ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 56: เจ้าสำนักคลุ้มคลั่ง
ตอนที่ 56: เจ้าสำนักคลุ้มคลั่ง
สายลมหวีดหวิวพัดผ่านลานประลองที่บัดนี้กลายเป็นลานประหาร กลิ่นคาวเลือดของเฟิงหยุนยังคงสดใหม่ แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากลิ่นเลือด คือบรรยากาศที่หนักอึ้งราวกับท้องฟ้ากำลังถล่มลงมา
เย่กู่เฉิง เจ้าสำนักกระบี่สวรรค์ ยืนตัวสั่นเทิ้มอยู่หน้าซากศพไร้หัวของศิษย์เอก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมด้วยเมตตาและสง่างาม บัดนี้บิดเบี้ยวจนน่าเกลียดน่ากลัว เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามขมับและลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องมองหลงเฉินด้วยความเคียดแค้นที่ลึกล้ำราวกับมหาสมุทร
เฟิงหยุนไม่ได้เป็นแค่ศิษย์เอก... แต่เป็นความหวัง เป็นอนาคต และเป็นหมากตัวสำคัญที่เย่กู่เฉิงฟูมฟักมานานนับสิบปี เพื่อหวังจะใช้สายเลือดและพรสวรรค์ของมันยกระดับสำนัก (และอาจรวมถึงผลประโยชน์ส่วนตนในเงามืด)
แต่บัดนี้… หมากตัวนั้นถูกเด็กเหลือขอคนหนึ่งขยี้ทิ้งจนไม่เหลือชิ้นดี!
“เจ้า… เจ้าทำลายอนาคตของสำนัก…” เย่กู่เฉิงเอ่ยเสียงลอดไรฟัน เสียงของเขาสั่นเครือแต่แฝงด้วยพลังทำลายล้างที่ทำให้อากาศรอบตัวสั่นสะเทือน
“เจ้าฆ่าศิษย์พี่… เจ้าสังหารว่าที่เจ้าสำนัก… เจ้าเหยียบย่ำกฎเกณฑ์และศักดิ์ศรีของข้าจนป่นปี้!”
หลงเฉินยืนหอบหายใจ ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเลือด เขายกมือขึ้นปาดเลือดที่ไหลเข้าตา แล้วแสยะยิ้มท้าทาย
“อนาคตที่สร้างขึ้นบนความขลาดเขลาและการรังแกผู้หญิง… สมควรถูกทำลายแล้ว” หลงเฉินตอบโต้ “ส่วนกฎเกณฑ์ของท่าน… มันก็แค่เครื่องมือที่เอาไว้กดหัวคนอ่อนแอ พอคนของท่านแพ้ ท่านก็ฉีกกฎทิ้ง… ช่างน่าสมเพช”
“หุบปาก!!!!”
เย่กู่เฉิงตะวาดลั่น เสียงคำรามระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกที่รุนแรงดุจพายุไต้ฝุ่น
ตูม!
หลงเฉินที่บาดเจ็บและใช้พลังไปมหาศาล ถูกคลื่นเสียงกระแทกจนถอยหลังไปหลายก้าว เลือดลมในอกตีกลับจนกระอักเลือดออกมาคำโต
“ในเมื่อเจ้าเป็นปีศาจที่ไร้การอบรม… วันนี้ ข้าเย่กู่เฉิง จะทำหน้าที่แทนฟ้าดิน กำจัดมารร้ายอย่างเจ้าให้สิ้นซาก!”
“ตายซะ! หลงเฉิน!”
เย่กู่เฉิงไม่รักษาภาพพจน์เจ้าสำนักผู้ทรงธรรมอีกต่อไป เขาระเบิดพลังระดับ ‘แก่นแท้ ขั้นสูงสุด (Peak Core Essence)’ ที่อีกเพียงครึ่งก้าวจะเข้าสู่ระดับจิตวิญญาณออกมาเต็มพิกัด!
ออร่าสีม่วงเข้มข้นทะลักออกมาจากร่างของเย่กู่เฉิง ก่อตัวเป็นรูปยักษ์ปักหลั่นถือกระบี่อยู่ด้านหลัง แรงกดดันมหาศาลทำให้ศิษย์ที่อยู่ใกล้ขอบสนามกระดูกหักและสลบเหมือดไปทันที
เย่กู่เฉิงซัดฝ่ามือขวาออกไป ไม่ใช่วิชากระจอกงอกง่อย แต่เป็นวิชาไม้ตายก้นหีบของเจ้าสำนัก!
“ฝ่ามือม่วงคราม… บดขยี้ดารา!”
