ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 558 ลูกศิษย์ที่ขาดทุน
เซียวเจ๋อคัดค้านการหลั่งเลือดอย่างยิ่ง แต่เมื่ออันหลินอธิบายประโยชน์ของเลือด ใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งแล้ว สุดท้ายเขาก็ยอม
เซียวเจ๋อยอมทำเรื่องแบบนี้เป็นเพราะขจัดปมในใจของตัวเอง
เขาไม่อยากเห็นวัตถุพวกนี้ถูกทิ้งไว้ที่นี่ แล้วจากไปเงียบๆ เขาจำต้องตัดห่วงนี้เสีย!
เขากรีดข้อมือของตัวเองภายใต้ผลกระทบของอาการย้ำคิดย้ำทำที่ประหลาดพรรค์นี้
“พอหรือยัง ข้าไม่ไหวแล้ว”
“ยังไม่พอ ข้าจะเอาอีก...”
“ไม่ไหวแล้ว ข้าทนไม่ไหวแล้ว…”
“อย่าหยุด ออกแรงหน่อย!”
“อา…”
เซียวเจ๋อนอนแผ่หลาบนพื้นอย่างหมดแรง มองหีบปีศาจมิจิที่ถูกอันหลินเก็บใส่แหวนมิติหลังอิ่มหนำในคราวเดียวแล้ว รอยยิ้มแห่งความสุขและสมหวังผุดขึ้นบนใบหน้า
อันหลินเดินไปตรงหน้าเขาแล้วนำยาสีแดงเม็ดหนึ่งออกจากแหวนมิติแล้วยื่นให้เซียวเจ๋อ
“นี่มัน…” เซียวเจ๋อมองโอสถที่แผ่คลื่นพลังชีวิตเม็ดนั้นแล้วพึมพำ
“มันคือยาเซียนขั้นแปด เม็ดอสูรโลหิตล้นฟ้า สามารถฟื้นเลือดลมและรักษาบาดแผลอย่างรวดเร็ว เจ้าหลั่งเลือดมากขนาดนี้ กินสักเม็ดเถอะ” อันหลินยิ้ม
“ขอบคุณท่านผู้อาวุโส!” เซียวเจ๋อรับยาเซียนเม็ดนี้มาด้วยความตื้นตัน
ผู้อาวุโสที่ใจกว้างปานนี้ อ่อนโยนขนาดนี้…เขามองคนไม่ผิดจริงๆ!
อันหลินส่ายตามองรอบข้างอย่างไม่หนำใจแล้วพูดว่า “รู้สึกว่าหมดเกลี้ยงแล้ว ที่นี่มีอย่างอื่นอีกไหม”
“มีของที่สำคัญที่สุดอีกชิ้นหนึ่ง ผู้อาวุโสจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด” เซียวเจ๋อเงยหน้ามองอันหลินแล้วพูดอย่างจริงจัง
“อะไรหรือ” อันหลินตาลุกวาว ในใจเปี่ยมด้วยความคาดหวัง
ใบหน้าหล่อเหลาของเซียวเจ๋อมีรอยยิ้มผุดขึ้น “สิ่งนั้นก็คือข้า! ท่านผู้อาวุโสรับข้าไว้เถอะ!”
อันหลิน “…”
ทุกคน “…”
อะไรกัน ยกสมบัติทั้งหมดในคลังให้แล้วจะยกตัวเองให้งั้นเหรอ!
“เสี่ยวเจ๋อ เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”
อันหลินสะกดกลั้นความคิดอยากจะตะโกนลั่นแล้วถามด้วยรอยยิ้ม
“ผู้อาวุโส ข้าเป็นสายเลือดโดยตรงของสกุลเซียว สายเลือดบริสุทธิ์ยิ่งใหญ่ คิดว่ามีศักยภาพอยู่บ้างเหมือนกัน อีกอย่างความตั้งใจในการแสวงมรรคของข้าร้อนรุ่มดั่งสุริยะ เป็นมังกรที่เด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้…” เซียวเจ๋อพูดต่อ
“สรุปแล้วเจ้าจะพูดอะไรกันแน่” อันหลินทำหน้างุนงง
“ผู้อาวุโส…” เซียวเจ๋อมองอันหลินด้วยสายตาที่ปรารถนา พูดอย่างตื่นเต้นว่า “ท่านรับข้าเป็นสิทธิ์ได้หรือไม่ บัดนี้เผ่ามังกรสูญพันธุ์แล้ว มีเพียงบุคคลที่ยิ่งใหญ่อย่างท่านที่จะส่องหนทางแสวงมรรคของข้าให้สว่างได้ ขอร้องท่าน…ได้โปรดรับข้าด้วยเถอะ!”
