ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 11: หอการค้าหมื่นโอสถ
ตอนที่ 11: หอการค้าหมื่นโอสถ
แสงอรุณเบิกฟ้ายามเช้า สาดส่องผ่านม่านหมอกจางๆ ของเมืองหมอกเมฆา ผู้คนเริ่มออกทำมาหากิน บรรยากาศดูคึกคักมีชีวิตชีวา ต่างจากบรรยากาศคุกรุ่นที่หน้าประตูตระกูลจ้าวอย่างสิ้นเชิง
ภายในเรือนไม้เก่าคร่ำครึของหลงเฉิน กลิ่นหอมประหลาดลอยอวลไปทั่วห้อง มันไม่ใช่กลิ่นหอมของดอกไม้ แต่เป็นกลิ่นหอมสดชื่นที่ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง เพียงสูดดมเข้าไปครั้งเดียวก็รู้สึกเหมือนรูขุมขนทั่วร่างเปิดออกรับพลังฟ้าดิน
บนฝ่ามือของหลงเฉิน มีเม็ดยาสีเหลืองนวลขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยกลิ้งไปมาอยู่สามเม็ด ผิวของเม็ดยาเรียบเนียนเป็นมันวาว ราวกับไข่มุกที่แกะสลักจากหยกเนื้อดี มีลวดลายเมฆจางๆ ปรากฏอยู่บนผิว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ “โอสถระดับสมบูรณ์แบบ” (ความบริสุทธิ์ 100%)
“ด้วยสมุนไพรขยะที่หาได้จากตลาดเมื่อวาน ทำได้ดีที่สุดแค่ ‘ยาขัดกายหยกทองคำ’ ระดับต่ำงั้นรึ…”
หลงเฉินถอนหายใจอย่างไม่ค่อยพอใจนัก หากเป็นในอดีต ยาระดับต่ำเช่นนี้เขาคงโยนทิ้งให้สุนัขกิน แต่ในสถานการณ์ที่ขาดแคลนทรัพยากรเช่นนี้ มันคือขุมทรัพย์ที่จะช่วยต่อลมหายใจ
“ยาขัดกายหยกทองคำ แม้จะเป็นยาระดับ 1 แต่มันมีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วน สรรพคุณช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกในกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า เหมาะสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อรากฐานและหลอมรวม… น่าจะขายได้ราคางามพอสมควร”
หลงเฉินเก็บยาลงในขวดกระเบื้องใบเล็กที่ล้างทำความสะอาดแล้ว เขาเหลือบมองหินสีดำที่วางอยู่บนหัวเตียง รอยร้าวบนหินขยายวงกว้างขึ้นเล็กน้อย แสงสีทองจางๆ วูบวาบราวกับสัญญาณชีพจร
“อดทนหน่อยเจ้าตัวกินล้างผลาญ… เดี๋ยวข้าจะไปหา ‘อาหาร’ มาให้”
หลงเฉินเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อผ้าสีดำเรียบง่าย แม้เนื้อผ้าจะดูเก่าและซักจนซีด แต่ความสะอาดสะอ้านและบุคลิกที่สง่างามดุจราชันย์ ทำให้เขาดูโดดเด่นเกินกว่าจะเป็นเพียงนายน้อยตกอับ เขาเหน็บขวดกระเบื้องไว้ที่เอว แล้วมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมือง
เป้าหมายของเขาคือ “หอการค้าหมื่นโอสถ”
…
หอการค้าหมื่นโอสถ คือตึกสูงห้าชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านการค้า มันคือสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งและอำนาจ เป็นสาขาย่อยของมหาอำนาจทางการค้าที่มีเครือข่ายทั่วทั้งทวีป แม้แต่เจ้าเมืองหมอกเมฆายังต้องให้ความเกรงใจผู้ดูแลที่นี่
ผู้คนที่เดินเข้าออกล้วนเป็นชนชั้นสูง ผู้นำตระกูล หรือยอดฝีมือที่มีชื่อเสียง รถม้าหรูหราจอดเรียงรายหน้าประตูทางเข้า บ่งบอกถึงฐานะของผู้มาเยือน
หลงเฉินเดินก้าวขึ้นบันไดหินอ่อนหน้าหอการค้าด้วยท่าทีสบายๆ สายตาของเขาไม่ได้ตื่นเต้นกับความหรูหราตรงหน้า เพราะในความทรงจำของจักรพรรดิโอสถ สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนกระท่อมปลายนาเมื่อเทียบกับตำหนักยาของเขาในอดีต
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
เสียงตะคอกดังขึ้นขวางทาง ทันทีที่เท้าของหลงเฉินแตะธรณีประตู ชายหนุ่มในชุดพนักงานต้อนรับสีน้ำเงินเข้ม รูปร่างผอมเกร็ง ใบหน้าเต็มไปด้วยกระ เดินเข้ามาขวางหน้าด้วยท่าทีรังเกียจ
“เจ้าตาบอดรึไง? ไม่เห็นป้ายรึว่าที่นี่คือหอการค้าหมื่นโอสถ ไม่ใช่โรงทานแจกข้าวต้ม!” พนักงานหนุ่มกวาดตามองเสื้อผ้าเก่าๆ ของหลงเฉินแล้วแสยะยิ้มเหยียดหยาม “ขอทานและสุนัขห้ามเข้า… ไสหัวไป!”
