ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 13: การประมูลเดือด
ตอนที่ 13: การประมูลเดือด
ณ ชั้นใต้ดินของหอการค้าหมื่นโอสถ บรรยากาศอื้ออึงไปด้วยเสียงพูดคุยของผู้ฝึกยุทธ์และพ่อค้าวานิชจากทั่วสารทิศ ที่นี่คือ “โรงประมูลใต้ดิน” แหล่งรวมสมบัติและของหายากที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหมอกเมฆา แสงไฟจากโคมระย้าสาดส่องกระทบเวทีประมูลที่ปูด้วยพรมแดงหรูหรา ตัดกับความมืดสลัวในโซนที่นั่งของผู้เข้าร่วมประมูล
ในขณะที่ผู้คนทั่วไปต้องเบียดเสียดกันอยู่ด้านล่าง บนชั้นลอยซึ่งเป็นโซนห้องรับรองพิเศษระดับ “สวรรค์” กลับเงียบสงบและเป็นส่วนตัว
ภายในห้องรับรองหมายเลขหนึ่ง หลงเฉินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้บุนวมหนังเสือดาว จิบชาหอมกรุ่นด้วยท่วงท่าสบายอารมณ์ โดยมีปรมาจารย์กู่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านข้าง คอยรินชาและกางบัญชีรายชื่อสินค้าให้ดูอย่างนอบน้อม
“ท่านอาจารย์… วันนี้ตระกูลจ้าวส่งคนมาร่วมประมูลด้วยขอรับ” ท่านกู่กระซิบรายงาน “นำโดย ‘จ้าวหยิง’ และคู่หมั้นของนาง ‘หลี่เฟิง’ รวมถึงผู้อาวุโสสามที่คุมคลังสมบัติ ดูเหมือนพวกมันจะขนเงินมาเพียบเพื่อกว้านซื้อสมุนไพรไปรักษาอาการบาดเจ็บของคนในตระกูล และเตรียมตัวสำหรับงานประลองในอีกเจ็ดวันข้างหน้า”
หลงเฉินวางถ้วยชาลง มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ขนเงินมาเยอะงั้นรึ? ดี… ข้าชอบคนรวย ยิ่งรวยยิ่งโง่ ข้ายิ่งชอบ”
สายตาของเขาจับจ้องไปที่รายการประมูลลำดับที่เจ็ดในบัญชีสินค้า
“โสมโลหิตพันปี”
สรรพคุณ: เพิ่มพลังลมปราณมหาศาล รักษาอาการบาดเจ็บภายใน และช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
ราคาเริ่มต้น: 2,000 เหรียญทอง
“โสมโลหิตพันปี…” หลงเฉินแค่นเสียงหัวเราะ “ของเกรดต่ำที่อายุจริงไม่ถึงสามร้อยปี แถมยังถูกเลี้ยงด้วยเลือดสัตว์อสูรธาตุไฟจนแก่นภายในไหม้เกรียม… ของขยะพรรค์นี้ หอการค้าเจ้ากล้าเอามาขึ้นป้ายว่าเป็นของพันปีรึ?”
ท่านกู่หน้าซีดเผือก รีบโขกหัว “ข้าน้อยผิดไปแล้ว! ผู้ตรวจสอบสินค้าชุดก่อนตาต่ำ ตีราคาผิดพลาด ข้าน้อยจะสั่งถอดรายการนี้ออกเดี๋ยวนี้ขอรับ!”