ฝ่ามือแสงสีม่วงขนาดมหึมาเท่าบ้านเรือน ก่อตัวขึ้นกลางอากาศ แล้วตบลงมาที่หลงเฉินด้วยความเร็วที่ไม่อาจหลบพ้น มันเหมือนกับภูเขาทั้งลูกกำลังหล่นทับมดตัวจ้อย
“หลงเฉิน! หนีเร็ว! พลังนี้รับไม่ได้! ตายแน่!” เสี่ยวเฮยกรีดร้องลั่น เกาะไหล่หลงเฉินแน่นจนเล็บจิกเนื้อ
หลงเฉินกัดฟันกรอด เขารู้ดีว่ารับไม่ได้… ระดับพลังห่างกันเกินไป! นี่คือจุดสูงสุดของแก่นแท้ ไม่ใช่ระดับกลางแบบเฟิงหยุน!
“ข้าไม่หนี! หลินหลานยังอยู่ตรงนี้!”
หลงเฉินตัดสินใจเดิมพันด้วยชีวิต เขากระทืบเท้าลงพื้น ระเบิดพลังเฮือกสุดท้าย
“กายามังกรอสูร... เกราะเกล็ดมังกรนิรันดร์!”
“เสี่ยวเฮย! โล่เต่าทมิฬ!”
หลงเฉินไขว้แขนขึ้นเหนือหัว เกล็ดมังกรสีแดงทับทิมเปล่งแสงเจิดจ้าซ้อนทับกันหนาแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะที่เสี่ยวเฮยก็ขยายร่างสร้างม่านพลังสีดำรูปกระดองเต่าครอบคลุมร่างทั้งสองไว้
เปรี้ยงงงงงงง!!!!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาท พื้นลานประลองที่ทำจากหินอุกกาบาตแตกละเอียดเป็นผงฝุ่น ยุบตัวลงไปเป็นหลุมยักษ์ลึกกว่าห้าวา!
ฝุ่นควันสีม่วงและดำฟุ้งกระจายไปทั่ว จนมองไม่เห็นสิ่งใด
“ฮ่าๆๆๆ! แหลกไปซะ! กลายเป็นผุยผงไปซะ!” เย่กู่เฉิงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ระบายโทสะทั้งหมดลงไปในฝ่ามือนั้น
เมื่อฝุ่นจางลง…
ที่ก้นหลุมยักษ์ ร่างของหลงเฉินยังคงยืนอยู่… แต่สภาพดูไม่ได้
เข่าข้างหนึ่งทรุดลงกับพื้น แขนทั้งสองข้างที่ใช้รับพลังหักผิดรูป กระดูกขาวโพลนทะลุเนื้อออกมา เลือดไหลโชกไปทั้งตัว เกราะเกล็ดมังกรแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี ม่านพลังของเสี่ยวเฮยสลายไป และเจ้าเต่าตัวน้อยก็นอนหงายท้องหมดสติอยู่ข้างๆ
“แค่ก...” หลงเฉินไอออกมาเป็นลิ่มเลือด เศษอวัยวะภายในปนออกมาด้วย
“ยังไม่ตาย?” เย่กู่เฉิงเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจระคนชื่นชมในความอึด “สมแล้วที่เป็นกายาพิเศษ… รับฝ่ามือเต็มกำลังของข้าแล้วยังรักษาชีวิตไว้ได้”
เย่กู่เฉิงค่อยๆ ลอยตัวลงมายืนที่ปากหลุม มองดูหลงเฉินราวกับมองหนอนแมลง
“แต่มันจบแล้ว… สภาพเจ้าตอนนี้ แค่นิ้วเดียวข้าก็ฆ่าเจ้าได้”
เย่กู่เฉิงชูนิ้วชี้ขึ้น รวบรวมพลังปราณบีบอัดเป็นลำแสงสีม่วงที่ปลายนิ้ว เล็งไปที่หัวใจของหลงเฉิน
“ลาก่อน... อัจฉริยะที่หลงผิด”
หลงเฉินเงยหน้าขึ้นมองเย่กู่เฉิง เลือดไหลเข้าตาจนมองเห็นโลกเป็นสีแดง เขาพยายามจะขยับตัวแต่ร่างกายไม่ตอบสนอง ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
ในวินาทีนั้นเอง สายตาของหลงเฉินเหลือบไปเห็นหลินหลานที่นอนสลบอยู่ไม่ไกลจากปากหลุม นางปลอดภัยจากแรงระเบิดเพราะอยู่ขอบวงพอดี
“ข้า… จะตายที่นี่ไม่ได้…”
“ข้ายังมีน้องสาว… ข้ายังมีแค้นที่ต้องชำระ… ข้ายังไม่ได้เหยียบยอดเขาเซียน!”
