ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 19: กลับเมืองอย่างผู้ชนะ
ตอนที่ 19: กลับเมืองอย่างผู้ชนะ
แสงแรกแห่งอรุณรุ่งสาดส่องลงมากระทบผืนป่าหมอกอสูร ขับไล่ความมืดมิดและกลิ่นอายความตายที่ปกคลุมมาตลอดทั้งคืนให้จางหายไป หยาดน้ำค้างบนยอดหญ้าสะท้อนแสงระยิบระยับราวกับอัญมณี ทว่า… ในถ้ำหินลับตาคนบริเวณชายป่า กลับมี “อัญมณี” ที่ร้อนแรงและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังเปล่งประกาย
ภายในถ้ำ หลงเฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนโขดหิน ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่แน่นกระชับและสมส่วน ผิวหนังของเขาแดงก่ำราวกับเหล็กเผาไฟ ไอความร้อนระอุพวยพุ่งออกมาจากรูขุมขนจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
ในมือของเขาคือ “ผลหัวใจโลหิต” ที่แย่งชิงมาจากจ้าวผิง มันส่งกลิ่นหอมหวานและเย้ายวนใจ
“กินสิ! กินเข้าไปเลย! ข้าหิวจะแย่อยู่แล้ว!” เสียงของเจ้าเสี่ยวเฮยดังรบกวนในหัวไม่หยุดหย่อน “เปลือกผลไม้ข้าจองนะ! แกนกลางเจ้าเอาไป!”
“เงียบหน่อย…” หลงเฉินขมวดคิ้วปราม “ข้ากำลังจะทะลวงด่าน ถ้าเจ้ากวนสมาธิข้าจนธาตุไฟเข้าแทรก เราได้ตายคู่แน่”
หลงเฉินสูดหายใจลึก ปรับลมหายใจให้เป็นจังหวะเดียวกับชีพจรที่เต้นตุบๆ อยู่ใต้ผิวหนัง จากนั้นจึงโยนผลหัวใจโลหิตเข้าปาก เคี้ยวและกลืนลงไปในคำเดียว
ตูม!
ทันทีที่ผลไม้วิเศษตกถึงท้อง รสชาติหวานล้ำก็แปรเปลี่ยนเป็นกระแสธารลาวาที่ร้อนระอุ พลังงานบริสุทธิ์มหาศาลระเบิดออก วิ่งพล่านไปตามเส้นชีพจรทั้งสิบสองเส้นราวกับม้าป่าคะนองศึก มันปะทะเข้ากับผนังของจุดตันเถียนอย่างบ้าคลั่ง
“อึก!”
หลงเฉินกัดฟันแน่น เหงื่อกาฬไหลพราก ความเจ็บปวดจากการขยายตัวของเส้นลมปราณนั้นสาหัสสากรรจ์ แต่สำหรับอดีตจักรพรรดิผู้เคยผ่านการชุบตัวในบ่อพิษมาแล้ว นี่เป็นเพียงเรื่องจิ๊บจ๊อย
“ด้วยเลือดของจ้าวผิงและสมุนไพรนี้… มันต้องพอ!”
หลงเฉินประสานอินด้วยมือทั้งสองข้าง โคจรเคล็ดวิชา “มังกรอสูรกลืนโลหิต” ขั้นสูงสุด บังคับให้พลังงานที่บ้าคลั่งเหล่านั้นสงบลงและหลอมรวมเข้ากับเกล็ดมังกรที่กำลังก่อตัว
เสียง กรอบแกรบ ดังขึ้นภายในร่างกาย กระดูกทุกชิ้นสั่นสะเทือน เลือดเนื้อถูกผลัดเปลี่ยน เซลล์เก่าที่อ่อนแอถูกทำลายและสร้างใหม่ด้วยเซลล์มังกรที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า
ปัง!
เสียงดังสนั่นขึ้นในจิตวิญญาณ กำแพงที่กั้นขวางระหว่างระดับ “ก่อรากฐาน” และ “หลอมรวมปราณ” ถูกทลายลงจนสิ้นซาก!
กระแสลมปราณในร่างหมุนวนเป็นพายุ ก่อตัวเป็นรูปมังกรสีแดงฉานที่จุดตันเถียน รัศมีพลังสีแดงแผ่พุ่งออกจากร่างของหลงเฉิน กระแทกผนังถ้ำจนสั่นสะเทือน หินผาร่วงกราวลงมา
หลงเฉินลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีดำสนิทบัดนี้มีวงแหวนสีทองจางๆ ล้อมรอบรูม่านตา
ระดับหลอมรวมปราณ… ขั้นที่ 1!
“สำเร็จ…”
หลงเฉินยกมือขึ้นกำหมัด สัมผัสได้ถึงพละกำลังที่เอ่อล้น พลังปราณในร่างตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงไอหมอกจางๆ อีกต่อไป แต่ควบแน่นจนเกือบจะเป็นของเหลว พลังกายของเขาเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าจากเมื่อวาน
“สุดยอด! กลิ่นอายเจ้าตอนนี้เหมือนสัตว์ประหลาดขึ้นทุกที!” เสี่ยวเฮยร้องทัก “และข้าเองก็ได้อานิสงส์ไปด้วย… ดูสิ! เปลือกข้า!”
