ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 65: จมูกเต่าทำงาน
ตอนที่ 65: จมูกเต่าทำงาน
ป่าดึกดำบรรพ์ภายในสุสานมังกรนั้นเต็มไปด้วยอันตรายที่คาดเดาไม่ได้ ต้นไม้โบราณขนาดมหึมาแผ่กิ่งก้านสาขาบดบังแสงอาทิตย์ ทำให้บรรยากาศเบื้องล่างมืดสลัวและชื้นแฉะ กลิ่นอายของสัตว์อสูรระดับสูงลอยปะปนอยู่ในอากาศ คอยเตือนสติผู้มาเยือนว่าที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น
หลงเฉินเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบดุจวิญญาณบนยอดไม้ ฝีเท้าของเขาเบาหวิวจนใบไม้ไม่ไหวติง แต่ทว่าสิ่งที่นำทางเขาไม่ใช่แผนที่หรือเข็มทิศ กลับเป็น “จมูก” ของสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อ
“ฟุดฟิด… ฟุดฟิด…”
เสี่ยวเฮย ยื่นหัวออกมาสูดอากาศอย่างตั้งใจ จมูกเล็กๆ ของมันขยับรัวเร็ว ดวงตาสีทองเป็นประกายวาววับยิ่งกว่าตอนเห็นสาวงาม
“ทางขวา! ทางขวา! หอม… หอมมาก!” เสี่ยวเฮยส่งกระแสจิตตะโกนลั่น “กลิ่นนี้มัน… ระดับปฐพีขั้นสูง! ไม่สิ… อาจจะถึงระดับสวรรค์ขั้นต้นเลยก็ได้!”
“เจ้าแน่ใจนะ?” หลงเฉินถามพลางเปลี่ยนทิศทางการกระโดด “ถ้าเจ้าพาข้าไปเจอแค่อึสัตว์อสูรอีก ข้าจะงดอาหารเย็นเจ้าสามวัน”
“โธ่! ดูถูกกันเกินไปแล้ว!” เสี่ยวเฮยบ่นอุบ “จมูกข้าคือสมบัติล้ำค่านะโว้ย! ข้าได้กลิ่น ‘หญ้าวิญญาณม่วง’ ลอยมาตามลม… กลิ่นมันหวานเหมือนน้ำผึ้งผสมสายฟ้า รับรองว่าของดีชัวร์!”
“หญ้าวิญญาณม่วง?” หลงเฉินชะงัก ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
หญ้าวิญญาณม่วงคือสมุนไพรหายากที่ใช้ปรุง “โอสถเสริมวิญญาณ” ซึ่งมีสรรพคุณช่วยขยายขอบเขตทะเลจิตวิญญาณของผู้ฝึกยุทธ์ สำหรับหลงเฉินที่ต้องการสร้างรากฐานระดับตำนาน สมุนไพรชนิดนี้มีค่าดั่งทองคำ
“นำทางไป!” หลงเฉินเร่งความเร็ว ร่างกายพุ่งทะยานผ่านแมกไม้ราวกับลูกธนู
…
ผ่านไปครึ่งก้านธูป
เบื้องหน้าของหลงเฉินคือหน้าผาหินสูงชันที่มีน้ำตกสายเล็กๆ ไหลลงมาสู่บ่อน้ำใสสะอาด ตรงกลางหน้าผานั้น มีชะง่อนหินยื่นออกมา และบนชะง่อนหินนั้นเอง… ต้นหญ้าสีม่วงเข้มสามต้นกำลังเปล่งแสงเรืองรองโยกไหวตามแรงลม ประกายสายฟ้าสีม่วงแลบแปลบปลาบอยู่รอบๆ ใบของมัน
“หญ้าวิญญาณม่วงจริงๆ ด้วย…” หลงเฉินพึมพำ มุมปากยกยิ้ม “แถมยังมีถึงสามต้น… เสี่ยวเฮย เจ้าทำดีมาก”
“เห็นไหมล่ะ! ข้าบอกแล้ว!” เสี่ยวเฮยยืดอกภูมิใจ “ไปเก็บกันเถอะ! ข้าขอกินต้นนึงนะ!”
