ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 570 อันฉีหลินทำให้ศิโรราบ
ภายในทะเลปราณอันกว้างขวาง วิหคเพลิงสีขาวกำลังบินร่อนกลางอากาศ ส่องพื้นที่ทะเลปราณผืนนี้ให้สว่างประหนึ่งเป็นพระอาทิตย์
อันฉีหลินลอยอยู่ในทะเลปราณอย่างเบื่อหน่าย ตีกรรเชียงอย่างเชื่องช้าโดยเผยให้เห็นพุงอันกลมป่อง
เขาสู้วิหคเพลิงเหนือทะเลปราณไม่ไหวแล้ว เป็นเพราะอันหลินดูดซึมพลังของโลหิตวิหคชาดหยดนั้นแท้ๆ ไม่อย่างนั้นเขากับวิหคเพลิงก็ยังสูสีคู่คี่กัน
โชคดีที่นกตัวนั้นไม่ใช่ประเภทที่ชอบต่อสู้ หลังรังแกมันไปยกหนึ่งก็จะพักรบ
อันฉีหลินหงุดหงิดมาก แม้จะไม่ต่อสู้แล้ว แต่เขามักจะรู้สึกว่านกตัวนั้นกำลังโอ้อวดกำลังกับเขา ทว่าเขากลับอับจนหนทาง
แต่ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ทะเลปราณก็ปั่นป่วยขึ้นมาทันที ทำให้อันฉีหลินกับวิหคเพลิงแตกตื่น
อันฉีหลินมองไปทางนั้นแล้วดวงตาก็พลันเป็นประกาย
เขาพบว่ามีวาฬสีดำตัวหนึ่งปรากฏตัวในทะเลปราณ!
วาฬตัวนั้นทำหน้างุนงง นัยน์ตาสีทองสำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆ ไม่หยุด ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ในบัดนี้ ทารกสีทองที่มีกระแสไฟแปลบปลาบก็ย่ำอยู่เหนือศีรษะของมัน กำลังกระโดดโลดเต้นอยู่บนหัวขนาดใหญ่ของมันแล้ว ราวกับพบของเล่นที่สนุกสนานอะไรเข้าแล้ว
วาฬไหนเลยจะเคยถูกดูหมิ่นแบบนี้ ไม่คิดว่าจะถูกเด็กเหลือขอคนหนึ่งเหยียบหัว จึงคำรามกร้าว ทะเลปราณเกิดคลื่นปั่นป่วน ระเบิดพลังแล้วปล่อยออกทางศีรษะ
อันฉีหลินถูกกระแทกขึ้นฟ้า พลังที่น่ากลัวเกือบจะสะเทือนมันให้แหลกลาญ
แม้วาฬจะไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน แต่กายฮุ่นตุ้นที่ยิ่งใหญ่ของมันจะดูหมิ่นไม่ได้
เมื่อเห็นอันฉีหลินกระเด็นก็ยิ้มเยาะ พุ่งขึ้นอย่างทรงพลัง กวาดมองรอบกายด้วยใบหน้าที่เย้ยหยัน
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน มันก็ไร้เทียมทานทั้งนั้น
ครืนๆ ๆ มิติดังสนั่นหวั่นไหว
วาฬพลันเย็นวาบไปทั้งตัว วิกฤตที่น่ากลัวอย่างยิ่งบางอย่างแผ่คลุมร่างกายของมัน
มันเงยหน้าเห็นอัสนีสีทองอันล้นเหลืออบอวลไปทั่ว จู่ๆ ก็ฟาดใส่มันด้วยพลังทำลายล้างอย่างต่อเนื่อง!
ตอนนี้ทะเลปราณผืนนี้กลายเป็นนรกแห่งสายฟ้า ความรู้สึกด้านลบที่ถูกวิหคสีขาวตัวนั้นกำราบของอันฉีหลินปะทุในเวลานี้อย่างสิ้นเชิง สายฟ้าสีทองระเบิดพลังเต็มกำลัง เคล้าด้วยเสียงกรีดร้องของวาฬ
อันฉีหลินแข็งแกร่งไหมน่ะหรือ ต้องแข็งแกร่งอย่างยิ่งอยู่แล้ว อันหลินแค่อาศัยพลังอัสนีทองอนัตตาของอันฉีหลินก็ปล่อยพลังที่พอจะเทียบเท่าระดับหวนสู่ความว่างเปล่าได้แล้ว!
