ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 6: คุณหนูตระกูลคู่ปรับ
ตอนที่ 6: คุณหนูตระกูลคู่ปรับ
“ปากดีนักนะเจ้าสวะ! กล้าเอาข้าไปเปรียบเทียบกับของเน่าเสียอย่างนั้นรึ?”
จ้าวหยิงกรีดร้องออกมาด้วยความเดือดดาล ใบหน้าสวยหวานบัดนี้แดงก่ำจนลามไปถึงใบหู นางเป็นถึงคุณหนูเล็กแห่งตระกูลจ้าว ผู้มีพรสวรรค์โดดเด่นและได้รับการประคบประหงมดั่งไข่ในหิน ไม่เคยมีใครหน้าไหนกล้าใช้วาจาสามหาวกับนางเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ “หลงเฉิน” นายน้อยขยะที่นางมองเป็นเพียงมดปลวกใต้ฝ่าเท้ามาตลอด
ชายหนุ่มรูปงามที่ยืนอยู่ข้างกายจ้าวหยิงรีบก้าวออกมาขวางหน้า ทำท่าทีปกป้องหญิงงาม เขาคือ “หลี่เฟิง” ศิษย์พี่จากสำนักดาบวายุที่จ้าวหยิงกำลังคบหาดูใจอยู่ หวังจะเกาะบารมีตระกูลจ้าว
“เจ้าหลีกไปซะหยิงเอ๋อ ขยะไร้ค่าพรรค์นี้ไม่คู่ควรให้เจ้าต้องเปลืองน้ำลาย เดี๋ยวข้าจะสั่งสอนให้มันรู้จักที่ต่ำที่สูงเอง” หลี่เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงดูแคลน พร้อมกับปลดปล่อยพลังปราณระดับ ‘หลอมรวมขั้นต้น’ ออกมากดดัน
แต่หลงเฉินกลับไม่สะทกสะท้าน เขาเพียงแค่ปัดฝุ่นบนเสื้อคลุมอย่างไม่ยี่หระ สายตาจับจ้องไปที่ตะกร้าสานใบเล็กในมือของสาวใช้ข้างกายจ้าวหยิง ภายในตะกร้านั้นมีสมุนไพรต้นหนึ่งวางอยู่บนผ้าไหมสีแดง ส่งกลิ่นหอมฟุ้งประหลาดไปทั่วบริเวณ
“โอ้…” หลงเฉินลากเสียงยาว มุมปากยกยิ้มเหยียดหยาม “ข้าก็สงสัยว่าทำไมคุณหนูจ้าวถึงได้อารมณ์ฉุนเฉียวนัก ที่แท้ก็เพราะเจ้าเพิ่งไปเสียเงินซื้อ ‘ขยะราคาแพง’ มานี่เอง”
จ้าวหยิงชะงัก นางรีบคว้าตะกร้ามาถือไว้แล้วเชิดหน้าขึ้น “หุบปากเน่าๆ ของเจ้าซะ! เจ้าจะไปรู้อะไร นี่คือ ‘หญ้าวิญญาณเจ็ดใบ’ อายุห้าสิบปีที่ข้าเพิ่งประมูลมาจากหอการค้าในราคาสามพันเหรียญทอง! มันมีสรรพคุณช่วยทะลวงคอขวดพลังปราณ คนไร้รากฐานวรยุทธ์อย่างเจ้า ชาตินี้คงไม่มีวาสนาแม้แต่จะได้ดมกลิ่นของมัน!”
ฝูงชนในตลาดเริ่มมุงดูมากขึ้นเมื่อได้ยินราคา “สามพันเหรียญทอง” เสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่ หลายคนมองจ้าวหยิงด้วยสายตาชื่นชมในความมั่งคั่งและวาสนา
“หญ้าวิญญาณเจ็ดใบ?” หลงเฉินหัวเราะในลำคอ “โง่เขลาเบาปัญญา… ตระกูลจ้าวสั่งสอนลูกหลานมาให้มีความรู้เพียงหางอึ่งแค่นี้หรือ?”
