ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 562 ไม่มีใครยอมใคร
อันหลินนำสมาชิกที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายกลุ่มนี้เดินหน้าต่อไป พยายามรักษาความสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างสมาชิก ไม่มีอารมณ์ที่เหลืออดหรือนึกรำคาญเลยสักนิด
ส่วนอันหลินมีอารมณ์ความรู้สึกอย่างไรนั้น แม้แต่ตัวเขาเองก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน
เขารู้สึกว่าทุกคนน่าสงสารเหลือเกิน ต่างก็ควรค่าแก่การเอาใจใส่และช่วยเหลือ
ใจดีมีเมตตา เห็นอกเห็นใจงั้นเหรอ หรือจะเป็นความรู้สึกอย่างอื่น
อย่างไรก็แปลกมาก แปลกจนเขาเองก็งุนงงไปหมด
“ฮือๆ ๆ…ยักษ์อันหลิน ข้าช่างไร้ประโยชน์เสียจริง เห็นสัตว์ประหลาดแล้วยังต้องให้เจ้ามาปกป้อง ให้เจ้าลงมือ ข้าไม่ทำอะไรเลย เป็นความผิดของข้าคนเดียว…” ทีน่าเช็ดน้ำตาแล้วพูดตำหนิตัวเอง
อันหลินใช้นิ้วชี้จิ้มแก้มที่เนียนนุ่มของภูตจิ๋วบนหัวไหล่แล้วปลอบโยนด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่เป็นไรหรอก สาเหตุเป็นเพราะแดนพิศวงแห่งนี้ทั้งนั้น ข้าให้อภัยเจ้านานแล้ว”
“ยักษ์อันหลิน เจ้าช่างดีเหลือเกิน…” ทีน่ามองรอยยิ้มที่อบอุ่นเหมือนอาบลมใบไม้ผลิของอันหลิน แม้จะน้อยเนื้อต่ำใจอย่างนางก็สัมผัสได้ถึงกำลังใจและความอ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อเดินผ่านแผ่นดินสีทอง สิ่งที่เข้าสู่คลองจักษุเป็นเทือกเขาที่ก่อตัวจากผลึกหินหลากสี
ผลึกหินบางส่วนส่องแสงมีมหัศจรรย์ ส่องแสงสะท้อนกับดวงดาราที่เดียรดาษเต็มท้องฟ้า ทำให้ที่นี่แลดูงดงามตระการตา
อันหลินเดินเหินบนดินแดนแห่งผลึกหิน ความเย็นบางๆ รุกรานไปทั่วสรรพางค์กาย พลังปราณที่เข้มข้นไหลเวียนในอากาศ เจือความเย็นเยือก
พวกเขาเดินหน้าไม่หยุด ใช้จิตสัมผัสว่าระหว่างจะมีคลื่นพลังที่พิเศษโผล่มาหรือดินแดนวิเศษหรือไม่
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น ทำลายบรรยากาศที่เงียบสงัด
อันหลินขี่อิฐลอยขึ้น ทอดมองแผ่นดินอันไกลโพ้น ตรงนั้นมีแสงสีน้ำเงินพร่างพรายดุจแสงดาว
“มีคนกำลังรบงั้นเหรอ” อันหลินพูดอย่างตกใจ
ที่ที่มีสงคราม เท่ากับเป็นไปได้ว่าจะขัดแย้งกันเพราะผลประโยชน์…
ความสนุกนี้ เขาเข้าร่วมแน่!
อันหลินไม่ลังเลอีก ขี่อิฐพาทุกคนมุ่งหน้าสู่สถานที่เกิดสงครามพร้อมกัน
เมื่อระยะทางสั้นลงเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็เห็นสองฝ่ายที่กำลังต่อสู้กันแล้ว
สัตว์ประหลาดร่างมนุษย์หัวมังกรที่มีสี่แขน มีวงแหวนสีทองด้านหลัง เนื้อตัวปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีขาวกำลังถือกระบี่สี่เล่มไล่กวาดสาวหิมะสามคน
สาวหิมะคนหนึ่งในนั้นอนาถมาก น้ำตาอาบหน้า เห็นได้ชัดถูกไล่จนร้องไห้แล้ว
อันหลินไม่ชอบสาวหิมะอยู่แล้ว ตอนนี้เห็นพวกนางถูกสัตว์ประหลาดรังแก ในใจก็เรียกได้สะใจ จึงอดชมศึกอยู่ข้างๆ ไม่ได้
หลังเซียวเจ๋อเห็นสัตว์ประหลาดตัวนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปพูดว่า “สัตว์ประหลาดร่างคนหัวมังกรนั่นคือมังกรหลงซาน เป็นชนิดกลายพันธุ์ของพวกเราเผ่ามังกร มันมีนิสัยดุร้าย ความสามารถและพรสวรรค์ก็เทียบเท่ามังกรเลือดบริสุทธิ์ได้เช่นกัน ด้านความเร็วในการบำเพ็ญเพียรถึงขั้นว่าเหนือกว่ามังกรเลือดบริสุทธิ์ด้วยซ้ำ!”
