ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 579 กลับสรวงสวรรค์อย่างราบรื่น
ในห้องลับมิติแห่งหนึ่ง มีประตูที่มีริ้วแสงไหลเวียนกำลังส่องแสงสว่าวโชติช่วงสองบาน
ภายในประตูทองบานเล็กพลันสั่นสะเทือนขึ้นมาระลอกหนึ่ง จากนั้นก็มีพลังมิติที่ยิ่งใหญ่แผ่ซ่านออกมาจากประตูสีทองพร้อมกับแรงดึงดูดที่ไร้สิ่งใดเทียบ
สุดท้ายก็มีร่างสิบแปดร่างปรากฏกายนอกประตูสีทอง พวกเขาต่างก็มีคลื่นของระดับแปลงจิตกระเพื่อมอยู่
ชุดเขียวของหวังเสวียนจ้านเปื้อนเลือด มือกำหอกยาวกวาดสายตามองรอบข้างอย่างน่าเกรงขามประหนึ่งกำลังมองหาร่างของใครบางคนอยู่ จากนั้นใบหน้าของเขาก็ฉายความเจ็บปวดและเสียดาย “อันหลิน…เจ้าไม่กลับมาหรือ”
นักพรตแปลงจิตสามสิบเอ็ดผ่านประตูทองเข้ามา บัดนี้มีนักพรตเพียงสิบแปดคนที่รอดออกมาได้ การเดินทางสู่เขตโบราณบรรพกาลครั้งนี้เรียกได้ว่าโหดเหี้ยมอย่างยิ่ง
เหล่านักพรตบ้างก็ฉายความเศร้า บ้างก็ส่ายหน้าถอนใจ ความดีใจที่ได้กลับมาอย่างปลอดภัยถูกนักพรตที่ไม่ได้กลับมาชะล้าง บรรยากาศหนักอึ้งขึ้นมาทันที
ในบรรดานักพรตที่อยู่ในเขตเทพโบราณตลอดกาลมีเพื่อนของพวกเขา มีสหายร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของพวกเขา ตอนนี้คนพวกนี้ไม่กลับมาแล้ว สภาพจิตใจของทุกคนไม่ค่อยสู้ดีนัก
ตอนนี้ม่านแสงสีขาวกำลังปกคลุมนักพรตทั้งหมด พลังรักษาอันยิ่งใหญ่เริ่มรักษาอาการบาดเจ็บให้กับเหล่านักพรตที่คืนกลับมา
จักรพรรดิจื่อเวยกำลังสำแดงอาคมรักษากับเหล่านักพรต ตอนนี้พวกเขาเพิ่งรู้สึกตัว จึงพากันคำนับจักรพรรดิจื่อเวย
จักรพรรดิจื่อเวยส่ายหน้าอย่างเคร่มขรึม “อย่าได้มากพิธี พวกเจ้าลำบากเสียแล้ว พวกเจ้าล้วนเป็นวีรชนของสรวงสวรรค์”
ในตอนนี้เอง ประตูสีทองบานเล็กก็ค่อยๆ เลือนหายไป
ใจของทุกคนล้วนวูบโหวง อุโมงค์พังทลายแล้ว มันหมายความว่านักพรตเหล่านั้นกลับมาไม่ได้แล้ว ไม่กลับมาแล้วจริงๆ…
ประตูสีทองบานใหญ่สั่นระริก จากนั้นชายหนุ่มที่รูปร่างกำยำสูงร่วมสามเมตร มือถือขวานสีแดงขนาดใหญ่ พลังมหาศาลลึกล้ำปรากฏกายนอกประตูสีทอง
“เทพจวีหลิงกลับมาแล้ว!” นักพรตแปลงจิตบางส่วนพูดด้วยความดีใจ
บุคคลระดับหวนสู่ความว่างเปล่าล้วนเป็นพลังต่อสู้ขั้นสุดยอดของสรวงสวรรค์ ดังนั้นเมื่อพวกเขาเห็นนักพรตระดับหวนสู่ความว่างเปล่ากลับมาอย่างปลอดภัย ในใจล้วนปลาบปลื้ม
