ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 46: งานประลองปรุงยา
ตอนที่ 46: งานประลองปรุงยา
ลานกว้างหน้าหอโอสถที่ปกติกว้างขวางจนจุคนได้นับหมื่น บัดนี้ดูคับแคบไปถนัดตา
เสียงอื้ออึงของผู้คนดังก้องไปทั่วหุบเขา การจัดงาน “ประลองโอสถประจำปี” ขึ้นอย่างกะทันหันตามคำสั่งของเจ้าสำนัก ได้ผลชะงัดในการเบี่ยงเบนความสนใจของเหล่าศิษย์จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวปริศนาเมื่อคืนวาน หัวข้อสนทนาของทุกคนเปลี่ยนจากการคาดเดาเรื่องภัยพิบัติ มาเป็นการถกเถียงว่าใครจะเป็นผู้คว้าชัยชนะและได้ครอบครอง “เตาหลอมมังกรคะนอง” สมบัติระดับปฐพีอันล้ำค่า
ธงทิวหลากสีโบกสะบัด กลิ่นสมุนไพรนานาชนิดลอยคละคลุ้ง แท่นหินสำหรับปรุงยาถูกจัดวางเรียงรายเป็นระเบียบกว่าร้อยแท่น ตรงกลางลานมีแท่นยกสูงสำหรับกรรมการและแขกผู้มีเกียรติ ซึ่งนั่งกันหน้าสลอนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“หลีกทาง! หลีกทางหน่อย! ท่านผู้อาวุโสหลิวมาแล้ว!”
เสียงตะโกนของศิษย์รับใช้ดังขึ้น เปิดทางให้ชายชราและชายหนุ่มเดินฝ่าฝูงชนเข้ามา
ผู้อาวุโสหลิวเดินนำหน้าด้วยท่วงท่าที่พยายามจะดูมั่นใจ แต่เหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดตามไรผมบ่งบอกถึงความกดดัน ส่วนชายหนุ่มที่เดินตามหลังมาในชุดศิษย์สายนอกที่ดูใหม่เอี่ยม (แต่ยังคงมีกลิ่นอายความดิบเถื่อน) กลับเดินเอามือไพล่หลัง สีหน้าเรียบเฉยราวน้ำนิ่ง
เขาคือ หลงเฉิน
“นั่นไง! หลงเฉิน! ไอ้คนบ้าที่ตัดมือจ้าวจื่อ!”
“มันมาทำอะไรที่นี่? อย่าบอกนะว่าจะมาแข่งปรุงยา?”
“ฮ่าๆๆ! ตลกตายชัก! คนป่าเถื่อนอย่างมันเนี่ยนะจะปรุงยา? ข้าว่ามันคงแยกต้นหอมกับหญ้าวิญญาณไม่ออกด้วยซ้ำ!”
เสียงซุบซิบเย้ยหยันดังขึ้นรอบทิศทาง หลงเฉินไม่แม้แต่จะปรายตามอง เขาเดินตรงไปลงทะเบียนที่โต๊ะกรรมการด้วยท่าทีสบายๆ
“คนเยอะชะมัด! เหม็นกลิ่นเหงื่อพวกมนุษย์!”
เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังมาจากในอกเสื้อของหลงเฉิน เจ้าเต่าทมิฬ ‘เสี่ยวเฮย’ ที่ย่อส่วนเหลือตัวเท่ากำปั้นซ่อนตัวอยู่อย่างมิดชิด
“เฮ้… หลงเฉิน เตาหลอมรางวัลนั่นกลิ่นหอมดีนะ ข้าได้กลิ่นโลหะชั้นยอดผสมกับแก่นอสูร... ถ้าเจ้าชนะ ข้าขอกัดหูเตาสักคำได้ไหม?”
“ฝันไปเถอะ” หลงเฉินตอบในใจ “เตานั้นข้าจะเอาไว้ปรุงยาให้เจ้ากินต่างหาก ถ้าเจ้ากัดเตาพัง เจ้าก็อดกินยา”
ในขณะที่หลงเฉินกำลังลงชื่อ เสียงฮือฮาที่ดังกว่าเดิมหลายเท่าก็ดังขึ้นจากทางเข้าอีกฝั่ง
“มาแล้ว! ศิษย์พี่ฮัน! ศิษย์พี่ ฮันเฟิง!”
“ตัวเต็งอันดับหนึ่งของปีนี้! ว่ากันว่าเขาได้รับการชี้แนะจากท่านเจ้าสำนักโดยตรง!”
