ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 578 บอกลาวาฬน้อย
วันสุดท้าย ทุกคนมองเห็นความหวังจะได้ออกไปแล้ว
ประเด็นสำคัญที่พวกเขาหารือกันก็เริ่มอยู่ที่การวางแผนหลังออกไปแล้ว
แน่นอนว่าเซียวเจ๋อต้องติดตามอันหลินแน่นอน ทีน่ากับเสวี่ยจ่านเทียนก็จะอยู่กับอันหลินในฐานะสัตว์เลี้ยง สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญที่สุดในตอนนี้คือเรื่องของผู้ยิ่งใหญ่ผีดูดเลือดทั้งสาม
เพราะ…ผีดูดเลือดทั้งสามกลายเป็นทาสของมนุษย์ ทุกคนต่างก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน เพิ่งเคยพบเจอครั้งแรก! ในแดนจิ่วโจวคาดว่าคงมีแค่อันหลินที่มีปัญญา…
สองตัวเลือกที่พวกโคโค่สตีฟกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ ตัวเลือกที่หนึ่งก็คือกลับไปเป็นทาสคอยติดตามอันหลินเมื่อกลับไป ตัวเลือกที่สองก็คือกลับไปเป็นชนชั้นสูงของผีดูดเลือดที่กาฬทวีปต่อไป
หากอยู่กับอันหลินก็จะเผชิญกับการกีดขวางของสรวงสวรรค์ ไม่ว่าใครก็ไม่ใจกว้างจะให้ผู้ยิ่งใหญ่ของฝ่ายตรงข้ามกระโดดโลดเต้นในถิ่นของตัวเองตลอดเวลาหรอก ดังนั้นหากจะอยู่กับอันหลิน อันดับแรกต้องผ่านด่านสรวงสวรรค์ไปให้ได้ก่อน
ตัวเลือกที่สองก็คือกลับไปยังถิ่นของตัวเอง อันที่จริงพวกโคโค่สตีฟมีตำแหน่งที่สูงมากในกาฬทวีปแล้ว หากเป็นกลุ่มอิทธิพลลับของสรวงสวรรค์ได้ จะเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวง
พวกเขาโคโค่สตีฟค่อนข้างเอนเอียงไปทางตัวเลือกที่หนึ่ง เข้าใกล้อันหลิน อยู่ข้างอันหลินจึงจะมีเลือดศักดิ์สิทธิ์ดื่ม! หลักการเงื่อนไขเอื้ออำนวยย่อมได้ประโยชน์ก่อน พวกเขารู้ดี
แต่อันหลินกลับหวังให้พวกเขาเลือกข้อสอง อย่างน้อยให้พวกเขากลับไปดูสถานการณ์ของเผ่าพันธุ์ผีดูดเลือดก่อน หากร่วมมือกับสรวงสวรรค์ทำภารกิจใหญ่ จากนั้นค่อยกลับสรวงสวรรค์เพื่อแสดงความภักดี เช่นนั้นสรวงสวรรค์ก็จะยอมรับพวกเขาได้ง่ายกว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวแบบนี้มันสุขอุราไม่ใช่หรือไง
หลังลงมติกันแล้วก็ตัดสินใจว่าจะให้พวกโคโค่สตีฟกลับรอคำสั่งที่เผ่าพันธุ์ผีดูดเลือดก่อน ระยะเวลาจำกัดอยู่ในหนึ่งปีถึงสองปี หากพบสถานการณ์ผิดปกติให้รีบกลับแดนจิ่วโจว การทดสอบปลายภาคของอันหลินยังต้องไปทำที่กาฬทวีป มีผู้ยิ่งใหญ่หลายคนเป็นพวกย่อมเป็นเรื่องที่ดี
ส่วนรายละเอียดที่แน่ชัดต้องกลับไปถามจักรพรรดิจื่อเวยถึงขั้นว่าถามจักรพรรดิสวรรค์ อันหลินยังอยากเรียนรู้ที่สรวงสวรรค์ต่อ ปัญหานี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ จำต้องจัดการแบบนี้
เหอเซียนกูก็บอกแล้วว่า ผู้ยิ่งใหญ่ของฝั่งศัตรูสวามิภักดิ์กับสรวงสวรรค์ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้น ป่ามังกรตะวันตกกับขุมนรกอสูรร้ายก็มีผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าเคยภักดีต่อสรวงสวรรค์ และที่ยอมเป็นทาสของมนุษย์อย่างโคโค่สตีฟ และมีพลังจำกัดจากพันธะสัญญาทางสายเลือด ความจริงแล้วได้รับการยอมรับจากสรวงสวรรค์ง่ายกว่า