“ไม่ต้อง” หลงเฉินยกมือห้าม แววตาเป็นประกายวาวโรจน์ “ปล่อยมันไว้อย่างนั้นแหละ… ขยะย่อมคู่ควรกับถังขยะ และวันนี้… ข้าเจอ ‘ถังขยะ’ ใบใหญ่ที่พร้อมจะจ่ายเงินซื้อมันแล้ว”
…
การประมูลดำเนินไปอย่างดุเดือด สินค้าหายากหลายรายการถูกประมูลออกไป จนกระทั่งมาถึงรายการไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอย
“เอาล่ะครับทุกท่าน!” พิธีกรบนเวทีประกาศเสียงก้อง “มาถึงสินค้าที่หลายตระกูลต่างหมายปองในวันนี้! สมุนไพรวิเศษที่จะช่วยให้ผู้ฝึกยุทธ์ก้าวกระโดดข้ามขั้นได้ในชั่วข้ามคืน… โสมโลหิตพันปี!”
สาวงามในชุดกี่เพ้าสีแดงสดเดินถือถาดทองคำขึ้นมาบนเวที ผ้าคลุมถูกเปิดออก เผยให้เห็นรากโสมสีแดงก่ำขนาดเท่าแขนเด็ก ส่งกลิ่นหอมของเลือดและพลังปราณจางๆ ออกมา
“โอ้โห! ใหญ่ขนาดนี้ ต้องพันปีแน่ๆ!”
“ถ้าได้กินมัน ข้าคงทะลวงเข้าสู่ขั้นก่อรากฐานได้ทันที!”
เสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่ ในโซนที่นั่ง VIP ฝั่งตรงข้าม จ้าวหยิงและหลี่เฟิงจ้องมองโสมต้นนั้นตาเป็นมัน
“พี่เฟิง! เราต้องได้มันมา!” จ้าวหยิงเขย่าแขนหลี่เฟิง “ถ้าท่านพ่อได้กินมัน อาการบาดเจ็บภายในจากการฝึกวิชาจะหายเป็นปลิดทิ้ง แถมยังอาจจะทะลวงขั้นไปสู้กับพ่อของไอ้สวะหลงเฉินได้สบายๆ!”
“ไม่ต้องห่วงน้องหญิง” หลี่เฟิงยืดอกอย่างมั่นใจ “วันนี้ตระกูลจ้าวขนเงินมาถึง 50,000 เหรียญทอง! ใครหน้าไหนก็แย่งของชิ้นนี้ไปจากเราไม่ได้!”
“ราคาเริ่มต้นที่ 2,000 เหรียญทอง! เริ่มได้!”
“3,000!” หลี่เฟิงชูป้ายประมูลทันที ประกาศศักดาเสียงดัง
ผู้เข้าร่วมประมูลคนอื่นที่กำลังจะยกป้ายถึงกับชะงัก เมื่อเห็นว่าเป็นคนของตระกูลจ้าวและศิษย์สำนักดาบวายุ หลายคนจึงยอมถอยไม่อยากมีปัญหา
“3,000 ครั้งที่หนึ่ง…” พิธีกรเริ่มนับ
“4,000”
เสียงเรียบๆ แต่ทรงพลังดังมาจากห้องรับรองหมายเลขหนึ่ง ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัยว่าใครกล้าลองดีกับตระกูลจ้าว
หลี่เฟิงขมวดคิ้ว “ใครวะ? กล้ามาขัดขาข้า! … 5,000!”
“6,000” เสียงปริศนายังคงไล่ตามมาติดๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังสั่งก๋วยเตี๋ยว
“หนอยแน่… 8,000!” หลี่เฟิงเริ่มเดือด
“10,000”
เสียงฮือฮาดังลั่นโรงประมูล ราคาพุ่งขึ้นไปหมื่นเหรียญทองในพริบตา! นี่มันราคาสูงเกินจริงไปมากแล้วสำหรับโสมพันปี
“ไอ้บ้าเอ้ย!” หลี่เฟิงลุกขึ้นยืน ชี้หน้าไปที่ห้องหมายเลขหนึ่ง “แกเป็นใคร! แน่จริงก็ออกมาให้เห็นหน้าสิ! รู้ไหมว่าข้าเป็นใคร!”
