ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 556 ยกเค้าขุมทรัพย์ถ้ำหิน
อันหลินเพิ่งเคยเห็นผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองที่มีลักษณะแบบนี้เป็นครั้งแรก จึงตกใจอย่างที่สุด
“หญิงงามตัวใหญ่ขนาดนี้จะได้ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองกี่ก้อนกันนะ…” เขาพึมพำ
“ไม่มากๆ แค่ยี่สิบสามก้อน” เซียวเจ๋อโบกมือปัดๆ แต่กลับพูดอย่างกระหยิ่มใจ
อันหลินก็มองเซียวเจ๋อด้วยความแปลกใจแวบหนึ่ง “รู้แม่นยำขนาดนี้ เจ้าเป็นคนทำหรือ”
“ใช่แล้ว แก่นแท้ของผลึกต้นกำเนิดดินแดนเป็นวัสดุตั้งต้นของมิติเสถียรภาพกับวัตถุแรกกำเนิด ในเมื่อเป็นวัตถุ เช่นนั้นจึงมีความเป็นไปได้จะเปลี่ยนแปลงรูปร่าง พวกเจ้าคิดว่านารีมังกรของข้าเป็นอย่างไรบ้าง” เซียวเจ๋อลูบหญิงงามสีทองพลางถามอย่างเริงร่า
นารีมังกร…อันหลินมองฟ้าอย่างเศร้าสลด
คนที่เหลือก็ยิ้มเจื่อนเช่นกัน ไม่กล้าดูถูกความชอบนี้ของเซียวเจ๋อ
“ผู้อาวุโส ท่านชอบหรือไม่” เซียวเจ๋อถามด้วยแววตาเป็นประกาย
อันหลินกวาดสายตามองรอบข้างแล้วพบว่าไม่มีผลึกต้นกำเนิดดินแดนอื่นๆ เหลือแค่ ‘นารีมังกร’ แล้ว คิดว่าคลื่นสัมผัสที่มีอาว่าก่อนหน้านี้คงจะมาจากหญิงงามนี่ละมั้ง
เขาพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “ชอบ!”
“เช่นนั้นข้าจะมอบนางให้ท่าน!” เซียวเจ๋ออุ้มหญิงงามผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองไปตรงหน้าอันหลินอย่างไม่เกรงใจ ก่อนแยกจากกันยังไม่วายจูบอำลาอย่างลึกซึ้งบนปากของหญิงงาม
“ตอนแรกที่ข้ารับสืบทอดเกาะแห่งนี้ นางยังเป็นเพียงผลึกต้นกำเนิดที่น่าเกลียดเป็นก้อนๆ อยู่เลย ข้ามอบชีวิตใหม่ให้นาง นางอยู่กับข้ามาชั่วชีวิต…ท่านต้องดูแลนางให้ดีนะ!” เซียวเจ๋อน้ำตาคลอหน่วย พูดกับอันหลินอย่างจริงจัง
ฝากฝังลูกสาวหรือไง
มุมปากของอันหลินกระตุกยิกๆ แม้เขาจะไม่ชอบนารีมังกรเปลือยกาย แต่เพื่อไม่ให้เป็นขันที จึงเก็บมันใส่แหวนมิติ
เมื่อเห็นอันหลินรับนารีมังกรไว้ เซียวเจ๋อก็ปาดน้ำตาแล้วพาพวกเขาไปชมสมบัติของตนเองต่อ
ได้ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองมายี่สิบสามก้อนแล้วหรือนี่ ทาเบอร์มองโคโค่สตีฟอย่างตะลึง ส่งกระแสจิตบอกว่า “ท่านผู้สูงศักดิ์ได้ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองมาเป็นแบบนี้ตลอดเลยหรือ ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าสิ่งที่ข้าตามหาก่อนหน้านี้กับสิ่งที่เขาตามหาไม่ใช่สิ่งเดียวกัน”
โคโค่สตีฟนวดหว่างคิ้วแล้วถอนหายใจ “เฮ้อ…เป้าหมายเล็กๆ ของนายท่านใกล้จะสำเร็จแล้ว หนทางเลือดศักดิ์สิทธิ์ของข้าจะน้อยลงไปรายการหนึ่งแล้ว ทำอย่างไรดี…”
ทาเบอร์ “…”
เขากับคนพวกนี้ไม่ได้อยู่ในโลกใบเดียวกันจริงๆ ด้วย
มีอาไม่อยากพูดไม่อยากจาแล้ว ไม่ว่าอย่างไรทรัพย์สมบัติพวกนั้นก็ไม่ใช่ของนางแล้ว นางแค่อยากมาดูว่าตัวเองพลาดอะไรไปกันแน่…
เซียวเจ๋อพาอันหลินเดินไปยังเบื้องหน้าของสมบัติที่ทองอร่ามกองหนึ่งแล้วพูดว่า “พวกนี้เป็นแร่พิเศษที่มีเฉพาะในทะเลดำ ท่านต้องการหรือไม่”
อันหลินดูแล้วไม่รู้สึกสนใจ จึงเก็บสมบัติตรงหน้าใส่แหวนมิติโดยตรง
อืม ไม่สนใจไม่ได้แปลว่าจะไม่เอามัน เพราะแร่พิเศษเหล่านี้มีมูลค่า!
