ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 571 ความพิโรธของสัตว์มิติ
สัตว์มิติพบความจริงที่ทำให้มันตะลึงอย่างมาก วิญญาณมิติที่หล่อเลี้ยงมาหลายหมื่นปีกลับต้องหายไปในมิติของร่างกายมัน!
นั่นมันกายฮุ่นตุ้นเชียวนะ เป็นวิญญาณมิติที่เกิดจากการดูดซึมพลังชีวิตและวัตถุฮุ่นตุ้นนับไม่ถ้วนแล้วหลอมรวมกับพลังต้นกำเนิดในร่าง!
โลกในร่างกายของวาฬเทียบเท่ากับทะเลปราณของมนุษย์ หากไม่ใช่จิตสำรวจภายในปกติมักจะละลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายใน และเพราะเหตุนี้เอง มันถึงได้ทำหน้างุนงงหลังสูญเสียกายฮุ่นตุ้นไป
มันคิดจะเคลื่นความรู้สึกร่วมกับความทรงจำของกายฮุ่นตุ้นเพื่อสำรวจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ กลับพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างทางสองขาดสะบั้นแล้ว มันไม่มีอำนาจควบคุมและรู้สึกร่วมอีกแล้ว…
วาฬคำรามกร้าว พลังของร่างกายปะทุและแผ่ขยายทันใด ทำให้พื้นในรัศมีพันลี้สะเทือนจนปริแตก พายุคลั่งม้วนตัว เม็ดทรายว่อนทั่ว ฟ้าดินทั้งผืนราวกับเผชิญวันสิ้นโลกอย่างไรอย่างนั้น
มันมองพวกอันหลินยังไม่หายไปจากโลกภายในด้วยความโกรธเกี้ยว ผู้ที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับกายฮุ่นตุ้นได้ในเวลานั้นมีเพียงคนที่ถูกกลืนลงท้องไปพวกนี้
กายฮุ่นตุ้นแทบจะเป็นสิ่งที่ไม่มีวันดับสูญภายในร่างกายของมัน ดังนั้นมันจึงไม่แยแส ปล่อยให้กายฮุ่นตุ้นไปรบด้วยความวางใจ แต่ดูจากตอนนี้ มันประมาทเกินไปแล้ว
การหายไปของกายฮุ่นตุ้นต้องเกี่ยวข้องกับคนพวกนั้นแน่นอน!
ตูม! พลังมิติที่น่ากลัวเริ่มบดเบียดมาทางพวกอันหลิน
เซียวเจ๋อปล่อยภาพมายามังกรดำห่อหุ้มทุกคน ขัดขวางพลังมิติที่น่ากลัวนั่นอยู่ก่อนแล้ว
“สัตว์มิติพิโรธแล้ว ท่าทางเรื่องที่พวกเราทำให้วิญญาณมิติหหายไปจะยั่วโทสะมันเข้าแล้ว…” เสียงของเทพราตรีทุ้มต่ำราวกับคาดเดาเรื่องนี้ได้ตั้งนานแล้ว
“แรงดันภายในถูกกำจัดแล้ว พวกเราสามารถขบคิดปัญหาที่จะออกไปจากที่นี่กันได้แล้ว” สีหน้าของไมรอนผ่อนคลายขึ้นไม่น้อย เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
เซียวเจ๋อกลอกตา “แรงดันภายในถูกกำจัดแล้วงั้นหรือ พลังบีบอัดและกัดกร่อนของมิติสูงกว่าก่อนหน้านี้ไม่รู้ตั้งกี่เท่า ข้าลำบากมากรู้หรือไม่! ระดับการกัดกร่อนแบบนี้ไม่ได้ง่ายไปกว่าการต้านทานการโจมตีอย่างต่อเนื่องของวิญญาณเลย!”