ม่านหน้าต่างห้องหมายเลขหนึ่งค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นเพียงเงามืดของชายหนุ่มที่นั่งจิบชาอยู่ แต่เสียงที่ตอบกลับมานั้น… บาดลึกและกวนประสาทถึงขีดสุด
“ข้าไม่สนว่าเจ้าเป็นใคร… ข้าสนแค่ว่าตระกูลจ้าวที่ร่ำลือกันว่ามั่งคั่ง มีปัญญาจ่ายแค่เศษเงินแค่นี้เองรึ? ถ้าไม่มีเงินก็กลับไปดูดนมแม่เถอะ อย่ามาเสนอหน้าแย่งของกับผู้ใหญ่”
“หลงเฉิน!?” จ้าวหยิงจำเสียงนั้นได้แม่นยำ นางกรีดร้องลั่น “นั่นมันเสียงไอ้สวะหลงเฉิน!”
“หลงเฉินงั้นเรอะ!” หลี่เฟิงเลือดขึ้นหน้า “ไอ้ขยะตระกูลตกอับอย่างแกจะมีเงินหมื่นเหรียญทองได้ยังไง! เจ้าตั้งใจมาป่วนการประมูลชัดๆ!”
“มีหรือไม่มี… หอการค้าย่อมรู้ดี” หลงเฉินตอบกลับ “แต่ดูเหมือนเจ้าจะกลัวจนหัวหดแล้วสินะ? งั้นข้าขอรับโสมนี่ไปต้มซุปให้สุนัขที่บ้านกินก็แล้วกัน… 12,000 เหรียญทอง!”
คำว่า “เอาไปต้มซุปให้สุนัขกิน” เป็นเหมือนการตบหน้าหลี่เฟิงฉาดใหญ่ ศักดิ์ศรีของศิษย์สำนักดาบวายุและว่าที่เขยตระกูลจ้าวค้ำคอจนหน้าแดงก่ำ
“ไอ้สวะ! แกกล้าดูถูกข้า! แกคิดว่าแกมีเงินคนเดียวรึไง! ตระกูลจ้าวข้ามีเงินมหาศาล!” หลี่เฟิงตะโกนลั่นจนลืมปรึกษาผู้อาวุโสข้างกาย “20,000 เหรียญทอง!”
ฝูงชนเงียบกริบ 20,000 เหรียญทอง! นี่มันราคาที่ซื้อคฤหาสน์หลังงามได้ทั้งหลัง!
ผู้อาวุโสตระกูลจ้าวพยายามจะดึงแขนหลี่เฟิง “คุณชายหลี่! ใจเย็นก่อน! ราคามันสูงเกินไปแล้ว!”
“หุบปาก!” หลี่เฟิงสะบัดแขนออก ตอนนี้สติเขาหลุดไปแล้ว “ข้าจะไม่ยอมแพ้ไอ้ขยะนั่นเด็ดขาด!”
หลงเฉินในห้องรับรองยิ้มกว้าง เขาวางถ้วยชาลงแล้วพูดใส่ไมค์ขยายเสียงด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“โอ้… 20,000 เชียวรึ? ใจถึงไม่เบา… งั้นข้าให้ 25,000!”
“30,000!!” หลี่เฟิงตะโกนสวนทันทีโดยไม่คิด
ทั้งโรงประมูลตกตะลึง นี่คือการประมูลที่บ้าคลั่งที่สุดในรอบสิบปี!
“30,000…” หลงเฉินทวนคำเบาๆ แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง
หลี่เฟิงแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ “เป็นไงล่ะ! เงียบไปเลยสิไอ้กระจอก! ไม่มีปัญญาสู้แล้วล่ะสิ! แน่จริงก็ต่อราคาสิ!”
ความเงียบปกคลุมไปทั่ว ทุกคนรอคอยคำตอบจากห้องหมายเลขหนึ่ง
ผ่านไปอึดใจหนึ่ง เสียงปรบมือแปะๆๆ ดังมาจากห้องของหลงเฉิน ตามด้วยน้ำเสียงที่ดู… ขบขัน?
