ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 4: เผชิญหน้าบิดา
ตอนที่ 4: เผชิญหน้าบิดา
เสียงตวาดแหลมสูงของฮูหยินรอง “หลิวเหม่ย” ดังกึกก้องไปทั่วลานเรือนตะวันตก ราวกับเสียงของอีแร้งที่กำลังหิวกระหาย นางยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าประตูเรือนที่พังยับเยิน ล้อมรอบด้วยองครักษ์ตระกูลชุดเกราะสีดำนับสิบคน ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดเมื่อเห็นสภาพของคนรับใช้คนสนิทอย่างหม่าลิ่ว ที่วิ่งหนีออกไปในสภาพเลือดท่วมตัวและมีตะเกียบปักคอ
“ไอ้ลูกสวะ! ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงลงมืออำมหิตกับคนของข้า! วันนี้ข้าจะให้พวกองครักษ์หักขาทั้งสองข้างของเจ้า สั่งสอนให้รู้ว่าใครคือผู้คุมกฎในบ้านหลังนี้!”
ประตูเรือนที่ปิดสนิทค่อยๆ เปิดออก...
แต่สิ่งที่ก้าวออกมาหาใช่เด็กหนุ่มขี้ขลาดตาขาวที่นางเคยรู้จัก ไม่ใช่ “หลงเฉิน” ที่มักจะตัวสั่นงันงกและก้มหน้าขอขมาทุกครั้งที่นางขึ้นเสียง
ร่างที่ก้าวออกมานั้นยืนหลังตรงสง่าผ่าเผย ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยไร้อารมณ์ ดวงตาคู่คมกวาดมองกลุ่มองครักษ์และฮูหยินรองราวกับมองดูก้อนหินริมทาง บรรยากาศรอบตัวเขากดดันจนองครักษ์บางคนเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
“เสียงดังเอะอะโวยวายอะไรแต่เช้า…” หลงเฉินแค่นเสียงถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงอำนาจ “รบกวนเวลาพักผ่อนของข้า”
“จะ… เจ้า!” หลิวเหม่ยชะงักไปครู่หนึ่งกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวคนละคน ก่อนจะระเบิดโทสะออกมา “เจ้าลูกนอกคอก! ยังจะมาปากดีอีก! ทหาร! จับตัวมันมาลงโทษโบยร้อยไม้เดี๋ยวนี้!”
เหล่าองครักษ์ขยับตัวเตรียมพุ่งเข้ามา หลงเฉินแสยะยิ้มมุมปาก พลังปราณในร่างที่เพิ่งก่อรากฐานเริ่มโคจรเตรียมพร้อม เขาไม่คิดจะหนี หากต้องฆ่าคนในตระกูลตัวเองเพื่อสั่งสอนหญิงแพศยานี่ เขาก็ไม่ลังเล
“หยุดเดี๋ยวนี้!!”
เสียงตะโกนทุ้มต่ำดั่งฟ้าร้องคำรามดังมาจากทางเข้าเรือน แรงกดดันมหาศาลของยอดฝีมือระดับ “ก่อเกิดขั้นปลาย” แผ่ซ่านปกคลุมทั่วบริเวณ ทำให้เหล่าองครักษ์ต้องหยุดชะงักทันที
ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดคลุมสีครามเดินก้าวยาวๆ เข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม นี่คือ “หลงจ้าน” ผู้นำตระกูลหลง และบิดาของหลงเฉิน
“ท่านพี่!” หลิวเหม่ยรีบเปลี่ยนท่าทีเป็นบีบน้ำตา “ท่านมาก็ดีแล้ว ดูลูกชายตัวดีของท่านสิเจ้าคะ! เขาทำร้ายพ่อบ้านหม่าจนปางตาย อีกทั้งยังขโมยเงินคลังไป ฮือๆ ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับข้านะเจ้าคะ!”
หลงจ้านปรายตามองภรรยารองด้วยแววตาเหนื่อยหน่าย ก่อนจะหันมามองลูกชายเพียงคนเดียวของตน เขามองสำรวจหลงเฉินตั้งแต่หัวจรดเท้า คาดหวังว่าจะเห็นลูกชายในสภาพหวาดกลัวหรือบาดเจ็บจากการถูกกลั่นแกล้งเหมือนทุกครั้ง
แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้หัวใจของผู้เป็นพ่อกระตุกวูบ
หลงเฉินยืนประสานมือไพล่หลัง สบตาเขาตรงๆ โดยไม่หลบสายตา แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอหลงเหลืออยู่เลย มันลึกล้ำ สงบนิ่ง และดู… ‘แก่เรียน’ เกินกว่าเด็กอายุสิบห้า
“เฉินเอ๋อ...” หลงจ้านเอ่ยเสียงอ่อนลง “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเจ้าถึงทำรุนแรงเช่นนั้น?”
