ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 5: ตลาดสมุนไพรและหินประหลาด
ตอนที่ 5: ตลาดสมุนไพรและหินประหลาด
เมืองหมอกเมฆา แม้จะเป็นเพียงเมืองชายขอบที่ห่างไกลความเจริญของอาณาจักร แต่ “ตลาดร้อยสมุนไพร” ของที่นี่ก็นับว่ามีความคึกคักไม่น้อยไปกว่าเมืองหลวง เสียงตะโกนเรียกลูกค้าดังอื้ออึงสลับกับเสียงต่อรองราคา กลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรตากแห้งลอยปะปนกับกลิ่นเหงื่อไคลของผู้คนและกลิ่นมูลสัตว์อสูรที่ใช้ลากเกวียน
ท่ามกลางฝูงชนที่เบียดเสียด ร่างในชุดคลุมสีดำปกปิดใบหน้าเดินทอดน่องอย่างไม่เร่งรีบ สายตาคมกริบภายใต้หมวกคลุมกวาดมองแผงลอยสองข้างทางด้วยความสนใจแกมดูแคลน
“หญ้าลิ้นมังกร… อายุไม่ถึงสิบปีแต่กล้าติดป้ายว่าร้อยปี ช่างหน้าด้านเสียจริง”
“โสมโลหิตนั่น… สีซีดจนแทบจะเป็นหัวไชเท้าอยู่แล้ว ยังกล้าเอามาวางขาย”
หลงเฉินส่ายหัวเบาๆ ในใจ สำหรับจักรพรรดิโอสถผู้เคยผ่านตาสมุนไพรระดับเซียนมานับไม่ถ้วน ของที่วางขายในตลาดแห่งนี้ 99% ล้วนเป็นขยะ แต่เขาก็เข้าใจดีว่าในเมืองเล็กๆ เช่นนี้ ทรัพยากรย่อมมีจำกัด
เป้าหมายของเขาในวันนี้ไม่ใช่ของวิเศษหายากราคาแพง แต่เป็น “ของดีที่ถูกมองข้าม”
หลงเฉินหยุดที่แผงขายสมุนไพรแห้งร้านหนึ่ง บนแผงมีกองรากไม้สีดำๆ ที่ดูเหมือนไม้ฟืนวางกองอยู่
“เถาทมิฬเหี่ยวๆ พวกนี้ขายยังไง?” หลงเฉินดัดเสียงให้ทุ้มต่ำ ถามพ่อค้า
พ่อค้าเงยหน้าขึ้นมอง เห็นลูกค้าแต่งตัวลึกลับก็รีบฉีกยิ้มการค้า “นายท่านตาถึงยิ่งนัก! นี่คือเถาวัลย์อสรพิษดำ แม้จะแห้งไปหน่อยแต่สรรพคุณขับพิษยังยอดเยี่ยม ข้าขายถูกๆ กองละ 5 เหรียญเงินขอรับ!”
“5 เหรียญเงิน?” หลงเฉินแค่นเสียง “เจ้าจะปล้นรึ? ไม้ผุๆ พวกนี้เอาไปทำฟืนยังติดไฟยาก ข้าจะเอาไปทดลองปรุงยาเล่นๆ 2 เหรียญเงิน ข้าเหมาหมดกอง”
“โธ่ นายท่าน... 2 เหรียญมัน…”
“ไม่ขายก็ช่าง” หลงเฉินทำท่าจะเดินหนีทันที
“ขาย! ขายขอรับ!” พ่อค้ารีบตะโกนรั้งไว้ ดีกว่าปล่อยให้เน่าคาแผง
หลงเฉินจ่ายเงินและกวาด “เถาวัลย์อสรพิษดำ” ทั้งหมดลงในถุงผ้า ภายใต้หมวกคลุม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้น คนพวกนี้หารู้ไม่ว่าสิ่งที่ดูเหมือนไม้ผุนี้ หากนำไปแช่ในน้ำส้มสายชูหมักเจ็ดวัน มันจะคืนสภาพกลายเป็น “เถามังกรดิน” ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อได้ดีเยี่ยม มูลค่าที่แท้จริงของมันคือกองละ 100 เหรียญทองเป็นอย่างต่ำ!
หลังจากกวาดซื้อสมุนไพรราคาถูกแต่คุณภาพสูงมาได้หลายรายการ หลงเฉินก็เดินลึกเข้าไปในโซนท้ายตลาด ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “ตรอกของเก่า”
ที่นี่เต็มไปด้วยของแปลกประหลาดที่เหล่านักผจญภัยหรือพรานป่านำมาจากซากโบราณสถานหรือรังของสัตว์อสูร มีทั้งเศษอาวุธ ชุดเกราะพังๆ ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ และหินสีต่างๆ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นขยะที่ไร้ค่า แต่บางครั้ง… สวรรค์ก็มักจะซ่อนเพชรพลอยไว้ในกองโคลน
ทันใดนั้น…
ตึกตัก!
หัวใจของหลงเฉินเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เลือดในกายที่เพิ่งผสานเข้ากับเคล็ดวิชามังกรอสูรกลืนโลหิตเกิดปฏิกิริยาต่อต้านและดึงดูดอย่างรุนแรง ความรู้สึกนี้เหมือนกับตอนที่มังกรหนุ่มได้กลิ่นของเผ่าพันธุ์เดียวกัน… ไม่สิ มันเป็นกลิ่นอายที่ดึกดำบรรพ์และป่าเถื่อนยิ่งกว่า
หลงเฉินหยุดเท้าลงหน้าแผงลอยเล็กๆ ที่ปูด้วยผ้ากระสอบเก่าๆ พ่อค้าเป็นชายแก่หลังค่อมที่มีกลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยว นั่งสัปหงกอยู่หลังแผง บนผ้ากระสอบมีมีดสั้นสนิมเขรอะ เศษหยกแตกๆ และหินรูปร่างประหลาดวางระเกะระกะ
สายตาของหลงเฉินไม่ได้จับจ้องไปที่อาวุธหรือหยก แต่โฟกัสไปที่วัตถุสิ่งหนึ่งที่วางทับชายผ้ากระสอบอยู่ตรงมุมสุด
มันคือ “ก้อนหินสีดำ” ขนาดเท่ากำปั้น ผิวขรุขระดูสกปรกไร้ราคา เหมือนก้อนหินข้างทางทั่วไปที่ไม่มีใครเหลียวแล แต่ในสายตาแห่งจิตวิญญาณของหลงเฉิน เขาเห็นกลุ่มควันสีดำจางๆ ลอยวนเวียนอยู่รอบหินก้อนนั้น และเมื่อเขาลองส่งกระแสจิตเข้าไปตรวจสอบ...
วูบ!
พลังจิตของเขาถูกดูดหายเข้าไปในหินทันทีราวกับโยนหินลงบ่อโคลน!
“เจ้าสิ่งนี้… มันหิวโหย” หลงเฉินคิดในใจด้วยความตื่นตระหนกปนตื่นเต้น “มันไม่ใช่หินธรรมดา… ผิวสัมผัสแบบนี้ ลวดลายที่เลือนรางนี่… มันคือ ‘ไข่สัตว์อสูรบรรพกาล’ ที่อยู่ในสภาพจำศีลขั้นลึก!”
ไข่ใบนี้ตายด้านไปนานจนแทบไม่เหลือสัญญาณชีพ คนทั่วไปจึงมองเห็นเป็นแค่ก้อนหิน แต่สำหรับหลงเฉินที่มีสายเลือดมังกรอสูร เขาสัมผัสได้ถึงชีพจรแผ่วเบาที่เต้นตุบๆ อยู่ภายใน มันต้องการพลังงานมหาศาลเพื่อตื่นขึ้น
“ต้องเอามันมาให้ได้…”
หลงเฉินสูดหายใจลึก ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย เขาแกล้งทำเป็นสนใจ “มีดสั้นสนิมเขรอะ” ที่วางอยู่กลางแผง
“ดาบเล่มนี้ขายยังไง?” หลงเฉินหยิบมีดสั้นขึ้นมาพิจารณา
ชายแก่สะดุ้งตื่น รีบขยี้ตา “โอ้! นายท่านตาแหลมคมยิ่ง นี่คือมีดสั้นที่ขุดพบในสุสานแม่ทัพยุคก่อน แม้จะมีสนิมบ้างแต่เนื้อเหล็กยัง…”
“ข้าถามราคา” หลงเฉินตัดบท
“เอ่อ… 50 เหรียญเงินขอรับ” ชายแก่บอกราคาผ่านๆ หวังฟลุ๊ค
“แพงไป สนิมกินจนถึงแกนแล้ว ข้าแค่จะเอาไปให้คนงานตัดหญ้าที่บ้าน 10 เหรียญเงิน” หลงเฉินต่อราคาอย่างโหดร้าย
“10 เหรียญ! โธ่นายท่าน... ข้าไปขุดมาเสี่ยงตายแทบแย่ ขอสัก 30 เหรียญเถอะ”
หลงเฉินทำท่าลังเล วางมีดลงแล้วทำท่าจะเดินหนี “งั้นไม่เอา”
“เดี๋ยวๆๆ! 20 เหรียญ! 20 เหรียญขาดตัว!” ชายแก่รีบร้องห้าม
หลงเฉินหยุดเดิน หันกลับมามองด้วยสายตาเบื่อหน่าย “ก็ได้ 20 เหรียญ… แต่ข้ารู้สึกว่าข้าขาดทุนย่อยยับ เอาอย่างนี้… เจ้าแถมไอ้หินก้อนนั้นมาให้ข้าด้วย ข้าจะเอาไปทับกระดาษที่บ้าน พอดีที่ทับกระดาษอันเก่าข้าเพิ่งทำแตก”
เขาชี้ไปที่หินสีดำก้อนนั้นอย่างไม่ใส่ใจ
ชายแก่หันไปมองก้อนหินที่เขาเก็บมาจากลำธารเพราะเห็นว่ามันหนักดี เอามาวางทับผ้ากันลมปลิว เขารีบพยักหน้าทันที “ได้สิขอรับ! แค่ก้อนหินโง่ๆ ก้อนเดียว นายท่านเอาไปได้เลย!”