“ช้าก่อน...” หลงเฉินกดหัวเสี่ยวเฮยให้ก้มลงต่ำ “เจ้าไม่เห็น ‘เจ้าที่’ หรือไง?”
หลงเฉินชี้ไปที่เงามืดหลังชะง่อนหิน
ทันใดนั้น ดวงตาสีเหลืองอำพันคู่หนึ่งก็ลืมขึ้นในความมืด พร้อมกับเสียงขู่ฟ่อที่ทำให้อากาศเย็นยะเยือก ร่างยาวเหยียดที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีแดงเพลิงค่อยๆ เลื้อยออกมาจากโพรงถ้ำ
มันคือ “พญางูเกล็ดอัคนี (Fire Scale Serpent King)” สัตว์อสูรระดับ 4 ขั้นสูงสุด! ความแข็งแกร่งของมันเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อรากฐานขั้นที่ 9!
ลำตัวของมันหนาเท่าถังน้ำมัน ยาวกว่าสิบวา เกล็ดแต่ละชิ้นแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าและมีความร้อนแผ่ออกมาจนหญ้ารอบๆ แห้งเหี่ยว
“ระดับ 4 ขั้นสูงสุด…” หลงเฉินขมวดคิ้ว “ถึงข้าจะฆ่ามันได้ แต่คงต้องออกแรงเยอะ และอาจจะบาดเจ็บ… ในสถานการณ์ที่มีศัตรูรอบด้านแบบนี้ การเสียพลังโดยใช่เหตุไม่ใช่เรื่องฉลาด”
“งั้นจะทำยังไง? จะปล่อยของดีไปเหรอ?” เสี่ยวเฮยถามเสียงอ่อย
“ใครบอกว่าจะปล่อย…” หลงเฉินแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ หูของเขากระดิกเล็กน้อยเมื่อจับสัมผัสได้ถึงเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
“ดูเหมือนจะมี ‘แขก’ กลุ่มอื่นที่จมูกไวเหมือนกันกำลังมา…”
“เสี่ยวเฮย… เรามาเล่นบท ‘ตาอยู่’ กันดีกว่า”
หลงเฉินดีดตัวขึ้นไปซ่อนบนยอดไม้สูงเหนือหน้าผา ลบกลิ่นอายจนหมดสิ้น รอคอยให้ละครฉากใหญ่เริ่มแสดง
แซ่ก! แซ่ก! แซ่ก!
พุ่มไม้ด้านล่างแหวกออก กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มปักลายสายฟ้าฟาด เดินเข้ามาในพื้นที่หน้าผา นำโดยชายหนุ่มร่างยักษ์ที่แบกค้อนศึกขนาดมหึมาพาดบ่า
“หยุด!” ชายร่างยักษ์ยกมือขึ้น สายตาของมันจ้องเขม็งไปที่ชะง่อนหิน “นั่นมัน… หญ้าวิญญาณม่วง!”
“สวรรค์! ศิษย์พี่ ‘เล่ยหม่าง’! พวกเรารวยแล้ว!” ลูกน้องคนหนึ่งตะโกนด้วยความตื่นเต้น
คนกลุ่มนี้คือศิษย์จาก “สำนักอัสนีบาต (Thunder Sect)” หนึ่งในสามสำนักใหญ่ของอาณาจักร และชายร่างยักษ์ เล่ยหม่าง คือศิษย์เอกที่มีพลังระดับก่อรากฐานขั้นที่ 4 ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความบ้าพลัง
“ฮ่าๆๆ! โชคเข้าข้างข้าจริงๆ!” เล่ยหม่างหัวเราะลั่น เสียงดังสนั่นหุบเขา “สมุนไพรนี้เหมาะกับวิชาสายฟ้าของข้าที่สุด! ใครจะไปนึกว่าเดินมั่วๆ จะมาเจอของดี!”