จากนั้นก็มีผู้ยิ่งใหญ่ที่สวมชุดสีแดง ดวงตาดุจตะวันเจิดจ้า มือถือป้ายเซียน ‘ท่องทิวา’ ก็ปรากฏตัว
ทุกคนยังไม่ทันได้พูดจาก็มีแสงเจิดจ้าปรากฏขึ้นอีกครั้ง
จากนั้นร่างที่สวมชุดขาวพลิ้วไหวกับร่างสีชมพูก็ปรากฏตัว
“ไม่ใช่แค่เทพท่องทิวาที่กลับมา แม้แต่หลี่ว์ต้งปินกับเหอเซียนกูก็กลับมาอย่างปลอดภัย!” นักพรตคนหนึ่งพูดอย่างดีใจ
เหล่านักพรตได้ฟังก็ดีอกดีใจกัน แต่เมื่อแสงสว่างหายไป พวกเขาเห็นร่างสีชมพูนั่นชัดเจนแล้ว รอยยิ้มกลับเริ่มแข็งค้าง ปากอ้ากว้าง
หวังเสวียนจ้านมองหญิงคนนั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ สุดท้ายก็อดไม่ได้พูดว่า “หลิวฉู่ฉู่ ข้า…ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม!”
หญิงที่สวมชุดกระโปรงสีชมพู ใบหน้างดงามยืนอยู่ตรงหน้าผู้คนอย่างสง่างาม ใบหน้าเปื้อนยิ้มที่สวยงามน่ารัก ในอ้อมอกมีอสูรวิญญาณเหมันต์ที่น่ารักอย่างยิ่ง
“ใช่แล้ว เพราะความบังเอิญทำให้ข้าได้ยังเขตดารามายา ต้องขอบคุณผู้อาวุโสหลี่ว์ที่ดูแล ข้าถึงกลับมาอย่างปลอดภัยได้” พูดจบก็เงยหน้ามองชายหนุ่มข้างกายด้วยความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
หลี่ว์ต้งปินส่ายหน้ายิ้มๆ เป็นนัยว่าไม่เป็นไร จากนั้นก็เบนสายตามองประตูสีทองอีกครั้งราวกับกำลังรอใครกลับมา
จักรพรรดิจื่อเวยก็แปลกใจกับการปรากฏตัวของหลิวฉู่ฉู่เช่นกัน สายตาที่มองประตูสีทองบานใหญ่ก็มีความคาดหวังยิ่งกว่าเดิม
ในตอนนั้นเอง แสงสว่างก็สว่างวาบขึ้นมาอีก เหอเซียนกูกับเทพท่องราตรีก็ปรากฏนอกประตูสีทอง
“ดีเหลือเกิน ผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าของสรวงสวรรค์เรากลับมาอย่างปลอดภัยทุกคน!” นักพรตคนหนึ่งโห่ร้องดีใจขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
ความอันตรายของเขตดารามายาเหนือกว่าเขตเทพโบราณมากโข นักพรตหวนสู่ความว่างเปล่าเองก็เผชิญกับภัยคุกคามถึงชีวิตอันใหญ่หลวง สถานการณ์ที่ทั้งห้าคนกลับมาอย่างปลอดภัยเช่นตอนนี้มันควรค่าให้ดีใจเหลือเกิน
แต่ทว่าขณะที่ทุกคนนึกว่าจักรพรรดิจื่อเวยจะเคลื่อนย้ายพวกเขาไปจากที่นี่ กลับพบว่าตอนนี้เขาไม่การตอบสนอง ยังคงมองประตูสีทองบานนั้น
หลิวฉู่ฉู่ หลี่ว์ต้งปิน เหอเซียนกู เทพท่องราตรีก็จับจ้องไปที่ประตูสีทองบานใหญ่เช่นกัน