หลงเฉินหยุดเดิน เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ข้ามาทำการค้า” เขาตอบสั้นๆ เสียงเรียบ
“ทำการค้า?” พนักงานหนุ่มหัวเราะลั่น จนลูกค้าคนอื่นหันมามอง “ฮ่าๆๆ! ได้ยินไหมพวกเรา? ไอ้ขอทานนี่บอกว่าจะมาทำการค้า! สภาพอย่างเจ้าเนี่ยนะ? จะเอาอะไรมาขาย? เศษเหล็ก? หรือกางเกงในเก่าๆ ของเจ้า?”
เสียงหัวเราะขบขันดังขึ้นรอบทิศ ลูกค้าบางคนที่เป็นคุณหนูคุณชายจากตระกูลเล็กๆ ต่างพากันซุบซิบและชี้ชวนให้ดูความอับอายของหลงเฉิน
“นั่นมันนายน้อยหลงเฉินแห่งตระกูลหลงไม่ใช่รึ?”
“ได้ข่าวว่าตระกูลหลงตกอับจนแทบไม่มีกิน สงสัยจะจริงแฮะ ถึงขนาดต้องเอาขยะมาขาย”
“ช่างน่าสมเพชจริงๆ…”
หลงเฉินไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เขามองหน้าพนักงานหนุ่มด้วยแววตาสงบนิ่งที่แฝงไปด้วยความเย็นชา
“เจ้าชื่ออะไร?”
“ข้าชื่อ ‘หลิวซาน’ เป็นผู้ช่วยผู้ดูแลชั้นหนึ่ง!” พนักงานหนุ่มยืดอกอวดเบ่ง “ทำไม? อยากจะจำชื่อข้าไปกราบไหว้บูชารึไง?”
“เปล่า” หลงเฉินส่ายหัว “ข้าแค่จะจดจำชื่อของสุนัขที่เห่าใส่ข้า จะได้หักขาถูกตัว”
“สามหาว!” หลิวซานหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ “ไอ้สวะ! ข้าอุตส่าห์พูดดีๆ ไม่ชอบ อยากเจ็บตัวใช่ไหม! ยาม! มาลากตัวมันออกไปโยนทิ้งที่กองขยะหลังร้าน!”
ยามร่างยักษ์สองคนเดินเข้ามาพร้อมกระบองไม้ เตรียมจะเข้าล็อกตัวหลงเฉิน
“ข้ามีโอสถระดับสูงมาขาย” หลงเฉินพูดขึ้นลอยๆ มือขวาล้วงเข้าไปหยิบขวดกระเบื้องออกมาถือไว้ “หากพวกเจ้ากล้าแตะต้องข้า แล้วทำให้โอสถขวดนี้เสียหาย… ต่อให้ขายชีวิตพวกเจ้าทั้งตระกูล ก็ชดใช้ไม่พอ”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่แฝงด้วยพลังอำนาจที่ทำให้ยามทั้งสองชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว
หลิวซานเห็นขวดกระเบื้องในมือหลงเฉินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเยาะเสียงดังกว่าเดิม
“โอสถระดับสูง? ถุย! ขวดกระเบื้องราคาถูกที่ขายตามตลาดนัดใบละหนึ่งเหรียญทองแดงเนี่ยนะใส่โอสถระดับสูง? เจ้าคิดว่าข้าโง่รึไง! ข้างในคงเป็นขี้ดินปั้นเป็นก้อนล่ะสิไม่ว่า!”
หลิวซานหมดความอดทน มันพุ่งเข้ามาหมายจะแย่งขวดกระเบื้องไปโยนทิ้ง แล้วตบหน้าสั่งสอนไอ้เด็กจอมลวงโลกคนนี้
“ส่งมานี่! ข้าจะแฉความลวงโลกของเจ้าให้ดู!”
มือของหลิวซานคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของหลงเฉิน
แต่วินาทีต่อมา… เหตุการณ์กลับตาลปัตร
กร๊อบ!
“อ๊ากกกกกก!”
