ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 45: วิวัฒนาการ
ตอนที่ 45: วิวัฒนาการ
ภายในกระท่อมไม้ผุพังท้ายเขาร้าง บรรยากาศเงียบสงัดราวกับตัดขาดจากโลกภายนอก แต่ทว่าภายในมิติที่ถูกปิดกั้นด้วยค่ายกลพรางตาที่หลงเฉินเพิ่งวางไว้อย่างลวกๆ นั้น กลับเต็มไปด้วยคลื่นพลังงานที่ปั่นป่วนและร้อนแรงดุจปากปล่องภูเขาไฟ
บนเตียงไม้เก่าๆ สองร่างกำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เข้าสำนักกระบี่สวรรค์
ร่างหนึ่งคือสัตว์อสูรเต่าตัวน้อยที่บัดนี้สภาพดูไม่ได้ มันนอนหงายท้อง ขาสี่ข้างชี้ฟ้า ร่างกายเปล่งแสงสีทองสลับดำวิบวับเหมือนหลอดไฟเสีย
“อูยยย… ท้องจะแตก… ข้าไม่น่ากินกระดูกท่อนนั้นเข้าไปทั้งอันเลย…” เสี่ยวเฮยครางเสียงอ่อย พุงกะทิของมันป่องออกมาจนแทบจะดันกระดองให้แตก “ร้อน… ร้อนโว้ย! พลังงานบ้าพวกนี้มันจะระเบิดตัวข้าแล้ว!”
“อดทนหน่อยเจ้าโง่” หลงเฉินที่นั่งขัดสมาธิอยู่ข้างๆ เอ่ยเสียงลอดไรฟัน เหงื่อเม็ดโตไหลอาบใบหน้าคมคาย “กระดูกมังกรดินปฐพีไม่ใช่ขนมทานเล่น… มันคือรากฐานพลังนับพันปี จงใช้ ‘เคล็ดวิชาเต่าทมิฬ’ ดูดซับมันซะ อย่าปล่อยให้มันควบคุมเจ้า!”
หลงเฉินเองก็อยู่ในสภาพที่ไม่ต่างกันนัก มือขวาของเขากุมอยู่ที่จุดตันเถียน ซึ่งบัดนี้ร้อนระอุจนเสื้อผ้าบริเวณหน้าท้องไหม้เกรียมเป็นรูโหว่ เผยให้เห็นผิวหนังที่แดงก่ำและมีเส้นเลือดปูดโปนเต้นตุบๆ
“เพลิงวิญญาณแก่นพสุธา” ที่เขาดูดกลืนเข้ามา กำลังอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง มันพยายามจะแผดเผาอวัยวะภายในของเขาเพื่อยึดครองร่าง
“เจ้าเป็นแค่ไฟ… ข้าเป็นมังกร!” หลงเฉินคำรามในจิตใจ “มังกรย่อมอยู่เหนือสรรพสิ่ง! จงสยบ!”
วูบ!
หลงเฉินกระตุ้น “ชีพจรมังกรโลหิต” เส้นที่ 1 ให้ทำงานเต็มพิกัด เงาร่างมังกรสีแดงฉานปรากฏซ้อนทับร่างของเขา มันอ้าปากคำรามใส่เปลวเพลิงสีทองในจุดตันเถียน แรงกดดันทางสายเลือดระดับจักรพรรดิบดขยี้เจตจำนงของเพลิงวิญญาณจนมันสั่นสะท้าน
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
เสียงแตกของบางสิ่งดังขึ้นจากทางฝั่งเสี่ยวเฮย
กระดองสีดำด้านๆ ของมันเริ่มมีรอยร้าว แสงสีทองเจิดจ้าพุ่งออกมาตามรอยแตกนั้น กลิ่นอายบรรพกาลที่หนักแน่นดุจขุนเขาแผ่กระจายออกมา
“มาแล้ว! มันมาแล้ว! ร่างใหม่ของบิดา!”
โพละ!
เศษกระดองเก่าระเบิดออกกระจายเต็มห้อง เผยให้เห็นร่างใหม่ของเสี่ยวเฮยที่ซ่อนอยู่ภายใน
มันไม่ได้ตัวใหญ่โตมโหฬารเท่าช้างม้า แต่ขนาดของมันขยายขึ้นจากเท่ากำปั้น กลายเป็นขนาดเท่า “ชามอ่างใบใหญ่” ผิวหนังเปลี่ยนจากสีดำด้านเป็นสีนิลกาฬที่แวววาวราวกับเกราะเหล็กไหล เกล็ดตามขาและหางมีความคมกริบและละเอียดอ่อนมากขึ้น
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดคือ “กระดอง”
กระดองใหม่ของมันเป็นสีดำสนิทตัดกับขอบสีทองอร่าม บนหลังกระดองมีลวดลายอักขระโบราณที่ซับซ้อนเรียงตัวกันเป็นรูป “แผนผังดวงดาวแปดทิศ” ที่หมุนวนจางๆ ตลอดเวลา
“ฮ่าๆๆๆ! ดูสิหลงเฉิน! ดูความหล่อเหลานี้!” เสี่ยวเฮยพลิกตัวกลับมายืนสี่ขา ยืดคอยาวเหยียดแล้วคำราม (เสียงเหมือนแมวขู่) “ข้ารู้สึกแข็งแกร่ง! ข้ารู้สึกว่าข้าสามารถเอาหัวโขกภูเขาให้ทลายได้!”