“เจ้าว่าใครโง่!” จ้าวหยิงตวาดลั่น
หลงเฉินก้าวเดินเข้าไปใกล้อีกหนึ่งก้าว สายตาคมกริบมองทะลุปรุโปร่ง
“เจ้าบอกว่านั่นคือหญ้าวิญญาณเจ็ดใบสินะ… ดูให้ดีๆ สิแม่นางจ้าว ใบของมันมีเจ็ดแฉกก็จริง แต่เส้นใบกลับมีสีม่วงคล้ำแทนที่จะเป็นสีเขียวมรกต และกลิ่นหอมฟุ้งที่เจ้าภูมิใจหนักหนานั่น… มันไม่ใช่กลิ่นของพลังปราณบริสุทธิ์ แต่มันคือกลิ่นของ ‘ผงเสน่ห์รากราคะ’ ที่พ่อค้าหน้าเลือดเอามาพรมไว้เพื่อกลบกลิ่นเหม็นสาบต่างหาก!”
“เจ้าพูดพล่อยๆ!” หลี่เฟิงตะคอก “เจ้าอิจฉาที่คุณหนูจ้าวมีของวิเศษล่ะสิ!”
“ของวิเศษบ้าบออะไรกัน” หลงเฉินส่ายหัวด้วยความเวทนา “เจ้าสิ่งนี้แท้จริงแล้วมันคือ ‘หญ้ามารกินศพ’ ที่มักจะขึ้นตามหลุมฝังศพเก่าๆ มันดูดซับไอความตายเป็นอาหาร รูปร่างคล้ายหญ้าวิญญาณเจ็ดใบถึงเก้าส่วน แต่สรรพคุณตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง… หากเจ้ากินมันเข้าไป ไม่เพียงแต่จะไม่ช่วยทะลวงขั้น แต่มันจะกัดกินเส้นลมปราณของเจ้าจนเน่าเปื่อย และทำให้ใบหน้าสวยๆ ของเจ้าขึ้นฝีหนองจนดูไม่ได้ไปตลอดชีวิต!”
คำพูดของหลงเฉินเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
จ้าวหยิงหน้าซีดเผือด นางมองสมุนไพรในมือด้วยความสั่นเครือ “มะ… ไม่จริง! ท่านลุงที่ร้านขายยาบอกว่ามันคือของแท้!”
“งั้นเจ้าลองหักก้านมันดูสิ” หลงเฉินท้าทาย พลางกอดอกมองด้วยสายตาเย้ยหยัน “ถ้าเป็นหญ้าวิญญาณเจ็ดใบ ยางของมันจะต้องใสเหมือนน้ำค้าง แต่ถ้าเป็นหญ้ามารกินศพ… ยางของมันจะมีสีเหลืองขุ่นและเหม็นเหมือนน้ำเหลืองศพ”
จ้าวหยิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่แรงกดดันจากสายตาคนรอบข้างทำให้นางจำต้องพิสูจน์ นางกลั้นใจใช้นิ้วเล็บจิกไปที่ก้านสมุนไพรแล้วหักเบาๆ
เป๊าะ!
ทันทีที่ก้านหัก ของเหลวสีเหลืองข้นคลั่กก็ไหลเยิ้มออกมา พร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงที่ตลบอบอวลไปทั่ว จนกลบกลิ่นหอมจางๆ ก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น
“อ๊ายยยยย!”
จ้าวหยิงกรีดร้องลั่น นางขว้างตะกร้านั้นทิ้งลงพื้นราวกับจับโดนงูพิษ กลิ่นเหม็นเน่าทำให้นางอยากจะอาเจียน
“เหม็นมาก! เหมือนกลิ่นซากศพจริงๆ ด้วย!”
“สวรรค์ช่วย! คุณหนูจ้าวถูกหลอกขายของเก๊ราคาสามพันเหรียญทอง!”
“นายน้อยหลงเฉินพูดถูก! เขาดูแค่วูบเดียวก็รู้แจ้ง ความรู้เรื่องสมุนไพรของเขาช่างลึกล้ำนัก!”
เสียงซุบซิบและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยเริ่มดังขึ้นจากฝูงชน ความอับอายขายหน้าถาโถมเข้าใส่จ้าวหยิงจนนางแทบจะแทรกแผ่นดินหนี เงินสามพันเหรียญทองไม่ใช่จำนวนน้อยๆ แต่สิ่งที่เสียไปมากกว่าเงินคือหน้าตาและศักดิ์ศรี
นางเงยหน้าขึ้นมองหลงเฉินด้วยดวงตาแดงก่ำที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น แทนที่จะโกรธพ่อค้าที่หลอกขาย นางกลับโกรธคนเปิดโปงอย่างหลงเฉินที่ทำให้นางต้องขายหน้าประชาชี
“หลงเฉิน!! เจ้า… เจ้าจงใจฉีกหน้าข้า!” นางชี้หน้าด่ากราด ตัวสั่นเทิ้ม
“ข้าแค่พูดความจริง” หลงเฉินยักไหล่ สีหน้ากวนประสาท “อันที่จริง เจ้าควรจะขอบคุณข้าด้วยซ้ำที่ช่วยชีวิตเจ้าไว้ ถ้าเจ้ากินไอ้หญ้าเน่านั่นเข้าไป ป่านนี้เจ้าคงได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงแล้ว… แต่ก็นะ ความโง่เขลามันรักษายากยิ่งกว่าโรคภัยเสียอีก”
ประโยคสุดท้ายเหมือนราดน้ำมันลงบนกองไฟ
“ฆ่ามัน!!” จ้าวหยิงกรีดร้องเสียงแหลม “ฆ่าไอ้สวะนี่ซะ! ใครตัดลิ้นมันมาให้ข้าได้ ข้าให้รางวัลหนึ่งพันเหรียญทอง!”
สิ้นเสียงคำสั่ง องครักษ์ตระกูลจ้าวสี่คนก็ชักดาบออกมาทันที พวกมันเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อรากฐานขั้นกลาง ล้อมกรอบหลงเฉินไว้ทุกทิศทาง
“เจ้าทำตัวเองนะไอ้หนู” หลี่เฟิงแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม “อย่าโทษที่ข้าโหดร้าย!”
หลงเฉินมองดูคมดาบที่วาววับรอบตัว แต่แทนที่จะหวาดกลัว เขากลับถอนหายใจออกมาเบาๆ มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในอกเสื้อ สัมผัสไออุ่นจากหินสีดำ และอีกข้างหนึ่งเลื่อนไปจับด้ามมีดสั้นสนิมเขรอะที่เหน็บอยู่ข้างเอว
“เฮ้อ… ข้าอุตส่าห์ใช้วาจาตักเตือนด้วยความหวังดี แต่พวกเจ้ากลับตอบแทนข้าด้วยคมดาบ”
ดวงตาของหลงเฉินเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็ง จิตสังหารที่ซ่อนเร้นไว้เริ่มแผ่ออกมาจางๆ
“ในเมื่อพวกเจ้าอยากจะลองของ… ข้าก็จะสงเคราะห์ให้ แต่จำไว้ว่า ดาบของข้าเมื่อชักออกมาแล้ว มันจะไม่กลับเข้าฝักจนกว่าจะได้ดื่มเลือด!”
ฟึ่บ!
ร่างของหลงเฉินหายวับไปจากสายตาของทุกคน เหลือทิ้งไว้เพียงเงาจางๆ
“เร็วมาก!” องครักษ์คนหนึ่งอุทานด้วยความตกใจ ยังไม่ทันได้ตั้งท่ารับ ด้ามมีดสั้นสนิมเขรอะก็กระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของมันอย่างจัง
อั๊ก!
องครักษ์ร่างยักษ์ตัวงอเป็นกุ้ง สลบเหมือดไปทั้งยืน!
การต่อสู้กลางตลาดเริ่มขึ้นแล้ว และมันจะไม่จบลงง่ายๆ อย่างแน่นอน!
(จบบทที่ 6)