พออันหลินได้ฟังก็ตะลึงงันทันใด “ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นสิ่งมีชีวิตปัญญาสูงเสียด้วย ข้านึกว่ามันจะเป็นเจ้าถิ่นที่กำเนิดผลึกหินเสียอีกแน่ะ”
เซียวเจ๋อเกาหัว “หลงซางชื่นชอบการสะสมผลึกต้นกำเนิดดินแดนมากจริงๆ ทุกคนดูทางนั้นสิ มีผลึกต้นกำเนิดดินแดนสิบกว่าก้อนอยู่ด้วยไม่ใช่หรือ”
เขาชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง ทุกคนพากันมองไปยังทางนั้น ถึงได้พบว่าบนพื้นมีผลึกต้นกำเนิดดินแดนสิบกว่าก้อนจริงๆ ทองหนึ่งก้อน สีแดงหนึ่งก้อน สีน้ำเงินสามก้อน ที่เหลือเป็นสีเขียวทั้งหมด
พวกมันถูกม่านแสงประหลาดปกคลุมตัดขาดคลื่นพลังงาน
“หลงซางกำลังรบกับสาวหิมะ ตอนนี้เป็นโอกาสนั่งคอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ของเรา ไปกันเลย!” ดวงตาของอันหลินเป็นประกาย เริ่มส่งสัญญาแล้ว
จากนั้น…
เงียบงันราวกับติดอยู่ในปริศนา
เซียวเจ๋อพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “อาจารย์ ข้าคิดว่าต้องมีอะไรไม่ปกติแน่ เกรงว่าจะมีศึกตัดสินชะตาครั้งใหญ่รอให้พวกเราแทรกแซง เรารอดูกันก่อนเถอะ…”
“รออะไรกัน! รีบหนีเถอะ! การสังหารแห่งสวรรค์จวนจะมาเยือนแล้ว!” เสวี่ยจ่านเทียนพูดอย่างตัวสั่นงันงก
อันหลิน “…”
“ใครช่วยชิงผลึกต้นกำเนิดทั้งหมดทางนั้นมาให้ข้าได้ จะมอบเลือดให้สองมิลลิลิตร” จู่ๆ อันหลินก็โพล่งขึ้นมา
โคโค่สตีฟ ไมรอนกับทาเบอร์ต่างก็สะดุ้งโหยงทันใด หัวใจสั่นสะเทือน ความปรารถนาอันแรงกล้ากระจายไปทั่วตัว
แววตาของทาเบอร์ละออกจากดวงดาวบนท้องนภา “ขอโทษด้วยนะลูซี่ ข้าขอตัวสักเดี๋ยว พอข้าชิงเลือดศักดิ์สิทธิ์มาได้แล้วค่อยมาหาเจ้า”
โคโค่สตีฟกับไมรอนก็ไม่กระโดดโลดเต้นอีก แต่เสกอาวุธของตัวเองออกมา แล้วพุ่งไปหาผลึกต้นกำเนิดดินแดนอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง!
ในขณะเดียวกัน สาวหิมะสามคนที่กำลังรบกับหลงซางก็เห็นพวกอันหลินแล้วเช่นกัน
ซูจิ้งเซียงขมวดคิ้วมุ่น เข็มเงินหิมะเก้าเล่มปรากฏในมือ พุ่งไปหาหลงซางตัวนั้นอย่างรวดเร็วแล้วสร้างค่ายกลเหมันต์ ทำให้มิติในรัศมีพันจั้งแข็งตัว เหนี่ยวรั้งฝีเก้าของหลงซางไว้
นางหันหลังพูดอย่างร้อนรนว่า “พวกอันหลินมาแล้ว พวกเรารีบถอยเถอะ ไม่อย่างนั้นจะหนีไม่รอดแล้ว!”