คนที่เหลือเห็นสีหน้าของทั้งสี่ ต่างก็งุนงงยิ่งแล้ว มีคนทนไม่ได้ถามว่า “เกิดอะไรขึ้น พวกท่านกำลังรอใครหรือ”
“กำลังรอผู้มีพระคุณ” เหอเซียนกูแย้มสรวล ใบหน้าฉายความหนักแน่นอันน่าเชื่อถือ
นักพรตที่เหลือได้ยินก็ตกใจ ยังมีคนอื่นจะออกมาจากประตูสีทองบานใหญ่อีกหรือ
ผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าของสรวงสวรรค์อยู่นี่กันหมดแล้วไม่ใช่หรือ ใครจะเป็นผู้มีพระคุณของเหอเซียนกูได้
ใครกันจะมีฝีมือเช่นนี้ จู่ๆ หวังเสวียนจ้านก็นึกถึงคนคนหนึ่ง พลันใจเต้นเงยหน้ามองประตูสีทองเช่นกัน ในใจพลอยตื่นเต้นไปด้วย (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
แสงสีทองสว่างไสวสาดทอออกมาจากประตูสีทองบานใหญ่ กลิ่นอายที่น่ากลัวถาโถมเข้ามา ทำให้มิติทั้งผืนสั่นระริก แม้แต่ประตูสีทองที่เชื่อมระหว่างสองมิติก็เริ่มเกิดรอยร้าว
ทุกคนต่างก็ตกตะลึง พากันมองประตูสีทองบานใหญ่ด้วยความหวาดผวา
จักรพรรดิจื่อเวยย่นคิ้ว ชี้ไปทางประตูสีทองบานใหญ่ อานุภาพมหาศาลทะลักออกจากนิ้วเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับประตูสีทอง
ในตอนนี้เอง ก็มีสองร่างปรากฏกาย
ชายหนุ่มสวมชุดขาวพลิ้วไหวจูงมือบุรุษที่มีลักษณะเป็นวัยรุ่น มือซ้ายอุ้มอสูรวิญญาณเหมันต์น่ารัก บนไหล่มีภูตจิ๋วที่จิ้มลิ้มน่ารัก รูปลักษณ์สมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง
นักพรตที่เหลือต่างก็เบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปหมด
นี่มันกลุ่มอะไรกัน สรวงสวรรค์มีคนแบบนี้ด้วยหรือ!
ไม่สิ มีคนคนหนึ่งที่คุ้มเคยอย่างยิ่ง!
ตอนนี้แม้แต่จักรพรรดิจื่อเวยเองก็หางตากระตุกอย่างไม่รู้ตัว รู้สึกว่าช่างเหลือเชื่อ การปรากฏกายของอันหลินเขาเข้าใจได้ อสูรวิญญาณเหมันต์ก็รับได้เช่นกัน แต่เด็กคนนั้นกับภูตจิ๋วมันอะไรกันแน่!
“เอ๊ะ ข้ามาสายสุดหรือ” อันหลินกวาดตามองรอบๆ พบว่าทุกคนกำลังจ้องตัวเองก็อดหน้าแดงไม่ได้ ประสานมือคำนับทุกคน “ขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องรอนาน”
“ยินดีต้อนรับกลับมา!” หลี่ว์ต้งปินพูดด้วยรอยยิ้ม
หลิวฉู่ฉู่ก็โบกมือให้อันหลินอย่างยิ้มแย้ม ทำหน้าน่ารักซุกซน
หวังเสวียนจ้านถึงกับเดินเข้าไปแล้วตบไหล่อันหลินอย่างแรง ด่าขำๆ ว่า “เจ้างั่ง ที่แท้เจ้าก็ไปเขตดารามายานี่เอง เล่นเอาข้าเศร้าใจเสียเปล่า!”