ตึกตัก! ตึกตัก!
หัวใจมังกรในอกของหลงเฉินเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่ด้วยพลังปราณ แต่ด้วย “สัญชาตญาณการเอาตัวรอด”
มือขวาที่กระดูกหักของหลงเฉิน ขยับไปสัมผัส “แหวนมิติ”
“เย่กู่เฉิง…” หลงเฉินเอ่ยเสียงแหบแห้ง แต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “เจ้าคิดว่า… เจ้าชนะแล้วงั้นรึ?”
“เจ้าไม่อยากรู้รึไง… ว่าทำไมรากฐานของหอคัมภีร์ถึงพังทลาย? ทำไมชีพจรมังกรดินถึงหายไป?”
คำถามนั้นทำให้เย่กู่เฉิงชะงัก นิ้วที่กำลังจะยิงลำแสงหยุดกลางอากาศ
“เจ้า… เจ้ารู้อะไร?” เย่กู่เฉิงถามเสียงเครียด
“ข้ารู้…” หลงเฉินแสยะยิ้ม เลือดไหลย้อยมุมปาก “เพราะข้า… คือคนที่เอามันไป!”
วูบ!
หลงเฉินใช้แรงเฮือกสุดท้าย กระตุ้นจิตวิญญาณ เรียกของสิ่งหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ
มันไม่ใช่ก้อนหิน ไม่ใช่อาวุธ… แต่มันคือ “ลูกแก้วเพลิงวิญญาณ” ที่เขาเพิ่งอัดพลังเพลิงวิญญาณแก่นพสุธาลงไปจนเต็มเปี่ยม!
เพลิงสีทองในลูกแก้วหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง มันคือระเบิดเวลาที่มีพลังทำลายล้างระดับปฐพี!
“ของขวัญจากใต้ดิน... รับไปซะ!”
หลงเฉินขว้างลูกแก้วนั้นใส่หน้าเย่กู่เฉิงด้วยแรงทั้งหมดที่มี!
“นั่นมัน… เพลิงวิญญาณปฐพี!?” เย่กู่เฉิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและความโลภ “เจ้าขโมยมันมาจริงๆ รึ!”
แต่ก่อนที่เย่กู่เฉิงจะทันได้คว้ามัน…
“ระเบิด!” หลงเฉินสั่งการ
ตูมมมมมมมมมมม!!!!!!
เปลวเพลิงสีทองระเบิดออกกลางอากาศ ห่างจากหน้าเย่กู่เฉิงเพียงสองศอก! แรงระเบิดของเพลิงระดับวิญญาณที่ไร้การควบคุมนั้นรุนแรงมหาศาล ยิ่งกว่าฝ่ามือเมื่อครู่หลายเท่าตัว!
คลื่นความร้อนแผดเผาทุกสิ่ง ร่างของเย่กู่เฉิงถูกกลืนเข้าไปในกองเพลิง เขากรีดร้องลั่น ต้องระเบิดพลังทั้งหมดมาสร้างเกราะคุ้มกันตัวเอง แต่ก็ยังถูกแรงอัดกระเด็นปลิวไปกระแทกหน้าผาไกลลิบ
ฝุ่นควันและเปลวไฟปกคลุมทั่วบริเวณอีกครั้ง ความโกลาหลเกิดขึ้นถึงขีดสุด
“ตอนนี้แหละ!”
หลงเฉินกัดฟันข่มความเจ็บปวด เขาใช้แขนข้างที่ยังพอขยับได้ คว้าตัวเสี่ยวเฮยยัดใส่อกเสื้อ แล้วพุ่งตัวออกจากหลุมตรงไปหาหลินหลาน
“หลินหลาน! ไปกับข้า!”
หลงเฉินอุ้มร่างน้องสาวบุญธรรมขึ้นพาดบ่า แล้วระเบิดพลังก้าวย่างมังกรอสูร พุ่งตัวหนีออกจากลานประลองมุ่งหน้าลงเขาอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางเสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่งของเย่กู่เฉิงที่ดังไล่หลังมา
“หลงเฉิน!!! ข้าจะฆ่าเจ้า!!! สุดล่าฟ้าเขียว ข้าก็จะตามล่าเจ้า!!!”
สงครามระหว่างหนึ่งศิษย์กับหนึ่งสำนัก… ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!
(จบบทที่ 56)