ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 10: คำเตือนเลือด
ตอนที่ 10: คำเตือนเลือด
ภายในห้องนอนที่อวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ หลงเฉินยืนมองซากศพของนักฆ่าทั้งสามที่นอนกองกันอยู่บนพื้น สภาพของพวกมันดูน่าสยดสยองยิ่งกว่าศพปกติทั่วไป ผิวหนังเหี่ยวย่นติดกระดูกราวกับเปลือกไม้แห้ง ดวงตาเบิกโพลงค้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายบิดเบี้ยวผิดรูปจากการถูกหักกระดูก นี่คือผลงานศิลปะแห่งความตายที่รังสรรค์โดย “ราชันย์มังกรอสูร”
“ขยะก็ยังเป็นขยะอยู่วันยังค่ำ…”
หลงเฉินเตะร่างไร้วิญญาณของหัวหน้านักฆ่าเบาๆ ร่างนั้นเบาหวิวดุจปุยนุ่นเพราะถูกสูบเลือดและพลังปราณไปจนหมดสิ้น เขาแสยะยิ้มมุมปาก ความคิดชั่วร้ายบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว
การฆ่าแล้วฝังกลบ หรือโยนทิ้งลงคลองน้ำเน่าหลังบ้าน เป็นวิธีของคนขี้ขลาดที่กลัวความผิด แต่สำหรับหลงเฉินที่ประกาศสงครามกับตระกูลจ้าวไปแล้ว การทำลายหลักฐานไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
สิ่งที่เขาต้องการคือ “การประกาศศักดา”
หลงเฉินฉีกเสื้อผ้าสีดำของนักฆ่าคนหนึ่งออกมา จุ่มนิ้วลงในกองเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่บนพื้น แล้วบรรจงเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่ลงบนแผ่นหลังเสื้อที่แห้งกรังของหัวหน้านักฆ่า ตัวอักษรสีแดงฉานตัดกับชุดดำทมิฬ ดูราวกับยันต์สะกดวิญญาณจากนรก
“เสร็จเรียบร้อย…”
เขาคว้าเชือกป่านที่ใช้รัดม่านหน้าต่างออกมา มัดรวบข้อเท้าของศพทั้งสามเข้าด้วยกัน แล้วเหวี่ยงขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดายราวกับแบกกระสอบฟาง ด้วยพละกำลังของกายามังกรขั้นต้น น้ำหนักเพียงเท่านี้ไม่ต่างอะไรกับการแบกนุ่น
ฟึ่บ!
ร่างของหลงเฉินกระโจนออกจากหน้าต่างห้องนอน หายวับไปในความมืดมิดของรัตติกาล
…
ณ คฤหาสน์ตระกูลจ้าว
แม้จะเป็นเวลาดึกสงัด แต่โคมไฟหน้าประตูใหญ่ยังคงสว่างไสว องครักษ์สองนายยืนเฝ้ายามด้วยความง่วงเหงาหาวนอน พวกมันพิงหอกยาวสัปหงก พลางคุยกันด้วยเสียงกระซิบ
“เฮ้ย… เจ้าว่าป่านนี้เจ้าพวก ‘หน่วยเงา’ จะทำงานเสร็จหรือยัง?” องครักษ์คนหนึ่งถามพลางหาวหวอด
“คงเสร็จไปนานแล้วมั้ง” อีกคนตอบอย่างไม่ใส่ใจ “แค่ไปเชือดนายน้อยขยะที่ฝึกยุทธ์ไม่ได้คนเดียว จะไปยากอะไร เผลอๆ ท่านผู้นำตระกูลจ้าวอาจจะได้หัวมันมาวางบนโต๊ะอาหารเช้าพรุ่งนี้แล้วก็ได้”
“ฮ่าๆๆ นั่นสินะ น่าสมเพชตระกูลหลงจริงๆ มีลูกชายคนเดียวดันเป็นขยะ… หือ? อะไรน่ะ?”
