ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 23: หมาหมู่
ตอนที่ 23: หมาหมู่
ความเงียบสงัดที่เข้าปกคลุมตระกูลหลงหลังจากค่ายกลพิฆาตมังกรแผลงฤทธิ์นั้น เป็นความเงียบที่น่าอึดอัดใจสำหรับผู้ที่ยังเหลือรอด แม้จ้าวฟางและองครักษ์นับร้อยจะถูกกวาดล้างไปอย่างโหดเหี้ยม แต่ขั้วอำนาจของตระกูลจ้าวนั้นฝังรากลึกเกินกว่าจะล่มสลายในคืนเดียว จ้าวหยิงที่หนีรอดไปได้พร้อมกับความแค้นที่สลักลึกถึงกระดูก ได้ใช้ตราประทับฉุกเฉินเรียกตัว “พันธมิตร” ที่ตระกูลจ้าวเคยให้การสนับสนุนไว้ออกมา
รุ่งสางของวันต่อมา แทนที่จะเป็นความสงบสุข ประตูหน้าตระกูลหลงกลับถูกล้อมกรอบอีกครั้ง แต่คราวนี้ผู้มาเยือนไม่ใช่กองทัพองครักษ์ที่เน้นจำนวน ทว่ากลับเป็นกลุ่มคนที่มีกลิ่นอายพลังปราณแหลมคมและดุดันยิ่งกว่า
“นั่นมัน… ‘สามพยัคฆ์โลหิต’ จากเมืองเมฆาคลั่ง!”
“แล้วนั่น… ‘ตาเฒ่ากระดูกเหล็ก’ นักวางค่ายกลพเนจรที่ว่ากันว่ามีฝีมือระดับ 3!”
ชาวเมืองที่เริ่มออกมามุงดูต่างพากันหน้าซีดเผือด ตระกูลจ้าวทุ่มทุนสร้างครั้งสุดท้ายด้วยการจ้างยอดฝีมือรับจ้างระดับ ‘หลอมรวมปราณ ขั้นที่ 6 และ 7’ ถึงสี่คน รวมถึงปรมาจารย์ด้านค่ายกลมาเพื่อทำลายปราการของตระกูลหลงโดยเฉพาะ นี่คือการรุมกินโต๊ะแบบไม่สนศักดิ์ศรี หรือที่ชาวยุทธ์เรียกว่า “หมาหมู่” อย่างแท้จริง
“หลงเฉิน! ไสหัวออกมา!” เสียงแหบพร่าของตาเฒ่ากระดูกเหล็กดังขึ้นพร้อมกับไม้เท้าทองเหลืองที่กระแทกลงพื้น “ข้าได้ยินว่าเจ้าใช้ค่ายกลเด็กเล่นมาสังหารคนไปนับร้อย วันนี้ข้าจะแสดงให้เห็นว่า ค่ายกลที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร!”
ภายในคฤหาสน์ หลงเฉินนั่งจิบชาอย่างใจเย็นบนระเบียงไม้ โดยมีเสี่ยวเฮยนอนหงายท้องพุงกางอยู่ข้างๆ มันใช้หางงูเขี่ยเศษหินปราณที่กินเหลืออย่างเกียจคร้าน
“เหอะ! ไอ้แก่หนังเหี่ยวข้างนอกนั่นมันบอกว่าค่ายกลเจ้าเป็นของเด็กเล่นรึ?” เสี่ยวเฮยแค่นเสียงเย้ยหยัน “มันนั่นแหละที่ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังยืนอยู่บนปากเหว ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายค่ายกลขยะๆ ของมัน… อือหือ เหม็นสาบความโง่ชะมัด!”
หลงเฉินวางถ้วยชาลง ดวงตาคมกริบเหลือบมองออกไปนอกกำแพง “ยอดฝีมือจากเมืองอื่นงั้นรึ… ดีเหมือนกัน เลือดของคนพวกนี้น่าจะเข้มข้นกว่าพวกสุนัขรับใช้ในเมืองนี้ ข้ากำลังต้องการพลังงานเพื่อทะลวงเข้าสู่ขั้นที่ 2 ของระดับหลอมรวมพอดี”
“ท่านพ่อ ท่านพักผ่อนเถอะ” หลงเฉินหันไปบอกหลงจ้านที่ยืนหน้าเครียดอยู่ข้างๆ “พวกหมาหมู่พวกนี้ ข้าจะออกไปจัดการเอง”
หลงเฉินเดินออกมาหน้าประตูใหญ่ด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทันทีที่เขาปรากฏตัว รังสีฆ่าฟันจากยอดฝีมือทั้งสี่ก็พุ่งเข้าใส่เขาทันทีราวกับคลื่นยักษ์ แต่หลงเฉินกลับยืนหยัดมั่นคงดุจหน้าผาหินที่ขวางกั้นมหาสมุทร
“หึ! นี่น่ะรึเด็กเมื่อวานซืนที่ทำตระกูลจ้าวพินาศ?” หนึ่งในสามพยัคฆ์โลหิตที่สะพายดาบใหญ่แค่นเสียง “หน้าตาอย่างกับคุณชายสำอาง ข้าจะสับเจ้าให้เป็นชิ้นๆ แล้วเอาไปทำลูกชิ้นปลา!”