ในใจชายแก่คิดว่า ‘เจ้าโง่เอ้ย มีดสนิมเขรอะนั่นข้าเก็บได้จากกองขยะหลังโรงตีเหล็ก ต้นทุนศูนย์เหรียญ ขายได้ตั้ง 20 เหรียญเงิน วันนี้โชคดีจริงๆ’
หารู้ไม่ว่า คนที่กำลังหัวเราะเยาะในใจตัวจริงคือหลงเฉิน
หลงเฉินโยนเหรียญเงินให้ แล้วคว้ามีดสั้นพร้อมกับ “หินสีดำ” ใส่ลงในอกเสื้อ ทันทีที่หินสัมผัสกับผิวกายบริเวณหน้าอก มันก็สั่นระริกเบาๆ ราวกับดีใจที่ได้เจอแหล่งความร้อน หลงเฉินรู้สึกได้ว่าพลังปราณในร่างของเขาค่อยๆ ไหลซึมเข้าไปในหินทีละน้อย
“กินเก่งจริงๆ นะเจ้าตัวเล็ก…” หลงเฉินยิ้มมุมปาก “รอให้ข้าหาทรัพยากรมาได้มากกว่านี้ ข้าจะป้อนเจ้าให้อิ่มแปล้เลยทีเดียว”
การได้ไข่สัตว์อสูรระดับบรรพกาลมาในราคา “ของแถม” นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในรอบร้อยปีของเขา หากมันฟักตัวออกมาเมื่อไหร่ มันจะเป็นกำลังรบที่น่าสะพรึงกลัวแน่นอน
ขณะที่หลงเฉินกำลังเดินออกจากตรอกของเก่าด้วยความอารมณ์ดี จู่ๆ สัญชาตญาณนักล่าของเขาก็เตือนภัย
เงาร่างหลายสายเดินเข้ามาขวางทางออกของตรอก กลิ่นอายของพวกมันไม่ใช่พ่อค้าหรือชาวบ้าน แต่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ และกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ลอยนำมาก่อนตัว… เป็นกลิ่นที่เขาคุ้นเคยอย่างน่ารังเกียจ
“นั่นมัน… สวะหลงเฉินไม่ใช่หรือ?”
เสียงหวานใสแต่แฝงความหยิ่งยโสและดูถูกดังขึ้น
หลงเฉินเงยหน้าขึ้นมองผ่านหมวกคลุม เห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดผ้าไหมราคาแพง ยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม ข้างกายมีชายหนุ่มรูปงามและองครักษ์ติดตามอีกนับสิบ
“จ้าวหยิง” บุตรสาวคนเล็กของตระกูลจ้าว คู่ปรับตลอดกาลของเขา และเป็นคนที่เพิ่งจะหัวเราะเยาะเขาที่ตลาดเมื่อวันก่อน
“ช่างบังเอิญจริงๆ…” หลงเฉินพึมพำกับตัวเอง มือข้างหนึ่งลูบหินสีดำในอกเสื้อเบาๆ “ข้าเพิ่งได้ไข่สัตว์เลี้ยงมา ยังไม่ได้ทดสอบความแข็งแกร่ง… เหยื่อก็เดินมาให้เชือดถึงที่”
บรรยากาศในตรอกแคบๆ เริ่มตึงเครียดขึ้น ผู้คนรอบข้างเริ่มถอยห่างเมื่อเห็นสัญลักษณ์ตระกูลจ้าว
“หลงเฉิน! เห็นหน้าข้าแล้วยังไม่รีบไสหัวมาคุกเข่าอีก?” จ้าวหยิงตะคอก “วันนี้ข้าอารมณ์ไม่ดี และหน้าตาโง่ๆ ของเจ้าก็ทำให้ข้าหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม!”
หลงเฉินค่อยๆ ปลดหมวกคลุมศีรษะลง เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายและรอยยิ้มที่เย็นยะเยือก
“คุณหนูจ้าว… ปากของเจ้าช่างเหม็นเน่ายิ่งกว่าสมุนไพรเน่าที่ข้าเพิ่งซื้อมาเสียอีก”
(จบบทที่ 5)