ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 577 ภารกิจไม่สำเร็จทำอย่างไรดี
อันหลินมองวาฬน้อยที่อยู่ตรงหน้า อดถามไม่ได้ว่า “วาฬน้อย เจ้าช่วยพวกเราแบบนี้ต้านทานได้นานแค่ไหน”
วาฬน้อยหันหน้ามา สั่นศีรษะแล้วตอบตามตรงว่า “ไม่รู้เหมือนกัน แต่ข้าจะพยายามสุดความสามารถ”
ภาพมายาของวาฬยักษ์เหนือนภาจุกในอกขึ้นมาทันที แต่พลังบีบอัดของมิติอันรุนแรงยังคงดำเนินต่อไป อย่างไรเสียวาฬน้อยก็ไม่ได้รับผลกระทบจากพลังอยู่แล้ว อย่างมากก็แค่หมดแรงล้มลงบนพื้น พลังบีบอัดมิติไม่มีทางทำร้ายวาฬน้อย ขอเพียงบดขยี้พวกอันหลินให้แหลกลาญ ค่อยปล่อยวาฬน้อยออกมาก็พอแล้ว
พอคิดได้ดังนั้น ใบหน้าของวาฬยักษ์ก็มีแต่ความเย้ยหยัน
หึ นึกว่าไม่ชิงพลังของข้า แสดงเจตนาดีของเจ้าแล้วข้าจะให้อภัยงั้นหรือ ฝันไปเถอะ!
ในโลกใบนี้ สัตว์มิติตัวน้อยมีข้าเป็นครอบครัวก็เพียงพอแล้ว!
พลังบีบอัดของมิติยังคงรุกรานพวกอันหลินอย่างบ้าคลั่งไม่หยุดหย่อน
อันหลินเห็นวาฬยักษ์ที่มีท่าทีหนักแน่นเช่นนี้ก็อับจนหนทาง
ภาพมายาของวาฬยักษ์ค่อยๆ เลือนหายไป อย่างไรเสียคนพวกนั้นก็ต้องตายแน่แท้ ไม่มีอะไรน่ามองแล้ว
“ท่านผู้สูงศักดิ์ ตอนนี้เราควรทำอย่างไรดี” โคโค่สตีฟอดถามไม่ได้
“หรือท่านจะลองใช้วิชาที่สามารถชิงพลังของวาฬนั่นอีกดีไหม ถ้าไม่ไหวก็สู้ให้ตายกันไปข้างหนึ่ง!” ครั้งนี้ทาเบอร์ใจแข็งขึ้นเยอะทีเดียว
“ห้ามทำร้ายแม่ข้า!”
วาฬน้อยได้ฟังก็เหลียวหลังมา ดวงตามีน้ำคลอหน่วย หน้าตาน่าสงสารและเจ็บปวด
ทุกคนพูดไม่ออกชั่วขณะ ในใจพวกเขารู้ดีว่า วาฬหน้อยช่วยเหลืออันหลินไม่ได้แปลว่าจะไม่สนใจความเป็นความตายของวาฬยักษ์ มันเพียงแค่ทนเห็นความรุนแรงภายในครอบครัวไม่ได้ก็เท่านั้น…
อันหลินคิดว่าหากว่ามีหนทาง ต่อให้รุนแรงสักหน่อยก็ไม่เป็นไร เพราะพ่อแม่สั่งสอนลูกทรพีเป็นเรื่องสมควร
เพียงแต่หากไม่ถึงช่วงเวลาสุดท้าย เขาจะไม่ใช่วิชาจิตละโมบ เพราะนั่นหมายความว่าระหว่างเขากับวาฬยักษ์แตกหักกัน แม้แต่วาฬน้อยก็อาจจะไม่ช่วยพวกเขาอีกแล้ว
หรือจะไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงๆ…
อันหลินขมวดคิ้วมุ่น พลันก็เกิดความคิดในใจ ลอบส่งกระแสจิตถามทุกคนว่า “ยันต์ทะลุมิติของพวกเราใช้ได้ในร่างกายของสัตว์มิติหรือไม่”
คนที่เหลือได้ยินคำพูดของอันหลินก็ได้สติทันใด หลายคนทำหน้าดีใจ เข้าใจเจตนาของอันหลินแล้ว
เหอเซียนกูส่งกระแสจิตยิ้มๆ “ยันต์เคลื่อนย้ายมิติทะลุได้แม้แต่สองแดนของแผ่นดิน ข้ามมิติในภายในร่างของสัตว์มิติน่าจะไม่มีปัญหา ก่อนหน้านี้ขาดสติ ไม่ได้คิดว่าไม่ต้องพึ่งพาพลังของพวกเราก็คงออกไปได้เหมือนกัน”
ใช่แล้ว! สิ่งที่อันหลินคิดก็คือรอให้เวลาผจญภัยในเขตโบราณบรรพกาลครั้งนี้สิ้นสุดลง แล้วใช้ยันต์เคลื่อนย้ายมิติที่จักรพรรดิจื่อเวยให้ส่งกลับสรวงสวรรค์โดยตรง!
