ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 38: น้องสาวบุญธรรม?
ตอนที่ 38: น้องสาวบุญธรรม?
แสงแดดร้อนแรงในช่วงบ่ายสาดส่องลงมายัง “ตลาดแลกเปลี่ยน” ของเขตศิษย์สายนอก สถานที่แห่งนี้คึกคักไปด้วยผู้คนนับพันที่มาจับจ่ายใช้สอย แลกเปลี่ยนสมุนไพร อาวุธ และข่าวสาร เสียงตะโกนเรียกลูกค้าดังเซ็งแซ่แข่งกับเสียงต่อรองราคา
หลงเฉินในชุดศิษย์แรงงานสีเทาเดินทอดน่องอยู่ท่ามกลางฝูงชน ใบหน้าของเขาราบเรียบแต่แฝงด้วยความมั่นใจที่เปี่ยมล้น หลังจากธุรกิจมืดที่ท้ายเขาร้างประสบความสำเร็จอย่างงดงาม กระเป๋าของเขาตอนนี้ตุงไปด้วยหินปราณและสมุนไพรหายาก
“เนื้อย่าง! ข้าได้กลิ่นเนื้อย่าง!” เสี่ยวเฮยที่ซ่อนตัวอยู่ในอกเสื้อส่งกระแสจิตโวยวาย “หลงเฉิน! เลี้ยวซ้าย! ร้านนั้นมีเนื้อสัตว์อสูรย่าง! ซื้อให้ข้าเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นข้าจะกัดนมเจ้า!”
“หุบปากไอ้เต่าลามก” หลงเฉินตบที่อกเสื้อเบาๆ “ข้ามาซื้อวัตถุดิบทำยาเพิ่ม ไม่ได้มาเดินเที่ยวตลาดสด”
แม้ปากจะบ่น แต่หลงเฉินก็ยอมเดินเลี้ยวไปทางร้านขายเนื้อย่างตามคำเรียกร้องของคู่หู ทว่าในขณะที่เขากำลังจะควักเงินจ่าย เสียงเอะอะโวยวายที่คุ้นหูและเจ็บปวดก็ดังขึ้นจากตรอกด้านข้างตลาด
“ปล่อยข้านะ! ข้าบอกว่าไม่ไป!”
เสียงหวานใสแต่สั่นเครือด้วยความหวาดกลัวดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงหัวเราะหยาบโลนของชายกลุ่มหนึ่ง
“ฮ่าๆๆ! น้องสาวหลิน อย่าเล่นตัวนักเลยน่า! พี่ไคอุตส่าห์ให้เกียรติชวนเจ้าไป ‘จิบชา’ ที่ห้องพัก เป็นบุญวาสนาของศิษย์สายนอกก้นแถวอย่างเจ้าแค่ไหนแล้ว!”
หลงเฉินชะงักฝีเท้า มือที่ถือถุงเงินกำแน่นโดยไม่รู้ตัว เสียงนี้… แม้จะไม่ได้ยินมานานนับปี แต่เขาก็จำได้แม่นยำ มันคือเสียงของคนที่คอยแอบเอาซาลาเปามาให้เขาตอนที่ถูกคนในตระกูลรังแก คือเสียงของเด็กสาวที่คอยเช็ดแผลให้เขาเวลาถูกซ้อม
“หลินหลาน...”
ภาพความทรงจำในวัยเด็กผุดขึ้นมา หลินหลานเป็นเด็กกำพร้าที่หลงจ้านเก็บมาเลี้ยงดู นางเปรียบเสมือนน้องสาวบุญธรรมที่เติบโตมาพร้อมกับเขา นางมีพรสวรรค์พอตัวจึงถูกส่งมาเข้าสำนักกระบี่สวรรค์เมื่อปีก่อนเพื่อหาหนทางช่วยกู้หน้าตระกูลหลง
หลงเฉินหันขวับ เดินตรงไปยังตรอกนั้นทันที ฝูงชนที่มุงดูอยู่ต่างรีบแหวกทางให้เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างเด็กหนุ่ม
ภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายของหลงเฉินเดือดพล่านยิ่งกว่าลาวา
ที่มุมตรอกตัน หญิงสาวร่างบอบบางในชุดศิษย์สายนอกที่เก่าซีด ใบหน้างดงามแต่เปื้อนคราบน้ำตา กำลังถูกชายฉกรรจ์สามคนล้อมกรอบ ชายคนกลางรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาเจ้าเล่ห์ สวมชุดหรูหราของศิษย์สายนอกระดับสูง กำลังใช้มือหยาบกร้านเชยคางนางขึ้นมา
“หลินหลาน... ข้า ‘หวังไค’ มีความอดทนจำกัดนะ” หวังไคแสยะยิ้มที่ดูน่ารังเกียจ “ข้าเห็นแววเจ้า ข้าถึงอยากรับเจ้าไปเป็น ‘คู่บำเพ็ญ’ ช่วยอุ่นเตียงให้ข้า… แค่เจ้าพยักหน้า ชีวิตในสำนักนี้ของเจ้าจะสบายเหมือนขึ้นสวรรค์ ไม่ต้องมานั่งซักผ้าหรือกวาดลานวัดอีกต่อไป”
“ถุย!”