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มที่ดูเย่อหยิ่ง เดินเข้ามาพร้อมพัดจีบในมือ เขาแต่งกายด้วยชุดคลุมนักปรุงยาสีขาวขลิบทองที่หรูหรา ข้างกายมีศิษย์สาวสวยเดินขนาบข้างคอยพัดวีให้
ฮันเฟิง คือศิษย์เอกของเจ้าหอโอสถ (คนละคนกับผู้อาวุโสหลิว) และที่สำคัญ… เขาเป็นคนสนิทของ เฟิงหยุน
ฮันเฟิงเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะลงทะเบียน สายตาของเขาจับจ้องมาที่หลงเฉินทันที แววตาที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเย็นชาและดูถูกเหยียดหยาม
“โอ้… นึกว่าใคร ที่แท้ก็ศิษย์น้องหลงเฉินผู้โด่งดัง” ฮันเฟิงหุบพัดดัง พรึ่บ เดินเข้ามาประชิดตัวหลงเฉิน
“ได้ข่าวว่าเจ้าเพิ่งก่อเรื่องงามหน้าไว้ที่โรงอาหาร... นึกไม่ถึงว่านอกจากจะเก่งเรื่องใช้กำลังป่าเถื่อนแล้ว ยังมีความกล้าที่จะมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนักปรุงยาถึงที่นี่”
หลงเฉินวางพู่กันลง ชายตามองฮันเฟิงเล็กน้อย
“เหยียบย่ำ?” หลงเฉินเลิกคิ้ว “ข้าแค่มาลงแข่ง… แต่ถ้าการที่ข้าชนะมันจะไปเหยียบย่ำหน้าใครบางคนเข้า ข้าก็ต้องขออภัยล่วงหน้า”
“ชนะ?” ฮันเฟิงหัวเราะลั่นราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในสามโลก “ฮ่าๆๆ! เจ้าคิดว่าจะชนะข้า? ฮันเฟิงผู้นี้?”
ฮันเฟิงโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูหลงเฉิน เสียงของเขาลดต่ำลงจนเต็มไปด้วยจิตสังหาร
“ฟังให้ดีนะไอ้คนบ้านนอก... ศิษย์พี่เฟิงหยุนฝากความคิดถึงมาให้เจ้า”
“เขาสั่งข้ามาว่า… ในการประลองวันนี้ อย่าให้เจ้าได้มีโอกาสเดินลงจากเวทีแบบครบ 32 ประการ ให้ระเบิดเตาใส่หน้าเจ้าจนเสียโฉม หรือไม่ก็ทำให้เจ้ากลายเป็นคนพิการธาตุไฟเข้าแทรกไปซะ”
“สนามประลองปรุงยา… อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอนะ ศิษย์น้องหลง”
ฮันเฟิงตบไหล่หลงเฉินเบาๆ แสยะยิ้มอำมหิต แล้วเดินผละออกไปท่ามกลางเสียงเชียร์ของเหล่าศิษย์ที่โง่เขลา
หลงเฉินปัดไหล่ตัวเองตรงที่ถูกตบ ราวกับปัดสิ่งสกปรก
“อุบัติเหตุงั้นรึ…” หลงเฉินพึมพำ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจ “ขอบคุณที่แนะนำ… ข้าจะจำไว้ใช้กับเจ้า”
…
“เริ่มการประลองได้!”
เสียงฆ้องดังสนั่น หง่างงง! สัญญาณเริ่มการแข่งขันดังขึ้น
ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 50 คนประจำที่หน้าเตาหลอมของตนเอง กติการอบแรกคือ “การสกัดบริสุทธิ์” ผู้เข้าแข่งขันต้องสกัดสมุนไพรพื้นฐาน 10 ชนิดให้เหลือเพียงของเหลวบริสุทธิ์ภายในเวลา 1 ก้านธูป ใครทำความบริสุทธิ์ได้สูงสุดและเร็วที่สุดจะผ่านเข้ารอบ
“ฟู่!”
เสียงจุดไฟดังขึ้นพรึ่บพรั่บไปทั่วลานประลอง เปลวไฟหลากสีสันลุกโชนขึ้นใต้เตาหลอม
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือเปลวไฟของฮันเฟิง
“วูบ!”
เปลวไฟสีน้ำเงินเข้มรูปร่างคล้ายหมาป่าคำรามลุกโชนขึ้นมาจากฝ่ามือของฮันเฟิง ความร้อนของมันแผ่กระจายออกไปจนคนดูแถวหน้าต้องถอยหนี
“นั่นมัน! ‘เพลิงอสูรหมาป่าคราม’! ไฟระดับสัตว์อสูรขั้น 4!”
“พระเจ้า! ศิษย์พี่ฮันครอบครองเพลิงอสูร! แบบนี้ใครจะไปสู้ได้!”
“ชนะแล้ว! แค่เห็นไฟก็รู้ผลแพ้ชนะแล้ว!”
ฮันเฟิงยืนยิ้มรับคำชมอย่างภาคภูมิใจ เขาควบคุมไฟสีน้ำเงินให้ห่อหุ้มเตาหลอมอย่างชำนาญ สมุนไพรที่ถูกโยนลงไปละลายกลายเป็นของเหลวบริสุทธิ์ในพริบตา
ในขณะเดียวกัน ทางด้านหลงเฉิน…
เขายืนนิ่งอยู่หน้าเตาหลอมธรรมดาๆ ที่ทางสำนักจัดเตรียมไว้ให้ โดยยังไม่จุดไฟ
“เฮ้ย! ดูไอ้หลงเฉินสิ! มันยืนบื้อทำอะไรอยู่?”
“คงตกใจจนทำอะไรไม่ถูกล่ะสิมั้ง ฮ่าๆๆ!”
