ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 576 มีลูกวาฬเพิ่มมาตัวหนึ่ง
วาฬยักษ์ก็งงงันเช่นกัน ร่างมโหฬารประหนึ่งแผ่นดินขนาดเล็กนิ่งไม่ขยับเขยื้อนอยู่กับที่
ตามหลักแล้วมันเป็นสัตว์สองเพศ พลังที่ปล่อยออกมาของทายาทที่ถือกำเนิดต้องมีพลังเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่พลังที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนั้นได้แต่ใดมา
วาฬยักษ์รู้สึกเหมือนตนโดนหักหลัง…
อันหลินกลืนน้ำลายเอื๊อก เขารู้แล้วว่ามันเป็นเพราะอะไร
ทุกอย่างต้องย้อนกลับไปที่เขาปล่อยวิชาจิตละโมบ ตอนนั้นเขาเคยช่วงชิงพลังชนิดหนึ่งที่ชื่อว่าพลังหล่อเลี้ยงมิติของสัตว์มิติมา
‘พลังหล่อเลี้ยงมิติ พลังพรสวรรค์ที่สามารถบ่มเพาะทายาทสัตว์มิติหลังดูดซึมพลังงานของมิติและสั่งสมจนเกิดแก่นสำคัญแห่งชีวิต’
เขาในตอนนั้นไม่สนใจคุณสมบัติของพลังนั่น อย่างไรเสียก็มีเวลาแค่สิบนาที ไม่เพียงเท่านี้ เขายังหาเรื่องใส่ตัวด้วยการใช้พลังนั่นไปครั้งหนึ่ง เล่นเอาท้องของตัวเองนูนป่องแล้วระเบิด…
ถ้าอย่างนั้น พลังมิติที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างโดยยึดเขาเป็นศูนย์กลางไปไหนแล้วล่ะ
ตอนนี้คำอธิบายเพียงหนึ่งเดียวก็คือ เมื่อท้องของเขาระเบิด พลังมิติที่เป็นของเขาไม่ได้หายไป แต่หลอมรวมกันแก่นของชีวิตของครรภ์ของสัตว์มิติ…
คุณพระ!
การวิเคราะห์ที่สมเหตุสมผลแบบนี้ อันหลินจะร้องไห้อยู่รอมร่อแล้ว ที่แท้วาฬตัวนี้ก็มีสายสัมพันธ์กับเขาจริงๆ!
แม้สัดส่วนของพลังจะมีน้อยอย่างยิ่ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้มันมีส่วนหนึ่งที่เป็นพลังของตนอยู่ในร่างกายของวาฬน้อย!
“มีหลักฐานยืนยันแล้ว…” โคโค่สตีฟมองอันหลินด้วยสีหน้ายากคาดเดาพลางเอ่ยเบาๆ
“ถึงว่าพูดภาษาบรรพกาลได้ ที่แท้ก็เป็นทายาทของสหายอันหลินนี่เอง!” เทพท่องราตรีพยักหน้าด้วยท่าทางกระจ่างแจ้ง
เหอเซียนกูเลิกคิ้วเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “สหายอันหลิน หากเจ้ากล้าทิ้งวาฬทิ้งลูก ข้าจะไม่ไว้หน้าเจ้า”
“อมิตาพุทธ โยมอันหลิน ทุกอย่างเป็นโชคชะตา โยมรับผิดชอบเถอะ” ฉางเหอพูดอย่างปลงตก
อันหลินกุมหน้าอก ในใจเหมือนมีสัตว์สี่เท้านับหมื่นวิ่งห้อผ่านไป
หลักฐานชัดเจน ทายาท ทิ้งลูกทิ้งวาฬ รับผิดชอบงั้นเหรอ
ทำไมไม่บอกให้ฉันไปตายล่ะ!