“ตาเฒ่า…” หลงเฉินเมินคำด่านั้นแล้วหันไปหาตาเฒ่ากระดูกเหล็ก “เจ้าบอกว่าจะโชว์ค่ายกลที่แท้จริงงั้นรึ? งั้นก็เริ่มเถอะ ข้ามีเวลาให้เจ้าแค่สามอึดใจ ไม่อย่างนั้นมันจะน่าเบื่อเกินไป”
“ปากดีนัก!” ตาเฒ่ากระดูกเหล็กคำราม มันสะบัดมือขว้างธงค่ายกลสีดำแปดธงลงรอบตัวหลงเฉินอย่างรวดเร็ว “ค่ายกลแปดทิศกักวิญญาณ… ทำงาน!”
สายฟ้าสีม่วงแลบแปลบปลาบเชื่อมต่อระหว่างธงทั้งแปด ก่อตัวเป็นคุกสายฟ้าขนาดมหึมาที่บีบอัดเข้าหาหลงเฉิน แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นดินรอบตัวเขายุบตัวลงไปกว่าสามนิ้ว สามพยัคฆ์โลหิตเห็นดังนั้นก็แสยะยิ้มอำมหิต พุ่งเข้าใส่หลงเฉินจากสามทิศทางพร้อมอาวุธในมือ
“ตาย!”
คมดาบ คมง้าว และโซ่เหล็ก พุ่งเข้าหาจุดตายของหลงเฉินพร้อมกับสายฟ้าที่ฟาดลงมา
ทว่า… หลงเฉินกลับหัวเราะออกมา
“ค่ายกลแปดทิศกักวิญญาณ? เจ้าใช้จุดศูนย์กลางไว้ที่ทิศเหนือ แต่ลืมไปว่าธงทิศใต้ของเจ้ามันเอียงไปเพียงครึ่งนิ้ว…” หลงเฉินขยับเท้าเพียงก้าวเดียวอย่างแผ่วเบา แต่กลับดูเหมือนเขาเคลื่อนที่ผ่านมิติไปปรากฏอยู่ข้างหลังหนึ่งในพยัคฆ์โลหิต
“สำหรับข้า… ค่ายกลของเจ้ามันมีรูรั่วเท่ามหาสมุทร!”
หลงเฉินใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปที่อากาศธาตุเบาๆ พลังปราณมังกรอสูรสีแดงเข้มพุ่งออกจากปลายนิ้ว กระแทกเข้ากับกระแสพลังของค่ายกลสายฟ้า
บึ้ม!!
เกิดการสะท้อนกลับของพลังงานอย่างรุนแรง ค่ายกลที่ควรจะกักขังหลงเฉินกลับระเบิดออกเข้าใส่ผู้สร้างและพยัคฆ์ทั้งสาม ตาเฒ่ากระดูกเหล็กกระเด็นหงายหลัง กระอักเลือดออกมาพร้อมฟันปลอมที่หลุดกระจัดกระจาย
“อะ… อะไรกัน! มันแก้ค่ายกลข้าในพริบตาเดียว!?”
ในจังหวะที่ศัตรูกำลังตกตะลึง หลงเฉินไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย ร่างของเขาพุ่งทะยานราวกับลูกศรสีเลือด เข้าประชิดตัวพยัคฆ์คนแรกที่ถือดาบใหญ่
“เจ้าบอกว่าจะทำข้าเป็นลูกชิ้นปลาใช่ไหม?” หลงเฉินกระซิบข้างหู
ฉัวะ!
กรงเล็บมังกรที่อาบไปด้วยปราณสีแดงฉาน ตะปบเข้าที่หน้าอกของอีกฝ่ายแล้วกระชากออกมาอย่างโหดเหี้ยม หัวใจที่ยังเต้นอยู่ถูกบีบจนแหลกละเอียดในมือของหลงเฉิน
“อู้ววว! โหดจัดปลัดบอก!” เสี่ยวเฮยส่งเสียงเชียร์ “คนต่อไปขอแขนนะ ข้าจะเอามาแทะเล่น!”