ยันต์เคลื่อนย้ายของอันหลินเป็นสีทอง สามารถส่งกลับได้ทุกที่ทุกเวลา แต่เขาก็ยังเลือกจะกลับไปพร้อมกับทุกคน เพราะต้องแน่ใจว่าพรรคพวกปลอดภัยแล้วค่อยไป
เวลาค่อยๆ ล่วงเลยผ่านไป วาฬน้อยยังคงต้านพลังมิติให้อันหลินอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“ท่านผู้สูงศักดิ์ เดี๋ยวเราจะแยกจากกันแล้ว ท่านไม่มอบอะไรให้พวกเราหน่อยหรือ” โคโค่สตีฟเย้ายวนดุจกุหลาบ ริมฝีปากสีแดงเผยอน้อยๆ พูดด้วยนัยน์ตาที่พราวระยับ
ทาเบอร์กับไมรอนก็พูดเสริมเช่นกัน มองอันหลินอย่างคาดหวัง
อันหลินเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็หลั่งเลือดหกมิลลิลิตร แบ่งให้คนละสองมิลลิลิตรเป็นของขวัญอำลา
“พวกเจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ หากว่ามีอะไรผิดปกติให้รีบติดต่อข้าทันที” อันหลินพูดกับทั้งสามคนอย่างจริงจัง
ผีดูดเลือดทั้งสามรับเลือดไปแล้วทำหน้าพออกพอใจ
“ไม่ต้องห่วงท่านผู้สูงศักดิ์ เมื่อถึงตอนนั้นพวกเราจะไปสวามิภักดิ์ต่อท่าน ท่านอย่ารังเกียจพวกเราเชียว!” โคโค่สตีฟยิ้มแย้ม
อันหลินส่ายหน้ายิ้มๆ “พลังของข้ากับพวกเจ้าเชื่อมโยงกันแล้ว เสมือนครอบครัวแล้ว จะรังเกียจพวกเจ้าได้อย่างไร”
“อยู่กับผู้สูงศักดิ์ต่างหากเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องที่สุด พวกเราจะทลายพันธนาการชีวิตในตอนนี้แล้วก้าวหน้าขึ้นไปอีกระดับให้ได้!” ไมรอนเลียริมฝีปาก สั่นไปทั้งตัว พูดอย่างสบายใจเฉิบ
“ใช่แล้ว ถวายตัวเพื่อท่านผู้สูงศักดิ์ ตายหมื่นครั้งก็ยอม!” ทาเบอร์พูดอย่างฮึกเหิม
พวกเหอเซียนกูมองระหว่างผีดูดเลือดกับอันหลินด้วยความตกใจ เห็นได้ชัดว่าคาดไม่ถึงว่าผีดูดเลือดจะทุ่มเทสุดจิตสุดใจเช่นนี้ ในใจตะลึงยิ่งแล้ว
ยันต์เคลื่อนย้ายของทุกคนเริ่มส่องแสงสว่างโชติช่วงโดยไม่รู้ตัว
ในที่สุดเวลาแห่งการจากลาก็มาถึงแล้ว (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
อันหลินอุ้มเสวี่ยจ่านเทียนไว้แนบอก จูงมือซ้ายของเซียวเจ๋อ ส่วนทีน่านั่งบนไหล่ของอันหลิน มือขาวเรียวเล็กๆ จับผมของอันหลินแน่น
“คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าพวกเราจะกลับไปในสภาพแบบนี้” เหอเซียนกูแสดงอาการเศร้าใจ
“ข้าก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน…” อันหลินขมวดคิ้ว ถอนหายใจเบาๆ
ภารกิจของเขายังไม่สำเร็จเลย ต้องเร่งทำเวลาแล้ว แม้ภารกิจจะมีเวลาหนึ่งปี แต่ใครจะรู้ว่าหากส่งมอบผลึกหินสีทองแล้วจะเอาไปใช้ที่ไหน เกิดไม่เหลือเลยจะทำอย่างไร