เซียวเจ๋อก็ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ พาอันหลินไปอีกที่ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
อาวุธวิเศษ เก็บ!
ยาวิเศษ ผลวิเศษ เก็บ!
ซากศพของปลาไหลเซียนทะเลดำ เก็บ!
หินปราณหนึ่งร้อยกว่าก้อนเหรอ เก็บ!
…
ของดีถูกเก็บใส่แหวนมิติชิ้นแล้วชิ้นเล่า ไปถึงไหนเก็บถึงนั่น
ทีน่าเองก็ทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว ส่งกระแสจิตกระซิบว่า “ยักษ์อันหลิน การกระทำของเราจะน่าเกลียดเกินไปหรือไม่”
อันหลินหัวเราะหึๆ “เจ้าไม่เห็นหรือว่าเจ้าหนุ่มเซียวเจ๋อเบิกบานใจน่ะ”
“เจ้าไม่กลัวว่าเขาทำเช่นนี้จะคิดไม่ซื่อกับเจ้าน่ะ” ทีน่าพูดด้วยความกังวล
เรื่องนี้แม้แต่ทีน่าก็ยังมองออก อันหลินจะไม่รู้ได้อย่างไร
เขาส่งกระแสจิตบอกว่า “ไม่ว่ามังกรดำตัวนั้นจะคิดอะไร อย่างไรเสียได้ของดีมาครองย่อมสบายใจกว่าก็เป็นสัจธรรม มีของดีแล้วไม่เอาน่ะโง่เง่า! เรื่องหลังจากนี้ ไม่สนหรอกว่าเขาจะต้องการอะไร กำปั้นของพวกเราใหญ่ที่สุด ต้องการอะไรก็ต้องดูอารมณ์ของพวกเราด้วย!”
ทีน่าฟังคำพูดของอันหลินพลางกระพือปีกสีทองที่งามวิจิตรด้วยท่าทางครุ่นคิด
อันหลินถูกเซียวเจ๋อนำทางพลางค้นหาไปตลอดทาง ยกเค้าสมบัติถ้ำหินทั้งหมดจนเกลี้ยงโดยไม่รู้ตัว ไม่เกรงใจเลยสักนิด…
“อ๊าก...ในที่สุดที่นี่ก็ว่างเปล่าแล้ว!” เซียวเจ๋อมือเท้าเอว เอ่ยด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม
เมื่อทุกคนเห็นท่าทางนี้ของเซียวเจ๋อใบหน้าก็กระตุกอย่างช่วยไม่ได้ คิดในใจว่าเด็กคนนี้ตกใจจนเสียสติไปแล้วหรือไง
อันหลินก็พึงพอใจมากเช่นกัน “เสี่ยวเจ๋อเอ๋ย เรื่องนี้เจ้าทำได้ดีมาก ข้าต้องมอบรางวัลให้เจ้า!”
“ไม่ต้องหรอกๆ…” เซียวเจ๋อโบกมือเป็นพัลวัน “ของพวกนี้อยู่ในน้ำมือของท่านจึงจะแสดงประสิทธิภาพที่แท้จริงได้ ข้าเพียงแค่อยากให้พวกมันมีเจ้าของที่ดีก็เท่านั้น…”
อันหลินพยักหน้าปลาบปลื้ม ใบหน้าเปี่ยมความเมตตา
“ต่อไปก็เป็นช่วงสำคัญแล้ว…” แววตาของเซียวเจ๋อสุกใส พูดอย่างตื่นเต้น
เมื่อเขากระทืบเท้าก็มีค่ายกลอีกอันปรากฏบนพื้น
ทุกคนเห็นดังนั้นก็ตะลึงไปเล็กน้อย มองเซียวเจ๋อด้วยสีหน้าหวาดระแวง ซ้ำยังเริ่มคุ้มกันให้อันหลินอยู่ตรงกลาง
พลังมิติที่ยิ่งใหญ่เริ่มเกลือกกลิ้ง จู่ๆ พื้นที่กลางขุมทรัพย์ก็เกิดเป็นมิติชั้นในเหมือนถูกค้อนหนักทุบสลายก็ไม่ปาน
คลื่นพลังงานที่ยิ่งใหญ่เริ่มแผ่กระจายไปรอบทิศ ชวนให้สั่นสะท้านในใจ
อันหลินมองมิติชั้นในนั่นแล้วเห็นวัตถุพิเศษสามชิ้นลอยอยู่กลางอากาศ กลิ่นอายที่กว้างใหญ่ไพศาลและแฝงด้วยความยาวนานไม่เสื่อมคลายโชยมาปะทะหน้า ชวนให้ครั่นคร้ามเมื่อมอง
เซียวเจ๋อแนะนำด้วยรอยยิ้มว่า “นี่เป็นวัตถุบรรพกาลที่คงอยู่ที่นี่ก่อนข้าจะมาถึงถ้ำแห่งนี้ ข้าไม่รู้ว่าเจ้าของถ้ำคนก่อนถึงไม่เอาของพวกนี้ไปด้วย แต่ข้ารู้ว่าภูมิหลังของของพวกนี้ไม่ธรรมดา เป็นสมบัติที่ล้ำค่าหายาก!”