“วิวัฒนาการสำเร็จ… ‘เต่าทมิฬเกราะทอง’ ระดับ 2 ขั้นต้น” หลงเฉินลืมตาขึ้นมองคู่หูด้วยความพึงพอใจ “ไม่เลว… พลังป้องกันของเจ้าน่าจะรับการโจมตีของระดับแก่นแท้ได้สบายๆ แล้ว”
“แน่นอน! และไม่ใช่แค่รับนะ ข้ายัง ‘สะท้อน’ ได้ด้วย!” เสี่ยวเฮยคุยโม้ “ใครตีข้า ข้าจะให้มันเจ็บกว่าร้อยเท่า!”
“ดี… งั้นตาข้าบ้าง”
หลงเฉินหลับตาลงอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ต่อสู้กับเพลิงวิญญาณแล้ว แต่เขากำลัง “หลอมรวม” มัน
เปลวไฟสีทองที่ยอมสยบ ถูกบีบอัดจนกลายเป็นเม็ดพลังงานขนาดจิ๋ว แล้วไหลเข้าสู่แก่นลมปราณของหลงเฉิน ทันทีที่มันผสานกัน พลังปราณสีแดงของเขาก็แปรเปลี่ยนสภาพ
จากพลังปราณมังกรที่ดุดันและกระหายเลือด บัดนี้มันมีความ “หนักแน่น” และ “ร้อนแรง” ของธาตุดินและไฟเพิ่มเข้ามา
ตูม!
เสียงระเบิดดังขึ้นในร่างของหลงเฉินอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
กำแพงที่กั้นระหว่างขั้น 8 และขั้น 9 พังทลายลงในพริบตา! แต่พลังยังไม่หยุดแค่นั้น มันพุ่งทะยานต่อไปราวกับม้าป่าที่หลุดจากคอก
ระดับหลอมรวมปราณ… ขั้นที่ 9!
ระดับหลอมรวมปราณ… ขั้นที่ 9 กลาง!
ระดับหลอมรวมปราณ… ขั้นที่ 9 สูงสุด!!
ออร่าสีแดงทองแผ่พุ่งออกมาจากร่างหลงเฉิน กระแทกเครื่องเรือนในกระท่อมจนสั่นไหว เขาหยุดอยู่ที่จุดสูงสุดของระดับหลอมรวม ห่างจากระดับ ‘ก่อรากฐาน’ เพียงแค่กระดาษบางๆ กั้น
“ฟู่…”
หลงเฉินพ่นลมหายใจออกมาเป็นไอสีขาวที่ร้อนระอุจนอากาศบิดเบี้ยว เขาลืมตาขึ้น นัยน์ตาทั้งสองข้างมีประกายไฟสีทองเต้นระริกอยู่ภายใน ดูลึกลับและทรงอำนาจ
เขาแบมือขวาออกมา
พรึ่บ!