หลินหลานถมน้ำลายใส่หน้าหวังไคเต็มแรง “ฝันไปเถอะ! ข้ายอมตายดีกว่าต้องเป็นนางบำเรอของสวะอย่างเจ้า!”
หวังไคหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด มันเช็ดน้ำลายออกจากหน้าแล้วตวาดลั่น
“นังแพศยา! กล้าดีนักนะ!”
เพี๊ยะ!!
ฝ่ามือหนาฟาดเข้าที่ใบหน้าขาวผ่องของหลินหลานเต็มแรง ร่างบางกระเด็นไปกระแทกกำแพงอิฐ เลือดสีสดไหลซึมออกจากมุมปาก แก้มข้างซ้ายบวมปูดขึ้นทันตาเห็น
“ลากตัวมันไป!” หวังไคสั่งลูกน้อง “คืนนี้ข้าจะสั่งสอนให้มันรู้ว่า ‘นรกบนดิน’ เป็นยังไง!”
ลูกสมุนสองคนแสยะยิ้มย่างสามขุมเข้าไปหาหลินหลานที่นอนตัวสั่นงันงก นางหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง น้ำตาไหลพราก “ท่านพ่อบุญธรรม… พี่เฉิน… ช่วยข้าด้วย…”
“หยุดมือ”
เสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นขัดจังหวะ
หวังไคหันขวับไปมองด้วยความหงุดหงิด “ใครวะ! อยากตายหรือไงถึงมายุ่งเรื่องชาวบ้าน!”
สิ่งที่มันเห็น คือเด็กหนุ่มในชุดศิษย์แรงงานที่ยืนขวางปากตรอกอยู่ ดวงตาสีดำสนิทของเขาบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานวาวโรจน์ ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องเหยื่อ
“ข้าบอกให้หยุด…” หลงเฉินก้าวเดินเข้ามาหาช้าๆ ทุกย่างก้าวแผ่แรงกดดันที่ทำให้หายใจลำบาก “และปล่อยมือสกปรกของพวกเจ้าออกจากตัวนาง… เดี๋ยวนี้”
“ฮ่าๆๆ! นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้ขยะแรงงาน!” หวังไคหัวเราะลั่นเมื่อเห็นเครื่องแต่งกายของหลงเฉิน “แกคงเป็นพวกอยากลองของสินะ? จัดการมัน! หักขามันแล้วโยนออกไป!”
ลูกสมุนสองคนหันมาหาหลงเฉิน ชักดาบสั้นออกมา “ไอ้น้อง… แกหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ”
พวกมันพุ่งเข้าใส่หลงเฉินพร้อมกัน
“พี่เฉิน! หนีไป! พวกมันเป็นยอดฝีมือ!” หลินหลานจำเสียงนั้นได้ นางลืมตาขึ้นตะโกนเตือนด้วยความตกใจ
หนี?
หลงเฉินแสยะยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ดูเหมือนมัจจุราช
“ก้าวย่างมังกรอสูร!”
วูบ!
ร่างของหลงเฉินหายวับไปจากสายตาของลูกสมุนทั้งสอง ทิ้งไว้เพียงเงาจางๆ ดาบสั้นฟันถูกเพียงอากาศธาตุ
“อะไรกัน!”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงอุทาน หลงเฉินก็มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังพวกมัน เขายื่นมือทั้งสองข้างออกไปคว้าคอเสื้อด้านหลังของทั้งคู่ แล้วกระชากเข้าหากันอย่างรุนแรง
โป๊ก!!!
หัวของลูกสมุนทั้งสองกระแทกกันเองเสียงดังสนั่นเหมือนแตงโมแตก เลือดสาดกระจาย ร่างของพวกมันอ่อนยวบลงไปกองกับพื้น สลบเหมือดในพริบตาเดียว!
ฝูงชนที่มุงดูอยู่ภายนอกเงียบกริบ อ้าปากค้าง
หวังไคเบิกตากว้าง “กะ… แก…”
หลงเฉินไม่หยุดแค่นั้น เขาเดินข้ามร่างที่หมดสติ ตรงดิ่งเข้าไปหาหวังไค รังสีฆ่าฟันพุ่งสูงจนหวังไคขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“แก… แกอย่าเข้ามานะ! พ่อข้าเป็นผู้อาวุโสคุมกฎ! ถ้าแกแตะต้องข้า…”
หมับ!
หลงเฉินคว้ามือขวาของหวังไค… มือข้างที่เพิ่งตบหน้าหลินหลาน
“มือข้างนี้สินะ…” หลงเฉินถามเสียงเรียบ
“ปะ… ปล่อย!” หวังไคพยายามดิ้นรน ระเบิดพลังปราณ ‘ก่อรากฐาน ขั้น 9 สูงสุด’ ออกมาต้านทาน แต่แรงบีบของหลงเฉินนั้นมหาศาลดั่งคีมเหล็กกล้า
“เจ้าใช้มือนี้ทำร้ายนาง…”
กร๊อบ!!!