จู่ๆ ลมกรรโชกแรงพัดวูบผ่านหน้าประตู หอบเอาฝุ่นทรายปลิวเข้าตาองครักษ์ทั้งสอง จนพวกมันต้องยกมือขึ้นขยี้ตา
“ลมบ้าอะไรวะเนี่ย…”
เมื่อฝุ่นจางลง และพวกมันลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้พวกมันต้องอ้าปากค้าง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง
ที่หน้าประตูไม้สักบานมหึมาของตระกูลจ้าว มีร่างสามร่างในชุดดำถูกจับให้นั่งคุกเข่าเรียงหน้ากระดาน หันหน้าเข้าหาประตูตระกูลจ้าวราวกับกำลังสำนึกผิด ศีรษะของพวกมันห้อยตก ผิวหนังแห้งกรังน่าสยดสยอง
และที่กลางหน้าอกของศพตรงกลาง มีป้ายไม้ปักตรึงไว้ด้วยมีดสั้นสนิมเขรอะ บนป้ายนั้นมีตัวอักษรเลือดเขียนหวัดๆ ว่า…
“เตรียม-โลง-ศพ-ไว้-รอ”
“อะ… อะ… อะไรกัน!?” องครักษ์หน้าซีดเผือด ขาสั่นพับๆ จนหอกร่วงลงพื้น “นะ… นี่มันหน่วยเงาของท่านผู้นำนี่นา! ทะ… ทำไมถึงมีสภาพแบบนี้!”
“ปีศาจ! ต้องเป็นฝีมือปีศาจแน่ๆ!”
เสียงกรีดร้องขององครักษ์ดังลั่นไปทั่วคฤหาสน์ ปลุกให้คนทั้งตระกูลจ้าวตื่นขึ้นกลางดึก
…
เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหมอกเมฆาราวกับไฟลามทุ่ง
ชาวเมืองนับร้อยต่างพากันมามุงดูเหตุการณ์หน้าคฤหาสน์ตระกูลจ้าว แม้ว่าศพจะถูกเก็บไปแล้ว แต่คราบเลือดและกลิ่นอายความตายยังคงหลงเหลืออยู่ เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่
ภายในห้องโถงใหญ่ตระกูลจ้าว บรรยากาศตึงเครียดจนแทบระเบิด
เพล้ง!
ถ้วยชาเคลือบใบงามถูกปาลงพื้นแตกกระจาย ผู้นำตระกูลจ้าว “จ้าวฟาง” ยืนตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจัด ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปน จ้องมองดูศพแห้งกรังทั้งสามที่วางเรียงอยู่กลางห้อง
“หลงเฉิน! ไอ้เด็กนรก! มันกล้า… มันกล้าหยามข้าถึงเพียงนี้เชียวรึ!”
จ้าวฟางคำรามลั่น เสียงของเขาดังก้องจนคนรับใช้ที่ยืนอยู่รอบๆ ต้องก้มหน้าตัวสั่น
ข้างกายเขา คือ “จ้าวหยิง” ลูกสาวคนเล็กที่ยืนหน้าซีดเผือด นางจำมีดสั้นสนิมเขรอะเล่มนั้นได้แม่นยำ มันคือมีดที่หลงเฉินใช้ข่มขู่นางที่ตลาด
“ท่านพ่อ… ท่านพ่อต้องฆ่ามันนะเจ้าคะ! มันเป็นปีศาจ! ดูสภาพศพพวกนี้สิเจ้าคะ มันดูดเลือดคนจนแห้ง! นี่มันวิชามารชัดๆ!” จ้าวหยิงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
จ้าวฟางสูดหายใจลึก พยายามระงับโทสะ เขาเดินเข้าไปตรวจสอบศพด้วยตัวเอง เมื่อสัมผัสผิวหนังที่แห้งผากและความรู้สึกว่างเปล่าภายในศพ แววตาของเขาก็เปลี่ยนจากความโกรธเป็นความหวาดหวั่นเล็กน้อย
“วิชาดูดโลหิต… แถมยังสังหารยอดฝีมือระดับหลอมรวมขั้นกลางได้โดยไร้ร่องรอยการต่อสู้…” จ้าวฟางพึมพำ “ไอ้เด็กหลงเฉินมันซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ลึกขนาดนี้เชียวรึ? หรือว่าเบื้องหลังมันจะมีจอมยุทธ์ยอดฝีมือคอยหนุนหลัง?”
“ท่านพ่อ! เราจะปล่อยมันไว้ไม่ได้นะขอรับ!” หลี่เฟิง (คู่รักของจ้าวหยิง) ที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบยุยง “การที่มันทำแบบนี้ เท่ากับประกาศสงครามกับตระกูลจ้าวและสำนักดาบวายุของข้า! ข้าจะขอให้ท่านอาจารย์ส่งศิษย์พี่มาจัดการมัน!”