เปลวไฟสีส้มอมทองลุกโชนขึ้นกลางฝ่ามือ มันไม่ได้ร้อนวูบวาบเหมือนไฟทั่วไป แต่ให้ความรู้สึกเหมือน “แมกมา” ที่ไหลเวียนอย่างเชื่องช้าแต่ทรงพลัง นี่คือ “เพลิงวิญญาณแก่นพสุธา” ที่สมบูรณ์แบบ
“ยอดเยี่ยม…” หลงเฉินยิ้มกว้าง “ด้วยไฟชนิดนี้ ข้าสามารถสกัดสิ่งเจือปนในสมุนไพรได้เกือบ 100% การปรุงยาของข้าจะก้าวกระโดดไปอีกขั้น”
“เฮ้! ไฟนั่นดูน่าอร่อยจัง ขอกินคำนึงสิ” เสี่ยวเฮยยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ทำจมูกฟุดฟิด
“อยากลองดีก็เอาสิ” หลงเฉินยื่นไฟไปใกล้ๆ “แต่นี่ไม่ใช่ไฟธรรมดา มันเผาได้แม้กระทั่งวิญญาณ ถ้าเจ้าโดนเผา อย่ามาหาว่าข้าไม่เตือน”
เสี่ยวเฮยชะงัก รีบหดหัวกลับ “เอ่อ… ไว้คราวหลังดีกว่า ข้าเพิ่งอิ่มมาใหม่ๆ”
หลงเฉินกำมือดับไฟ แล้วลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบดังกังวานไปทั่วร่าง ความรู้สึกของพละกำลังที่เอ่อล้นทำให้เขามั่นใจยิ่งกว่าเดิม
“ตอนนี้… ต่อให้ต้องเจอกับศิษย์สายในระดับก่อรากฐานขั้นสูงสุด ข้าก็ตบมันคว่ำได้ในหมัดเดียว” หลงเฉินประเมินพลังตัวเอง
“ส่วนระดับแก่นแท้… ถ้าใช้ไฟนี่ร่วมกับวิชาลับ ข้าก็น่าจะมีโอกาสชนะเฟิงหยุนได้สัก 5 ส่วน”
“แค่ 5 ส่วนเองเหรอ?” เสี่ยวเฮยถาม
“สำหรับข้า… 5 ส่วนก็คือชนะแล้ว” หลงเฉินตอบอย่างมั่นใจ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา คราวนี้ไม่ใช่ทหารยาม แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคยและร้อนรน
“ท่านอาจารย์! ท่านอาจารย์หลง! ท่านตื่นหรือยังขอรับ!”
เป็นเสียงของ ผู้อาวุโสหลิว
หลงเฉินรีบเก็บข้าวของ ซ่อนกลิ่นอายพลัง และส่งสัญญาณให้เสี่ยวเฮยย่อส่วนกลับไปเท่ากำปั้นแล้วมุดเข้าอกเสื้อ
“เข้ามาได้”
ประตูเปิดออกผาง ผู้อาวุโสหลิวเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เหงื่อท่วมตัว
“ท่านอาจารย์! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!” ผู้อาวุโสหลิวละล่ำละลัก “เมื่อคืนเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง หอคัมภีร์ต้องห้ามเสียหายหนัก! ท่านเจ้าสำนักโกรธจัด สั่งปิดสำนักค้นหาคนร้าย!”
“อ้อ… เรื่องนั้นข้าได้ยินเสียงดังอยู่เหมือนกัน” หลงเฉินตีหน้าซื่อ “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า?”
“ไม่เกี่ยวโดยตรงหรอกขอรับ แต่ประเด็นคือ… เพื่อเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจและลดความตึงเครียดของเหล่าศิษย์ ท่านเจ้าสำนักจึงสั่งให้เลื่อนกำหนดการ ‘งานประลองโอสถประจำปี’ เข้ามาเป็นวันพรุ่งนี้เลย!”
“งานประลองโอสถ?” หลงเฉินเลิกคิ้ว
“ใช่ขอรับ! และที่สำคัญ… ศิษย์เอกของหอโอสถฝ่ายเฟิงหยุน ประกาศท้าดวลกับศิษย์ทุกคน! ใครชนะจะได้รางวัลเป็น ‘เตาหลอมมังกรคะนอง’ สมบัติระดับปฐพี!”
ดวงตาของหลงเฉินวาวโรจน์ขึ้นมาทันที
“เตาหลอมระดับปฐพี… น่าสนใจ”
“แต่ท่านอาจารย์… ตอนนี้ท่านยังเป็นแค่ศิษย์แรงงาน ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม…” ผู้อาวุโสหลิวกล่าวอย่างกังวล
“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องห่วง” หลงเฉินยิ้มมุมปาก หยิบป้ายหยกประจำตัวผู้อาวุโสหลิวขึ้นมา “ข้าจะลงแข่งในนาม ‘ศิษย์ก้นกุฏิ’ ของเจ้า… เตรียมใบสมัครให้ข้าด้วย”
“และเตรียมดูข้า… ใช้เวทีนี้ตบหน้าพวกอวดดีให้หน้าหงายไปทั้งสำนัก!”
“วู้ววว! เรื่องสนุกมาอีกแล้ว!” เสี่ยวเฮยร้องเชียร์ในใจ “งานนี้ข้าขอพนันข้างเจ้าทาสหมดตัวเลย!”
หลงเฉินเดินออกจากกระท่อม มุ่งหน้าสู่แสงตะวันยามเช้า ทิ้งคราบของศิษย์แรงงานผู้ต่ำต้อยไว้เบื้องหลัง บัดนี้… เทพโอสถผู้ครอบครองเพลิงวิญญาณ พร้อมแล้วที่จะประกาศศักดา!
(จบบทที่ 45)