“ข้าแค่กำจัดขยะที่ขวางหูขวางตา” หลงเฉินตอบเสียงเรียบ “ไอ้หม่าลิ่วมันยักยอกเงินเบี้ยเลี้ยงข้ามานานปี แถมยังกล้าลงมือกับเจ้านาย ข้าแค่สั่งสอนมันเล็กน้อย ถือว่าปรานีมากแล้วที่ยังไว้ชีวิตมัน”
“เจ้าโกหก!” หลิวเหม่ยกรีดร้อง “พ่อบ้านหม่าซื่อสัตย์ภักดี…”
“หุบปาก!” หลงจ้านตวาดลั่นจนหลิวเหม่ยสะดุ้งเฮือก “เรื่องภายในเรือนข้าจะจัดการเอง เจ้าพาทหารกลับไปซะ! อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำ!”
หลิวเหม่ยกัดฟันกรอด นางรู้ดีว่าเวลานี้หลงจ้านกำลังโกรธและปกป้องลูกชาย นางจึงได้แต่สะบัดหน้าด้วยความเคียดแค้น “ก็ได้! แต่เรื่องนี้ยังไม่จบแน่!” นางพาองครักษ์เดินจากไป ทิ้งสายตาอาฆาตไว้ที่หลงเฉิน
เมื่อเหลือกันเพียงสองพ่อลูก บรรยากาศในลานกว้างก็เงียบลง หลงจ้านถอนหายใจยาว เดินเข้ามาหาลูกชายแล้ววางมือลงบนบ่า
“เฉินเอ๋อ... พ่อรู้ว่าเจ้าลำบาก แต่การทำเช่นนี้จะยิ่งทำให้สถานการณ์ของเจ้าแย่ลง ตระกูลจ้าวและตระกูลฝ่ายฮูหยินรองกำลังจ้องเล่นงานเราอยู่ กิจการร้านยาของตระกูลเราช่วงนี้ก็ตกต่ำย่ำแย่ พ่อเกรงว่า…”
“ท่านพ่อ”
หลงเฉินขัดขึ้นเบาๆ เขาจับมือบิดาออกจากไหล่ แล้วจับชีพจรที่ข้อมือของหลงจ้านอย่างถือวิสาสะ หลงจ้านสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ยอมให้ลูกชายทำ
“ชีพจรปั่นป่วน ธาตุไฟเข้าแทรกเล็กน้อย… ท่านคงฝืนฝึกวิชาเพื่อหวังจะทะลวงขั้นนำหน้าตระกูลจ้าว แต่กลับทำให้รากฐานเสียหายสินะ” หลงเฉินวิเคราะห์อย่างแม่นยำราวกับตาเห็น
หลงจ้านเบิกตากว้าง “เจ้า… เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“นั่นไม่สำคัญ” หลงเฉินเดินกลับเข้าไปในห้อง หยิบพู่กันและกระดาษเก่าๆ ออกมาวางบนโต๊ะไม้ที่ระเบียง เขาตวัดปลายพู่กันเขียนตัวอักษรลงไปอย่างรวดเร็ว ลายมือของเขาพลิ้วไหวทรงพลังดั่งมังกรร่ายรำ แตกต่างจากลายมือไก่เขี่ยในอดีตอย่างสิ้นเชิง
“กิจการร้านยาของตระกูลหลงตกต่ำ เพราะยาสมานแผลของเราคุณภาพสู้ตระกูลจ้าวไม่ได้ แถมต้นทุนยังสูงกว่า” หลงเฉินพูดไปเขียนไป “ตระกูลจ้าวได้นักปรุงยาคนใหม่มา สูตรยาของพวกมันเลยดีขึ้น แต่…”
หลงเฉินวางพู่กันลง แล้วยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้บิดา
“นี่คือสูตร ‘ผงสมานแผลทองคำ'”
“ผงสมานแผลทองคำ?” หลงจ้านรับกระดาษมาด้วยความงุนงง แต่เมื่อสายตาของเขาไล่ไปตามตัวอักษรและรายชื่อสมุนไพร ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ มือที่ถือกระดาษเริ่มสั่นเทา
ในฐานะผู้นำตระกูลปรุงยา เขาย่อมมีความรู้เรื่องสมุนไพรพอสมควร สูตรยาในมือนี้ใช้สมุนไพรพื้นฐานราคาถูกที่หาได้ทั่วไป แต่กระบวนการผสมและสัดส่วนที่เขียนไว้นั้น… มันช่างอัจฉริยะ! มันเป็นการดึงสรรพคุณยาออกมาจนถึงขีดสุด ตัดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออก ลดต้นทุนลงครึ่งหนึ่งแต่ประสิทธิภาพน่าจะดีกว่ายาสมานแผลที่ดีที่สุดในตลาดถึงสามเท่า!
