฉียดผ่านร่างกายไปพร้อมกับความเย็นเยือกเสียดกระดูกเป็นระลอกๆ
อากาศธาตุบิดเบี้ยวสีดำเหล่านี้เป็นวิญญาณที่ไร้จิตสำนึกรู้ เอาแต่ล่องลอยในเมืองทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่เป็นฝ่ายจู่โจม แต่ก็ต้องระวังไม่ให้มันแตะต้อง ผู้ที่จิตอ่อนอาจจะได้รับบาดเ เจ็บสาหัสได้
ธงของไมรอนจึงเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงในเวลาแบบนี้ ใช้ธงปล่อยวิญญาณนักรบที่ยิ่งใหญ่ออกไปเบิกทาง วิญญาณที่เร่ร่อนรอบกายคล้ายว่าจะสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของวิญญาณนักรบ จะเป็นฝ่า ายหลบหลีกกันระนาว
“ซาลาเปา…ซาลาเปาไส้เนื้อสดใหม่ร้อนกรุ่น…”
“ท่านลูกค้า นี่เป็นภัตตาคารอาหารทะเลที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในเมืองฉีโหลว จะเข้ามาลิ้มลองหรือไม่”
“เร่เข้ามา! ของชำเป่ยเฉิน ค้าขายอย่างสุจริต!”
“คุณชายเร่เข้ามาเร็วเข้า ที่นี่มีสาวน้อยที่งดงามสดใสที่สุด…”
เสียงทั้งหลายกึกก้องทั่วถนนราวกับกำลังบอกเล่าความรุ่งเรืองในวันวาน คึกคักมากจริงๆ
อันหลินไม่คิดว่ามันมีอะไรที่น่ากลัวเลย กลับมองวิญญาณรอบข้างด้วยความเห็นใจเสียด้วยซ้ำ
เขาไม่ได้เข้าใจวิธีการดำรงอยู่ของวิญญาณเหล่านี้มากนัก และไม่เข้าใจว่าวิญญาณที่แม้แต่เผ่าจิตวิญญาณยังรังเกียจ ไม่ยอมเขมือบมีความหมายอะไรกันแน่
พวกมันไม่ใช่พลังงานที่บริสุทธิ์ และไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่แท้จริง เหมือนรองร่อยบางอย่าง ร่องรอยที่บอกว่าเคยมีชีวิตอยู่มากกว่า
สิ่งที่เพ่นพ่านในเมืองโบราณล้วนมีแต่วิญญาณที่พูดจาไม่หยุดเหล่านี้ทั้งสิ้น
อันหลินส่ายหน้าถอนหายใจเบาๆ ใบหน้าเจือความผิดหวัง
เขาคิดว่าในฐานะที่เป็นวิญญาณควรจะเยือกเย็นสงบอย่างยิ่ง เป่าลมเย็นเยียบใส่หูคนที่แตกกลุ่มหลอกให้ตกใจเป็นครั้งคราวจึงจะถูก
ท้องถนนเต็มไปด้วยวิญญาณที่ร้องตะโกน...มันช่าง…
ภาพจินตนาการพังทลายหมดแล้ว!
พวกเขาเดินไปอีกระยะหนึ่ง จู่ๆ ก็มีวิญญาณสวมกระโปรงแดง ใบหน้าซีดเผือดโผล่ออกจากพื้น
วิญญาณสาวโผล่มาก็กรีดร้องดังลั่นทันที คลื่นเสียงที่แหลมเล็กแผ่กระจายไปทั่วทุกสารทิศ ทำให้พสุธาสั่นสะเทือน
พวกอันหลินยกมือปิดหู ไมรอนกลับฟาดวิญญาณสาวตนนั้นด้วยฝ่ามือเดียวด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์!
