ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 9: การลอบสังหารยามวิกาล
ตอนที่ 9: การลอบสังหารยามวิกาล
ราตรีสงัดปกคลุมเมืองหมอกเมฆา แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบหลังคากระเบื้องสีเข้มของคฤหาสน์ตระกูลหลง ลมหนาวพัดกรรโชกหวีดหวิวราวกับเสียงกรีดร้องของภูตผี ท่ามกลางความเงียบเชียบที่ดูเหมือนจะสงบสุข ภายในเรือนตะวันตกที่ทรุดโทรมของหลงเฉินกลับเต็มไปด้วยไอสังหารที่แฝงเร้น
ภายในห้องนอน หลงเฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้ รอบกายรายล้อมไปด้วยหินปราณระดับต่ำที่เขาเพิ่งรีดไถมาจากตระกูลนาหลัน แสงสีขาวนวลจากหินปราณค่อยๆ หรี่แสงลงและกลายเป็นหินสีเทาไร้ค่าทีละก้อน พลังปราณบริสุทธิ์ถูกสูบเข้าไปในร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุหมุน
“วิชามังกรอสูรกลืนโลหิตช่างตะกละตะกลามนัก…”
หลงเฉินลืมตาขึ้นช้าๆ เป่าลมหายใจขุ่นมัวออกมาเป็นสาย ดวงตาของเขาทอประกายสีแดงฉานวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไป
“หินปราณสองร้อยก้อน ช่วยให้ข้าเลื่อนระดับมาถึง ‘ก่อรากฐานขั้นที่ 5’ ได้เพียงเท่านั้น… ดูท่าทรัพยากรในเมืองเล็กๆ นี้คงจะไม่เพียงพอสำหรับข้าในระยะยาว”
เขาก้มมองที่หน้าอกเสื้อ หินสีดำปริศนาหรือ “ไข่ของเสี่ยวเฮย” ยังคงสั่นระริก มันแอบขโมยดูดซับพลังปราณไปถึงสามส่วน แต่หลงเฉินก็ไม่ได้ห้ามปราม ยิ่งมันฟักตัวเร็วเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งมีไพ่ตายในมือมากเท่านั้น
ทันใดนั้น หูของหลงเฉินกระดิกเล็กน้อย
เสียงฝีเท้า… เบาหวิวดั่งแมวย่อง แต่มิอาจรอดพ้นประสาทสัมผัสของอดีตจักรพรรดิผู้เจนจบสมรภูมิเลือดไปได้
หนึ่ง… สอง… สาม…
“สามคน…” หลงเฉินพึมพำ มุมปากยกยิ้มเย็นยะเยือก “กลิ่นอายแบบนี้… นักฆ่ารับจ้างระดับล่าง ระดับพลังอยู่ที่ ‘หลอมรวมขั้นต้น’ สองคน และ ‘หลอมรวมขั้นกลาง’ หนึ่งคน… ตระกูลจ้าวช่างใจร้อนเสียจริง ส่งคนมาเก็บข้าในคืนแรกเลยหรือ?”
หลงเฉินไม่ได้ตื่นตระหนก เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าเรื่องที่ตลาดและเรื่องการถอนหมั้นย่อมไปกระตุกหนวดเสือ เขาจึงเตรียม “การต้อนรับ” ไว้พร้อมสรรพตั้งแต่หัวค่ำ
เขาดับเทียนในห้อง ปล่อยให้ความมืดเข้าปกคลุม แล้วดีดตัวขึ้นไปเกาะอยู่บนขื่อคานไม้บนเพดานอย่างเงียบเชียบราวกับค้างคาว ร่างกายของเขาหลอมรวมไปกับความมืดมิด
กริ๊ก…
เสียงงัดกลอนหน้าต่างดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานหน้าต่างจะค่อยๆ แง้มออก เงาร่างสีดำสามสายพุ่งเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วและไร้เสียง
“เป้าหมายอยู่บนเตียง… จัดการให้จบในดาบเดียว” หัวหน้านักฆ่าส่งสัญญาณมือ
นักฆ่าสองคนพุ่งตรงไปที่เตียงนอน ซึ่งมีกองผ้าห่มนูนอยู่รูปร่างคล้ายคนนอนหลับ ดาบสั้นอาบยาพิษในมือวาววับสะท้อนแสงจันทร์
ฉึก! ฉึก!
ดาบทั้งสองเล่มแทงทะลุผ้าห่มอย่างแม่นยำ แต่มือของพวกมันกลับสัมผัสได้ถึงความว่างเปล่า… ไม่มีเนื้อหนัง มีแต่หมอนข้างเก่าๆ!