บัดนี้ ที่นี่เป็นถิ่นของอันฉีหลิน เขาที่อัดอั้นมาเนิ่นนานไหนเลยจะจัดการกายฮุ่นตุ้นที่พลังถูกลดทอนตัวหนึ่งไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ วาฬจริงกระหยิ่มยิ้มย่องได้ไม่ถึงสามวินาทีก็ถูกอันหลินข่มเหงรังแกปางตาย
…
หลังอันหลินสำรวจทะเลปราณแล้วเห็นภาพนี้จึงเลิกใช้จิตสำรวจในที่สุด
จากนั้นเขาก็เห็นทุกคนกำลังจ้องตัวเองไม่วางตา มีให้เห็นทุกความรู้สึก ทั้งตกตะลึง อึ้งทึ่ง สงสัยและเคารพเลื่อมใส…
“ทุกคนมองอะไรน่ะ” อันหลินเบะปาก
“สหายอันหลิน เจ้าเขมือบวิญญาณมิติจริงๆ หรือ” เทพท่องราตรีเอ่ยเสียงสั่นเครือ
“ร่างกายรู้สึกผิดปกติหรือไม่ รสชาติเป็นอย่างไร ไม่แน่นท้องหรอกใช่ไหม” เหอเซียนกูไม่รู้ว่าควรพูดอะไร คิดๆ แล้วจึงแสดงความห่วงใยสักหน่อย…
อันหลินกลอกตา “ไม่ได้กลืนลงท้องไปสักหน่อย จะแน่นท้องได้อย่างไร! มันไปอยู่ในทะเลปราณของข้าแล้ว!”
“เฮือก!” ทุกคนต่างก็หายใจดังเฮือก
ไปอยู่ในทะเลปราณหรือ มีอะไรแบบนี้ด้วยหรือ!
“ทะเลปราณใส่กายฮุ่นตุ้นได้ด้วยหรือ” ทาเบอร์ที่นั่งขัดสมาธิรักษาอาการบาดเจ็บอดถามไม่ได้
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่อย่างไรในทะเลปราณของข้าก็มีเด็กคนหนึ่ง มีวิหคเพลิง มีวาฬตัวหนึ่งเพิ่มมาก็คงไม่แปลก” อันหลินยักไหล่อย่างระอาใจ
ทุกคน “…”
เหอเซียนกู “ว่าแต่นี่เราบำเพ็ญเซียนอย่างเดียวกันหรือไม่”
เซียวเจ๋อตื่นเต้นมาก “สมกับเป็นอาจารย์ สุดยอดเหลือเกิน!”
“งั้นตอนนี้เราถือว่ากำจัดกายฮุ่นตุ้นได้แล้วใช่ไหม” ฉางเหอถาม
อันหลินได้ฟังกลับส่ายหน้า “วิชานี้ของข้าจะอยู่ได้แค่สิบนาที ซึ่งก็หมายความอีกสิบนาทีให้หลัง มันน่าจะปรากฏตัวที่นี่อีก”
เขารู้ว่าวิชาจิตละโมบของตัวเองไม่ใช่การแย่งชิงตลอดกาล แต่มีข้อจำกัดทางเวลา
เวลาจำกัดสิบนาที เมื่อพ้นสิบนาที พลังของการช่วงชิงก็จะกลับมาในร่างกายเดิม ดังนั้นข้อสันนิษฐานของเขาจึงสมเหตุสมผล
เมื่อทุกคนที่เพิ่งโล่งอกได้ฟังก็หวาดระแวงขึ้นมาอีกครั้ง
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเริ่มหารือกันว่าหากวิญญาณมิติโผล่มาอีกควรจะรับมืออย่างไร
เวลาค่อยๆ ผ่านไปช้าๆ ไม่นานสิบนาทีก็ผ่านไป
พวกเหอเซียนกูมองอันหลินราวกับประจันกับศัตรูตัวฉกาจ ตัวอันหลินเองก็เริ่มวิตกแล้วเช่นกัน
วิญญาณมิติจะออกมาด้วยวิธีไหน คงจะไม่เหมือนอันฉีหลินที่สำรอกออกจากปากของตัวเองหรอกนะ ตัวใหญ่ขนาดนี้คายออกมาไม่ได้แน่ๆ!