เสียงของเซียวเจ๋อสะท้อนก้องถ้ำหิน อันหลินงงเหลือเกิน
อันหลินปาดเหงื่อบนหน้าผากแล้วพูดอย่างระอาใจว่า “สรุปแล้ว…สมบัติพวกนี้เป็นสินสอดที่เจ้าให้ข้าหรือ ถุย! เป็นของขวัญพบหน้าที่เจ้าให้ข้าหรือ”
“จะพูดเช่นนี้ก็ไม่ได้” เซียวเจ๋อส่ายหน้ารัวๆ ก่อนจะพูดว่า “ของของศิษย์ก็เหมือนของของอาจารย์ไม่ใช่หรือ”
อันหลินพลันแน่นหน้าอก รู้สึกเหมือนเลือดคลั่งอยู่ในอก หายใจไม่ออก
ให้ตายเถอะ…เรียกศิษย์เรียกอาจารย์ตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอ...ยังจะส่ายหน้าอีก ส่ายหน้ากับผีอะไร!
ทั้งๆ ที่เป็นความหมายนั้นแท้ๆ ไหมเล่า!
อันหลินไม่เคยคิดเรื่องการรับลูกศิษย์เลย ยิ่งไม่เคยคิดว่าจะรับมังกรระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลางตัวหนึ่งเป็นศิษย์
ลูกศิษย์…อาจจะตบอาจารย์ให้ตายคามือได้ด้วยซ้ำ อาจารย์จะสอนลูกศิษย์อย่างไร
มันกล้าฝากตัวเป็นศิษย์ อันหลินไม่มีหน้ารับนี่นา!
“เสี่ยวเจ๋อ…เรื่องนี้รีบร้อนไม่ได้ หนทางแสวงมรรคายาวนาน เจ้าจะได้พบทิวทัศน์และผู้คนอีกมากมาย ต้องเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าข้าแน่นอน” อันหลินชี้แนะด้วยความจริงใจ
“ไม่! อาจารย์! ท่านเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของข้า สายตาของท่าน ความน่าเกรงขามของท่านพิชิตใจข้าได้เต็มเปาแล้ว!” เซียวเจ๋อพูดอย่างดื้อดึง
เส้นเลือดของอันหลินเต้นตุบๆ มังกรตัวนี้ฟังคำปฏิเสธไม่ออกเหรอ ทำไมถึงได้ดื้อขนาดนี้นะ!
“เฮ้อ…วาสนาของเจ้ากับข้ายังไม่มาถึง…” อันหลินส่ายหน้าถอนหายใจ
เซียวเจ๋อคว้ามือของอันหลิน “ไม่ วาสนาอาศัยการพิชิต! อีกอย่างท่านกับข้าพบกันที่นี่ รู้จักกันเพราะประมือ นี่แหละโชคชะตา!”
อันหลิน “…”
ทุกคน “…”
ทำอย่างไรดี คิดว่าถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เซียวเจ๋อจะตามเขาแจแน่ๆ
เป็นดังที่คาด ที่เป็นมิตรก่อนหน้านี้ แถมยังช่วยยกเค้าคลังสมบัติ ล้วนทำเพื่อขั้นสุดท้ายนี้ทั้งนั้น…ไม่คิดเลยว่าเซียวเจ๋อจะฝากตัวเป็นศิษย์กับเขา!
“บอกเจ้าตามตรงนะ” อันหลินทำหน้าเคร่งขรึม “ตอนนี้ข้ามีเพียงความน่าเกรงขามที่มีแค่เปลือกนอก แต่กลับไม่มีการสืบทอดเกี่ยวกับเผ่ามังกรเลยสักนิด ต่อให้เจ้าฝากตัวเป็นศิษย์ข้า ข้าก็สอนอะไรเจ้าไม่ได้!”
เขาตั้งใจว่าจะทำให้ภาพพจน์แย่ลง อย่างไรเสียภาพลักษณ์ตรงหน้าเซียวเจ๋อมันไม่สำคัญแล้ว จึงทำให้ภาพลักษณ์พังเลยแล้วกัน! อย่างมากก็แค่สู้กันอีกสักตั้ง!
คาดไม่ถึงว่าสีหน้าของเซียวเจ๋อจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิด กลับมองอันหลินด้วยความนับถือยิ่งขึ้น “ข้าไม่ถือสา ข้าต้องการติดตามท่าน ไม่สนใจว่าท่านจะสอนอะไรข้าได้ ข้าเพียงอยากเปิดหูเปิดตาเท่านั้น!”