“ถ้าเป็นแบบนี้ พวกเราแค่รอก็พอแล้ว ยังมีเวลาอีกสี่ห้าวัน ไม่รู้ว่าวาฬน้อยจะต้านทานได้นานขนาดนั้นหรือไม่” โคโค่สตีฟมองร่างมหึมาที่อยู่ไม่ไกลพลางพูดด้วยสีหน้าที่กังวล
“รอให้มันทนไม่ไหวค่อยว่ากันเถอะ เมื่อถึงตอนนั้น อย่างน้อยข้าก็ยังช่วยลดแรงกระแทกให้พวกเจ้าได้สามชั่วยาม” เซียวเจ๋อหันหน้ามาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
อันหลินได้ฟังก็นับว่าโล่งใจได้สักที มีความหวังจะหลุดพ้นแล้ว ก็ถือเป็นเรื่องดี
ต่อมาก็แค่รอการกลับไปยังสรวงสวรรค์ด้วยความปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว!
เดี๋ยวนะ…
จู่ๆ อันหลินก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ถ้ากลับสรวงสวรรค์แล้ว น้องชายของเขาจะทำอย่างไร!
เขานึกถึงเรื่องนี้แล้วก็อดหายใจดังเฮือกไม่ได้
ภารกิจของเขาต้องดูดซึมผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองหนึ่งร้อยก้อน กายจิตจึงจะสำเร็จได้
หากว่าล้มเหลวต้องเป็นขันทีหนึ่งหมื่นปี…
ในแหวนมิติมีผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองแปดสิบสองก้อน ซึ่งก็หมายความว่ายังต้องตามหาผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองอีกสิบแปดก้อน จึงจะกำจัดวิกฤตขันทีได้
อันหลินจ้องมองพวกเหอเซียนกู ดวงตาเป็นประกายแวววาว (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เหอเซียนกูเห็นสายตาที่เป็นประกายของอันหลินหน้าก็แดงเรื่อ เอ่ยเสียงนุ่มนวลว่า “สหายอันหลิน เจ้าจ้องข้าเช่นนี้ทำไม”
“พวกท่านมีผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองหรือไม่ ข้าต้องการอย่างเร่งด่วน ใช้สิ่งอื่นแลกเปลี่ยนกับพวกท่านได้!” อันหลินไม่ปิดบัง พูดอย่างตรงไปตรงมา ถามพวกเหอเซียนกูโดยตรง
ฉางเหอได้ฟังก็พนมมือ “อมิตาพุทธ ในเมื่อโยมอันหลินต้องการผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทอง อาตมามอบให้เจ้าก็พอแล้ว ถือเป็นการตอบแทนคุณที่ช่วยชีวิตก่อนหน้านี้”
เหอเซียนกู เทพท่องราตรีกับฉางจ้านก็พยักหน้าเห็นด้วย คิดว่ามอบให้อันหลินก็ไม่มีปัญหา
อันหลินได้ฟังกลับโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน ยืนกรานจะแลกเปลี่ยนด้วยผลึกหินที่มีมูลค่าเท่ากัน
แม้อันหลินจะเคยช่วยพวกเขาหนึ่งครั้ง แต่จะรับผลึกต้นกำเนิดที่ทุกคนแลกมาด้วยการต่อสู้อย่างยากลำบากเพราะเหตุนี้ มันแตกต่างกันเกินไปแล้ว อีกอย่างเขายังทำให้ทุกคนต้องมาติดอยู่ในมิติของวาฬยักษ์อีกครั้งเพราะเรื่องวาฬน้อย มันทำให้เขาละอายใจจะทำเรื่องแบบนั้น
เมื่อเห็นความหนักแน่นของอันหลิน พวกเหอเซียนกูก็ทำได้เพียงแลกเปลี่ยนผลึกต้นกำเนิดในมูลค่าที่เทียบเท่ากัน
ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีแดงก้อนหนึ่งเท่ากับสองแสนหินวิญญาณ ก็หมายความว่าผลึกต้นกำเนิดสีแดงห้าก้อนมีค่าเท่ากับผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองหนึ่งก้อน ใช้อัตรานี้แทบจะในทุกกลุ่มอิทธิพล
เหอเซียนกูมีผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองสองก้อน เทพท่องราตรีสามก้อน ฉางเหอกับฉางจ้านก็มีสามก้อน แบบนี้ก็มีผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองสิบเอ็ดก้อน
อันหลินมีผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีแดงเพียงสี่สิบเก้าก้อน ดังนั้นต้องเพิ่มผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีน้ำเงินอีกสิบสองก้อน จึงจะรับผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองของทั้งสี่คนใส่แหวนมิติได้
ตอนนี้เขาก็ถือเป็นมหาเศรษฐีผลึกหินแล้ว ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีขาวสามร้อยสี่สิบสี่ก้อน สีเขียวหกสิบก้อน สีน้ำเงินเจ็ดสิบสองก้อน สีทองเก้าสิบสามก้อน ตัวเลขนี้ถ้าพูดออกไปหลายคนต้องงงเป็นไก่ตาแตกแน่
“ยังขาดอีกเจ็ดก้อน...” เขาถอนหายใจ
ตอนนี้นับว่าได้ลิ้มลองความเจ็บปวดของการมีสินค้าแต่ไม่มีตลาดรองรับแล้ว มีเงินมากแล้วอย่างไร ไม่มีผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองให้เขาซื้อ!
