ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 39: บดขยี้แมลงวัน
ตอนที่ 39: บดขยี้แมลงวัน
โรงอาหารใหญ่ประจำสำนักกระบี่สวรรค์ในช่วงเที่ยงวันเนืองแน่นไปด้วยศิษย์นับพันคน กลิ่นหอมของอาหารคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เสียงพูดคุยและเสียงชามกระทบตะเกียบดังเซ็งแซ่ บรรยากาศดูคึกคักและมีชีวิตชีวา
ที่มุมหนึ่งของโรงอาหาร หลงเฉินนั่งทานข้าวอยู่อย่างเงียบๆ กับหลินหลาน หญิงสาวที่บัดนี้มีสีหน้าสดใสขึ้นมากหลังจากได้รับโอสถรักษาบาดแผลชั้นเลิศจากพี่ชายบุญธรรม รอยช้ำบนใบหน้าจางหายไป เผยให้เห็นความงดงามที่เริ่มฉายแววสะดุดตาผู้คน
“ขออีก! ขอเนื้ออีกชิ้น! ชิ้นนี้มันติดมันน้อยไป ข้าไม่ชอบ!”
เสี่ยวเฮยที่ซ่อนตัวอยู่ในอกเสื้อของหลงเฉินส่งเสียงโวยวายผ่านกระแสจิต หลงเฉินถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะคีบหมูสามชั้นชิ้นโตยัดใส่ปากเจ้าเต่าตัวแสบเพื่อให้มันหุบปาก
“พี่เฉิน… ท่านกินบ้างเถอะ เอาแต่ป้อนเจ้า… เอ่อ… สัตว์เลี้ยงของท่าน เดี๋ยวไม่อิ่มเอานะ” หลินหลานเอ่ยด้วยความเป็นห่วง นางคีบผักใส่ชามหลงเฉิน
“ไม่เป็นไร ข้ากินอิ่มแล้ว” หลงเฉินยิ้มบางๆ ให้กับน้องสาว “เจ้ากินเยอะๆ เถอะ ร่างกายเจ้ายังต้องฟื้นฟู”
ทว่า ความสงบสุขของมื้ออาหารกลับดำรงอยู่ได้ไม่นาน
ปัง!
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นมาจากทางเดินกลางโรงอาหาร เรียกสายตาของศิษย์ทุกคนให้หันไปมอง กลุ่มชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบ “ศิษย์สายใน” สีฟ้าขลิบทองสามคนเดินอาดๆ เข้ามาด้วยท่าทางวางก้าม ยะโสโอหังราวกับเป็นราชาที่เดินตรวจตราอาณาจักร
ผู้นำกลุ่มคือชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาแต่แววตาเต็มไปด้วยราคะ นามว่า “จ้าวจื่อ” ศิษย์สายในที่มีชื่อเสียเรื่องความเจ้าชู้และรังแกศิษย์รุ่นน้อง
สายตาของจ้าวจื่อกวาดไปทั่วโรงอาหาร ก่อนจะมาหยุดกึกอยู่ที่มุมห้อง… ที่หลินหลานนั่งอยู่
“โอ๊ะโอ… นั่นมันแม่นางหลินหลาน ศิษย์น้องคนสวยที่เพิ่งปฏิเสธหวังไคไปนี่นา?” จ้าวจื่อแสยะยิ้ม หันไปพูดกับลูกน้อง “หวังไคมันเป็นแค่ศิษย์สายนอกกระจอกๆ นางถึงไม่สน แต่ถ้าเป็นข้า… ศิษย์สายในผู้ทรงเกียรติ นางคงไม่กล้าปฏิเสธกระมัง?”