อันหลินสับสนและงุนงงขึ้นมาทันที ทำไมเป็นแบบนี้ ทำไมกัน…
“อภัยให้ไม่ได้ อาจหาญทำเช่นนี้ อภัยให้ไม่ได้เด็ดขาด…” กระแสจิตของวาฬยักษ์ดังก้องในสมองของทุกคน ทำให้ใจของทุกคนกระตุกวูบ
วาฬยักษ์อ้าปากโดยพลัน ความมืดมนอันลึกล้ำก่อตัวเป็นกระแสวนขนาดใหญ่โตมโหฬาร กระแสวนนั่นเหมือนกำแพงมรณะที่กว้างใหญ่ไพศาลตั้งตระหง่านกลางฟ้าดิน แฝงด้วยพลังกลืนกินสรรพสิ่ง แรงดูดอันน่ากลัวยิ่งปะทุ กระแสพลังไหลบ่าอย่างบ้าคลั่ง มิติเริ่มบิดเบี้ยว ทุกสรรพสิ่งต่างก็หลั่งไหลเข้าไปในปากของสัตว์มิติที่เป็นรูปทรงกรวย
ฉากนี้ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน มันเป็นกระบวนท่าของสัตว์มิติ สัตว์มิติเขมือบและเคลื่อนวิญญาณย้ายแดน!
ทุกคนหน้าถอดสีเมื่อเห็นภาพนี้ เซียวเจ๋อรีบปล่อยภาพมายามังกรดำคุ้มกันทุกคนทันที
วินาทีต่อมา พลังมิติอันลี้ลับมหัศจรรย์ก็แผ่คลุมทุกคน ทำให้พวกเขาหายไปจากที่เดิมในพริบตา
พวกอันหลินปรากฏตัวในแผ่นดินสีเทาอีกครั้ง แรงบีบอัดของมิติอันล้นเหลือถาโถมมา แต่ถูกพลังคุ้มกันของเซียวเจ๋อขัดขวาง
“พวกเรามีวาสนากับที่นี่ใช่ไหม เพิ่งผ่านมาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็กลับมาอีกแล้ว” อันหลินตบหน้าผากแล้วพูดอย่างระอาใจ
ทุกคนมองอันหลินอย่างขุ่นเคืองราวกับกำลังพูดว่า เป็นเพราะเจ้านั่นแหละ!
แต่ทว่าสิ่งที่แตกต่างจากครั้งที่แล้วคือ ครั้งนี้มีวาฬน้อยตัวดำเมี่ยมมากับพวกเขาด้วย
วาฬน้อยลอยตัวอยู่นอกเขตคุ้มกันของเซียวเจ๋อ มองพื้นที่รอบกายอึ้งๆ พูดอย่างงุนงงว่า “เอ๊ะ ที่นี่ที่ไหน”
เหมือนมันจะไม่ได้รับผลกระทบจากแรงบีบอัด กำลังสะบัดหางไปมาอย่างสบายอารมณ์กลางอากาศ
“ท่านพ่อๆ ท่านแม่ล่ะ” มันหันหน้ามามองอันหลินด้วยดวงตาสีทองที่แวววาว ถามอย่างสงสัย (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
อันหลินนวดหว่างคิ้ว “ขอร้องล่ะอย่าเรียกข้าว่าพอ…”
พอวาฬน้อยได้ฟังก็เบะปาก ไม่พูดไม่จา เพียงแต่น้ำตาไหลพรากอีกแล้ว
ทุกคนเห็นก็รู้สึกว่าทำเกินไป กำลังจะเอ่ยปากตำหนิ อันหลินก็พูดขึ้นมาว่า
“เจ้าเรียกข้าว่าท่านตาดีกว่า”
วาฬน้อยกะพริบตาปริบๆ อย่างงงงวย “ท่านตา”
“อื้อ เด็กดี!” อันหลินตอบด้วยใบหน้าเปี่ยมเมตตา
ทุกคน “…”
ครืน
บัดนี้มีพลังมิติที่น่าสะพรึงอย่างยิ่งบดเบียดเข้ามา
สีหน้าของเซียวเจ๋อเปลี่ยนไป เพิ่มพลังการคุ้มกันทันใด ก่อนจะเอ่ยอย่างร้อนรนว่า “อาจารย์ ขอร้องเจ้าอย่ายั่วโทสะสัตว์มิติ ไม่เช่นนั้นข้าจะต้านไว้ได้ไม่นาน!”