จ้าวฟางหรี่ตาลง ใช้ความคิดอย่างหนัก ก่อนจะแสยะยิ้มอำมหิต
“เตรียมโลงศพไว้รองั้นรึ… ดี! ข้าจะเตรียมไว้ให้จริงๆ แต่เป็นโลงสำหรับใส่ศพคนทั้งตระกูลหลง!”
“ส่งข่าวไปบอก ‘พี่ใหญ่’ ที่เมืองหลวง… บอกว่าตระกูลเรากำลังถูกคุกคามโดยจอมมาร ให้เขาส่งยอดฝีมือกลับมาด่วนที่สุด! และประกาศออกไปว่า อีกเจ็ดวัน ในงานประลองยุทธ์ประจำเมือง ข้าจ้าวฟาง จะท้าประลองเป็นตายกับผู้นำตระกูลหลง!”
“ข้าจะบดขยี้พ่อมันต่อหน้าต่อตา แล้วค่อยถลกหนังไอ้ลูกชายสารเลวนั่นให้สาสม!”
…
ตัดกลับมาที่เรือนตะวันตก ตระกูลหลง
หลงเฉินนั่งอยู่บนหลังคาเรือน มองดูดวงอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นขอบฟ้า แสงสีทองสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเขา ทำให้ดูราวกับรูปสลักเทพเจ้าที่ไร้ความรู้สึก
ในมือของเขาถือ “หินสีดำ” หรือไข่ของเสี่ยวเฮยที่ตอนนี้เริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้น พร้อมกับแสงสีทองจางๆ ที่ลอดออกมา
“ดูเหมือนเจ้าเองก็ใกล้จะตื่นเต็มทีแล้วสินะ…” หลงเฉินยิ้มบางๆ
เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำลงไปเมื่อคืน คือการราดน้ำมันลงกองไฟ ตระกูลจ้าวจะต้องตอบโต้กลับมาอย่างบ้าคลั่งแน่นอน แต่นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ ยิ่งศัตรูโกรธเกรี้ยว ยิ่งขาดสติ และยิ่งเปิดช่องโหว่
“มาเถอะ… ข้าเตรียมกระเพาะไว้รอ ‘กิน’ พวกเจ้าทุกคนแล้ว”
หลงเฉินลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจหนึ่งครั้ง เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบ
ช่วงเวลาแห่งการปูพื้นฐานจบลงแล้ว ต่อจากนี้… คือของจริง
สรุปสถานการณ์สิ้นสุด “บทที่ 10” (จบช่วงที่ 1)
ตัวละคร: หลงเฉิน (Long Chen)
* สถานะ: นายน้อยตระกูลหลง / ผู้กลับชาติมาเกิด
* ระดับพลังปัจจุบัน: ก่อรากฐาน ขั้นที่ 5 (Foundation Realm – Stage 5)
* หมายเหตุ: แม้พลังปราณจะดูต่ำ แต่ด้วยกายามังกรและประสบการณ์ ทำให้สามารถสู้ข้ามรุ่นชนะระดับ “หลอมรวม ขั้นกลาง” ได้
* วิชาหลัก:
* เคล็ดวิชามังกรอสูรกลืนโลหิต: ขั้นแรก (สร้างเกล็ดมังกรใต้ผิวหนัง, ดูดกลืนเลือดเพื่อฟื้นฟูและเพิ่มพลัง)
* วิชาแพทย์/ปรุงยา: ระดับจักรพรรดิ (แต่ยังขาดอุปกรณ์และสมุนไพรระดับสูง)
* วิชาเข็มเงินสังหาร: ทักษะลับเฉพาะตัว
* ไอเทมสำคัญ:
* หินสีดำ (ไข่เสี่ยวเฮย): ใกล้ฟักตัว (ระดับความอันตราย: ???)
* มีดสั้นสนิมเขรอะ: อาวุธชั่วคราว
* หินปราณ: เหลือจำนวนหนึ่งจากการรีดไถตระกูลนาหลัน
* ความสัมพันธ์:
* ตระกูลหลง: พ่อ (หลงจ้าน) เชื่อใจเต็มร้อย / ฮูหยินรอง (ศัตรูในบ้าน) หวาดกลัวและแค้น
* ตระกูลจ้าว: ศัตรูคู่อาฆาต (เตรียมทำสงครามเต็มรูปแบบ)
* ตระกูลนาหลัน: ศัตรูในอนาคต (รอเช็คบิลที่เมืองหลวง)