ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 57: ระเบิดค่ายกล
ตอนที่ 57: ระเบิดค่ายกล
เสียงลมหวีดหวิวผ่านหูของหลงเฉินไปอย่างรวดเร็ว ทุกย่างก้าวที่เขาย่ำลงบนพื้นหินส่งผลให้กระดูกที่หักร้าวทั่วร่างส่งเสียงร้องประท้วงด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส เลือดสีแดงสดหยดเป็นทางยาวตามเส้นทางที่เขาวิ่งผ่าน ไหลรินจากบาดแผลนับไม่ถ้วนที่เกิดจากการปะทะกับยอดฝีมือระดับแก่นแท้ขั้นสูงสุด
บนบ่าซ้ายของเขาคือ หลินหลาน ที่หมดสติไปแล้ว ส่วนในอกเสื้อคือ เสี่ยวเฮย ที่นอนนิ่งสนิท
“หนี! ต้องหนีให้พ้น!”
นี่คือความคิดเดียวในหัวของหลงเฉิน แม้จิตวิญญาณราชันย์มังกรจะหยิ่งทะนงเพียงใด แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่เขลาที่จะเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง การปะทะกับ เย่กู่เฉิง ในสภาพที่ร่อแร่เช่นนี้มีจุดจบเพียงอย่างเดียวคือความตาย และถ้าเขาตาย… หลินหลานและเสี่ยวเฮยก็ต้องตายตามไปด้วย
“จะหนีไปไหน!!!”
เสียงคำรามกึกก้องดุจฟ้าผ่าดังไล่หลังมา พร้อมกับแรงกดดันวิญญาณที่หนักอึ้งราวกับภูเขาทั้งลูกถูกทุ่มลงมาทับ อากาศรอบตัวหลงเฉินบิดเบี้ยวจนหายใจลำบาก
เย่กู่เฉิงพุ่งทะยานออกมาจากกลุ่มควันระเบิดด้วยความเร็วแสง ร่างกายของเจ้าสำนักผู้สูงส่งบัดนี้เต็มไปด้วยรอยไหม้และคราบเขม่าจากระเบิดเพลิงวิญญาณ ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ดวงตาแดงก่ำด้วยโทสะที่พุ่งทะลุจุดเดือด
“เจ้าฆ่าศิษย์เอกข้า! ทำลายชื่อเสียงข้า! วันนี้ต่อให้เจ้าหนีไปสุดขอบนรก ข้าก็จะลากคอเจ้ากลับมาสับเป็นหมื่นชิ้น!”
ฟุ่บ!
กระบี่ปราณสีม่วงขนาดมหึมาฟันฉับลงมาตัดหน้าหลงเฉิน ห่างไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด พื้นดินถูกผ่าแยกออกเป็นเหวสวรรค์ ขวางทางหนีของเขาไว้
หลงเฉินเบรกตัวโก่งจนฝุ่นตลบ เขาหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับเย่กู่เฉิงที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศราวกับมัจจุราช
“ทางตันแล้ว…” เย่กู่เฉิงแสยะยิ้มอำมหิต ค่อยๆ ร่อนลงมาปิดล้อม “ส่งตัวนังเด็กนั่นมา แล้วข้าอาจจะเมตตาให้เจ้าตายสบายๆ”
ฝูงชนนับหมื่นที่ลานประลองยังคงตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนเริ่มตั้งสติได้และตะโกนสาปแช่ง
“ฆ่ามัน! ท่านเจ้าสำนักฆ่ามันเลย!”
“ไอ้เนรคุณ! ไอ้ปีศาจ!”
“อย่าให้มันหนีรอดไปได้!”
เสียงด่าทอเหล่านั้นมาจากเหล่าศิษย์ที่เคยประจบสอพลอเฟิงหยุน พวกมันหวังจะใช้โอกาสนี้แสดงความภักดีต่อเจ้าสำนัก
หลงเฉินกวาดสายตามองฝูงชนเหล่านั้น แล้วหันกลับมามองเย่กู่เฉิง รอยยิ้มเย็นยะเยือกปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปื้อนเลือด
“ทางตันงั้นรึ?” หลงเฉินหัวเราะในลำคอ “ท่านคิดว่าคนอย่างข้า… จะเดินเข้าถ้ำเสือโดยไม่เตรียมทางหนีทีไล่ไว้เลยหรือไง?”
เย่กู่เฉิงขมวดคิ้ว “เจ้าหมายความว่ายังไง?”
“เมื่อคืน… ข้าไม่ได้แค่นอนเฉยๆ” หลงเฉินกล่าวเสียงเรียบ “ข้าส่งเสี่ยวเฮย… ไปเดินเล่นใต้พื้นลานประลองมานิดหน่อย”
“เจ้าเต่านั่นมันชอบขุดรู… และข้าก็ชอบวาง ‘ของขวัญ'”
หลงเฉินชูมือซ้ายขึ้น ในมือของเขากำแผ่นหยกสลักอักขระสีแดงเลือดเอาไว้แน่น
“ลานประลองแห่งนี้สร้างทับอยู่บนจุดรวมชีพจรดินเก่า… ถึงแม้ข้าจะขโมยชีพจรมังกรหลักไปแล้ว แต่โครงสร้างพลังงานที่เหลืออยู่มันเปราะบางมาก...”
“และข้า… ก็แค่เอา ‘ระเบิดผลึกมาร’ ที่ข้าปรุงขึ้นเอง ไปฝังไว้ตามจุดเชื่อมต่อของค่ายกลพยุงภูเขา… ประมาณสักห้าสิบลูกได้มั้ง?”