มุมปากของอันหลินกระตุกยิกๆ “ว่ามาเถอะ ข้าต้องทำอย่างไรเจ้าจึงจะเลิกคิดเรื่องฝากตัวเป็นศิษย์กับข้า”
“ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ไม่ล้มเลิกความคิดจะฝากตัวเป็นศิษย์ของท่าน!” เซียวเจ๋อทำหน้าหนักแน่น
“ข้าบอกเจ้าตามตรง ข้าเป็นมนุษย์!”
“ข้าไม่สน ท่านเอาชนะใจข้าได้ตั้งนานแล้ว”
“ข้ามีพลังยุทธ์แค่ระดับแปลงจิต”
“หากท่านทำได้ถึงขั้นนี้ทั้งที่อยู่แค่ระดับแปลงจิต เช่นนั้นข้าเซียวเจ๋อผู้นี้ก็ยิ่งมั่นใจ!”
“…ข้าราศีหญิงพรหมจรรย์!”[1]
“ราศีพรหมจรรย์คืออะไร ต่อให้เป็นราศีชายพรหมจรรย์หรือราศีคนยิงธนูข้าก็ไม่สนใจ!”
…
หลังเปิดใจไปยกหนึ่ง อันหลินก็มองชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างผอมบางตรงหน้าอย่างงุนงง
บัดนี้เขาแพ้เซียวเจ๋อแล้ว…
มีคนที่ไม่ยอมถอดใจไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไรก็ตาม มันช่างโชคดีและมีความสุขเหลือเกิน
คนแบบนี้ คุณจะเอาเหตุผลอะไรไปปฏิเสธกันล่ะ…
อันหลินถอนหายใจเบาๆ “เจ้าจะยอมรับข้าเป็นอาจารย์ ไม่เสียใจทีหลังจริงหรือ”
“ด้วยความเต็มใจ ไม่เสียใจภายหลัง!” เซียวเจ๋อพูดด้วยสายตาที่แน่วแน่
อันหลินนวดหว่างคิ้ว “เอาเถอะ งั้นข้าตกลง…”
เซียวเจ๋อดีอกดีใจ คุกเข่าลงคำนับทันที “ท่านอาจารย์ ศิษย์ขอคารวะ!”
เขาเบิกบานใจยิ่งแล้ว ทั้งที่บอกว่ามนุษย์ พลังยุทธ์ระดับแปลงจิตอะไรนั่น คงมีแต่ผีที่เชื่อ!
อาจารย์พูดแบบนี้ เขาย่อมต้องเอาอกเอาใจคล้อยตามคำพูดของอาจารย์เพื่อแสดงความจริงใจสิ!
อยู่มานานขนาดนี้ หากว่าฝีมือการประจบประแจงแค่นี้ยังไม่มี มันก็จะสูญเปล่าไม่ใช่หรือไง!
นับจากนี้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาย่อมมีเวลาสร้างความผูกพัน จากนั้นได้รับการชี้นำจากอาจารย์อันหลินที่ละกระบวนท่า มันยอดเยี่ยมไปเลย…
อันหลินกับเซียวเจ๋อสร้างพันธะสัญญาครูศิษย์ พันธะสัญญาค่อนข้างง่าย เพียงแค่สร้างสื่อสัมผัสระหว่างทั้งสองคน แล้วเพิ่มข้อจำกัดว่าห้ามลูกศิษย์ทำเรื่องที่เป็นผลเสียต่ออาจารย์ ไม่อย่างนั้นรากฐานแห่งมรรคจะเสียหาย
เซียวเจ๋อกลายเป็นลูกศิษย์ที่ขาดทุนของอันหลินไปแบบงงๆ…
โคโค่สตีฟกับพวกทาเบอร์พูดอะไรไม่ออกแล้ว
ควรพูดว่าสมกับเป็นท่านผู้สูงศักดิ์จริงๆ หรือไม่ ได้มังกรดำที่ยิ่งใหญ่อย่างยิ่งตัวหนึ่งเป็นลูกศิษย์ไวขนาดนี้ ระดับความมีเสน่ห์สูงเสียดฟ้าไปเลย!
ส่วนมีอา จู่ๆ นางก็ปลงตกแล้ว!
สมบัติเป็นของอันหลินทั้งหมด วัตถุบรรพกาลก็เป็นของอันหลินทุกชิ้น แม้แต่มังกรที่อารักษ์ที่นี่ก็เป็นของอันหลินด้วย
เหอะ…ไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกันเลยด้วยซ้ำ! นางจะว่าอะไรได้อีก...
อันหลินจึงนำทีมที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรออกจากถ้ำหินสีขาวด้วยประการฉะนี้
[1] หญิงพรหมจรรย์เป็นสัญลักษณ์ของราศีกันย์