หลิวซานร้องโหยหวนลั่นหอการค้า ร่างของมันทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น หลงเฉินไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่เกร็งข้อมือและบิดเล็กน้อย นิ้วของหลิวซานที่จับข้อมือเขาก็หักสะบั้นผิดรูปทั้งสี่นิ้ว
“มือสกปรก...” หลงเฉินสะบัดมือเบาๆ ราวกับปัดฝุ่น “ข้าเตือนเจ้าแล้ว”
“มันทำร้ายคน! มันมาปล้นร้าน! ฆ่ามัน! ฆ่ามันเร็วเข้า!” หลิวซานกุมมือที่หัก ร้องตะโกนทั้งน้ำตา
ยามทั้งสองเห็นเพื่อนเจ็บหนักก็หายตกใจ พวกมันคำรามลั่นแล้วเงื้อกระบองฟาดใส่ศีรษะหลงเฉินพร้อมกัน
“ช่างน่ารำคาญ…”
หลงเฉินขมวดคิ้ว เขาไม่อยากเสียเวลาฆ่ามดปลวกพวกนี้ จึงตัดสินใจใช้ “ของจริง” เพื่อยุติปัญหา
นิ้วโป้งของเขาดีดเปิดจุกขวดกระเบื้องออกเพียงเล็กน้อย…
ฟึ่บ!
ทันใดนั้น กลิ่นหอมของสมุนไพรที่เข้มข้นและบริสุทธิ์ก็พุ่งออกมาจากปากขวด ราวกับระเบิดกลิ่นหอม กลิ่นนั้นฟุ้งกระจายไปทั่วโถงชั้นล่างในพริบตา กลบกลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ของลูกค้าและกลิ่นอับของสถานที่จนหมดสิ้น
ยามที่กำลังจะฟาดกระบองชะงักค้างกลางอากาศ จมูกของพวกมันสูดดมกลิ่นหอมเข้าไปโดยอัตโนมัติ ความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความเหนื่อยล้าหายไปเป็นปลิดทิ้ง
“นี่มัน… กลิ่นอะไรกัน?”
“หอมมาก! แค่ได้กลิ่น ข้าก็รู้สึกเหมือนพลังปราณในร่างหมุนเวียนเร็วขึ้น!”
“สวรรค์! หรือว่าจะเป็นโอสถระดับ 3?”
เสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่ ทุกสายตาจับจ้องไปที่ขวดกระเบื้องราคาถูกในมือของหลงเฉินด้วยความตะลึงงัน ไม่เว้นแม้แต่หลิวซานที่ลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ
หลงเฉินปิดจุกขวดลง แล้วกวาดตามองไปรอบๆ ด้วยสายตาของผู้เหนือกว่า
“สุนัขย่อมมองเห็นแต่สิ่งปฏิกูล...” เขาพูดพลางปรายตามองหลิวซาน “หอการค้าหมื่นโอสถอันยิ่งใหญ่ กลับจ้างคนตาบอดจมูกบอดมาเฝ้าประตู ช่างน่าผิดหวัง… ข้าคงต้องเอาโอสถนี้ไปขายที่อื่น”
หลงเฉินทำท่าจะหันหลังเดินกลับ
“ช้าก่อน!!”
เสียงตะโกนแหบพร่าแต่ทรงพลังดังมาจากบันไดชั้นสอง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ ชายชราผมขาวในชุดคลุมยาวสีขาวลายเมฆ รีบวิ่งลงบันไดมาจนหนวดเครากระพือ เขาคือ “ปรมาจารย์กู่” นักปรุงยาระดับ 2 ประจำสาขานี้ ผู้ซึ่งคนทั้งเมืองเคารพนับถือ
ชายชราวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาหาหลงเฉิน จมูกของเขายังคงดมฟุดฟิดหาต้นตอของกลิ่นหอมเมื่อครู่
“กลิ่นอายความบริสุทธิ์ระดับนี้… ไม่มีทางผิดแน่!” ปรมาจารย์กู่พึมพำด้วยความตื่นเต้น มือไม้สั่นเทา “คุณชาย… โปรดรอก่อน! สิ่งที่ท่านถืออยู่… ข้าขอชมเป็นบุญตาได้หรือไม่?”
หลิวซานที่นอนกองอยู่กับพื้นหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นท่าทีนอบน้อมของปรมาจารย์กู่ มันรู้ตัวทันทีว่าหายนะกำลังมาเยือน
หลงเฉินหยุดเดิน หันกลับมามองชายชรา แล้วยิ้มมุมปาก
“ในที่สุดก็มีคนที่มีตามองเห็น ‘ภูเขาไท่’ เสียที”
(จบบทที่ 11)