หลงเฉินก้มมองหินสีดำที่วางอยู่ข้างตัว รอยร้าวบนเปลือกขยายใหญ่ขึ้นจนเกือบจะรอบวง แสงสีทองส่องสว่างเจิดจ้า เห็นเงาตะคุ่มๆ ของสิ่งมีชีวิตข้างในที่กำลังดิ้นดุ๊กดิ๊ก
“ใกล้แล้วสินะ…” หลงเฉินยิ้มมุมปาก หยิบเสื้อคลุมสีดำที่เต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรังมาสวมทับ แล้วหยิบห่อผ้าที่บรรจุ “หัว” ของจ้าวผิงมาผูกที่เอว
“ได้เวลากลับบ้านแล้ว… ป่านนี้ทุกคนคงกำลังรอ ‘ข่าวดี’ อยู่”
…
ณ ประตูเมืองทิศเหนือ เมืองหมอกเมฆา
บรรยากาศยามเช้าเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทหารยามของเมืองเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นสองเท่า และมีองครักษ์ของตระกูลจ้าวมายืนคุมเชิงอยู่ด้วย พวกมันตรวจค้นคนเข้าออกอย่างละเอียด โดยเฉพาะคนที่ดูมีพิรุธหรือได้รับบาดเจ็บ
“หยุด! เปิดสัมภาระเดี๋ยวนี้!” องครักษ์ตระกูลจ้าวตะคอกใส่พ่อค้าเร่คนหนึ่ง
“เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ? ทำไมวันนี้เข้มงวดนัก?” ชาวบ้านกระซิบถามกัน
“เจ้าไม่รู้หรือ? นายน้อยจ้าวผิงนำคนเข้าไปล่าสัตว์ในป่าเมื่อคืน แล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ท่านผู้นำตระกูลจ้าวสั่งปิดล้อมป่าและตรวจค้นทุกคนที่ออกมา!”
ในขณะที่ฝูงชนกำลังเข้าแถวรอการตรวจ ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่ปลายถนนดินลูกรังที่ทอดยาวมาจากป่า
เขาเดินมาเพียงลำพัง สวมชุดคลุมสีดำที่ขาดวิ่นและเปื้อนคราบเลือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง แต่ท่วงท่าการเดินกลับสง่างามและมั่นคงดุจขุนเขา กลิ่นอายเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้ฝูงชนที่ยืนขวางทางต้องแหวกออกเป็นทางเดินโดยอัตโนมัติ
“นั่นมัน…”
“ชุดแบบนั้น… หรือว่าจะเป็นขอทาน?”
“เดี๋ยวสิ… หน้าตานั่นมัน… นายน้อยหลงเฉิน!”
เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีเมื่อหลงเฉินเดินเข้ามาใกล้ประตูเมือง
องครักษ์ตระกูลจ้าวสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่จำเขาได้ทันที พวกมันแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมแล้วเดินเข้ามาขวางทางพร้อมหอกในมือ
“อ้าวๆ… ดูซิว่าใครโผล่หัวออกมาจากรู” หนึ่งในองครักษ์หัวเราะเยาะ “นายน้อยขยะหลงเฉินนี่เอง สภาพดูไม่ได้เลยนะ ไปคลุกฝุ่นที่ไหนมาล่ะ? หรือว่าหนีเข้าไปซ่อนในป่าเพราะกลัวตาย?”
“หยุดเดี๋ยวนี้!” องครักษ์อีกคนตะคอก “ท่านผู้นำมีคำสั่ง ห้ามใครเข้าออกจนกว่าจะพบนายน้อยจ้าวผิง เจ้าเป็นผู้ต้องสงสัย คุกเข่าลงแล้วให้พวกข้าค้นตัวซะดีๆ!”
หลงเฉินหยุดเดิน เงยหน้ามองสุนัขเฝ้าประตูทั้งสองด้วยสายตาว่างเปล่า
“ถอยไป”
คำพูดสั้นๆ เพียงสองคำ แต่กลับดังก้องกังวานในหูของทุกคนราวกับเสียงฟ้าร้อง
“ฮ่าๆๆ! ถอยไป? เจ้าสั่งพวกข้ารึ?” องครักษ์หัวเราะลั่น “ไอ้ขยะ! เจ้าคิดว่าที่นี่คือบ้านเจ้ารึไง! วันนี้ถ้าไม่คลานลอดหว่างขาข้าเข้าไป เจ้าก็อย่าหวังจะได้ผ่าน...”
ยังพูดไม่ทันจบประโยค
ตึง!
แรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็นกระแทกลงมาที่ร่างขององครักษ์ทั้งสองอย่างรุนแรง
“อ๊ากกก!”
เข่าของพวกมันทรุดฮวบลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น กระเบื้องปูพื้นแตกละเอียด ร่างกายสั่นเทิ้มเหมือนแบกภูเขาไว้บนบ่า เลือดกำเดาไหลทะลักออกมา
“นี่มัน… แรงกดดันระดับไหนกัน!”