“แต่ศิษย์พี่… มีสัตว์อสูรเฝ้าอยู่…” ลูกน้องชี้ไปที่พญางูเกล็ดอัคนีที่กำลังชูคอแผ่แม่เบี้ย ขู่คำรามใส่ผู้บุกรุก
“แค่งูระดับ 4…” เล่ยหม่างแค่นเสียง “พวกเรามีกันสิบคน! กลัวอะไร! จัดกระบวนทัพ! ฆ่างูแล้วเอาหญ้ามา!”
“โอ้ววว!”
ศิษย์สำนักอัสนีบาตสิบคนกระจายกำลังล้อมหน้าผา ปลดปล่อยพลังปราณธาตุสายฟ้าออกมาพร้อมกัน เกิดเสียงเปรี๊ยะๆ ดังระงม
“บุก!”
เล่ยหม่างกระโดดพุ่งตัวเข้าไปเป็นคนแรก ง้างค้อนยักษ์ที่มีสายฟ้าพันรอบ ฟาดลงไปที่หัวของงูยักษ์
เปรี้ยง!
พญางูเกล็ดอัคนีหลบได้อย่างฉิวเฉียด ค้อนยักษ์ฟาดโดนพื้นหินจนแตกกระจาย งูยักษ์โกรธจัด พ่นไฟโลกันตร์สวนกลับมา
ฟู่วววว!
“อ๊ากก! ร้อน!” ศิษย์สองคนที่หลบไม่ทันถูกไฟคลอกจนร้องโหยหวน
การต่อสู้ปะทุขึ้นอย่างดุเดือด! สายฟ้าปะทะกับเปลวเพลิง เสียงระเบิดตูมตามดังสนั่นหวั่นไหว เล่ยหม่างสู้กับงูยักษ์อย่างสูสี ในขณะที่ลูกน้องคอยลอบโจมตีจากด้านข้าง
บนยอดไม้ หลงเฉินนั่งกัดผลไม้ป่ากินอย่างสบายใจ มองดูการต่อสู้เบื้องล่างเหมือนดูละครโรงใหญ่
“อืม… เล่ยหม่างฝีมือไม่เลว พลังโจมตีรุนแรง แต่ขาดความคล่องตัว” หลงเฉินวิเคราะห์ “ส่วนเจ้างูนั่น… เกล็ดหนามาก แต่จุดอ่อนอยู่ที่ใต้คอ”
“เมื่อไหร่จะลงมืออะเจ้าทาส? ข้าน้ำลายไหลจนจะหมดตัวแล้ว” เสี่ยวเฮยเร่งยิกๆ
“รออีกนิด… ให้พวกมันนัวเนียกันมากกว่านี้ก่อน”
ผ่านไปครู่ใหญ่ ทั้งสองฝ่ายเริ่มอ่อนแรง เล่ยหม่างมีแผลไฟลวกเต็มตัว ส่วนพญางูเกล็ดอัคนีก็มีเลือดไหลซึมจากรอยทุบของค้อน
“ตายซะไอ้สัตว์เดรัจฉาน! ค้อนอัสนีพิฆาต!”
เล่ยหม่างทุ่มสุดตัว ระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายกระโดดทุบหัวงู
จังหวะนี้แหละ!
หลงเฉินทิ้งผลไม้ในมือ ดวงตาสาดประกายคมกริบ
“ก้าวย่างมังกรอสูร... ไร้เงา!”
วูบ!
ร่างของหลงเฉินพุ่งดิ่งลงมาจากยอดไม้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้าแลบ เขาไม่ได้พุ่งไปที่งู หรือเล่ยหม่าง แต่พุ่งไปที่ “หญ้าวิญญาณม่วง” บนชะง่อนหิน!