พยัคฆ์ที่เหลืออีกสองคนและตาเฒ่ากระดูกเหล็กเริ่มสติหลุด พวกมันไม่เคยเจอใครที่ทั้งเก่งวรยุทธ์และเชี่ยวชาญค่ายกลได้ขนาดนี้ในร่างเด็กหนุ่มคนเดียว
“รุมมัน! รุมมันสิโว้ย!” ตาเฒ่าตะโกนลั่น พลางพยายามจะร่ายมนต์บทใหม่
แต่หลงเฉินไม่ให้โอกาสนั้น เขาเตะซากศพแรกเข้าใส่พยัคฆ์คนที่สองเพื่อดึงความสนใจ ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาคนสุดท้ายแล้วใช้ “วิชามังกรอสูรกลืนโลหิต” ผ่านฝ่ามือที่แปะเข้ากับใบหน้าของมัน
วูบ!
ร่างของยอดฝีมือขั้น 7 เหี่ยวแห้งลงในอึดใจเดียว ท่ามกลางสายตาหวาดผวาของชาวเมืองที่ยืนดูอยู่ไกลๆ นี่ไม่ใช่การต่อสู้ของจอมยุทธ์ แต่นี่คือการสังหารหมู่โดยเครื่องจักรฆ่ามนุษย์
“ปีศาจ… แกมันปีศาจ!” พยัคฆ์คนสุดท้ายทิ้งง้าวในมือแล้วโกยแน่บหนีไปทางประตูเมือง
หลงเฉินไม่ได้วิ่งตาม แต่เขากลับหยิบธงค่ายกลที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาหนึ่งอัน แล้วขว้างออกไปราวกับหอก
ฉึก!
ธงพุ่งทะลุกลางหลังยอดฝีมือคนนั้น ปักตรึงร่างของมันไว้กับกำแพงเมืองอย่างแน่นหนา เลือดสีแดงสดไหลเป็นทางยาว
สุดท้าย เหลือเพียงตาเฒ่ากระดูกเหล็กที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่กลางถนน
“ข้า… ข้าผิดไปแล้ว นายน้อยหลง โปรดเมตตา…”
“เมตตา?” หลงเฉินเดินเข้าไปหาช้าๆ ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยแรงกดดัน “เจ้ามาเพื่อทำลายบ้านข้า ฆ่าคนในตระกูลข้า… และตอนนี้เจ้าขอเมตตา?”
หลงเฉินก้มลงกระซิบ “ข้าจะให้เมตตาเจ้าอย่างหนึ่ง… คือการให้เจ้าตายไปพร้อมกับค่ายกลที่เจ้าภูมิใจนักหนา”
หลงเฉินกระแทกฝ่ามือลงบนพื้นดิน กระตุ้นค่ายกลที่ตาเฒ่าวางทิ้งไว้ให้ย้อนกลับมาเผาผลาญตัวมันเอง สายฟ้าสีม่วงรุมทึ้งร่างของชายชราจนกลายเป็นเถ้าถ่านในไม่กี่วินาที
หลงเฉินยืนอยู่กลางถนนที่เต็มไปด้วยซากศพของยอดฝีมือจากต่างเมือง เขาปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อเบาๆ ราวกับเพิ่งเสร็จจากการทำงานบ้านธรรมดาๆ
“เห้อ… จบเร็วจัง ข้ายังดูไม่จุใจเลย” เสี่ยวเฮยบ่นพึมพำ “แต่ก็เอาเถอะ เลือดพวกนี้รสชาติดีกว่าพวกก่อนหน้านี้เยอะ ข้าให้ผ่าน!”
หลงเฉินหันกลับไปมองจ้าวหยิงที่แอบดูอยู่จากมุมตึก นางหวีดร้องแล้ววิ่งหนีหายไปในฝูงชน
“กลับไปบอกเบื้องหลังของเจ้าซะ…” หลงเฉินตะโกนด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังจนคนทั้งเมืองได้ยิน “จะหมาหมู่ หรือจะขนมาทั้งกองทัพ… ข้า หลงเฉิน ก็จะฆ่าให้เกลี้ยงไม่ให้เหลือแม้แต่วิญญาณ!”
ในวันนั้น ชื่อของหลงเฉินไม่ได้เป็นเพียงนายน้อยขยะอีกต่อไป แต่เป็นชื่อที่ใครได้ยินก็ต้องขนลุกชัน และเป็นสัญลักษณ์ของการล่มสลายของยุคสมัยเก่าในเมืองหมอกเมฆาอย่างแท้จริง