ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 561 อันหลินที่กลายเป็นเสาหลักของทีม
สมาชิกทุกคนได้รับการปลอบโยนจากอันหลิน ไม่ว่าอย่างไรอารมณ์ที่ปะทุก็ทุเลาลงบ้างเหมือนกัน
อันหลินลูบผมสั้นเรียบลื่นของเซียวเจ๋อ ปลอบใจทุกคนพลางนำทางด้านหน้าด้วย
ทุกคนต่างก็รำพันในใจว่าอันหลินในตอนนี้อ่อนโยนเหลือเกิน เหมือนกำลังแผ่รัศมีของคนเป็นแม่เลย!
แม้แต่โคโค่สตีฟกับไมรอนที่ถูกต่อยเตะก็รู้สึกแบบนี้เหมือนกัน เพราะแม้แต่เวลาที่อันหลินต่อยเตะก็ยังมีสีหน้าที่สงสารเวทนา!
พูดง่ายๆ ก็คือ อันหลินจัดการพวกเขาด้วยลักษณะท่าทางของ ‘ข้าหวังดีกับเจ้า’!
ช่างเป็นคนที่อ่อนโยนเสียนี่กระไร…
“ฮ่าๆ ๆ…ไมรอน เจ้าดูตะขาบยักษ์นั่นสิ เท้าสองฝั่งไม่สมดุลกันนะ ฮ่าๆ ๆ…” โคโค่สตีฟชี้สัตว์ประหลาดที่อยู่ห่างไกลแล้วหัวเราะลั่น
“ฮ่าๆ ๆ…โคโค่สตีฟ ก้อนหินก้อนนั้นก็ตลกมากเหมือนกัน เหมือนเจ้ามากเลย…” ไมรอนก็เบิกบานใจมาก ร่าเริงมากเหมือนกัน
เขารู้สึกว่าช่วงเวลาที่สนุกที่สุดในชีวิตก็คือตอนนี้ ตลกไปหมดเลย มันชวนให้ขำตลอดเวลา
แต่สำหรับทีน่ากับทาเบอร์แล้ว เสียงหัวเราะของพวกเขากลับบาดหูอย่างยิ่ง
คนหนึ่งน้อยเนื้อต่ำใจ อีกคนคิดถึงคนรักที่ตายไปแล้วอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้จู่ๆ ก็มีสองคนคอยหัวเราะอยู่ข้างๆ มันเป็นความรู้สึกแบบไหนกันนะ
แต่อันหลินรู้สึกถึงจิตสังหารแล้ว…
เพื่อจัดการความสัมพันธ์ของทุกคน เขาก็เอ่ยกับโคโค่สตีฟและไมรอนที่ยังหัวเราะไม่หยุดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนว่า “ในเมื่อพวกเจ้าชอบหัวเราะขนาดนั้น ข้าเล่าเรื่องตลกให้พวกเจ้าฟังดีไหม”
พอโคโค่สตีฟกับไมรอนได้ยินคำว่าเรื่องตลกก็ดีใจยิ่งแล้ว หัวเราะลั่นตอบตกลงทันที
อันหลินพูดอย่างเนิบช้าว่า “นานมาแล้วมีลูกหมาป่าตัวหนึ่ง มันกินมังสวิรัติตั้งแต่เกิด ไม่กินเนื้อ พ่อแม่ของมันกังวลมาก ปรากฏว่าอยู่มาวันหนึ่ง พ่อแม่เห็นว่าลูกหมาป่ากำลังไล่กระต่าย! พวกมันดีใจมาก แต่ไม่นานพวกมันก็งงเป็นไก่ตาแตก…”
“ทำไมล่ะ” ไมรอนถามด้วยความสงสัย
อันหลินพูดช้าๆ ว่า “เพราะ…หลังลูกหมาป่าจับกระต่ายได้ก็พูดว่า ‘ส่งแครอทมา!’…”
ไมรอน “…”
โคโค่สตีฟ “…”
อันหลินพูดต่อว่า “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสมาคมเล่นซ่อนแอบอยู่สมาคมหนึ่ง หัวหน้าของพวกเขาสุดยอดเลยละ!”
“สุดยอดขนาดไหน” โคโค่สตีฟถาม
“ผ่านไปหลายสิบปี พวกเขาก็ยังหาหัวหน้าไม่เจอ” อันหลินตอบ
ไมรอน “…”
โคโค่สตีฟ “…”
อันหลินรู้สึกว่าบรรยากาศถูกต้องแล้ว จึงพูดต่อว่า
“วันหนึ่ง มีหมอคนหนึ่งพูดกับคนร้ายว่า ‘มีข่าวดีกับข่าวร้าย อยากฟังอันไหนก่อน’”
“คนไข้ครุ่นคิดแล้วบอกว่าฟังข่าวร้ายก่อนแล้วกัน”
“หมอบอกว่า หมอที่เป็นภาวะสูญเสียความจำคนหนึ่งจ่ายยาให้คนไข้ผิด ถูกพิษร้ายแรง อยู่ได้ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์!”