“นี่มัน… เป็นไปไม่ได้… สูตรยานี้มันระดับปรมาจารย์ชัดๆ!” หลงจ้านเงยหน้ามองลูกชายด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก “เฉินเอ๋อ... เจ้า… เจ้าไปเอาสูตรนี้มาจากไหน? หรือว่า…”
หลงเฉินรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเกิดคำถามนี้ เขาเตรียมคำตอบไว้แล้ว
“ท่านพ่อ ข้าหลับไปนานหลังจากโดนซ้อม ในฝันข้าได้พบกับเซียนเฒ่าท่านหนึ่ง ท่านเมตตาข้าจึงถ่ายทอดวิชาความรู้ให้” หลงเฉินโกหกหน้าตาย แต่แววตาดูจริงจัง “ท่านบอกว่าตระกูลหลงถึงคราวเคราะห์ จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง”
แม้จะเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่ในโลกแห่งการฝึกยุทธ์ เรื่องปาฏิหาริย์เช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และเมื่อประกอบกับบุคลิกที่เปลี่ยนไปของลูกชาย หลงจ้านจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“ด้วยสูตรยานี้… กิจการตระกูลหลงของเราไม่เพียงจะรอดตาย แต่เราจะบดขยี้ตระกูลจ้าวได้ภายในหนึ่งเดือน!” หลงจ้านกำกระดาษแน่น ดวงตาที่เคยหม่นหมองกลับมาลุกโชนด้วยไฟแห่งความหวัง
“ท่านพ่อ…” หลงเฉินเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม “ข้าไม่ได้ให้สูตรนี้ฟรีๆ”
หลงจ้านชะงัก “เจ้าหมายความว่าอย่างไร? นี่สมบัติของตระกูล...”
“ข้าต้องการส่วนแบ่งกำไร 30% จากยาตัวนี้ และข้าต้องการสิทธิ์ในการเบิกสมุนไพรในคลังยาได้ไม่จำกัด โดยไม่ต้องผ่านบัญชีของใคร” หลงเฉินยื่นข้อเสนออย่างตรงไปตรงมา
นี่คือนิสัยของราชันย์มังกร… ไม่มีคำว่าของฟรี ทุกอย่างคือการแลกเปลี่ยน แม้แต่กับครอบครัว ก็ต้องมีผลประโยชน์ที่ชัดเจนเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น
หลงจ้านมองหน้าลูกชายอีกครั้ง แทนที่จะโกรธ เขากลับหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น
“ฮ่าๆๆๆ! ดี! ดีมาก! ลูกชายข้า ในที่สุดเจ้าก็รู้จักต่อรอง รู้จักหาเขี้ยวเล็บให้ตัวเองเสียที! ข้าหลงจ้านกังวลมาตลอดว่าเจ้าจะใจอ่อนเกินไปจนปกครองคนไม่ได้ แต่วันนี้… ข้าหมดห่วงแล้ว!”
หลงจ้านตบไหล่ลูกชายอย่างภาคภูมิใจ
“ตกลง! พ่อจะจัดการเรื่องนี้ให้ทันที และจะไม่มีใครหน้าไหนในตระกูลกล้าตรวจสอบการใช้สมุนไพรของเจ้า ส่วนแม่เลี้ยงเจ้า… พ่อจะจัดการนางเอง”
หลงจ้านเก็บสูตรยาเข้าอกเสื้อแล้วหันหลังเดินจากไปอย่างรีบร้อน ท่าทางของเขาดูกระฉับกระเฉงราวกับหนุ่มแน่น ความหวังของตระกูลได้ถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้ง
หลงเฉินมองส่งบิดาจนลับสายตา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้า
“มีพ่อที่ฉลาดคุยง่ายแบบนี้ ค่อยประหยัดเวลาข้าหน่อย”
เขาหันกลับเข้าห้อง มองดูมือของตัวเองที่เริ่มมีพลังปราณไหลเวียน
“ขั้นต่อไป… ข้าต้องออกไปหา ‘ของเล่น’ มาเสริมพลังให้เจ้าเต่าในหินดำนั่นเสียหน่อย ยิ่งมันตื่นเร็วเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งมีตัวช่วยมากเท่านั้น”
หลงเฉินหยิบเสื้อคลุมสีดำขึ้นมาสวมอำพรางใบหน้า เตรียมตัวมุ่งหน้าสู่ “ตลาดมืด” สถานที่ที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง และเป็นที่ที่เหมาะที่สุดสำหรับจักรพรรดิโอสถผู้ชั่วร้ายในการหาทรัพยากร
(จบบทที่ 4)