วิญญาณที่ค่อนข้างพิเศษแบบนี้หลังปลิดชีพคล้ายว่าจะมีของอะไรบางอย่างโผล่มา
อย่างเช่นวิญญาณสาวตนนี้ หลังแหลกสลายก็มีผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีน้ำเงินกระโดดออกมา
เดินไปได้อีกไม่นาน ก็มีนักเชือดที่ถืออีโต้เล่มหนึ่ง ทว่าสูงร่วมสิบกว่าเมตรตนหนึ่งโผล่มา
นักเชือดรูปร่างท้วมใหญ่ร้องเสียงหลงแล้วพุ่งมาทางพวกอันหลิน เงื้ออีโต้ในมือขึ้นแล้วฟันลงมาจนเกิดเสียงแหวกอากาศดังแหลม จากนั้นเขาก็ถูกไมรอนตบให้ตายด้วยสีหน้าเหลืออด
หลังวิญญาณสลายหายไปแล้ว ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีเขียวก้อนหนึ่งก็ปรากฏบนพื้น
ไม่คิดเลยว่าของที่ได้จากวิญญาณรูปร่างสูงใหญ่จะสู้วิญญาณสาวตนนั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ
ตลอดทางมีแต่ลูกกระจ๊อก พวกอันหลินคิดๆ ดูแล้วก็มุ่งหน้าเดินไปทางหอสูงสีดำใจกลางเมืองโบราณโดยตรง
หอคอยหลังนั้นสูงร่วมพันเมตร หลังใหญ่อย่างยิ่ง ตั้งตระหง่าน ณ ใจกลางเมืองโบราณราวกับเสาสูงเสียดฟ้า
“หอคอยที่เด่นชัดแบบนี้ หากว่ามีของดีคงจะถูกชิงไปนานแล้วกระมัง” อันหลินเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ
โคโค่สตีฟกลับไม่คิดเช่นนั้น นางกล่าวว่า “ท่านดูถูกความกว้างใหญ่ของเขาดารามายาเกินไปแล้ว หลายสถานที่พวกเรารู้จักพอสังเขปเท่านั้น ยังมีดินแดนลี้ลับอีกมากมายที่ไม่เคยมีอิทธิพล ลใดย่างกรายเข้าไปดำรงอยู่”
“อีกอย่างแม้หลายๆ สถานที่จะเคยมา เคยถูกค้นเมื่อก่อนแล้วก็ตาม ระยะเวลาผ่านมาห้าร้อยปีแล้ว ก็อาจจะมีผลึกต้นกำเนิดดินแดนงอกขึ้นใหม่ก็ได้…” ไมรอนก็อธิบายด้วยเช่นกัน
พวกเขายอมรับในความเลิศล้ำของนายท่านแล้ว แต่ความเข้าใจที่มีต่อเขตดารามายากลับอยู่ในระดับเริ่มต้น ด้วยเหตุนี้จึงอธิบายด้วยความมีน้ำอดน้ำทน
ทุกคนมาถึงด้านล่างของหอคอยสูงโดยไม่รู้ตัว
สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ นอกหอคอยสูงมีชายชราชุดแดงหน้าตามีเมตตาสองตนอยู่ด้วย คอยตะโกนอยู่ข้างๆ ว่า “ยินดีต้อนรับ…ยินดีต้อนรับท่านลูกค้าสู่หอเด็ดดารา”
“ใช้วิธีต้อนรับที่มีมารยาทขนาดนี้เชียวหรือ” อันหลินเบ้ปาก
ภาพนี้ตามหลักแล้วพิลึกยิ่งนัก โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่วิญญาณเต็มเมืองแบบนี้…
เหมือนว่าจะได้ยินคำพูดของอันหลิน ชายชราชุดแดงทั้งสองจึงพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“มีสหายมาจากแดนไกล...” ชายชราผอมสูงคนหนึ่งโคลงศีรษะ
“จะไม่ให้ยินดีได้หรือ!” ชายชราอ้วนเตี้ยอีกคนพูดเสริม
เสวี่ยจ่านเทียนก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย “นายท่าน คล้ายว่าชายชราทั้งสองจะไม่ใช่วิญญาณที่โง่เง่าเต่าตุ่น! พวกเขาน่าสนใจมาก มีแต่ความสนุกสนาน ลึกลับไม่มีสิ้นสุด!”
ไมรอนชูมือขึ้นอย่างเหลืออด “ประหลาดขนาดนี้ ตบให้ตายคามือไปเลยดีไหม”
อันหลินคิดว่าไมรอนพูดถูก แดนโบราณบรรพกาลมีคนท่องคัมภีร์หลุนอวี่[1]ของโลกมนุษย์ได้ มันมีปัญหาชัดๆ!