“คนไข้ถามอย่างสิ้นหวังว่า แล้วข่าวดีล่ะ”
“หมองงว่าข่าวดีอะไร”
บรรยากาศรอบข้างตึงเครียดอย่างที่สุด
“ซี๊ด…” โคโค่สตีฟกับไมรอนตะลึงงัน รอยยิ้มนิ่งค้างบนใบหน้า
นี่น่ะหรือเรื่องตลก อันหลินเรื่องมันว่าเรื่องตลกหรือ!
รอยยิ้มของโคโค่สตีฟกับไมรอนลดลงขึ้นเยอะด้วยประการฉะนี้…
อันหลินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะพาทุกคนเดินหน้าต่อไป
เดินหน้าอยู่ค่อนวัน พวกเขาก็มาถึงเขตที่พื้นเป็นสีทอง
“ที่นี่ก็คือแดนแห่งดินทอง เดินไปข้างๆ ก็จะเป็นแดนแห่งผลึกหิน ที่นั่นมีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีผลึกหิน” เซียวเจ๋อชี้ไปยังทิศทางหนึ่งแล้วพูดกับพวกอันหลิน
อันหลินพยักหน้าแล้วเริ่มเดินไปทางที่เซียวเจ๋อชี้
เท้าของเขาย่ำพื้นดิน รู้สึกว่าพื้นแข็งอย่างมากเหมือนกับเป็นแผ่นดินที่รวมตัวจากโลหะเจือ นักพรตหล่อเลี้ยงวิญญาณเกรงว่าจะทลายผิวดินไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ครืน
จู่ๆ ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
ธรณีตรงเบื้องหน้าของพวกอันหลินปริแตก แสงทองมลายหายไป
อสูรที่แผ่พลังมวลมหาศาลสูงร่วมร้อยจั้งก็โผล่มาข้างหน้าของทุกคนกะทันหัน
ร่างของมันเหมือนช้างยักษ์ แต่ศีรษะกลับเป็นเศียรงูสี่หัวที่ยื่นออกมา แต่ละเศียรต่างก็แผ่แสงสว่างที่เย็นเยือกน่าสะพรึงกลัว
“ไม่คิดเลยว่าจะมีสัตว์ประหลาดกล้าเป็นฝ่ายท้าทายพวกเรา ลุกกันเลยพวกเรา” อันหลินกล่าว
ทีน่าก้มหน้าไม่พูดไม่จา เสวี่ยจ่านเทียนหดตัวอยู่ในอกของอันหลินอย่างสั่นเทา เซียวเจ๋อกอดแขนของอันหลินแน่น
ทาเบอร์แหงนหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีแล้ว โคโค่สตีฟกับไมรอนก็หัวเราะร่า
อันหลิน “…”
พวกเขาเป็นผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าที่มากความสามารถไม่ใช่เหรอ ทำไมเวลาจะรบถึงได้อยู่ในสภาพแบบนี้กันล่ะ
อันหลินพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมอสูรตัวนี้ถึงไม่กลัวพวกเขา คนพวกนี้ถูกอารมณ์ครอบงำ ความกล้าหาญตกต่ำ พลังเก็บงำ ไร้ซึ่งความยำเกรงอันน่ากลัวอย่างตอนที่เข้ามา ก็ไม่แปลกที่จะถูกอสูรที่แข็งแกร่งอยู่บ้างเพ่งเล็ง
เศียรงูทั้งสี่ของอสูรตัวนั้นจ้องทุกคนด้วยแววตาที่กระหาย “ช่างเป็นพลังที่เข้มข้นเหลือเกิน มีแค่เลือดเนื้อของผู้แข็งแกร่งพรรค์นี้เท่านั้นที่เหมาะกับเจ้าแห่งช้างอย่างข้า! พวกเจ้าหนีไม่รอดแน่!”