“แน่นอนขอรับศิษย์พี่จ้าวจื่อ! หญิงสาวที่ไหนจะไม่อยากปรนนิบัติท่าน!” ลูกสมุนรีบประจบ
จ้าวจื่อเดินตรงดิ่งเข้ามาที่โต๊ะของหลงเฉินทันที มันมองข้ามหัวหลงเฉินที่แต่งตัวด้วยชุดศิษย์แรงงานเก่าๆ ไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ
“น้องหญิงหลิน…” จ้าวจื่อวางมือลงบนโต๊ะ โน้มตัวลงมาส่งสายตาหวานเชื่อม “อาหารโรงอาหารรวมรสชาติจืดชืดแบบนี้ เจ้านั่งกินลงไปได้ยังไง? ไปกับพี่ดีกว่า… พี่จะพาไปเลี้ยงที่ ‘ภัตตาคารเซียน’ บนยอดเขา รับรองว่าอร่อยเหาะ”
หลินหลานหน้าซีดเผือด นางวางตะเกียบลงแล้วก้มหน้าหลบสายตา “ขอบคุรศิษย์พี่จ้าว แต่ข้าอิ่มแล้ว… และข้ามากับพี่ชายข้า”
“พี่ชาย?” จ้าวจื่อเหลือบตามองหลงเฉินแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะ “อ๋อ… ไอ้ศิษย์แรงงานขยะที่เขาลือกันว่าบ้าดีเดือดนั่นน่ะรึ? น้องหญิง… เจ้าอย่าเอาตัวไปเกลือกกลั้วกับคนชั้นต่ำแบบนี้เลย มันจะทำให้ราศีเจ้าหมองเปล่าๆ”
พูดจบ จ้าวจื่อก็ถือวิสาสะ เอื้อมมือไปคว้าข้อมือบางของหลินหลาน
“มาเถอะ… อย่าให้พี่ต้องเสียเวลา พี่จองโต๊ะไว้แล้ว”
หลินหลานพยายามดึงมือกลับด้วยความตกใจ “ปล่อยนะ! ข้าไม่ไป!”
“อย่าเล่นตัวนักเลยน่า! เป็นแค่ศิษย์สายนอก ข้าชวนดีๆ ก็ควรจะสำนึกบุญคุ…”
ฉึก!
คำพูดของจ้าวจื่อขาดห้วงไปทันที เมื่อตะเกียบไม้ไผ่ธรรมดาๆ คู่หนึ่ง พุ่งเสียบทะลุฝ่ามือของมันที่กำลังจับข้อมือหลินหลานอยู่ ปักตรึงมือข้างนั้นติดกับโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างแม่นยำ!
“อ๊ากกกกกก!”
จ้าวจื่อร้องลั่นโรงอาหาร เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกมาจากหลังมือ มันพยายามจะดึงมือออกแต่ตะเกียบนั้นปักลึกจนทะลุโต๊ะไปแล้ว
“ใคร! ใครทำวะ!” จ้าวจื่อคำรามด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น หันขวับมามองเจ้าของตะเกียบ
หลงเฉินนั่งนิ่ง สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาค่อยๆ หยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาเช็ดมืออย่างใจเย็น
“ข้าบอกกี่ครั้งแล้ว…” หลงเฉินเอ่ยเสียงเบา แต่เย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ “ว่าอย่าเอามือสกปรกมาแตะต้องคนของข้า”
“แก! ไอ้ขยะแรงงาน!” จ้าวจื่อตาถลนด้วยความอาฆาต มันระเบิดพลังปราณระดับ ‘ก่อรากฐาน ขั้น 5’ ออกมา “แกกล้าลอบกัดข้า! ข้าจะฆ่าแก!”
จ้าวจื่อใช้อีกมือชักกระบี่ที่เอวออกมา ตวัดฟันใส่คอของหลงเฉินหมายจะตัดหัวให้ขาดในดาบเดียว
“พี่เฉินระวัง!” หลินหลานกรีดร้อง
เคร้ง!
หลงเฉินไม่แม้แต่จะลุกขึ้น เขายกมือขวาขึ้นมา… ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลาง ‘คีบ’ ใบกระบี่ของจ้าวจื่อเอาไว้แน่น!
“ระดับก่อรากฐานขั้น 5… กระบี่ไร้แรง พลังปราณกลวงโบ๋… นี่คือมาตรฐานศิษย์สายในงั้นรึ?”
หลงเฉินมองจ้าวจื่อด้วยสายตาดูแคลนสุดขีด
“ปล่อยกระบี่ข้านะเว้ย!” จ้าวจื่อหน้าแดงก่ำ พยายามดึงกระบี่กลับแต่ไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว มันรู้สึกเหมือนกระบี่ถูกภูเขาทับไว้
“งั้นข้าจะสอนให้… ว่าการใช้กระบี่จริงๆ มันเป็นยังไง”
เพล้ง!
หลงเฉินออกแรงบิดนิ้วเพียงเล็กน้อย ใบกระบี่เหล็กกล้าหักสะบั้นเป็นสองท่อน! เขาคว้าเศษปลายกระบี่ที่หักไว้ในมือ แล้วแทงสวนกลับไปที่หัวไหล่ขวาของจ้าวจื่อ
ฉึก!
“อ๊ากกกก!”