ใช่แล้ว วาฬตัวใหญ่เกินไปแล้ว…
จู่ๆ อันหลินก็นึกถึงความเป็นไปได้ที่ทำให้เขาสั่นสะท้าน
หรือว่า…เขาจะแน่นท้องจนตัวระเบิดตายเพราะขนาดของวาฬใหญ่เกินไป!
เขารีบเพ่งจิตไปที่ทะเลปราณในร่างกาย เวลานี้วาฬที่หายใจรวยรินพลันสัมผัสได้ถึงพลังที่ร้องเรียก พลังนั่นมหาศาลยิ่งนัก แทบจะนำมันกลับมายังโลกใบเดิม
จู่ๆ วาฬก็น้ำตาไหล พลังถูกยับยั้งเมื่ออยู่ที่นี่ มนุษย์สายฟ้าตัวน้อยนั่นก็น่ากลัวเหลือเกิน ถูกข่มเหงรังแกจนไม่หวาดไม่ไหว ไม่คิดว่าสุดท้ายมันจะมีโอกาสกลับบ้านแล้ว! ความสุขช่างมาได้กะทันหันเหลือเกิน!
ร่างของมันลอยขึ้นช้าๆ แล้วเริ่มหายไปในมิติผืนหนึ่งทันใด
อันฉีหลินมองวาฬที่ลอยขึ้นด้วยความสงสัย เกาหัวด้วยความงุนงง
วาฬยิ้มแสยะแล้วพ่นน้ำลายใส่อันฉีหลิน…
“แล้วพบกันใหม่นะพวกสวะที่ถูกจองจำในกรง” วาฬเอ่ยด้วยกระแสจิต
ตอนนี้อันฉีหลินชะงักไป
เหนือทะเลปราณ วิหคสีขาวที่ทำเฉยตั้งแต่แรกก็นิ่งไปเช่นกัน
ครู่ต่อมา
อัสนีก็ล้างบางทะเลปราณทั้งผืน!
เพลิงศักดิ์สิทธิ์ของวิหคเพลิงแผดเผาลุกโชน!
วาฬกรีดร้องปานจะขาดใจ
ในเวลาเดียวกัน พลังที่ร้องเรียกถูกเพลิงศักดิ์สิทธิ์กับอัสนีทองอนัตตาบดขยี้จนแหลกลาญ หายไปอย่างสิ้นเชิง!
…
หนึ่งนาทีต่อมา วาฬที่หายใจรวยรินนอนแผ่กลางทะเลปราณ
อันฉีหลินใช้เชือกอัสนีกระชากศีรษะของมันค่อยๆ ลอยล่องเหนือทะเลปราณ
วิหคเพลิงสีขาวพ่นไฟเผาก้นของวาฬอยู่บ่อยครั้ง…
อันหลิน “…”
คุณพระ! หรือนี่จะเป็นการรนหาที่ตายขั้นเทพในตำนาน!
บรรยากาศเงียบไปชั่วขณะ
ทุกคนมองอันหลินแล้วพูดอย่างสงสัยว่า “สิบนาทีผ่านไปแล้ว กายฮุ่นตุ้นวาฬนั่นล่ะ”
มุมปากของอันหลินกระตุกเล็กน้อย “แม้จะไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่เหมือนว่าวาฬจะไม่ออกมาแล้ว ถูกจองจำในทะเลปราณแล้ว…”
ทุกคน “…”
“ไม่ออกมาแล้วจริงๆ หรือ แล้วพลังที่พวกเราเตรียมไว้…” ฉางเหอพูดอย่างกระวนกระวาย
อันหลินพยักหน้า “ถอนไปได้แล้ว ข้าสัมผัสได้ว่าพลังที่จะดึงมันกลับหายไปแล้ว”
ทุกคนได้ฟังก็โล่งอกอย่างสิ้นเชิง ขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกผิดหวังอย่างบอกไม่ถูก
ราวกับว่าท่าไม้ตายที่ทุกคนตระเตรียมไว้ว่าจะจัดการบอสด้วยกัน ผลปรากฏว่าบอสไม่ออกมาแล้ว…
ในเวลาเดียวกัน เพราะพลังเรียกคืนถูกขัดจังหวะ สัตว์มิติจึงสัมผัสได้ว่าตนเองสูญเสียอะไรบางอย่างไป
ร่างมหึมาขนาดหลายร้อยลี้สั่นสะท้านอย่างไม่รู้ตัว…