เสวี่ยจ่านเทียนทำหน้าสิ้นหวัง “จบเห่แล้ว มันบอกว่าพวกเราหนีไม่รอด พวกเราต้องตายแน่ๆ…”
เซียวเจ๋อขมวดคิ้ว “เรื่องนี้ไม่ง่ายเลย ข้างในต้องมีแผนชั่วสะท้านฟ้าแน่ๆ”
ทีน่าใช้มือขาวผ่องทึ้งผมของอันหลิน “ยักษ์อันหลิน ข้าต้องทำอย่างไรถึงจะยอดเยี่ยมเหมือนเจ้าแห่งช้างตัวนั้น”
อันหลิน “…”
“ซี่!” จู่ๆ เศียรงูหนึ่งในนั้นก็อ้าปากกว้างแล้วพ่นไอพิษสีดำใส่ทุกคน ไอพิษนั่นน่ากลัวอย่างยิ่ง ทุกที่ที่ปกคลุมเริ่มกร่อนและละลายไม่เว้นแม้แต่แผ่นดินสีทองอันแข็งแรงทนทาน
อันหลินเห็นว่าทุกคนยังอึ้งก็รีบปล่อยต๋าอีกับต๋าเอ่อร์ออกมาทันที
ต๋าอีกับต๋าเอ้อร์ปล่อยค่ายกลคุ้มกันไอออนขวางกั้นไอพ่นสีดำ
“เอ๊ะ ไม่คิดว่าพวกเจ้าจะพอมีฝีมืออยู่บ้าง” ช้างยักษ์หัวเราะลั่น เมื่อเศียรงูอ้าปาก ลำแสงสีดำเส้นหนึ่งทะลวงหมอกพิษ จู่โจมม่านคุ้มกันทันใด
ตูม พลังงานที่น่ากลัวระเบิดกับเสียงโหยหวนอันแหลมสูงก้องกังวานในอากาศ
ม่านคุ้มกันไอออนถูกลำแสงสีดำโจมตีจนเกิดรอยร้าว
สีหน้าของอันหลินชะงัก รู้แล้วว่าโอ้เอ้ต่อไปไม่ได้แล้ว
เขามองทุกคนด้วยสายตาที่อ่อนโยนแวบหนึ่งก็จะพูดอย่างนุ่มนวลว่า “ในเมื่อเป็นแบบนี้ ข้าจะปกป้องพวกเจ้าเอง…”
ร่างของอันฉีหลินที่อยู่ในทะเลปราณระเบิดกระแสไฟ
ในขณะเดียวกัน ชุดอัสนีทองอนัตตาปรากฏบนร่างของอันหลิน ส่องแสงทองแปลบปลาบ กระแสไฟเพ่นพ่าน
พลังที่มหาศาลทรงพลัง ซ้ำยังบริสุทธิ์อย่างยิ่งก็เริ่มแผ่ออกมาจากตัวเขาแล้วม้วนตัวไปรอบทิศ
อันหลินกำกระบี่พิชิตมารแน่น ด้านหลังมีปีกวายุปรากฏขึ้น ก่อนจะพุ่งออกจากค่ายกลคุ้มกันไอออนแล้วกระโจนใส่อสูรตัวนั้น
เมื่อหมอกพิษสีดำเข้าใกล้อันหลินก็ถูกกระแสไฟของชุดอัสนีทองอนัตตาโจมตีจนสลายตัวทันที
อสูรช้างยักษ์เห็นดังนั้นก็สะดุ้งโหยงด้วยความหวาดผวา อันหลินรวดเร็วเหลือเกิน และพลังก็แข็งแกร่งอย่างยิ่ง มันจึงตัดสินใจโจมตีอันหลินสุดแรงเกิด
เศียรงูทั้งห้าอ้าปากพร้อมกัน หมอกพิษ รุ้งดำ น้ำแข็ง เปลวเพลิง อัสนี พลังที่น่ากลัวทั้งห้ารวมตัวกันแล้วพุ่งไปหาอันหลิน
มือของอันหลินกำกระบี่พิชิตมาร อัสนีทองอนัตตาปะทุแล้วพุ่งไปฟันช้างยักษ์กลางอากาศ
แสงทองสว่างไสว ลำแสงอัสนีทองอนัตตาที่โชติช่วงชัชวาลพุ่งผ่านอากาศไปพร้อมกับพลังทลายมิติ ตัดการโจมตีของช้างยักษ์เป็นสองซีก
“อะไรกัน…”
ช้างยักษ์ทำหน้าพรั่นพรึง เห็นได้ชัดว่าไม่คิดว่าการโจมตีสุดกำลังของตนจะถูกอันหลินทลายด้วยกระบี่เดียว
ลำแสงอัสนีไม่หยุดยั้ง เมื่อกระทบร่างของช้างยักษ์ ลำแสงสายฟ้าที่แหลมคมก็ตัดร่างมหึมาของมันเป็นสองท่อน แสงอัสนีก็ระเบิดในวินาทีนี้เช่นกัน ทำให้พื้นที่ในรัศมีร้อยจั้งกลายเป็นทะเลสายฟ้า
ช้างยักษ์แผดร้องในทะเลสายฟ้าเพียงเสียงเดียวก็ล้มลงทันใด ร่างกายกลายเป็นเถ้าถ่านท่ามกลางการระเบิดของอัสนี
ชุดสีทองของอันหลินหายไป เก็บกระบี่ยาวแล้วพรูลมหายใจเล็กน้อย
ช้างยักษ์ตัวนี้มีความสามารถเพียงระดับแปลงจิต เขาจึงยังรับมือได้ แต่ถ้าหากเจอกับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่านี้ล่ะ
หากว่าเจอกับศัตรูระดับหวนสู่ความว่างเปล่า เขาจะเอาชนะได้อย่างไร
คิดได้ดังนั้นเขาก็หันหลังมองทุกคนที่ถูกต๋าอีกับต๋าเอ้อร์คุ้มกันด้วยใบหน้าที่เจ็บปวดและเจือความอ่อนโยน
“ช่างเถอะ ให้ข้าได้บังลมกันฝนให้พวกเจ้าเถอะ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตข้าก็ตาม…”
เสียงถอนหายใจเบาๆ มีความระอาใจ แต่ยังคงอ่อนโยนดังเดิม…