จ้าวจื่อร้องโหยหวนอีกครั้ง ปลายกระบี่เสียบทะลุหัวไหล่ ตัดเส้นเอ็นจนแขนขวาห้อยรุ่งริ่ง ใช้งานไม่ได้อีกต่อไป
“แก… แกทำลายแขนข้า!”
“ยังไม่จบ…” หลงเฉินลุกขึ้นยืน ช้าๆ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหาจ้าวจื่อที่ทรุดตัวลงคุกเข่ากุมแผล
ลูกสมุนสองคนที่มาด้วยกันยืนตัวสั่นงันงก ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเข้าช่วย เพราะรังสีอำมหิตของหลงเฉินตรึงร่างพวกมันไว้
หลงเฉินกระชากผมของจ้าวจื่อ ให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับดวงตาสีแดงฉานของเขา
“เมื่อกี้… เจ้าใช้มือไหนจับนาง?” หลงเฉินถามเสียงกระซิบ
“ยะ… อย่า… ข้าเป็นศิษย์สายใน! อาจารย์ข้าคือ…”
ตูม!
หลงเฉินจับหัวจ้าวจื่อโขกกระแทกกับพื้นโรงอาหารจนกระเบื้องแตกละเอียด เลือดอาบเต็มใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ดูไม่ได้
“ข้าถามว่ามือไหน!?” หลงเฉินตะคอก
จ้าวจื่อสติแตก ร้องไห้โฮออกมาด้วยความกลัว “มือซ้าย! มือซ้ายขอรับ! ข้าผิดไปแล้ว! ไว้ชีวิตข้าเถอะ!”
หลงเฉินแสยะยิ้มเย็น
“ดี… ซื่อสัตย์ดี”
หลงเฉินเหยียบลงบนข้อมือซ้ายของจ้าวจื่อที่ถูกตะเกียบปักอยู่ เขาออกแรงกดบดขยี้ช้าๆ
“ข้าเคยสาบานไว้… มือไหนที่แตะต้องนาง ข้าจะตัดมือนั้นทิ้ง”
“และมังกร… ไม่เคยผิดคำพูด”
หลงเฉินก้มลงหยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งมาจากเอวของจ้าวจื่อ
“ไม่! ไม่! ม่ายยยยยย!” จ้าวจื่อกรีดร้องสุดเสียง
ฉัวะ!
เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ ข้อมือซ้ายของจ้าวจื่อถูกตัดขาดสะบั้น กลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้นโรงอาหาร ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของศิษย์หญิงที่ปิดตาด้วยความสยดสยอง
จ้าวจื่อชักกระตุก ตาเหลือกค้าง สลบเหมือดไปเพราะความเจ็บปวดและความช็อก
หลงเฉินโยนมีดทิ้งลงข้างๆ ร่างไร้สติ แล้วเช็ดเลือดที่กระเด็นมาโดนแก้มออก
“อู้ววว… สยองได้ใจ! แต่ข้าว่าเลือดหมอนี่รสชาติห่วยแตกแน่นอน เหม็นกลิ่นแป้งชะมัด” เสี่ยวเฮยบ่นพึมพำในใจ “ทำข้าเสียรสชาติหมูสามชั้นหมดเลย”
หลงเฉินกวาดสายตามองไปรอบโรงอาหารที่เงียบกริบราวกับป่าช้า ทุกสายตาจ้องมองเขาด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าสบตาแม้แต่คนเดียว
“ฝากไปบอกพวก ‘แมลงวัน’ ที่คิดจะมาตอมน้องสาวข้าด้วย…” หลงเฉินกล่าวเสียงดังฟังชัด
“ศิษย์สายนอก... ศิษย์สายใน… หรือแม้แต่ศิษย์เอก... ข้าไม่สนหัวโขนของพวกเจ้า”
“ใครกล้าแหยมกับข้า… จุดจบของมันจะไม่สวยงามเท่าไอ้สวะนี่แน่นอน”
หลงเฉินหันกลับไปหาหลินหลานที่นั่งตัวสั่นอยู่ เขาเปลี่ยนสีหน้าเป็นอ่อนโยนทันที
“ไปกันเถอะ… ที่นี่เหม็นคาวเลือด กินข้าวไม่ลงแล้ว”
เขาจูงมือหลินหลานเดินออกจากโรงอาหาร ทิ้งร่างที่พิการและอนาคตที่ดับวูบของศิษย์สายในไว้เบื้องหลัง เป็นเครื่องเตือนใจว่า… ในสำนักกระบี่สวรรค์แห่งนี้ มีมังกรคลั่งที่ใครก็ห้ามแตะต้อง “เกล็ดย้อน” ของมันโดยเด็ดขาด!