“ตอนแรกที่นี่มีของสี่ชิ้น นอกจากมงกุฎหยก โล่เพลิงสีทองแล้ว ยังมีลูกบาศก์สีดำกับเลือดสีดำหยดหนึ่ง”
“แต่ในบรรดาของทั้งสี่อย่างนี้ มีแค่เลือดสีดำที่ใกล้ชิดกับข้า ถูกข้าดูดซึม ทำให้พลังแห่งสายเลือดของข้าแข็งแกร่งยิ่งขึ้น อีกสามอย่างที่เหลือข้าศึกษาหลายพันปีแล้ว คิดอยากจะครอบครองกลับไม่มีความก้าวหน้าเลยสักนิด…”
ใบหน้าของเซียวเจ๋อฉายความเสียดายอย่างยิ่งยวดขณะที่พูด แต่หลังจากนั้นเขาก็เบนสายตามองอันหลิน ใบหน้ามีความคาดหวังผุดขึ้น “ผู้อาวุโส ท่านมาที่นี่ถือว่ามีวาสนากับข้า มีวาสนากับของพวกนี้! ดังนั้นหากว่าผู้อาวุโสต้องการนำของพวกนี้ไป ข้าก็ยอมยกพวกมันให้ท่าน”
อันหลินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ฟัง มองของสามอย่างนั้นแล้วค่อยๆ ก้าวเข้าไป
เซียวเจ๋อศึกษาหลายพันปีก็ยังครอบครองวัตถุพวกนี้ไม่ได้ ตอนนี้กลับให้อันหลินลองงั้นเหรอ
ไม่ว่าการกระทำเช่นนี้ของเซียวเจ๋อจะเป็นการหยั่งเชิงหรือความจริงใจ ในใจอันหลินก็มีความคิดเพียงหนึ่งเดียวก็คือ ของสามอย่างนี้ เขาเก็บแน่!
อันหลินเดินเข้าไปแล้วใช้มือลูบของเหล่านี้
ของทุกสิ่งล้วนถูกพลังมิติตรึงไว้กับที่ ขยับเขยื้อนไม่ได้เลยสักนิด
แต่เขารู้ว่านี่ไม่ใช่พลังที่ขัดขวางไม่ให้เซียวเจ๋อครองวัตถุ เพราะเซียวเจ๋อเป็นถึงผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าที่แหวกมิติได้ การพันธนาการมิติเช่นนี้ไม่คณามือเขาด้วยซ้ำ พลังขัดขวางที่สำคัญที่สุดเป็นพลังเทวะวิถีที่แฝงเร้นอยู่ในวัตถุ
มันเป็นพลังที่ผู้ยิ่งใหญ่ที่บรรลุระดับรวมมรรคาเท่านั้นที่ทำได้ ซึ่งก็หมายความว่าหากต้องการยึดครองของเหล่านี้ จำต้องลบล้างพลังแห่งเทวะวิถี
แต่หากจะลบล้างพลังแห่งเทวะวิถีก็จำต้องบรรลุระดับแปลงจิตขั้นปลายถึงระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นสุดยอด ถ้าผู้ยิ่งใหญ่ระดับนี้โผล่มาในดินแดนผืนนี้ได้ คงถูกพลังกฎเกณฑ์ล้างผลาญไปนานแล้ว
ซึ่งก็หมายความว่า หากต้องการยึดครองวัตถุพวกนี้ก็ต้องใช้วิธีที่ถูกต้อง ใช้กำลังไม่ได้…
อันหลินครุ่นคิดครูหนึ่งแล้วฉีกยิ้ม นัยน์ตากลายเป็นสีขาวโพลน
วิชาญาณทิพย์!