เขากำลังจะพยักหน้าเห็นด้วย ชายชราสองตนนั้นก็ระริกระรี้ขึ้นมาอีกครั้ง
“ลูกกวางร้องเรียกพวกพ้องมาเล็มหญ้าในป่า…” ชายชราสูงผอมพูดพลางโคลงศีรษะ
“ข้ามีแขกเหรื่อต้อนรับพวกเขาด้วยการตีกลองเป่าปี่!” ชายชราอ้วนเตี้ยพูดต่อ
เพิ่งสิ้นเสียง ไม่รู้ว่าชายชราอ้วนเตี้ยหยิบเครื่องดนตรีคล้ายกู่ฉินออกมา จากนั้นสองมือก็ลงมือดีดเครื่องสาย
ไมรอนก็ลงมือฉับไว ฝ่ามือสีเลือดของเขาก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้าด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่มหาศาลแทบจะในเวลาเดียวกัน ฝ่ามือยังไม่ถึง พื้นก็เกิดรอยฝ่ามือขนาดใหญ่ที่ยุบตัวลงไป
“หึ…” ชายชราผอมสูงปล่อยหมัดใส่ฝ่ามือบนท้องฟ้า
หมัดนี้สะเทือนมิติจนเกิดรอยแยกลุกลาม มิติบิดเบี้ยวเป็นวงกลมแบน พลังที่น่ากลัวสะเทือนฝ่ามือสีเลือดจนแหลกสลาย คลื่นที่ก่อตัวจากแรงหมัดกระจายไปสิบกว่าลี้ แม้แต่หอคอยสีดำก ก็พลอยสั่นสะท้านไปด้วย
“ผู้มาเยือนไม่เป็นมิตร...” ชายชราผอมสูงนิ่งสงบ
“หาต้องเกรงใจไม่!” ชายชราอ้วนเตี้ยพูดต่อ
ชายชราผอมสูงชูสองนิ้วแล้วจิ้มไปที่ขมับของตนอย่างแรง
ชายชราอ้วนเตี้ยใช้มือกำสายฉินแล้วดีดทันใด
วิ้ง
คลื่นเสียงที่วิเศษกระจายไปทั่ว
มิติบิดเบี้ยวในพริบตา พลังจิตและวัตถุอันล้นหลามเริ่มแผ่คลุมมิติ
“ระวัง! นี่มันภาพมายาบังคับ!” โคโค่สตีฟเอ่ยเสียงร้อนรน
อันหลินได้ฟังก็พรั่นใจ ใช้วิชาคุ้มกันปกคลุมร่างกายของตนทันที
แต่อึดใจต่อมาเขาก็รับรู้ได้ว่าสมองดังวิ้งตามคลื่นเสียงนั้น
จากนั้นชั่วขณะที่กำลังเหม่อลอย ทุกสิ่งรอบกายก็แปรเปลี่ยนไป
แสงตะวันที่เจิดจ้าส่องสะท้อนปฐพี เมื่อลมอ่อนโชยมา กลิ่นทั้งหลายก็เริ่มวนเวียนตรงปลายจมูก มีกลิ่นซาลาเปา กลิ่นหอมของบะหมี่ และกลิ่นหอมของแป้งผัดจากสตรีที่เดินสวนทางไป…
ใช่แล้ว รอบกายเขาเป็นฝูงชนที่คับคั่ง
อันหลินกะพริบตาปริบๆ มองถนนหนทางที่เต็มไปด้วยความคึกคัก รุ่งเรืองยิ่งนักตรงหน้าด้วยความงุนงง
“คิกคิกท่านแม่ ซื้อถังหูลู่[2]ให้ข้านะ! ข้าจะเอาอันนั้น!” เสียงใสเสนาะหูดังขึ้น
เด็กหญิงที่ถักเปีย ท่าทางน่ารักคนหนึ่งจูงมือหญิงคนคนหนึ่งแล้วพูดกับแผงค้าข้างทางด้วยความตื่นเต้น
“ได้ๆ ๆ…จะซื้อให้เดี๋ยวนี้แหละ…” หญิงคนนั้นยิ้มอ่อนโยนแล้วจูงเด็กน้อยเดินไปทางแผงค้านั่น
“หลีกไป รีบหลีกไป!”
ขณะที่อันหลินกำลังอึ้งอยู่นั้น ร่างกายของเขาก็ถูกผลักกระเด็นไปข้างๆ
จากนั้นรถลากไม้ที่ขนสินค้ามาเต็มลำก็ถูกลากผ่านไปข้างๆ อย่างเชื่องช้า
เป็นความรู้สึกที่สมจริงมาก
ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง สัมผัส กลิ่นตรงหน้า ความรู้สึกฉงนสนเท่ห์ การไหลของกระแสพลังปราณ ทุกอย่างล้วนแต่สมจริงมากราวกับเป็นโลกแห่งความเป็นจริง…
แต่อันหลินรู้ว่าทุกอย่างล้วนเป็นภาพมายา!
ไม่ว่าจะสมจริงแค่ไหน ในใจของเขาก็มั่นใจว่านี่เป็นภาพมายา!
แต่ทว่าอันหลินกลับเริ่มรู้สึกปวดหัวแล้ว แม้จะรู้ว่านี่เป็นภาพมายา เป็นอาคมที่ชายชราชุดแดงใช้เล่นงานเขา แต่จะทลายภาพมายานี้อย่างไร เขาไม่รู้เลยสักนิด!
[1] คัมภีร์หลุนอวี่ คือ เป็นคัมภีร์พื้นฐานที่สำคัญสำหรับการศึกษาปรัชญาสำนักขงจื่อ ซึ่งภายในคัมภีร์หลุนอี่ว์นั้น ได้บรรจุคำสอนของขงจื่อ โดยเหล่าลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดกับขงจื่ อเป็นผู้รวบรวมและบันทึกคำสอน หลังจากที่ขงจื่อถึงแก่อนิจกรรม
[2] ถังหูลู่ คือ ผลไม้เคลือบน้ำตาลเสียบไม้ เป็นอาหารทานเล่นที่มีต้นกำเนิดมาจากพระราชวังในเมืองปักกิ่ง