ในเสี้ยววินาทีที่เล่ยหม่างกำลังปะทะกับงู และทุกสายตาจับจ้องไปที่การระเบิด… มือที่สวมถุงมือหนังสีดำของหลงเฉินก็คว้าหมับเข้าที่โคนต้นหญ้าทั้งสามต้น แล้วกระชากมันออกมาพร้อมรากดิน!
“ขอบใจที่ช่วยล่อเป้า!”
หลงเฉินกระซิบเบาๆ แล้วถีบตัวออกจากหน้าผา ม้วนตัวกลางอากาศ หายวับเข้าไปในพุ่มไม้อีกฝั่งอย่างรวดเร็วปานภูตผี
ตูมมมม!
ค้อนของเล่ยหม่างทุบโดนหัวงูจนมึนงง เล่ยหม่างยิ้มกริ่มคิดว่าชนะแล้ว เขารีบหันไปมองที่ชะง่อนหินเพื่อเชยชมรางวัล
“หะ… หายไปไหน!?”
เล่ยหม่างเบิกตากว้างจนแทบถลน ชะง่อนหินว่างเปล่า! หญ้าวิญญาณม่วงหายไปแล้ว! เหลือเพียงหลุมดินสามหลุมที่เพิ่งถูกขุดสดๆ ร้อนๆ!
“ใคร!? ใครมันกล้าชุบมือเปิบ!” เล่ยหม่างตะโกนลั่นด้วยความเดือดดาล เส้นเลือดในสมองแทบแตก
พญางูเกล็ดอัคนีที่เพิ่งหายมึน พอหันไปเห็นว่าสมบัติที่มันเฝ้ามาสิบปีหายไป มันก็สติขาดผึงทันที
ฟ่อออออ!!!!
มันไม่สนแล้วว่าใครเอาไป มันรู้แค่ว่า “มนุษย์” พวกนี้บุกรุกบ้านมัน!
พญางูเกล็ดอัคนีเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่ง ตัวแดงฉานเหมือนลาวา มันพุ่งเข้าใส่เล่ยหม่างและลูกน้องอย่างบ้าคลั่ง ไม่สนใจการป้องกันอีกต่อไป กะจะลากพวกมันลงนรกไปด้วยกัน
“ไม่! เดี๋ยวก่อน! ข้าไม่ได้เอาไป!” เล่ยหม่างหน้าซีดเผือด พยายามจะถอยหนี “ไอ้งูโง่! มีคนขโมยไป! ไปตามมันสิวะ!”
แต่งูบ้าเลือดฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง มันพ่นไฟและฉกกัดไม่ยั้ง
“อ๊ากกกก! ใครก็ได้ช่วยด้วย!”
เสียงร้องโหยหวนของศิษย์สำนักอัสนีบาตดังระงมไปทั่วป่า
…
ห่างออกไปสามลี้
หลงเฉินยืนพิงต้นไม้ ควง “หญ้าวิญญาณม่วง” สามต้นในมือเล่นอย่างอารมณ์ดี
“ฮ่าๆๆๆ! สะใจโว้ย! เจ้าเห็นหน้าเจ้าเล่ยหม่างไหม? เหมือนคนโดนเมียทิ้งเลย!” เสี่ยวเฮยหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง
“นี่แหละคือกฎของป่า…” หลงเฉินเก็บสมุนไพรลงแหวนมิติ
“ลงแรงน้อยที่สุด… ได้ผลตอบแทนมากที่สุด”
“ไปกันต่อเถอะ… ข้างหน้ายังมี ‘ของฟรี’ รอให้เราไปเก็บอีกเพียบ”
ชายหนุ่มและเต่าคู่ใจมุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่า ทิ้งความวุ่นวายและความแค้นของสำนักอัสนีบาตไว้เบื้องหลัง เป็นเพียงบันไดอีกขั้นให้เขาเหยียบย่ำขึ้นไปสู่บัลลังก์!
(จบบทที่ 65)