อันหลินโบกมือหัวเราะร่า “เป็นอุบัติเหตุทั้งนั้น”
จักรพรรดิจื่อเวยมองพวกอันหลิน ดวงตาฉายภาพของดวงดารา เมื่อกะพริบตาดวงตาก็กลับมาเป็นปกติ ใบหน้ากลับมีความตกใจอย่างปิดไม่มิด
“สหายอันหลิน มังกรบรรพกาลกับภูตจิ๋วข้างๆ เจ้านี่มีความเป็นมาอย่างไร” จักรพรรดิจื่อเวยเอ่ยถาม
เสวี่ยจ่านเทียนได้ฟังก็ถลึงตาใส่จักรพรรดิจื่อเวยราวกับไม่พอใจที่ไม่ถามความเป็นมาของมัน นี่เขาดูถูกจ่านเทียนผู้นี้หรือ
“อ้อ เซียวเจ๋อคนนี้เป็นลูกศิษย์ของข้า ภูตจิ๋วทีน่าเป็นสัตว์เลี้ยงของข้า” อันหลินได้ฟังก็ไม่ปิดบัง พูดอย่างตรงไปตรงมา ต่อไปพวกเขายังต้องใช้ชีวิตในสรวงสวรรค์ รีบบอกเรื่องพวกนี้ก็เป็นการดี
ใบหน้าของจักรพรรดิจื่อเวยกระตุก “ได้มังกรบรรพกาลระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลางมาเป็นศิษย์ แถมยังได้ภูตจิ๋วระดับปราชญ์มาเป็นสัตว์เลี้ยงด้วยงั้นหรือ”
“ใช่แล้ว!” อันหลินพยักหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน
“เฮือก…” ทุกคนเบิกตากว้าง หายใจเข้าดังเฮือกอีกครั้ง
นักพรตแปลงจิตคนหนึ่งมีลูกศิษย์ระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลาง! ไหนจะภูตจิ๋วนั่นอีก เห็นได้ชัดว่าก็เป็นบุคคลที่มีพลังเทียบเท่าผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าเช่นกัน แต่กลับเป็นสัตว์เลี้ยงของเขา!
พวกเขาคิดว่าตัวเองไม่ได้ฝันไปก็คงโลกใบนี้บ้าไปแล้ว!
หากเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่น คงต้องโดนคนอื่นตบหน้าฉาดหนึ่ง ด่าทออย่างโกรธเกรี้ยวว่า เจ้ามันคนโง่พูดจาเลอะเทอะ!
นั่นมันเรื่องที่นักพรตแปลงจิตจะทำได้หรือ บอกว่าเป็นเทพรวมมรรคายังไม่เกินไปเลย!
แม้แต่หลี่ว์ต้งปินกับหลิวฉู่ฉู่ก็ทำหน้างุนงง พวกเขาไม่เคยเห็นเซียวเจ๋อ ไม่คิดว่าอันหลินจะได้ผู้ยิ่งใหญ่เผ่ามังกรระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลางมาเป็นศิษย์ในระยะเวลาที่รวดเร็วขนาดนี้…
หวังเสวียนจ้านยืนอึ้งกับที่อีกครั้ง เมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างจักรพรรดิจื่อเวยกับอันหลิน รู้สึกว่าสมองไม่ค่อยพอใช้แล้ว
“ฮ่าๆ ๆ…สหายอันหลินช่างโชคดีมีวาสนาเสียจริง ใช้ได้ เยี่ยมมาก!”
จักรพรรดิจื่อเวยพยักหน้ารัวๆ เอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม
คนที่ทำให้จักรพรรดิจื่อเวยชื่นชมได้แบบนี้ ในสรวงสวรรค์เกรงว่าจะมีแค่อันหลินเพียงคนเดียว
แม้เขาจะประเมินอันหลินสูงอย่างยิ่งแล้ว แต่ก็คิดไม่ถึงว่าอันหลินจะสร้างความประหลาดใจให้เขาได้ใหญ่หลวงขนาดนี้
แต่อย่างไรเสียเขาก็เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน ไม่นานก็สงบสติอารมณ์ได้ เมื่ออุโมงค์เชื่อมสองแดนหายไปก็สะบัดแขนเสื้อ มิติผันหวน ทุกคนถูกส่งไปยังตำหนักสีขาวอันกว้างขวาง
เสียงอันทรงอานุภาพแต่ก็ชวนให้สบายใจของจักรพรรดิจื่อเวยกลับดังขึ้น “บัดนี้เราจะเริ่มการแลกเปลี่ยนผลึกต้นกำเนิดดินแดน”