“แล้วเจ้าต้านได้อีกนานแค่ไหน” โคโค่สตีฟหวั่นวิตกขึ้นมา
เซียวเจ๋ออมยาบำรุงเลือดลมไว้ในปาก พูดอย่างเนิบช้าว่า “ต่อให้กินโอสถขณะที่ใช้พลังไปด้วย อีกสามชั่วยามพลังของข้าก็จะถูกผลาญจนเกลี้ยงอยู่ดี”
อันหลินได้ฟังก็โพล่งขึ้นมาทันทีว่า “ในเมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราก็รีบหารือกันเถอะว่าจะหนีไปจากที่นี่ด้วยวิธีไหน นั่งรอให้วาฬอ้าปากเขมือบมันไม่ใช่วิธีที่จับต้องได้เลย”
ทุกคนต่างก็พยักหน้า จากนั้นก็เบนสายตามองอันหลิน
อันหลินชะงักแล้วพูดอย่างงุนงงว่า “ทุกคนมองข้าทำไม”
เขารู้ที่ไหนกัน ตั้งแต่เขาพลิกสถานการณ์ด้วยการเขมือบร่างฮุ่นตุ้นแล้ว บารมีภายในกองทัพนี้จึงสูงขึ้นเป็นล้นพ้น ในสถานการณ์แบบนี้ ทุกคนจึงอยากจะลองฟังความเห็นของเขากันอย่างไม่รู้ตัว
“สหายอันหลิน เจ้ามีความเห็นอย่างไร” เหอเซียนกูถามอย่างยิ้มแย้ม
อันหลิน “…”
ผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่ากลุ่มหนึ่งรอให้นักพรตแปลงจิตกระจ้อยร่อยอย่างเราแสดงความเห็น แบบนี้มันดีจริงๆ เหรอ
“ข้ายังคิดวิธีอะไรไม่ออกเลย ทุกคนว่ามาก่อนเถอะ” อันหลินปวดหัวขึ้นมาทันใด
ดังนั้นทุกคนจึงเริ่มทำวิธีต่างๆ นานาเพื่อหลุดพ้น
การฝืนแหวกมิติของทาเบอร์กลับต้องอย่างน่าเสียดายว่า โลดแล่นได้แค่ในมิติของโลกใบนี้เท่านั้น ข้ามแดนย้อนกลับไปยังโลกภายนอกไม่ได้
อันที่จริงนี่ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว
ฉางเหอปล่อยจักจั่นทองนับหมื่นตัวออกไปสำรวจมิตินอกแผ่นดิน แต่ความกว้างใหญ่ของมิติมันไร้ที่สิ้นสุด จนบัดนี้ก็ยังไม่พบข้อมูลที่มีประโยชน์เลย
คนที่เหลือก็พากันใช้วิธีของตัวเองหาหนทางหลุดพ้นเช่นกัน
เวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป แต่กลับไม่ได้อะไรเลย อารมณ์ความรู้สึกของทุกคนก็เริ่มดำดิ่ง
อันหลินรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในร่างกายของสัตว์มิติ หากว่าปฏิบัติตามกรณีที่ช่วงชิงกายฮุ่นตุ้น เขาจะช่วงชิงอะไรได้อีกหรือเปล่า ตอนแรกเขาค่อนข้างต่อต้านการใช้วิชานี้ ด้วยกลัวว่าจะยั่วโทสะสัตว์มิติเข้าให้ ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่กว่าเดิม แต่ตอนนี้เมื่อเห็นทุกคนอับจนหนทาง เขาจึงจำเป็นจะต้องลองดูอีกสักครั้ง
วิชาจิตละโมบ!
คลื่นสีทองกระจายออกไปรอบทิศ หลอมรวมกับฟ้าดิน
อาคมแน่นขนัดกับข้อมูลของพลังพรสวรรค์ทะลักใส่สมองของเขาในพริบตา ทำให้เขาปวดหัวแทบจะระเบิด
ความรู้สึกแบบนี้เขาก็เคยพบเจอเหมือนกัน ตอนที่เขาช่วงชิงอาคมกับพลังพรสวรรค์ของเซียวถูก็เคยถูกแว้งกัดเช่นนี้เหมือนกัน เขาไม่มีเวลาพินิจพิเคราะห์แล้ว เขาตัดสินใจว่าจะสุ่ม!
ท่ามกลางความวิงเวียนศีรษะ เขาเลือกข้อมูลบางอย่างทันที
ผลุบ
อันหลินกระอักเลือดออกมา ภาพมายาของดวงตาสีทองมลายหายไป ก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง
“อาจารย์!”
