ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 3: เคล็ดวิชามังกรอสูรกลืนโลหิต
ตอนที่ 3: เคล็ดวิชามังกรอสูรกลืนโลหิต
หลังจากจัดการกับหม่าลิ่วจนมันหนีหัวซุกหัวซุนไป หลงเฉินรู้ดีว่าเวลาของเขามีเหลือไม่มาก ความสงบสุขจอมปลอมกำลังจะหมดไป พายุใหญ่จากฮูหยินรองและตระกูลจ้าวกำลังจะโหมกระหน่ำเข้ามา หากเขายังอยู่ในสภาพร่างกายที่อ่อนแอเช่นนี้ อย่าว่าแต่จะแก้แค้นเลย เพียงแค่จะรักษาชีวิตรอดให้พ้นคืนนี้ก็ยังยากเต็มที
“ข้าต้องแข็งแกร่งขึ้น… เดี๋ยวนี้!”
หลงเฉินปิดประตูลงกลอนแน่นหนา แม้ประตูจะพังไปบ้างแต่มันก็พอจะกั้นสายตาคนภายนอกได้ เขาหันกลับมาสำรวจห้องที่รกระเกะระกะ สายตาคมกริบกวาดมองไปตามมุมห้องและใต้เตียงที่เต็มไปด้วยไหและห่อกระดาษเก่าๆ
ในสายตาคนทั่วไป สิ่งของเหล่านี้คือขยะ คือสมุนไพรด้อยคุณภาพ หรือแม้กระทั่งพืชพิษที่ไม่มีใครต้องการ ซึ่งหลงเฉินคนเก่าเก็บสะสมไว้ด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าจะใช้มันรักษาอาการป่วยของตนเองได้ แต่มันกลับกลายเป็นขุมทรัพย์สำหรับ “จักรพรรดิโอสถ” ในยามนี้
“หญ้าวิญญาณเน่า… ดอกหนามโลหิต… ดีงูสามเหลี่ยมแห้ง…”
หลงเฉินหยิบจับสมุนไพรแต่ละชิ้นขึ้นมาดมและตรวจสอบสรรพคุณอย่างรวดเร็ว มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“ยอดเยี่ยม… แม้จะเป็นของต่ำชั้น แต่พิษสงของมันรุนแรงพอตัว สำหรับร่างกายที่เปราะบางนี้ ยาบำรุงล้ำค่าเปรียบเสมือนยาพิษ เพราะร่างกายรับไม่ไหว แต่ยาพิษ… กลับจะเป็นยาวิเศษ!”
ในอดีต หลงเฉินคนเก่าถูกวางยา “พิษเจ็ดหนอนตัดชีพจร” พิษชนิดนี้มีคุณสมบัติเย็นจัดและเหนียวหนืด มันเกาะกินเส้นลมปราณจนอุดตันแข็งดั่งหินผา หากใช้วิธีทะลวงลมปราณแบบปกติ เส้นลมปราณที่เปราะบางของเขาคงจะแตกสลายและตายในทันที
วิธีเดียวที่จะทำลายพิษนี้ได้ คือการใช้ “พิษล้างพิษ”
หลงเฉินกวาดสมุนไพรพิษทั้งหมดมากองรวมกันบนโต๊ะ เขาไม่มีเตาหลอมยา ไม่มีไฟวิเศษ มีเพียงกระถางธูปดินเผาเก่าๆ ใบหนึ่ง เขาเทน้ำเปล่าลงไปในกระถางธูป โยนสมุนไพรพิษทั้งห้าชนิดลงไป จากนั้นจึงกัดปลายนิ้วตนเอง หยดเลือดสดๆ ลงไปสามหยดเพื่อเป็นตัวกระตุ้นฤทธิ์ยา
“ด้วยระดับพลังตอนนี้ ข้ายังเรียกไฟปราณออกมาไม่ได้… แต่แค่วิธีสกัดเย็นก็น่าจะเพียงพอ”
หลงเฉินหลับตาลง วางมือทาบที่ข้างกระถางธูป ใช้สมาธิรวบรวมพลังวิญญาณอันน้อยนิดที่หลงเหลือมาจากชาติก่อน กระตุ้นให้สมุนไพรภายในกระถางทำปฏิกิริยากัน น้ำในกระถางเริ่มเปลี่ยนสี จากใสสะอาดกลายเป็นสีม่วงคล้ำ และสุดท้ายกลายเป็นสีดำสนิทราวกับน้ำหมึก ส่งกลิ่นเหม็นฉุนกึกจนแสบจมูก
หากเป็นหมอยาทั่วไปมาเห็นคงร้องห้ามเสียงหลง เพราะนี่มันไม่ใช่ยารักษา แต่มันคือน้ำแกงนรกที่ใครกินเข้าไปต้องตายภายในเจ็ดก้าว
แต่หลงเฉินกลับมองมันด้วยแววตาพึงพอใจ
“ยาพิษชำระไขกระดูก... เสร็จสมบูรณ์”
เขาไม่รอช้า ยกกระถางธูปขึ้นจรดริมฝีปากและกระดกของเหลวสีดำข้นหนืดนั้นลงคอไปจนหมดหยดสุดท้าย รสชาติของมันขมฝาดและแสบร้อนราวกับกลืนถ่านไฟแดงๆ ลงไป
“อึก!”