“กับดัก!” หัวหน้านักฆ่าคำรามลั่น “ถอย!”
แต่สายไปเสียแล้ว
เฟี้ยว!
เสียงแหวกอากาศดังขึ้น เส้นเอ็นใสบางเฉียบที่หลงเฉินขึงไว้รอบเตียงถูกกระตุก กลไกง่ายๆ ที่ทำจากไม้ไผ่ดีดผงแป้งสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณเตียง
“แค่กๆ! ผงพริกไทย?” นักฆ่าคนหนึ่งสำลัก แต่มันคิดผิด
“อ๊ากกกกกก!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นทันทีที่ผงแป้งสัมผัสโดนดวงตาและผิวหนัง มันไม่ใช่พริกไทย แต่มันคือ “ผงพิษเกล็ดงู” ที่หลงเฉินสกัดมาจากสมุนไพรเหลือใช้ มันมีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่ออ่อนอย่างรุนแรง ดวงตาของนักฆ่าทั้งสองเริ่มมีเลือดไหลซึมออกมา และผิวหนังเริ่มปวดแสบปวดร้อนราวกับถูกไฟเผา
“ข้างบน!” หัวหน้านักฆ่าซึ่งยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังไหวตัวทัน มันเงยหน้าขึ้นมองที่ขื่อคาน
สิ่งที่มันเห็นคือดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งที่จ้องมองลงมาราวกับยมทูต
หลงเฉินทิ้งตัวลงมาจากเพดาน ศีรษะดิ่งลงพื้น ในมือคีบ “เข็มเงิน” ยาวสามนิ้วไว้สี่เล่ม เข็มเหล่านี้คืออุปกรณ์ฝังเข็มรักษาคน แต่ในมือของจักรพรรดิโอสถคลั่ง… มันคืออาวุธสังหารที่น่ากลัวยิ่งกว่าดาบ
ฉึก! ฉึก!
หลงเฉินสะบัดข้อมือกลางอากาศ เข็มเงินสองเล่มพุ่งเข้าปักที่ “จุดไป่ฮุ่ย” (กลางกระหม่อม) ของนักฆ่าที่กำลังดิ้นทุรนทุรายทั้งสองคนอย่างแม่นยำ
ร่างของพวกมันกระตุกเฮือก แล้วล้มตึงลงกับพื้นทันที… ตายสนิทโดยไร้เสียงร้อง เข็มเงินตัดขาดเส้นประสาทสั่งการของสมองในเสี้ยววินาที
หลงเฉินพลิกตัวกลางอากาศ ลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวล ยืนประจันหน้ากับหัวหน้านักฆ่าที่เหลือเพียงคนเดียว
“เจ้า… เจ้าไม่ใช่นายน้อยขยะ!” หัวหน้านักฆ่าเสียงสั่นเครือ มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตายที่แผ่ออกมาจากเด็กหนุ่มตรงหน้า มันเป็นนักฆ่ามาสิบปี แต่ไม่เคยเจอจิตสังหารที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน
“ข้าไม่เคยบอกว่าข้าใช่” หลงเฉินตอบเสียงเรียบ พลางก้าวเดินเข้าไปหาช้าๆ “ใครส่งแกมา? ตระกูลจ้าวสินะ?”
“รู้แล้วก็ตายซะ!”
หัวหน้านักฆ่ากัดฟันข่มความกลัว มันระเบิดพลังปราณระดับหลอมรวมขั้นกลางออกมาดาบโค้งในมือพุ่งเข้าใส่ลำคอของหลงเฉินด้วยความเร็วสูง หมายจะตัดหัวในดาบเดียว
ความเร็วระดับนี้ สำหรับหลงเฉินคนเก่าคงมองไม่ทัน แต่สำหรับหลงเฉินคนนี้…
“ช้า… ช้าเกินไป”
หลงเฉินเบี่ยงตัวหลบเพียงเล็กน้อย คมดาบเฉียดคอหอยเขาไปเพียงเส้นยาแดง จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปจับข้อมือของนักฆ่าที่กำลังถือดาบ
หมับ!