โหรวกูน้ำตาไหลพราก “ช่างเป็นพลังที่น่ากลัวเหลือเกิน ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นเป็นสมุนของเขาหมดเลยหรือ ท่าทางเมื่อก่อนข้าจะประเมินเขาต่ำไป…แต่ผลึกต้นกำเนิดที่อยู่ในมือแล้วถูกคนชิงไปแบบนี้ ข้ายอมไม่ได้…”
“ทำไมต้องหนีด้วย จัดการมันสิ! เดิมพันด้วยเกียรติยศของแดนศักดิ์สิทธิ์เหมันต์ อย่างมากก็แค่ตาย!” เยี่ยนฮวาเบิกตากว้าง ตะโกนลั่นด้วยความโมโห
ซูจิ้งเซียง “… มันเกี่ยวอะไรกับเกียรติยศของแดนศักดิ์สิทธิ์เหมันต์เล่า”
แต่ทว่า ผลการลงคะแนนเป็นสองต่อหนึ่ง กองทัพสาวหิมะจึงเลือกจะสู้ต่อไป…
“หากชิงผลึกต้นกำเนิดล้มเหลว หวังว่าพวกเจ้าจะใช้เคล็ดวิชาหนีไปจากที่นี่ทันที” แม้ซูจิ้งเซียงจะใช้ค่ายกลเหมันต์ถ่วงเวลาหลงซานสุดความสามารถ หันหน้าไปพูดกับเจ้าแห่งวังข้างกาย
โหรวกู่กับเยี่ยนฮวากลายเป็นลำแสงสีน้ำเงินสองเส้นแล้วพุ่งไปหาผลึกต้นกำเนิดดินแดนที่อยู่ไม่ไกล
ในเวลาเดียวกัน ลำแสงสีเลือดสามเส้นก็พุ่งมาหาผลึกต้นกำเนิดดินแดนจากอีกทาง
“ไปให้พ้น ผลึกหินเป็นของพวกเรา!” เยี่ยนฮวาตะโกนกร้าว ชั่วขณะที่ขยับมือ มิติในรัศมีสิบลี้ก็ก่อตัวเป็นพายุหิมะที่น่ากลัวในพริบตา ลมแรงดุจใบมีด หิมะโปรยปรายดั่งกระบี่ อากาศรอบๆ ถูกแช่แข็งทันที
ผีดูดเลือดสามตัวติดอยู่ในพายุหิมะ ร่างหยุดชะงัก เกล็ดหิมะทุกชิ้นราวกับมีพลังตัดมิติ แฝงด้วยพลังระดับหวนสู่ความว่างเปล่าพุ่งไปฟันสาวหิมะสามคนนั้น
โคโค่สตีฟวาดนิ้วเรียวขาวข้างหน้า ลำแสงสีเลือดก็ทะลุมิติ ตัดฟ้าดิน แหวกพายุหิมะ “ฮ่าๆ ๆ…ไม่เจียมตัวเอาเสียเลย วิชาแค่นี้ยังคิดจะขวางทางข้าหรือ น่าขันเหลือเกิน!”
โคโค่สตีฟเป็นผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลางที่ถนัดการรบ แต่เยี่ยนฮวากลับอยู่ในระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นต้น การประมือของทั้งสองสามารตัดสินได้ง่ายดายในตอนนี้
แต่ทว่าการช่วงชิงของสักชิ้น ใช่ว่ายิ่งใหญ่แล้วจะแย่งมาครองได้
อย่างเช่นโหรวกู่ในตอนนี้ที่กลายร่างเป็นกระบี่ กะพริบแปลบปลาบพุ่งตัวกลางอากาศ เมื่อแสงสีน้ำเงินสว่างวาบก็มาถึงตรงหน้าของผลึกต้นกำเนิด ซ้ำยังฟันม่านแสงวิเศษนั่นออกด้วย
“มากคนมากกำลังแล้วอย่างไร ในสมรภูมิรบที่ผันผวนแบบนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ อย่างเช่นตอนนี้ ผลึกต้นกำเนิดก็เป็นของข้าแล้ว!”
โหรวกู่พูดกลั้วเสียงหัวเราะ พร้อมกับยื่นสองมือที่เรียวขาวออกไปแล้วคว้าผลึกต้นกำเนิดผ่านอากาศ ผลึกต้นกำเนิดสิบกว่าก้อนจึงลอยขึ้นมา