ทันทีที่ยาตกถึงท้อง ร่างกายของหลงเฉินก็กระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดมหาศาลระเบิดออกที่จุดตันเถียนราวกับมีระเบิดถูกจุดขึ้นภายในร่างกาย ความร้อนดั่งลาวาไหลทะลักเข้าสู่เส้นเลือดและเส้นลมปราณทุกเส้น ปะทะเข้ากับความเย็นยะเยือกของพิษเจ็ดหนอนที่ฝังรากมานานปี
สงครามระหว่างพิษร้อนและพิษเย็นปะทุขึ้นในร่างกายที่ผอมแห้ง
“อ๊ากกกกก!”
หลงเฉินกัดฟันแน่นจนเลือดซึมไรฟัน เพื่อกลั้นเสียงร้องไม่ให้ดังออกไปข้างนอก เหงื่อกาฬไหลพรากราวกับอาบน้ำ ใบหน้าแดงก่ำสลับกับเขียวคล้ำ เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามขมับและลำคอราวกับตัวหนอนที่กำลังดิ้นพล่าน
ความเจ็บปวดนี้ไม่ใช่แค่เจ็บปวดธรรมดา แต่มันเหมือนกับการถูกถลกหนังและขูดกระดูกทั้งเป็น พิษใหม่กำลังกัดกร่อนสิ่งอุดตันในเส้นลมปราณอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่พิษเก่าก็พยายามต่อต้านสุดชีวิต
“แค่นี้… มันยังไม่พอ!”
หลงเฉินคำรามในใจ ดวงตาที่แดงฉานเบิกโพลง เขาไม่ยอมแพ้ต่อความเจ็บปวด แต่กลับใช้จิตตานุภาพอันแข็งแกร่งบีบบังคับให้ฤทธิ์ยาพิษไหลเวียนเร็วขึ้น รุนแรงขึ้น เขาต้องการทำลายกำแพงที่กั้นขวางเส้นทางแห่งยุทธ์นี้ให้พินาศ
“ข้าคือจักรพรรดิโอสถ… ข้าคือราชันย์มังกร… ร่างกายสวะแค่นี้ จะมาขวางทางข้าได้อย่างไร!”
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นภายในร่างกายของหลงเฉินติดต่อกันหลายครั้ง ราวกับประทัดที่จุดในท่อเหล็ก นั่นคือเสียงของจุดชีพจรที่ถูกทะลวงผ่านทีละจุด
จุดชีพจรที่หนึ่ง… ผ่าน!
จุดชีพจรที่สอง… ผ่าน!
ทุกครั้งที่ชีพจรถูกทะลวง ของเสียสีดำเหม็นเน่าจะถูกขับออกมาทางรูขุมขน พร้อมกับเลือดเสียที่คั่งค้าง ความเจ็บปวดทวีความรุนแรงขึ้นจนสติของเขาแทบจะดับวูบ แต่หลงเฉินยังคงประคองสติไว้ด้วยความแค้นและความมุ่งมั่น
ทันใดนั้นเอง เมื่อพิษร้ายทั้งสองชนิดห้ำหั่นกันจนอ่อนกำลังลง คัมภีร์สีเลือดที่ลอยเด่นอยู่ในห้วงจิตวิญญาณของเขาก็ส่องแสงสว่างจ้า
“เคล็ดวิชามังกรอสูรกลืนโลหิต… ทำงาน!”