“ยอดเยี่ยม… ยอดเยี่ยมมากคุณชายหลี่ ความโง่… เอ้ย ความรวยของท่านช่างน่าเลื่อมใสยิ่งนัก” หลงเฉินหัวเราะในลำคอ “ข้ายอมแพ้… เชิญท่านเอา ‘รากไม้อบแห้ง’ ราคา 30,000 เหรียญทองนั่นกลับไปกอดให้หนำใจเถอะ ข้าไม่นิยมแย่งของเล่นกับคนปัญญาอ่อน”
“ปึง!”
เสียงค้อนประมูลทุบลงทันที “ปิดการประมูล! โสมโลหิตพันปี ตกเป็นของคุณชายหลี่เฟิง ในราคา 30,000 เหรียญทอง!”
หลี่เฟิงยืนหอบหายใจด้วยความสะใจ แต่สักพักเขาก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ… ทำไมสายตาคนรอบข้างที่มองมา ถึงไม่ใช่สายตาชื่นชม แต่เป็นสายตาที่เหมือนมอง… คนโง่?
“สะ… สามหมื่นเหรียญทอง…” ผู้อาวุโสตระกูลจ้าวหน้ามืดจะเป็นลม “คุณชายหลี่… ท่าน… ท่านผลาญงบประมาณของเราไปเกือบหมดแล้ว! แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อยารักษาท่านผู้นำ!”
“แต่… แต่เราได้โสมพันปีมานะ!” หลี่เฟิงแก้ตัวเสียงอ่อย
ในขณะเดียวกัน บนห้องรับรองชั้นสอง
หลงเฉินมองดูภาพความวุ่นวายด้านล่างด้วยความบันเทิงใจ เขาหันไปพยักหน้าให้ท่านกู่
“เอาล่ะ… ตอนนี้กระเป๋าเงินของตระกูลจ้าวฉีกจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว คู่แข่งทางการเงินของข้าหมดไปหนึ่ง”
เขายื่นกระดาษรายการสินค้าให้ท่านกู่
“ไปเหมาสมุนไพรรายการที่ 15, 22 และ 38 มาให้หมด… พวกมันเป็นของดูเหมือนไร้ค่าที่ไม่มีใครสนใจ แต่สำหรับข้า มันคือวัตถุดิบสำคัญในการปรุง ‘ยาระเบิดชีพจร'”
“และที่สำคัญ…” หลงเฉินดวงตาเป็นประกาย “ด้วยเงินที่พวกมันจ่ายไป 30,000 เหรียญทองนั้น… ท่านกู่ เจ้าคงรู้ใช่ไหมว่าจะต้องแบ่งกำไรให้ข้าเท่าไหร่ ในฐานะที่ข้าช่วยปั่นราคาให้หอการค้าของเจ้า”
ท่านกู่ยิ้มกว้างจนตาหยี “แน่นอนขอรับท่านอาจารย์! ส่วนแบ่ง 50% ตามที่ตกลงกัน… 15,000 เหรียญทอง จะถูกโอนเข้าบัญชีท่านทันที!”
หลงเฉินลุกขึ้นยืน ปัดชายเสื้อคลุม
“ได้เงินมาฟรีๆ แถมยังทำให้ศัตรูหมดตัวและได้ของขยะไปครอง… ช่างเป็นวันที่สดใสจริงๆ”
“ทีนี้… ตระกูลจ้าวคงต้องกระอักเลือดเป็นครั้งที่สอง เมื่อรู้ว่าโสมนั่นนอกจากจะรักษาไม่ได้แล้ว ยังมี ‘พิษไฟ’ ที่จะทำให้คนกินธาตุไฟเข้าแทรกจนพิการ”
หลงเฉินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เบื้องหลังเต็มไปด้วยความโกลาหลและความพินาศทางการเงินของตระกูลจ้าว
(จบบทที่ 13)