สีหน้าของเย่กู่เฉิงเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความตื่นตระหนกสุดขีด
“ยะ… อย่านะ! เจ้าบ้าไปแล้ว! ถ้าค่ายกลระเบิด ลานประลองทั้งหมจะถล่ม! ศิษย์นับหมื่นคนอยู่ที่นี่!”
“แล้วไง?”
แววตาของหลงเฉินไร้ซึ่งความเมตตา “ตอนพวกมันเชียร์ให้เฟิงหยุนฆ่าข้า… พวกมันเคยคิดจะเมตตาข้าไหม? ตอนที่พวกมันหัวเราะเยาะน้องสาวข้า… พวกมันเคยเห็นใจนางไหม?”
“ในเมื่อเลือกจะยืนอยู่ข้างศัตรู… ก็จงเตรียมตัวตายไปพร้อมกับมัน!”
“ลาก่อน... สำนักกระบี่สวรรค์!”
กร๊อบ!
หลงเฉินบีบแผ่นหยกในมือแตกละเอียด!
ตึ้ม…
เสียงระเบิดทึบๆ ดังมาจากใต้พื้นดิน เป็นสัญญาณเริ่มต้นของหายนะ
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงระเบิดดังต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ รวดเร็วดุจประทัดยักษ์! เสาหินที่ค้ำจุนอัฒจันทร์คนดูรอบลานประลองระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พร้อมกับเปลวเพลิงสีเขียวมรกตที่เกิดจากผลึกมารพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า!
“อ๊ากกกกกก!”
“ช่วยด้วย! แผ่นดินไหว! พื้นถล่ม!”
ความโกลาหลเข้าครอบงำทันที พื้นลานประลองและอัฒจันทร์โดยรอบ ซึ่งรองรับศิษย์นับหมื่นคน พังครืนลงไปในหลุมยุบขนาดมหึมาที่เกิดจากการระเบิดโครงสร้างใต้ดิน
เศษหินปลิวว่อน ร่างของผู้คนลอยละลิ่วไปตามแรงระเบิด เลือดสาดกระจายเป็นฝนโลหิต ค่ายกลป้องกันสำนักที่ควรจะทำงาน กลับถูกระเบิดทำลายจากภายในจนใช้การไม่ได้
“ม่ายยยยยย!” เย่กู่เฉิงกรีดร้องลั่นเมื่อเห็นศิษย์สายในและสายนอกจำนวนมหาศาล… ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของสำนัก… ถูกกลืนหายไปในกองเพลิงและซากปรักหักพังต่อหน้าต่อตา
แรงระเบิดรุนแรงจนแม้แต่เย่กู่เฉิงยังต้องกางม่านพลังคุ้มกันตัวเองและผู้อาวุโสบางส่วนไว้ ทำให้เขาเสียจังหวะในการไล่ล่า
“โอกาสนี้แหละ!”
หลงเฉินไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะที่ฝุ่นควันและเปลวไฟบดบังทัศนวิสัย กระโดดลงไปในรอยแยกของแผ่นดินที่เสี่ยวเฮยขุดเตรียมไว้เป็นทางหนีฉุกเฉิน
“ไปตายซะไอ้พวกสวะ!” หลงเฉินปาระเบิดผลึกมารลูกสุดท้ายปิดปากทาง แล้ววิ่งไปตามอุโมงค์ลับด้วยความเร็วสูงสุด
…
บนพื้นดิน สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่านรกแตก
กว่าครึ่งของศิษย์ที่มาร่วมชมการประลอง… บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตในกองเพลิง โดยเฉพาะพวกที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดเพื่อประจบสอพลอเฟิงหยุน แทบไม่เหลือรอดชีวิต
กลิ่นศพไหม้และเสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วหุบเขา สำนักกระบี่สวรรค์ที่เคยยิ่งใหญ่เกรียงไกร บัดนี้สภาพไม่ต่างจากซากเมืองร้างที่เพิ่งผ่านสงคราม
เย่กู่เฉิงยืนอยู่กลางอากาศ มองดูความพินาศด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความแค้นที่ฝังรากลึกถึงกระดูกดำ
เขาไม่เพียงแต่เสียศิษย์เอก... แต่เขายังเสียรากฐานกำลังพลไปเกือบครึ่ง!
“หลงเฉิน…”
เย่กู่เฉิงเงยหน้าคำรามก้องฟ้า เสียงของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายที่จะตามหลอกหลอนไปชั่วกัปชั่วกัลป์
“ข้าขอสาบานต่อฟ้าดิน! ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ ข้าจะไล่ล่าเจ้าไปจนสุดขอบโลก! ข้าจะจับเจ้ามาถลกหนัง! ข้าจะทรมานเจ้าให้ร้องขอความตาย!”
“ประกาศจับ! ค่าหัวหลงเฉิน หนึ่งล้านหินปราณ! ใครพบเบาะแสแจ้งข้า! ใครให้ที่พักพิงข้าฆ่าล้างตระกูล!”
เสียงคำรามของเจ้าสำนักดังก้องไปไกลร้อยลี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์แคว้น
แต่ทว่า… เป้าหมายของการไล่ล่านั้น ได้หายตัวไปในเงามืดของอุโมงค์ใต้ดิน พร้อมกับรอยยิ้มของผู้ชนะที่ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังและตำนานบทใหม่ที่ถูกจารึกด้วยเลือด!
(จบบทที่ 57)