พวกเหอเซียนกูเห็นท่าทางห่อเหี่ยวกลุ้มใจของอันหลินก็พากันพูดปลอบใจ
“ท่าทางเป้าหมายของท่านผู้สูงศักดิ์จะสำเร็จได้ยากแล้ว” โคโค่สตีฟก็พลอยห่อเหี่ยวไปด้วย
“เป้าหมายอะไรหรือ” ดวงตาสุกใสของเหอเซียนกูสั่นระริก ถามอย่างสนเท่ห์
ไมรอนพูดว่า “เป้าหมายที่เก็บรวบรวมผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองหนึ่งร้อยก้อนน่ะสิ ถ้าข้าจำไม่ผิด ตอนนี้ยังขาดอีกเจ็ดก้อนสินะ”
เปรี้ยง
พวกเหอเซียนกูถูกคำพูดนี้ฟาดจนเกรียมนอกนุ่มใน
เป้าหมายผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองหนึ่งร้อยก้อน ตอนนี้ยังขาดอีกเจ็ดก้อนงั้นหรือ
งั้นก็หมายความว่า…ตอนนี้รวบรวมได้เก้าสิบสามก้อนแล้ว!
ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสรวงสวรรค์กับเมืองพุทธต่างก็หายใจเข้าดังเฮือก เบนสายตามองอันหลินอีกครั้ง
พบว่าอันหลินยังคงเศร้าใจ พวกเขานึกถึงท่าทางที่เอ่ยปากปลอบใจอันหลินก่อนหน้านี้ก็อดแน่นหน้าอกไม่ได้ เกือบจะกลั้นใจตาย…
ความรู้สึกนั้นเหมือนตัวเองเป็นขอทานที่แต่งตัวมอซอพบว่ามหาเศรษฐีคนหนึ่งได้เงินเพียงเก้าสิบกว่าล้าน ทำภารกิจหนึ่งร้อยล้านไม่สำเร็จแล้วพากันเข้าไปปลอบใจอย่างไรอย่างนั้น
ให้ตายเถอะ! ปลอบใจกับผีอะไร!
พวกเหอเซียนกูเกือบจะระเบิดโทสะแล้ว!
ภิกษุสองรูปยังดี สวดมนต์สักหน่อยอารมณ์ก็สงบลง เทพท่องราตรีมีหมอกดำปกคลุมทั่วร่าง ก็มองเห็นไม่ชัดเจน กลับเป็นเหอเซียนกูที่ย่ำแย่ ใบหน้างดงามอดกลั้นจนแดงก่ำ ทั้งอับอายและโมโห เบือนหน้าหนีทันที
อันหลินยังหมดอาลัยตายอยากอยู่ แต่ใครจะไปปลอบใจเขาอีกกันล่ะ!
มีแต่อันหลินเองที่รู้ว่า วิกฤตขันทีหมื่นปีของเขายังอยู่…
เวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป เคราะห์ดีที่วาฬน้อยแข็งแกร่งมากพอ ยืนหยัดสามวันยังไม่เหน็ดเหนื่อย แถมยังพร่ำพูดไม่หยุดให้แม่ของมันหยุด แต่วาฬยักษ์กลับใจแข็งไม่มีการตอบสนอง
ในที่สุดวันสุดท้ายก็มาถึง