“หรือว่ามันจุดไฟไม่เป็น? ใครก็ได้เอาไม้ขีดไฟไปให้มันหน่อย!”
เสียงหัวเราะเยาะดังสนั่นหวั่นไหว แม้แต่กรรมการบางคนยังส่ายหน้าด้วยความสมเพช ผู้อาวุโสหลิวที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ “ท่านอาจารย์… ท่านรออะไรอยู่?”
หลงเฉินไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกา เขากำลัง “คุย” กับเสี่ยวเฮย
“นี่เจ้าทาส… เจ้าจะไม่ใช้ ‘ไฟสีทอง’ นั่นจริงๆ เหรอ? เอาออกมาโชว์เลยสิ! ให้พวกมันตาแตกไปเลย!”
“ยังไม่ใช่ตอนนี้…” หลงเฉินตอบ “ข้าจะใช้เพลิงวิญญาณปฐพีฆ่าไก่ทำไม? มีดฆ่าโคเอาไว้ใช้ตอนจบ… ตอนนี้แค่ไฟธรรมดาก็เหลือเฟือแล้ว”
หลงเฉินยื่นมือออกไปใต้เตาหลอม
พรึ่บ!
เปลวไฟสีส้มธรรมดาๆ ที่เกิดจากการรวบรวมพลังปราณธาตุไฟในบรรยากาศจุดติดขึ้น มันดูไม่มีอะไรพิเศษ ไม่มีสีสันฉูดฉาด ไม่มีความร้อนแรงหวือหวา
“โธ่เอ๊ย… นึกว่าจะมีดี ไฟปราณพื้นฐานชัดๆ” ฮันเฟิงเหลือบมองแล้วแค่นเสียง “ขยะก็คือขยะ”
แต่สิ่งที่ไม่มีใครสังเกตเห็น คือ “การควบคุม”
หลงเฉินไม่ได้ใช้ความแรงของไฟเข้าข่ม แต่เขาใช้ “ความถี่”
นิ้วมือของหลงเฉินขยับรัวเร็วเหมือนกำลังดีดพิณอากาศ ส่งคลื่นพลังงานผ่านเปลวไฟเข้าไปเขย่าโมเลกุลของสมุนไพรภายในเตา
ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!
เสียงของเหลวหยดลงในขวดแก้วดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
ในขณะที่คนอื่นกำลังเร่งไฟเผาสมุนไพร หลงเฉินกลับสกัดพวกมันออกมาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ โดยที่สมุนไพรไม่ไหม้เลยแม้แต่นิดเดียว!
ผ่านไปเพียงครึ่งก้านธูป…
“เสร็จแล้ว”
หลงเฉินยกมือขึ้น เป็นคนแรกในลานประลอง
“หะ… หา?” กรรมการคุมสอบสดุ้งโหยง “เจ้า… เจ้าว่าอะไรนะ?”
“ข้าบอกว่าเสร็จแล้ว” หลงเฉินชี้ไปที่ขวดแก้ว 10 ใบที่วางเรียงกัน แต่ละใบส่องแสงแวววาว
ฮันเฟิงที่เพิ่งทำได้แค่ 7 ชนิด หันขวับมามองด้วยความตกตะลึง “เป็นไปไม่ได้! เร็วขนาดนี้ มันต้องมั่วแน่ๆ! ตรวจสอบดูสิ! มันต้องเป็นน้ำเปล่าผสมสี!”
กรรมการรีบวิ่งมาตรวจสอบขวดแก้วของหลงเฉิน เขาหยิบขึ้นมาส่องกับแสงแดด แล้วดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ
“นี่มัน…” กรรมการเสียงสั่น “ความบริสุทธิ์… 10 ส่วน!?”
“ทุกขวด… บริสุทธิ์ 10 ส่วนทั้งหมด! ไม่มีสิ่งเจือปนแม้แต่นิดเดียว!”
เสียงประกาศของกรรมการเหมือนระเบิดลงกลางลานประลอง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดออกเป็นเสียงฮือฮาที่ดังจนหูอื้อ
“10 ส่วน!? บ้าไปแล้ว! แม้แต่ผู้อาวุโสยังทำได้ยาก!”
“ไอ้หมอนี่… มันเป็นปีศาจหรือไง!”
หลงเฉินยืนกอดอก มองไปที่ฮันเฟิงที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่หน้าเตาหลอม
“ศิษย์พี่ฮัน…” หลงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน “ไฟของท่านสวยดีนะ… แต่เสียดาย เอาไว้ใช้จุดพลุงานวัดน่าจะเหมาะกว่าเอามาปรุงยา”
“เจ้า!!” ฮันเฟิงกัดฟันกรอด จนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ
“คอยดูเถอะ… รอบต่อไปข้าจะเอาจริง!” ฮันเฟิงสาบานในใจ “ข้าจะทำให้เตาของเจ้ากลายเป็นโลงศพของเจ้า!”
ศึกระหว่าง “เพลิงอสูร” และ “เทพโอสถจำแลง” เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และเวทีประลองแห่งนี้กำลังจะลุกเป็นไฟ!
(จบบทที่ 46)