ราวกับพยัคฆ์ติดปีก พลังอำนาจลึกลับสายหนึ่งตื่นขึ้นภายในส่วนลึกของเซลล์ร่างกาย มันไม่เพียงแค่ดูดซับฤทธิ์ยาพิษที่เหลืออยู่ แต่ยังเปลี่ยนพิษเหล่านั้นให้กลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์สีแดงฉาน พลังงานนี้ดุร้ายและบ้าคลั่ง มันวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่ฉีกขาด ประสานกระดูกที่แตกร้าว และเคลือบเส้นลมปราณที่เพิ่งถูกทะลวงด้วยชั้นพลังสีแดงจางๆ ราวกับเกล็ดมังกรที่มองไม่เห็น
ความเจ็บปวดมลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเปี่ยมพลังอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
หลงเฉินรู้สึกได้ถึงเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่กึกก้องอยู่ในวิญญาณ เสียงของมังกรอสูรที่หิวกระหาย
“ฟู่ว…”
หลงเฉินพ่นลมหายใจออกมาเป็นไอสีดำยาวเหยียด ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยคราบสกปรกสีดำเมือกๆ ที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่า แต่นัยน์ตาของเขากลับสว่างไสวเจิดจ้าดุจดวงดาว
เขาค่อยๆ กำหมัดแน่น เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบดังสนั่น กล้ามเนื้อที่เคยลีบแบนตอนนี้ดูแน่นกระชับ แม้จะยังดูผอมเพรียว แต่ภายใต้ผิวหนังนั้นอัดแน่นไปด้วยพละกำลังมหาศาลที่คนทั่วไปไม่อาจเทียบติด
“ขั้นก่อรากฐาน… ระดับ 1!”
หลงเฉินตรวจสอบระดับพลังของตนเองแล้วแสยะยิ้ม แม้จะเป็นเพียงก้าวแรก แต่รากฐานของเขาในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าอัจฉริยะคนใดในเมืองหมอกเมฆานี้ เส้นลมปราณของเขากว้างกว่าคนทั่วไปถึงสิบเท่า และพลังปราณที่ไหลเวียนอยู่ไม่ใช่ปราณธรรมดา แต่เป็น “ปราณมังกรอสูร” ที่มีความคุณสมบัติในการกัดกร่อนและทำลายล้าง
เขาลุกขึ้นยืน รู้สึกตัวเบาหวิวราวกับขนนก แต่เท้าที่เหยียบลงบนพื้นไม้กลับทิ้งรอยเท้าจางๆ เอาไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ
“พิษในร่างหายไปหมดแล้ว เส้นลมปราณเปิดออกสมบูรณ์…” หลงเฉินก้มมองมือทั้งสองข้างของตัวเอง แววตาฉายประกายอำมหิต “ขอบใจเจ้าพิษเจ็ดหนอนนั่นจริงๆ ที่ช่วยเป็นเชื้อเพลิงให้ข้าก้าวเข้าสู่ประตูแห่งมรรคาอสูรได้เร็วขึ้น”
“ตอนนี้… ถึงเวลาชำระความแค้นแล้ว”
หลงเฉินเดินไปที่อ่างล้างหน้า วักน้ำขึ้นมาล้างคราบสกปรกออกจากใบหน้า เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่ดูหล่อเหลาขึ้นกว่าเดิม ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดคือดวงตา… ดวงตาที่ลึกล้ำและอันตราย
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าจำนวนมากดังขึ้นที่หน้าเรือน พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวาย
“ไอ้สวะหลงเฉิน! ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้! กล้าดียังไงมาทำร้ายคนของข้า!”
เสียงแหลมสูงของสตรีวัยกลางคนดังแทรกเข้ามา เป็นเสียงที่หลงเฉินจำได้แม่นยำ… “ฮูหยินรอง” เมียน้อยของพ่อที่พยายามจะยึดอำนาจในตระกูล
หลงเฉินเช็ดหน้าอย่างใจเย็น เขาหยิบเสื้อคลุมตัวใหม่มาสวมทับร่าง ความตื่นตระหนกไม่มีอยู่ในสารบบความคิดของเขาอีกต่อไป มีเพียงความตื่นเต้นของนักล่าที่เหยื่อเดินมาเข้าปากถึงที่
“ข้าเพิ่งฝึกวิชาสำเร็จ กำลังคันไม้คันมืออยู่พอดี…”
หลงเฉินเดินตรงไปที่ประตู แสยะยิ้มเย็นเยียบ
“พวกเจ้าช่างรีบร้อนมาส่งตายกันเสียจริง”
(จบบทที่ 3)