อันหลินกัดฟันมองสัตว์มิติ “สหายวาฬ เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องบังเอิญ ทำไมเจ้าต้องทำเช่นนี้ จะแตกหักกันจริงๆ หรือ”
ภาพมายาของศีรษะขนาดใหญ่เริ่มปรากฏให้เห็น กระแสจิตเจือโทสะที่ปิดไม่มิดก็ถูกถ่ายทอดเข้าสู่ห้วงจิตของทุกคน “บังเอิญงั้นหรือ เจ้าชิงวิญญาณมิติของข้าไปไม่พอ ตอนนี้จะแย่งแม้แต่ลูกข้า! ข้าเป็นสัตว์ที่มีสองเพศ กลับถูกเจ้าทำชั่วใส่…ครั้งนี้ข้าฆ่าเจ้าแน่!”
ไม่รู้ทำไม เมื่อทุกคนได้ฟังก็รู้สึกเห็นใจวาฬยักษ์ขึ้นมา…
ใบหน้าของอันหลินก็กระตุกน้อยๆ แต่ก็ยังโต้เถียง “เจ้าไม่กลัวข้าชิงพลังของเจ้าหรือ”
“หึ! ครั้งนี้ต่อให้ข้าตายก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป!” เสียงหนักแน่นและเกรี้ยวกราดของวาฬยักษ์ดังขึ้น
อันหลินกลับถอนหายใจอย่างแรง “ช่างเถอะ…ข้าไม่อยากทำร้ายแม่ของวาฬน้อย”
วาฬยักษ์ชะงัก วาฬน้อยก็ยิ่งสะดุ้งโหยง น้ำตาอาบหน้าอีกครั้งทันใด
“ฮือๆ ๆ…ท่านแม่ ขอร้องท่านอย่าทำร้ายท่านตาเลย! ข้าไม่อยากให้ท่านทำร้ายเขา!” วาฬน้อยสะอึกสะอื้นจนตัวโยน
ร่างดำเมี่ยมระเบิดแสงสีดำเบาบาง พลังมิติที่แฝงอยู่ในแสงสีดำยิ่งใหญ่อย่างยิ่ง ห่อหุ้มทุกคนในนี้ไว้ในพริบตา
เซียวเจ๋อมองวาฬน้อยด้วยความตะลึง ก่อนจะพูดว่า “พลังบีบอัดของมิติเบาลงเยอะเลย”
“ขอบใจเจ้านะวาฬน้อย” อันหลินยิ้มบางๆ
วาฬน้อยสะบัดหางพูดอย่างจริงจังว่า “ไม่เป็นไรท่านตา ข้าจะไม่ปล่อยให้ท่านแม่ทำร้ายท่านแน่นอน!”
ช่างเป็นเด็กที่มีความใส่ใจ…ทุกคนรำพันในใจ
คนอื่นเบิกบานใจ แต่วาฬยักษ์กลับทำท่าเจ็บแค้นใจ
ทั้งๆ ที่เป็นลูกของมันแท้ๆ กลับช่วยคนอื่นต่อต้านมัน!
หากไม่ใช่เพราะการเคลื่อนวิญญาณย้ายแดนเป็นวิชาที่มีขอบเขต เจาะจงสิ่งมีชีวิตไม่ได้ มันไม่มีทางปล่อยให้ลูกของตัวเองมาโผล่ที่นี่แน่ ตอนแรกมันตั้งใจจะใช้โลกในร่างกายทรมานพวกอันหลินให้ตาย จากนั้นค่อยปล่อยลูกออกมา แต่ใครจะคิดว่าลูกของตัวเองจะปกป้องคนพวกนั้น!
“เสี่ยวเซียว เหตุการณ์อย่างตอนนี้ เจ้าต้านได้นานแค่ไหน” อันหลินส่งกระแสจิตถาม
“ตอนนี้มีพลังมิติของวาฬน้อยช่วย ต้านนานแค่ไหนก็ไม่มีปัญหา” เซียวเจ๋อตอบ
อันหลินโล่งอกไปที มองวาฬน้อยตรงหน้าพลางคิดในใจว่า คราวนี้จะหนีออกไปอย่างไรล่ะ
…..……