ผิวหนังที่มือของหลงเฉินเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำ เกล็ดมังกรจางๆ ปรากฏขึ้นใต้ผิวหนัง พละกำลังจากสายเลือดมังกรอสูรทำให้มือของเขาแข็งแกร่งดุจคีมเหล็ก
“ปล่อยข้า!” นักฆ่าพยายามกระชากมือกลับแต่ไม่เป็นผล มันรู้สึกเหมือนถูกภูเขาทั้งลูกกดทับข้อมือไว้
“เจ้าชอบใช้มีดนักใช่ไหม?” หลงเฉินกระซิบข้างหู น้ำเสียงเย็นเยือกบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “งั้นลองชิมรสชาติมีดของตัวเองดูบ้าง”
กร๊อบ!
หลงเฉินบิดข้อมือของนักฆ่าจนหักพับ แล้วบังคับมือที่ถือดาบของมันให้แทงย้อนกลับเข้าหาตัว
ฉึก!
ดาบโค้งปักเข้าที่หน้าท้องของหัวหน้านักฆ่าจนมิดด้าม เลือดสีแดงสดทะลักออกมา
“อึก...” นักฆ่าเบิกตากว้าง มองหน้าเด็กหนุ่มด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ยัง… ยังไม่ตายหรอก” หลงเฉินยิ้มเหี้ยม “ข้าหลบจุดสำคัญให้เจ้าแล้ว ข้าแค่ต้องการให้เจ้ามีสติอยู่ เพื่อตอบคำถามข้า”
หลงเฉินดึงดาบออกแล้วเตะตัดขาจนมันคุกเข่าลง เขาหยิบเข็มเงินเล่มสุดท้ายออกมา จ่อที่ดวงตาของมัน
“จ้าวหยิง หรือ พ่อของมัน จ้าวฟาง?”
“อ๊ากก! อย่า! ข้าบอกแล้ว! เป็นผู้นำตระกูลจ้าว… จ้าวฟาง! มันสั่งให้เอาหัวเจ้าไป!” นักฆ่ารีบตะโกนลั่นเมื่อเห็นเข็มเงินจ่อที่ลูกตา
“ดี… ขอบใจที่ให้ความร่วมมือ”
หลงเฉินเก็บเข็มเงิน แล้ววางมือลงบนศีรษะของนักฆ่า
“เพื่อเป็นการตอบแทน ข้าจะให้เจ้าได้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ของข้า”
เคล็ดวิชามังกรอสูรกลืนโลหิต… ดูดกลืน!
ฝ่ามือของหลงเฉินเกิดแรงดูดมหาศาล เลือดและพลังปราณในร่างของนักฆ่าระดับหลอมรวมถูกสูบฉีดขึ้นมาที่ศีรษะและไหลเข้าสู่ฝ่ามือของหลงเฉิน ร่างกายของนักฆ่าเริ่มเหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็ว ผิวหนังตอบติดกระดูก ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความกลัวบัดนี้กลายเป็นสีขาวขุ่นและไร้ชีวิต
เพียงไม่กี่ลมหายใจ นักฆ่าผู้เก่งกาจก็กลายเป็นเพียงซากศพแห้งกรังเหมือนมัมมี่
หลงเฉินชักมือกลับ รู้สึกถึงพลังปราณอุ่นวาบที่ไหลเวียนไปเสริมสร้างจุดตันเถียน พลังของเขาขยับขึ้นมาอีกเล็กน้อย
“รสชาติแย่ชะมัด… พลังปราณสกปรกจริงๆ” หลงเฉินบ่นอุบ พลางมองดูศพทั้งสามในห้อง
เขาลากศพทั้งสามมารวมกันที่กลางห้อง แววตาครุ่นคิดถึงแผนการต่อไป
“จ้าวฟาง… เจ้าส่งของขวัญมาให้ข้าถึงที่ ข้าก็ควรจะมี ‘ของขวัญตอบแทน’ ส่งกลับไปให้เจ้าบ้าง ตามมารยาท”
หลงเฉินเดินไปหยิบพู่กันและกระดาษ (อีกแล้ว) เขียนข้อความสั้นๆ ด้วยเลือดของนักฆ่าเอง จากนั้นเขาก็เริ่มลงมือจัดการกับศพ… ไม่ใช่การทำลายหลักฐาน แต่เป็นการจัดแต่ง “งานศิลปะ” ที่จะทำให้ตระกูลจ้าวต้องฝันร้ายไปตลอดกาล
“คืนนี้แค่เริ่มต้น…”
หลงเฉินมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงจันทร์ถูกเมฆดำบดบังจนมิด ราวกับสวรรค์กำลังปิดตาไม่อยากรับรู้ความโหดร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น
“พรุ่งนี้เช้า เมืองหมอกเมฆาจะต้องตื่นตะลึง”
(จบบทที่ 9)