“ท่านผู้สูงศักดิ์!”
“สหายอันหลิน!”
ทุกคนเห็นดังนั้นสีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป วิ่งกันเข้าไปในพยุงอันหลิน
“ข้าไม่เป็นไร…” อันหลินโบกมือปัดๆ อย่างอ่อนแรง
เขาสัมผัสพลังที่ช่วงชิงมา สีหน้าก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยน กลายเป็นพิลึกขึ้นมา
‘พลังหล่อเลี้ยงมิติ พลังพรสวรรค์ที่สามารถบ่มเพาะทายาทสัตว์มิติหลังดูดซึมพลังงานของมิติและสั่งสมจนเกิดแก่นสำคัญแห่งชีวิต’
มุมปากของอันหลินกระตุก ตัวเองทุ่มเทแลกด้วยชีวิต แต่สิ่งที่ชิงมากลับเป็นพลังคลอดลูกงั้นเหรอ
แถมยังเป็นพลังของการกำเนิดทายาทสัตว์มิติ ฉันเป็นมนุษย์นะเฟ้ย!
แต่อันหลินกลับรู้กระจ่างแจ้งในพลังภายในและแก่นแท้ของพลังกำเนิดมิตินี้
เขาคิดว่าตัวเองก็สามารถดูดซึมพลังงานของมิติได้อย่างไม่สิ้นสุดเช่นกัน
พูดปุ๊บทำปั๊บ
เขากระตุ้นพลังภายใน พลังบางอย่างในมิติถูกชักนำแล้วเริ่มไหลหลั่งมาหาตัวเองดังที่คาด
ขณะเดียวกัน ท้องของเขาก็เริ่มปวดขึ้นมา จากนั้นก็เป็นความเจ็บปวดรวดร้าว!
อันหลินก้มหน้ามองแล้วสะดุ้งสะเทือนไปทั้งตัว ตอนนี้ท้องของเขานูนออกมาแล้ว
ให้ตายเถอะ! นี่ตั้งท้องหรืออย่างไร
หยุด รีบหยุดเดี๋ยวนี้!
เขารีบหยุดยั้งการทำงานของอาคม แต่พลังมิติที่ทะลักมาทางเขากลับไม่หยุดยั้งรวดเร็วปานนั้น…
ปุ้ง
ท้องของอันหลินระเบิด หมอกสีเลือดกับอวัยวะภายในพุ่งออกมา สาดกระเซ็นเต็มหน้าทุกคนที่อยู่รอบข้าง
หัวสมองของเหอเซียนกู ฉางเหอ และพวกเทพท่องราตรีขาวโพลน มองอันหลินที่ระเบิดอึ้งๆ
“นายท่านระเบิดหรือ” เสวี่ยจ่านเทียนมึนงง ขนสีขาวเป็นสีแดง เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด
“ยักษ์อันหลินระเบิดหรือ” ทีน่าที่นั่งอยู่บนหัวไหล่ของอันหลินแข็งไปทั้งตัว
“อาจารย์ระเบิดหรือ” เซียวเจ๋อแข้งขาอ่อนแรง เล่นเอาตกใจจนพลังป้องกันแทบจะพังทลาย
อันหลินอ่อนระโหยโรยแรง น้ำเสียงสั่นเครือ “ทุกคน…ทุกคนนิ่งอยู่ทำไม ข้าคิดว่า…ยังช่วยชีวิตข้าได้…”
ขณะเดียวกัน สัตว์มิติที่อยู่ในชายแดนของแผ่นดินไร้อาลัยก็รู้สึกว่าตัวเองเสียอะไรไปอีกแล้ว…
จู่ๆ มันก็รู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองพยายามมากลายเป็นไร้ความหมายไปเสียแล้ว
อา…ทำไมมันต้องคลอดลูกที่นี่ด้วย คลอดลูกมีประโยชน์อะไร
มันเป็นใคร ทำไมมันต้องมาอยู่ที่นี่ มันอยู่ไปเพื่ออะไร
วาฬที่ใหญ่โตมโหฬารบัดนี้กำลังฉงนสนเท่ห์