“อมิตาพุทธ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ได้มา ไม่พบเจอปัญหา กลับไปเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดีสักหน่อย” ฉางเหอพนมมือ สีหน้าเรียบเฉย เอ่ยอย่างเนิบช้า
อันหลินได้ฟังก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคำว่า ‘ได้มา’ การเดินทางสู่เขตโบราณบรรพกาลครั้งนี้ เขาได้ของมีค่ามากมายจริงๆ มีหลายสิ่งที่ไม่สามารถวัดค่าได้ด้วยเงินทองด้วยซ้ำ อย่างพวกโคโค่สตีฟ เสวี่ยจ่านเทียนกับทีน่า ลูกศิษย์ที่เสียเปรียบอย่างเซียวเจ๋อ
อืม…ไม่รู้ว่าวาฬน้อยจะถือเป็นสิ่งที่เขาได้หรือเปล่า
อันหลินครุ่นคิดครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจจะบอกลาวาฬน้อย
“เจ้าวาฬน้อย!” เขาเพิ่มเสียงตะโกนลั่น
วาฬน้อยกำลังตั้งใจต้านทานพลังบีบอัดของมิติ บัดนี้เมื่อได้ยินอันหลินร้องเรียกก็หันกลับมา ดวงตากระจ่างใสกะพริบปริบๆ ถามอย่างสงสัยว่า “ทำไมหรือท่านตา”
“เจ้าวาฬน้อย ข้าจะไปจากที่นี่แล้ว เจ้าอยู่กับแม่เจ้าให้ดีๆ นะ!” อันหลินตั้งใจบอกลา
วาฬน้อยลนลานขึ้นมาทันที สะบัดหางพูดอย่างร้อนรนว่า “ทำไมกัน! ท่านตาจะไปไหน อย่าไปจากวาฬน้อยนะ! แม้ท่านแม่จะทำไม่ถูก แต่อีกสักระยะนางก็จะคิดได้ ต่อไปนางจะไม่ทำกับท่านเช่นนี้แน่นอน...อย่าไปจากข้าเลยนะ…”
วาฬน้อยยิ่งพูดก็ยิ่งร้อนใจ สุดท้ายน้ำตาไหลก็พรากลงมาอย่างทนไม่ไหว
อันหลินไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี ใช้แขนอีกข้างหนีบเสวี่ยจ่านเทียน แล้วใช้มือขวาลูบหัวของวาฬน้อยเบาๆ สัมผัสทั้งเรียบและลื่น
วาฬน้อยไม่ขัดขืน เอาแต่ร้องห่มร้องไห้
ความรู้สึกของอันหลินก็สับสนวุ่นวาย พูดเบาๆ ว่า “ขอโทษนะที่ข้าหลอกเจ้า ความจริงข้าไม่ใช่ทั้งตาเจ้า และไม่ใช่พ่อของเจ้า…ข้าแค่ไม่ระวังทำให้พลังมิติที่ข้าดูดมาหลอมรวมกับร่างกายของเจ้า ทำให้เจ้ารู้สึกสนิทชิดเชื้อ ครอบครัวที่แท้จริงของเจ้ามีเพียงแม่ของเจ้า เข้าใจไหม”
วาฬน้อยได้ฟังก็ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ส่ายหน้ารัวๆ “ข้าไม่สน! ตัวข้ามีพลังของท่าน ท่านก็คือครอบครัวข้า อย่าจากข้าไป!”
วาฬน้อยทำหน้าประหม่า เหมือนเด็กที่กำลังออดอ้อน
แต่ทว่าในตอนนั้นเอง แสงก็พลันสว่างไสว ร่างกายของทุกคนก็ค่อยๆ กลายเป็นจุดแสง ถูกพลังที่ยิ่งใหญ่ปกคลุม หายไปจากดินแดนแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
วาฬน้อยเห็นว่าอันหลินอันตรธานหายไป จึงยืนอึ้งกับที่ มองพื้นที่ว่างเปล่าแล้วพึมพำว่า “ท่านพ่อ…ท่านพ่อหายไปไหนแล้ว”
สัตว์มิติสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในร่างกาย จึงรีบเพ่งจิตไปยังภายใน กลับพบพื้นที่ว่างเปล่ากับวาฬน้อยที่แหวกว่ายตามลำพัง
“หายไปไหนแล้วล่ะ” มันทำหน้างุนงง พูดอย่างฉงนสนเท่ห์
“ฮือๆ ๆ…ท่านแม่! ท่านพ่อหนีไปแล้ว ท่านพ่อไม่ต้องการพวกเราแล้ว ฮือๆ ๆ…” วาฬน้อยเริ่มร้องไห้ฟูมฟายขึ้นมาอีกแล้ว
วาฬยักษ์ “…”