“แค่จิตสังหารก็ทำให้ยอดฝีมือระดับก่อรากฐานคุกเข่าได้แล้วรึ?”
ฝูงชนหวีดร้องด้วยความตกใจ ไม่มีใครเห็นหลงเฉินขยับมือแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ยืนนิ่งๆ และปลดปล่อยพลังปราณระดับ “หลอมรวม” ออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“ข้าบอกให้ถอย…” หลงเฉินก้าวเดินผ่านร่างที่คุกเข่าขององครักษ์ไปอย่างช้าๆ “ไม่ใช่ให้มาเห่า”
องครักษ์ทั้งสองพยายามจะลุกขึ้นสู้ แต่ความกลัวที่ฝังลึกเข้าไปในจิตวิญญาณทำให้พวกมันขยับไม่ได้ ทำได้เพียงมองแผ่นหลังของหลงเฉินที่เดินผ่านประตูเมืองไปอย่างผู้ชนะ
…
ตลอดทางที่หลงเฉินเดินผ่าน ผู้คนต่างมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากสายตาดูแคลนกลายเป็นความสงสัยและหวาดหวั่น ข่าวลือเรื่องที่เขาจัดการคนของตระกูลนาหลันเริ่มแพร่สะพัด และภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ยิ่งตอกย้ำว่า “ขยะตระกูลหลง” ได้เปลี่ยนไปแล้ว
หลงเฉินเดินตรงกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลหลงทันที
ที่หน้าประตูใหญ่ตระกูลหลง บรรยากาศเงียบเหงาและหดหู่ เหล่ายามยืนเฝ้าด้วยสีหน้ากังวล หลงจ้าน ผู้นำตระกูล เดินวนไปวนมาอยู่ที่ลานหน้าบ้านด้วยความร้อนใจ เขาไม่ได้นอนมาทั้งคืนเพราะเป็นห่วงลูกชายที่หายตัวไป
“ท่านผู้นำ! ท่านผู้นำขอรับ!”
ยามหน้าประตูตะโกนเสียงหลง “นายน้อย! นายน้อยกลับมาแล้วขอรับ!”
หลงจ้านหันขวับ รีบวิ่งออกไปดูทันที
เมื่อเห็นร่างของหลงเฉินเดินเข้ามาในสภาพมอมแมมแต่ไร้บาดแผล หัวใจของผู้เป็นพ่อก็โล่งอก แต่เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่เปลี่ยนไปของลูกชาย ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ
“เฉินเอ๋อ...” หลงจ้านเดินเข้าไปหา จับไหล่ลูกชายแน่น “เจ้า… เจ้าปลอดภัยดีนะ? แล้ว… แล้วพลังปราณในร่างเจ้านี่มัน…”
หลงจ้านชะงัก กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ระดับหลอมรวมปราณ!?”
เสียงอุทานของหลงจ้านดังลั่นจนเหล่าผู้อาวุโสและคนรับใช้ที่ตามออกมาต้องตกตะลึง
“เป็นไปได้ยังไง! เมื่อวานเขายังอยู่แค่ระดับก่อรากฐาน!”
“ข้ามขั้นใหญ่ในคืนเดียว? นี่มันปาฏิหาริย์หรือปีศาจ!”
หลงเฉินยิ้มบางๆ ให้บิดา
“ข้าไปเดินเล่นในป่ามานิดหน่อยครับท่านพ่อ… ได้ของดีติดไม้ติดมือมาบ้าง เลยเผลอทะลวงขั้นโดยไม่รู้ตัว”
คำตอบที่ดูถ่อมตัวแต่กวนประสาททำให้หลงจ้านหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้
“เจ้าเด็กบ้านี่! ทะลวงขั้นระดับหลอมรวมเรียกว่า ‘เผลอ’ ได้รึ!” หลงจ้านส่ายหัวด้วยความทึ่ง “แต่ก็ดี! ดีมาก! สวรรค์คุ้มครองตระกูลหลงจริงๆ! ด้วยพลังระดับนี้ เจ้าก็สามารถเข้าร่วมงานประลองในอีกเจ็ดวันได้แล้ว!”
“งานประลอง?” หลงเฉินเลิกคิ้ว
“ใช่… จ้าวฟางท้าประลองเป็นตายกับตระกูลเรา” หลงจ้านสีหน้าเคร่งเครียดลง “แต่ตอนนี้พ่อไม่กลัวแล้ว มีเจ้าอยู่ พ่อเชื่อว่าเรามีหวัง”
“ไม่ต้องห่วงครับท่านพ่อ”
หลงเฉินตบที่ห่อผ้าข้างเอวเบาๆ
“ข้าเตรียมของขวัญชิ้นพิเศษไว้ให้ท่านลุงจ้าวฟางแล้ว… รับรองว่าเขาจะต้อง ‘ประทับใจ’ จนน้ำตาไหลพรากแน่นอน”
รอยยิ้มอำมหิตปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลงเฉินอีกครั้ง การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกลับบ้าน... แต่มันคือการกลับมาเพื่อทวงคืนบัลลังก์และเปิดฉากสงครามล้างตระกูลอย่างเป็นทางการ!
(จบบทที่ 19)