“อ๊ากกกกกก!”
หลงเฉินบิดข้อมือหวังไคจนหักพับไปด้านหลัง กระดูกขาวโพลนแทงทะลุเนื้อออกมา เสียงกรีดร้องของหวังไคดังโหยหวนจนคนฟังต้องปิดหู
“และปากนี้… ที่พูดจาสกปรกใส่นาง”
ผัวะ!
กำปั้นซ้ายของหลงเฉินกระแทกเข้าที่ปากของหวังไคเต็มแรง ฟันหน้าของมันร่วงกราวออกมาพร้อมเลือดก้อนโต หวังไคหน้าหงายล้มตึงลงไปนอนดิ้นพราดๆ
หลงเฉินก้าวเท้าเหยียบลงบนอกของหวังไค กดน้ำหนักลงไปจนได้ยินเสียงซี่โครงลั่นเอี๊ยดอ๊าด
“จำใส่กะโหลกหนาๆ ของเจ้าไว้…” หลงเฉินก้มลงกระซิบ “หลินหลานคือน้องสาวของข้า… คือเกล็ดย้อนของข้า”
“ใครที่กล้าแตะต้องนางแม้แต่ปลายเล็บ… ข้าจะส่งมันไปทัวร์นรก โดยไม่ต้องจองตั๋ว!”
จิตสังหารระดับ ‘มังกร’ ระเบิดออกมาจากร่างหลงเฉิน สร้างภาพหลอนเป็นเงาหัวมังกรยักษ์คำรามอยู่ด้านหลัง หวังไคที่เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว เมื่อเจอแรงกดดันทางวิญญาณเข้าไปถึงกับตาเหลือก ปัสสาวะราดกางเกง สลบไปทั้งที่ตายังเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
หลงเฉินถอนเท้าออก สะบัดเลือดที่ติดมือทิ้งราวกับสะบัดสิ่งสกปรก แล้วหันกลับไปหาหญิงสาวที่นั่งตัวสั่นอยู่ที่มุมกำแพง
แววตาอำมหิตเลือนหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนและความรู้สึกผิด
“หลินหลาน...” หลงเฉินย่อตัวลง ยื่นมือไปหานาง “พี่ขอโทษที่มาช้า”
หลินหลานมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยน้ำตานองหน้า ความหวาดกลัวหายไป แทนที่ด้วยความดีใจจนพูดไม่ออก นางโผเข้ากอดหลงเฉินแน่น ร้องไห้โฮออกมาไม่อายใคร
“พี่เฉิน! ฮือออ! ข้านึกว่าจะไม่รอดแล้ว! ข้านึกว่าจะไม่ได้เจอท่านอีกแล้ว!”
หลงเฉินลูบหัวนางเบาๆ อย่างปลอบโยน “ไม่เป็นไรแล้ว… พี่อยู่นี่แล้ว นับจากนี้ไป จะไม่มีใครกล้ารังแกเจ้าได้อีก”
“อะแฮ่ม…” เสียงกระแอมเบาๆ ดังมาจากอกเสื้อ “ฉากซึ้งกินใจข้าไม่ว่าหรอกนะ… แต่ช่วยเบาๆ หน่อยได้ไหม ยัยหนูนี่กอดแน่นจนข้าหายใจไม่ออกแล้วเนี่ย!”
หลงเฉินยิ้มบางๆ พยุงหลินหลานให้ลุกขึ้น แล้วหันไปกวาดสายตามองฝูงชนที่ยังยืนอึ้งอยู่
“ฟังให้ดี!” หลงเฉินประกาศก้อง “ผู้หญิงคนนี้อยู่ในการคุ้มครองของข้า หลงเฉิน! หากใครหน้าไหนกล้ามายุ่งกับนางอีก... ให้ดูสภาพไอ้สวะนี่เป็นตัวอย่าง!”
เขาชี้ไปที่ร่างเละเทะของหวังไค
ฝูงชนรีบหลบสายตาและพยักหน้ารับด้วยความหวาดเกรง ชื่อของ “หลงเฉิน” ศิษย์แรงงานผู้ป่าเถื่อนเริ่มถูกสลักลึกลงในใจของศิษย์สายนอกทุกคนในวันนี้
“ไปกันเถอะหลินหลาน...” หลงเฉินประคองน้องสาว “กลับบ้านเรา… ข้ามี ‘ยาดี’ จะรักษาแผลให้เจ้า”
หลงเฉินพาหลินหลานเดินฝ่าฝูงชนออกไป ทิ้งตำนานบทใหม่ไว้เบื้องหลัง ตำนานของ “มังกรคลั่งผู้หวงน้องสาว” ที่จะกลายเป็นชนวนเหตุแห่งสงครามครั้งใหญ่ในสำนักกระบี่สวรรค์ในไม่ช้า